13/07/2018
Unity ปล่อย Unity 2018.2 ให้เหล่านักพัฒนาได้โหลดมาใช้งานกันแล้ว
ปล่อยออกมาให้เราได้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันแล้วสำหรับ Unity 2018.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ต่อจาก 2018.1 ซึ่งออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยการอัพเดทในครั้งนี้จะทำการเพิ่ม Texture mipmap streaming, Physical camera model, SVG importer และเพิ่มความสามารถของ Scriptable Render Pipeline, Shader Graph, Progressive Lightmapper และ Particles tools โดย GPU lightmapper ที่เคยประกาศว่าจะออกในเวอร์ชั่นนี้ถูกเปลี่ยนกลับไปเป็น กำลังพัฒนา อีกครั้ง
ใน Unity 2018.2 จุดเด่นสำคัญที่สุดที่เพิ่มเข้ามาคือการต่อยอดจากของเก่า Scriptable Render Pipeline และ The Shader Graph โดย Scriptable Render Pipeline จะทำให้เครื่อง Render ได้เร็วขึ้นบนการใช้งานของ CPU โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโปรเจ็คที่ใช้ PBR workflows โดยในขณะที่ High Definition Render Pipeline (HDRP) จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ รวมไปถึงการซัพพอร์ตด้วย volumetrics ส่วนทางด้านของ The Shader Graph จะทำการซัพพอร์ตทั้ง HDRP, PBR และ Unlit Master nodes นอกจากนียังมี node types ใหม่ใน Shader Graph รวมไป gradient nodes ใหม่อีก 2 nodes ซึ่งซัพพอร์ต Unity’s Texture2D และ Texture3D arrays, LOD functionality สำหรับ 2D textures
ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหมาในเวอร์ชั่นนี้ยังรวมไปถึงการซัพพอร์ตทางด้านการ Streaming texture mipmaps ตามความต้องการของ memory ซึ่งจะช่วยลดการใช้ texture memory และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทางด้าน game performance ทั้งนี้เราสามารถเลือก textures ที่ต้องการจะ stream ได้อย่างอิสระ และมี mipmap levels ซึ่งโหลดมาใช้งานได้จริง ในการอัพเดทนี้ยังได้ทำการเพิ่ม Physical camera model เข้ามาใหม่ ซึ่งจะทำงานร่วมกับ Unity Camera ตัวปกติ และทำให้เราสามารถระบุคุณสมบัติที่ต้องการได้ ซึ่งนั่นรวมไปถึง Focal Length, Lens Shift และ Sensor Size ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะมีการปรับให้ตรงกับการตั้งค่ากล้องในแบบของจริง ผ่านการเลือกรูปแบบจากเมนูสไตล์ drop-down และยังสามารถ import ตัว cameras จาก Maya หรือ DCC อื่นๆ ที่เข้ากันได้ เข้ามาใช้งานได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี 2D tools ใหม่ๆ รวมไปถึง packages สำหรับ Pixel Perfect Camera ที่จะทำการคำนวณขนาดเมื่อมีการเปลี่ยนความละเอียดหน้าจอ และ self-explanatory SVG importer อีกทั้งเรายังสามารถสร้าง hexagonal tilemaps สำหรับเกมแนว strategy รวมไปถึง square tilemaps ได้อีกด้วย
Progressive Lightmapper คือระบบ Lightmapping ที่จะใช้ CPU ในการคำนวน โดยในเวอร์ชั่นนี้เอง เจ้าระบบนี้ก็ได้รับการอัพเดทเช่นเดียวกัน และยังได้เพิ่มออปชั่นใหม่เข้ามาอย่าง computing falloff, และออปชั่นสำหรับ instanced objects เพื่อทำการแชร์ albedo และ emissive maps อย่างไรก็ตาม lightmapper GPU ที่ประกาศใน GDC ว่าจะมาในเวอร์ชั่นนี้ ถูกเลื่อนออกไป และกลายเป็นสถานะ กำลังพัฒนาอยู่แทน
สำหรับด้านการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ของ Unity ในเวอร์ชั่นนี้ ได้มีการปรับปรุงด้านระบบ Particle ต่างๆ และมีการเพิ่ม solo mode สำหรับ selected particles เข้ามา รวมไปถึงยังซัพพอร์ต linear colour space และ ใส่ UV ได้ถึง 8 อย่างด้วยกัน โดยสำหรับใครที่ใช้งานจอภาพระดับ 4K ทาง Unity ยังได้ทำการซัพพอร์ต High-DPI scaling บน Windows และ Linux และยังได้ซัพพอร์ต per-monitor display scale factors บน Windows, Unity เวอร์ชั่นนี้ยังซัพพอร์ต Vulkan บน Windows และ Linux ด้านโปรแกรมเมอร์เองยังได้รับการอัพเดท C # Job System, Entity Component System และ Burst Compiler ซึ่งนำมาใช้ใน Unity 2018.1 รวมถึงยังซัพพอร์ต burst compiling บน Windows, macOS และ Linux โดยในขณะนี้ยังสามารถใช้ไฟล์ .java source ใน Unity project plugin folders และมันจะทำการ compile ให้อัตโนมัติไปยัง Android APKs โดยที่ไม่ต้องใช้ Android Studio แต่อย่างใด ซึ่งสุดท้าย Unity ก็เลิกซัพพอร์ต UnityScript และ .NET scripting backend อีกด้วย
โดยนอกจากตัวเอนจิ้นเองแล้ว ยังได้มี Google Play Instant plugin ตัวใหม่ สำหรับแปลง โปรเจค Unity ไปยัง Instant app บน Google Play ได้ในทันที ซึ่งปล่อยตัว Beta ออกมาให้เราได้ใช้บน GitHub แล้ว นอกจากนี้ยังมี Unity Hub ซอฟต์แวร์บนคอมเวอร์ชั่น 1.0 ออกมา โดยมันมีหน้าที่ไว้สำหรับจัดการโปรเจค Unity รวมไปถึงการ multiple parallel installations ของ Unity Editor ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ได้ทำการเพิ่มการซัพพอร์ต project templates และ custom install locations ได้แล้ว สำหรับตัว Recorder เอง ก็มีการอัพเดทตัวเวอร์ชั่น 1.0 เช่นกัน โดยการเพิ่ม UI, Presets ใหม่, อนิเมชั่นสามารถ export ออกมาเป็น FBX format ได้ และยังซัพพอร์ตการ multi-format exports อีกด้วย
ทั้งนี้ Unity 2018.2 ซัพพอร์ต Windows 7 ขึ้นไป และ Mac OS X 10.11 ขึ้นไป โดยตัวฟรีจะไม่สามารถปรับแต่ง splash screen ได้ ส่วนตัว Plus และ Pro จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 35 เหรียญต่อเดือน และ 125 เหรียญต่อเดือนตามลำดับ
แหล่งที่มา cgchannel, blogs.unity3d.com/
-------------------------------------------
http://dynamicwork.net