Kitchengun Library ห้องสมุดขนาดกระทัดรัด
สำหรับคนคอเด

Basheer GrAphic Books ดีงามมากของครบ
13/01/2026

Basheer GrAphic Books ดีงามมากของครบ

ไหนใครมาใหม่บ้าง ทยอยแนะนำตัวมาซิ!!!
08/01/2026

ไหนใครมาใหม่บ้าง ทยอยแนะนำตัวมาซิ!!!

🍀
08/01/2026

🍀

Booklo กลับมาแล้วครับ
เราหายไป 2,187 วัน หรือราวๆ 5 ปี จำได้ว่ากำลังจะจัดงานเทศกาลหนังสือมือสอง (ซึ่งตอนนั้นจะจัดเล็กมากๆ จนอายที่จะเรียกว่าเทศกาล) แต่ก็เจอวิกฤตโควิด-19 เข้าไปก็เรียบร้อยครับ สรุปว่าไม่ได้จัด โพสต์ครั้งล่าสุดยังเป็นการบอกว่าจะจัดงานอยู่เลย (ย้อนดูได้ ไม่ลบด้วย ขายขี้หน้า ฮ่าๆ) ประกอบกับเลิกทำร้านไปด้วยเหตุขัดข้องทางเทคนิค และเอาเวลาไปทำมาหากินอยู่ 5 ปีเต็ม
แต่ความฝันที่จะจัดงานเทศกาลหนังสือมือสองยังมีอยู่ ยังคลางแคลงใจอยู่ว่าทำไมถึงทำไม่ได้ มันต้องทำได้สิน่า
จนกระทั่งไม่นานมานี้ ได้ไปคุยกับ BKK BOOK District ซึ่งเขาก็เข้าใจและมองเห็นความตั้งใจของเราครับ จึงชวนเราทำความฝันให้เป็นจริง เอาเป็นว่าผ่านไป2,187 วัน เทศกาลหนังสือมือสองกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้วครับ วันนี้มาบอกกันก่อนว่ายังอยู่ ยังไม่ตาย ยังไม่หายไปไหน
7-8 ก.พ. นี้ สถานที่ยังอุบไว้ก่อน
ใครใคร่ค้า (เตรียมตัว) ค้า
ใครใคร่ซื้อ (เตรียมเงิน) ซื้อ
ใครใคร่มาเที่ยว ก็ (เตรียม) มาเที่ยวได้เลย
เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยสื่อสารกัน ขอบคุณทุกท่านที่ยังไม่ unfollow กันนะครับ
ด้วยรักจาก Booklo

รักษาสุขภาพเพื่อการนี้
07/01/2026

รักษาสุขภาพเพื่อการนี้

ชีวิตไม่ได้ยืนยาว
พอที่จะอ่านหนังสือที่ดองไว้ได้หมด

เหล่านักอ่าน กับอาหารสาย (Brunch) วันเสาร์ #ห้องสมุด  #ลพบุรี   #ห้องสมุดลพบุรี
03/01/2026

เหล่านักอ่าน กับอาหารสาย (Brunch) วันเสาร์

#ห้องสมุด #ลพบุรี
#ห้องสมุดลพบุรี

🤫
27/12/2025

🤫

[โง่ศาสตร์ : กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา]อ่านจบแล้วก็คิดว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของกราฟ 4 แกนระหว่าง คนโง่ คนฉลาด คนกระจอก หร...
12/09/2023

[โง่ศาสตร์ : กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา]

อ่านจบแล้วก็คิดว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของกราฟ 4 แกนระหว่าง คนโง่ คนฉลาด คนกระจอก หรือคนโฉด ทั้งที่ตัวหนังสือเขียนออกมาอ่านง่าย ใช้น้ำเสียงชวนคุยทีเล่นทีจริงในภาษาการเขียนแบบวิชาการ ชวนพยักหน้าหงึก ๆ แต่ก็ต้องหยุดขบคิดในหลายวรรคหลายตอน โดยรวมเป็นการสรุปกฎพื้นฐานเพื่อความเข้าใจเรื่องคนโง่ ไว้ 5 ข้อ และอธิบายอย่างเชื้อเชิญให้สังเกตถึงผู้คนที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วยรอบตัวเรา

วางอคติลง อย่าเพิ่งสะดุ้งกับคำอย่าง “คนโง่” ที่อ่านดูรุนแรง แต่จงมองรอบตัวแล้วพิจารณาใหม่อีกที

[คำสาปที่ราบสูง]“ในเมืองลุ่มนี้กินเข้าให้บอกให้หมาย กินแลงกินงายก็ให้บอกแก่แถน ได้กินขึ้นก็ให้ส่งขาได้กินปลาก็ให้ส่งรอยแ...
06/09/2023

[คำสาปที่ราบสูง]

“ในเมืองลุ่มนี้กินเข้าให้บอกให้หมาย กินแลงกินงายก็ให้บอกแก่แถน ได้กินขึ้นก็ให้ส่งขาได้กินปลาก็ให้ส่งรอยแก่แถน”

=====

(Spoil Alert : เผยเนื้อหาบางจุด)

คติชนวิทยา ดูเป็นคำสรุปของเล่มนี้ เบ็ดเสร็จจบหมดในเล่มเดียว เรียงร้อยเชื่อมต่อเรื่องเล่าที่มีพื้นฐานจากนิทานพื้นบ้านแถบอิสาน อย่าง ตำนานขวางทะบุรี (โคราช), นิทานขุนบรม, นิทานพญาคันคาก, ตำนานน้ำเต้าปุง, คันธนาม และไปแตะไปสบเข้ากับเหตุการณ์ช่วงตัดทางรถไฟผ่านดงพญาไฟ

ตลอดทางแอบสังเกตว่า ผู้เขียนแฝงเรื่องการต่อรองอำนาจและชนชั้นใส่ลงไปเป็นระยะ เรียกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนอ่านแล้ว คงรีบตั้งโต๊ะบูชาเทพแถน แต่พอยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงมาจนป่านนี้ อยากกำหมัดงัดดูสักทีเหมือนกัน (แต่ก็ดันกลัวโดนฝนงู หรือน้ำท่วมบ้านซะอีก ไอ้เราก็เลือดร้อนซะด้วย ว้าวุ่นเลย)

ผมชอบบทท้าย ๆ ขอพูดแบบนี้ว่า “ถ้าแม้แต่แถนยังโดนลากมายำ แล้วเจ้าจะเหลืออะไร” ไม่เคยเห็นความกล้าถ่ายทอดแบบปฐมภูมิ ถึงตัวละครในลักษณะนี้ แสบสันต์การเอ่ยเปรยบ่นแกมรำพึงถึงเครือญาติ บอกช่วงเวลาในประวัติศาสตร์และควบแน่นการดำเนินเรื่องให้จบลงแบบ “เอาจริงดิ่”

=====

คนภาคกลางที่รู้กระทั่งเรื่องในมุ้งของขุนแผน, แม่ของเอื้อยอ้าย ยันกำเนิดของหนุมาน แต่กลับเพิ่งเคยรู้เรื่องเด็กที่เกิดจากการดื่มน้ำที่ขังในรอยเท้าช้าง

อ่านจบแล้วอยากดูนิทรรศการเลยครับ

[กำลังอ่าน - คำสาปที่ราบสูง]“…ข้าอยู่ที่นั่นอย่างไร้เดียงสา และมืดบอดทางสติปัญญาราวกับคนคุกผู้ภักดีกับที่คุมขังมาโดยตลอด...
05/09/2023

[กำลังอ่าน - คำสาปที่ราบสูง]

“…ข้าอยู่ที่นั่นอย่างไร้เดียงสา และมืดบอดทางสติปัญญาราวกับคนคุกผู้ภักดีกับที่คุมขังมาโดยตลอด”

===

- ชอบการเลือก Font ที่เอามาพิมพ์ รู้สึกได้อารมณ์เข้ากับการสะกดสำเนียงถิ่นแบบเอาแต่ใจไม่ปราณีอักขระ อ่านแล้วได้กลิ่น ได้ยินสำเนียงติดหูแว่วออกมาเลย (ควรชิมด้วยตาตัวเอง)

- เริ่มมาแบบไม่มีเกริ่นเยิ่นยาว ลากเข้าเรื่องแล้วลุยเลย เปลี่ยนฉากจากบทสู่บทเนียนกริบ นึก เอ๊ะ คุ้น ๆ ตามไปทุกบท (ยำรวมปกรณัมปรัมปรา แล้วปรุงขึ้นใหม่ของแทร่)

- เข้าใจว่าปกเป็น ภาพพิมพ์ จากรอยเลือนของตัวอักษร (ชอบกระดาษมาก)

บทกวีคือการทรยศ โดย วาด รวี   คนบอกว่าบทกวีคือความรู้สึก คืออารมณ์ที่ค้นพบความคิด และความคิดก็ค้นพบถ้อยคำ บอกว่าบทกวีออก...
16/05/2022

บทกวีคือการทรยศ
โดย วาด รวี



คนบอกว่าบทกวีคือความรู้สึก คืออารมณ์ที่ค้นพบความคิด และความคิดก็ค้นพบถ้อยคำ บอกว่าบทกวีออกมาจากความสุขอันเป็นที่สุด หรือมาจากห้วงลึกของความเศร้า บอกว่าคือความรู้สึกอันแรงกล้า อันผุดเกิดและหลากหลั่งไหลมาจากภายใน

แต่ผมจะบอกว่าบทกวีคือการทรยศ

คนบอกว่าบทกวีคือภาษา

คือถ้อยคำจำนรรจ์ท่วงทำนอง คือข้อความดีที่สุดเรียงร้อยกันหมดจดงดงามที่สุด คือคำเปรียบเปรย อุปมาอุปไมย คือภาษาในจุดสูงสุดของพลัง คือโยนดอกกุหลาบลงจากหน้าผา และรอคอยเสียงสะท้อนจากก้นเหว คือเสียงหวานของนกไนติงเกล ซึ่งโดดเดี่ยวในความมืด ปลอบประโลมความเดียวดายของตัวเอง

แต่ผมกำลังจะบอกว่าบทกวีคือการทรยศ

คนบอกว่าบทกวีคือแรงปรารถนา คือพลังชีวิต คือความคิดที่หายใจ ถ้อยคำที่เผาไหม้ เชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนชีวิต คือหนทางของการถ่ายทอดชีวิต คือการเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณ คือรอยประทับที่ตราตรึง

แต่ผมจะบอกว่ามันคือการทรยศ

คนบอกว่าบทกวีคือบุคลิกภาพ คือการสร้างสรรค์จังหวะของความงาม คือสิ่งที่เกิดจากจักรวาลภายในของมนุษย์ คือความรู้สึกราวกับยอดหัวถูกตัดออก

แต่ผมจะบอกว่า นั่นแหละคือการทรยศ

คนบอกว่าบทกวีคือคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์คือบทกวีของตรรกะ ความรักคือบทกวีของพันธะ บทกวีคือการเต้นรำของแขนขา คือภาพวาดที่เงียบงัน คือศรัทธาศาสนา คือดอกไม้หอม หอม หอม คือไวน์ชโลมลิ้นกำซาบคอ คือบทเพลง คือการตั้งชื่อเด็กทารก คือปุยฝ้ายเบาบาง คือโครงร่างสถาปัตยกรรมของชีวิต

แต่ผมจะบอกว่า มันคือการทรยศ

คนบอกว่าบทกวีคือการเปิดประตู คือการนำพาผู้คนออกจากวิถีจำกัดของการเห็นและรู้สึก คือสิ่งที่เปิดผนึกความเร้นลึก คืออะไรที่เชื่อมต่อกับอารมณ์ของมนุษย์

คนบอกว่าบทกวีคือสัจจะที่เผาไหม้จากหัวใจ คือคำโกหกที่พูดความจริงอยู่เสมอ คือมิตรภาพที่แท้

คนบอกว่าบทกวีคือเสียงก้องสะท้อน คือการโค้งคำนับเงาเพื่อขอเต้นรำ คือการหลีกหนีจากอารมณ์และบุคลิกภาพ

คนบอกว่าบทกวีคือการออกแบบ

บทกวีคือทุกอย่างของการกระทำที่อยู่ตรงข้ามกับอำนาจ

บทกวีคือเหนือเส้นขอบฟ้าขั้วโลก มีแนวสีหลายสีดูประหลาด

แต่ผมจะบอกว่าบทกวีคือการทรยศ

คนเปรียบสิ่งมากมายกับบทกวีเพื่อบอกว่าพวกเขาดื่มด่ำกับสิ่งนั้น บทกวีเป็นเหมือนเงาที่ขยับอยู่ในความนึกคิดของผู้คน คนคิดถึงบทกวีในความหมายของสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัส บทกวีกลายเป็นสมบัติของคนที่ไม่ได้เป็นของมัน เป็นมงกุฎที่ล่องลอยร่อนลงสวมใส่อะไรก็ได้เพื่อจะทำให้สิ่งนั้นเป็นราชา บทกวีคือด้านที่บอกไม่ถูกของทุกสิ่งที่รู้จักเป็นอย่างดี บทกวีคือการเรียงตัวของความไร้ระเบียบ คืออารมณ์ของตรรกะพอๆ กับที่เป็นตรรกะของอารมณ์

บทกวีคือความดิบเถื่อน คือความจริงที่จริงกว่าประวัติศาสตร์ คือสัจจะที่ไม่ต้องการเครื่องแบบ คือปรัชญาที่ใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น คือกระดูกของความคิด คือเส้นประสาทและโลหิตของความรู้สึก คือรอยเขียนบนผนังกำแพงในหัวใจของทุกคน

บทกวีคือความทรงจำ คือหลักฐานของชีวิต คือสิ่งที่ทำให้ร่างกายอุ่นร้อนและผะผ่าว คือเถ้าถ่านหลังการมอดไหม้ คือประจักษ์พยานของการดำรงอยู่

คือการทำให้รู้ว่าอยู่ตัวคนเดียวในโลกที่ไม่รู้จัก คือการแบ่งปันโดยลำพัง คือการทำโลกส่วนตัวให้ปรากฏอยู่กลางแจ้ง คือสิ่งที่โลกไม่รับรู้และรับรองความมีอยู่ คือการสำรวจความสนเท่ห์ของมนุษย์

บทกวีคือความรัก คือภาวะอันเล่นหลงระเริงรื่น คือการทะเลาะกับตัวเอง และคือความเข้าใจตัวเองในส่วนลึก คืออัตชีวประวัติที่สัตย์ซื่อ

บทกวีคือภาพเงาสะท้อน คือมายาเสมือนว่าได้ล่วงผ่านภาพลวงตาที่ทำให้คนรู้สึกว่ามีประสบการณ์ ทั้งที่ไม่มี

บทกวีคือการฟังก้อนหิน ฟังน้ำ ฟังเมฆ และฟังคนอื่นๆ บทกวีคือการได้ยินจิตวิญญาณของตัวเองและทุกคน บทกวีคือการฟังเสียงของโลก

บทกวีคือสันติ คือสัตว์ทะเลที่ท่องไปบนบกและอยากจะบินไปในอากาศ

บทกวีแรกของมนุษย์ คือคนออกจากถ้ำแหงนหน้ามองฟ้าแล้วร้อง อา…

บทกวีคือการเปิดเผยจุดซ่อนเร้น คือการลูบไล้ปมประเด็น คือชื่อของสิ่งที่ไร้ชื่อ คือการชี้จุดอ่อน เลือกข้าง เปิดข้อโต้แย้ง จัดรูป และยุติการหลับไหล

บทกวีคือน้ำแข็งที่ร้อนรุ่ม

คือการควบขี่ไปบนการหลอมละลาย

บทกวีเป็นหลายสิ่ง และวันนี้ผมจะพูดว่า บทกวีคือการทรยศ

ผมไม่ได้บอกว่าบทกวีคือความไม่ซื่อสัตย์ แต่ผมกำลังบอกว่ามันคือการทรยศ

ผมไม่ได้พูดว่า –ไม่-ซื่อ-สัตย์ ผมกำลังพูดว่า บท-กวี-คือ-การ-ทรยศ

ผมไม่ได้บอกว่าบทกวีคือการบิดพริ้ว หักหลัง บิดเบือน ผิดสัญญา หรือป้ายสี แต่ผมกำลังบอกว่ามันเป็นการทรยศ

ฟังให้ดี ผมกำลังพูดว่า บ ท ก วี คื อ ก า ร ท ร ย ศ

ตอนเด็กๆ เคยฟังเพลงนี้ไหม

นั่งรถไฟไปหัวหิน
จับเจ้าหญิงมาทรมาน
จับเจ้าชายมาทรยศ
จับแม่มดมาดึงสะดือ
จับกิ้งกือมาทำก๋วยเตี๋ยว
จับแมวเหมียวมาเต้นระบำ
จับแมวดำมาเป่ายิ้งฉุบ

ตอนเป็นเด็กผมเคยสงสัยว่าทำไมต้องจับเจ้าชายมาทรยศ จนวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทำไม

วันนี้คุณอาจสงสัยเหมือนกัน ทำไมบทกวีจึงคือการทรยศ

เพราะมนุษย์ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง และคนไม่ได้เกิดมาเพื่อภักดีกับเจ้าของ

คนไม่จำเป็นต้องรับใช้คน คนไม่ต้องการมีเจ้าของ คนไม่จำเป็นต้องเชื่อง

ความเชื่องคือการยอมจำนนต่อความเป็นนาย คือการทำตามคำสั่งและปราศจากข้อโต้แย้ง ไม่มีเจตจำนงของตนเอง

ความเชื่องคือการยกชีวิตไปให้กับความพอใจของนาย ความเชื่องคือการว่านอนสอนง่าย คือการไม่ต้องมีความคิด ความเชื่องคือการไม่ต้องตัดสินใจ ความเชื่องไม่ต้องการศีลธรรม

เพราะทุกอย่างขึ้นกับความพอใจของนาย ความเชื่องคือกดตัวเองลงหมอบราบและกระดิกหาง รอรับการทำโทษหรือให้รางวัล

มันคือการเป็นสัตว์เลี้ยง

เพราะสัตว์เลี้ยงไม่สามารถอยู่โดยไม่มีนาย

สัตว์เลี้ยงไม่ต้องการแรงจูงใจของชีวิต

ความเชื่องไม่ใช่ความผูกพัน แต่คือการผูกมัด คือการไร้อิสระ ไร้วุฒิภาวะ ไร้คุณธรรม ไร้ความรับผิดชอบ นอกจากหน้าที่ต่อผู้เป็นนาย

ความเชื่องไม่รู้จักเสียงหัวเราะ ไม่รู้จักความเศร้าเสียใจ ความเชื่องไม่รู้จักความรัก สัตว์เลี้ยงรู้จักแต่ความภักดี

ผมกำลังบอกว่า บท กวี คือ การทรยศ

คนไม่ต้องจงรักภักดี !

เพราะคนไม่ใช่สัตว์เลี้ยง คนไม่ได้เกิดมาเพื่อรับใช้ใคร คนจะต้องรู้จักเรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ใช่เอาชีวิตไปถวายคนอื่น คนไม่ต้องจงรักภักดีต่อคนเพราะคนต้องไม่ถูกล่าม คนต้องรู้จักศีลธรรม และศีลธรรมไม่มีอยู่ในหมู่ทาสที่รู้จักเพียงรางวัลหรือบทลงโทษจากเจ้านาย

คนจะต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ไม่ใช่เพียงกระทำตามคำสั่งของคนอื่น

คนจะต้องไม่ถูกล่ามไว้กับคน คนไม่ใช่สิ่งที่ต้องมีเจ้าของ คนจะต้องไม่ถูกตีตรา คนไม่ใช่ทรัพย์สินไว้ครอบครอง กำหนดและนาบเหล็ก ตีตรวน กร้อนผม สักเลข นับจำนวน เกณฑ์แรง ไล่ต้อน เฆี่ยนตี กราบกราน คลานสี่ขา ตาเหลือกลาน เพราะคนไม่ใช่สัตว์เลี้ยง

ผมกำลังบอกว่าบทกวีจงทรยศ !!!

เพราะเราไม่ต้องการความจงรักภักดี !!!

เราไม่ต้องการประเทศที่ทำให้คนกลายเป็นสัตว์ เราไม่ต้องการเสียงกรรโชกจากสุนัขรับใช้ เราไม่ต้องการ-เจ้า-ของ-ชีวิต

เพราะความจงรักภักดีคือความสัมพันธ์ที่ไม่เท่า

เพราะการทรยศคือการทำตามแรงปรารถนา คือการ เผา-ไหม้-ตอก-ตรวน-ตี-ออก-ลอก-ลบ-รอย-ตรา-ตี คือเชื้อเพลงชีวิต-ขับจิตวิญญาณให้เคลื่อนไหวความคิดบังเกิดมี คือการระเบิดจากจักรวาลภายใน-รู้สึกรู้สาว่ายอดหัวถูกตัดยอดใจถูกขยี้

การทรยศคือคณิตศาสตร์ มันคือสมการของความเท่า คือการปลดปล่อยตนออกจากการแบ่งชั้นและแผ่นดินที่ต้องเช่า คือความเงียบงัน คือดอกไม้ป่าดิบเถื่อน คือกองไฟมอดไหม้จนเป็นเถ้า คือเหล้าถอนเหล้าถอนความเมา

คือประตูสู่อิสระ คือการออกไปจากข้อจำกัดที่ลวงตา คือการพูดความจริงด้วยคำโกหก

คือการรื้อสร้างบุคลิกภาพ คือการพยศต่ออำนาจ คือความจริงที่จริงกว่าประวัติศาสตร์ คือฝ่าตีนขยี้เครื่องแบบและเหรียญตราบ้าบอด้วยเส้นประสาท- – – และโลหิตที่ร้อนราด

เพราะความจงรักภักดีทำให้คนกลายเป็นแรงงาน ของแลกเปลี่ยน สินค้า กองกำลังคลั่งบ้า ไล่ฆ่า และกัดกินความเป็นคน

เพราะความจงรักภักดีทำให้คนมัวเมาในอำนาจ ทำให้คนกลายเป็นทรราช

เพราะการไม่จงรักภักดีถูกทำให้กลายเป็นกบฏ การกบฎเพื่อเป็นคนเป็นสิ่งต้องห้ามในโลกของหมารับใช้คอยขู่คนให้หัวหด

เพราะความจงรักภักดีคือการหักหลังความเป็นคนของตัวเอง กักขังตัวเองอยู่ในภาพลวงตาโป้ปด

เพราะบทกวีต้องทวงคืนความเป็นมนุษย์สุดแสนเลี้ยวลดเหลือกำหนด และมนุษย์ไม่อาจกำหนด

เพราะมนุษย์มีบทกวี และบทกวีคือการทรยศ




ทางเพจ kitchengun library ขอแสดงความไว้อาลัยแก่การจากไปของวาด รวี ด้วยบทกวีที่ชื่อ 'บทกวีคือการทรยศ' ซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกในงาน nanpoésie เทศกาลบทกวี ประจำปี ที่น่าน เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2018

ภาพถ่ายคุณวาด รวี โดย นิวัต พุทธประสาท

กลับบ้านเราครับ
16/04/2022

กลับบ้านเราครับ

นิทรรศการ : “กลับบ้าน”

อัพเดทหลังจากการประสานงานและตระเตรียมงานมาสักพัก ภารกิจพา (ภาพและเสียง) คุณวัฒน์ วรรลยางกูร กลับมาลพบุรี ใกล้ความจริงขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้ชื่อ “กลับบ้าน”
ด้วยบทบาทหลักของพวกเราเป็นนักฉายหนัง ภายในตัวนิทรรศการจะจัดฉายเรื่อง ‘ไกลบ้าน’ วันละรอบ ซึ่งสารคดีความยาวกว่า 30 นาทีนั้น เพียงพอสำหรับทำความเข้าใจต่อเขาในวันที่ต้องอยู่ในสถานะ ‘ผู้ลี้ภัยทางการเมือง’ และรู้จักมากขึ้นอีกผ่านสายตาท่าทางในชีวิตประจำวัน จากภาพนิ่งของ ‘ศุภชัย เกศการุณกุล’ ชุดภาพถ่ายขาวดำที่จะอนุญาตให้เราได้เห็นอิริยาบถและความธรรมดาสามัญที่ยิ่งใหญ่ของนักเขียนมือเก๋าผู้นี้
ในนิทรรศการครั้งนี้ยังประกอบด้วยวัตถุจัดแสดงการต่อสู้ทางการเมืองจาก iLaw ให้ได้ตระหนักถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นต่อประชาชนจากมาตราอำมหิต ความตั้งใจของพวกเรานั้นไม่เพียงแต่ไว้อาลัยและรำลึกถึงคุณวัฒน์ แต่ยังอยากให้พื้นที่และสาระที่เราได้ทำนั้น ตะโกนร้องแช่งต่อการกระทำของกฎหมายอันป่าเถื่อนที่ทำให้มนุษย์ในดินแดนแห่งนี้ ต้องจำใจหนีไปไกลจากดินแดนที่พวกเขาเรียกว่า ‘บ้าน’
สำหรับวันเปิดงาน ลพรามา จะเปิดฟลอร์ให้แก่ ‘นักกวี’ จากทั้ง เครือข่ายกวีสามัญสำนึก และ #ไอ้พวกกวี สำหรับผู้ที่ต้องการเอ่ยคำรำลึก ต่อเนื่องหลังเสร็จสิ้นจากการฉายหนัง หากใครสนใจร่วมอ่านกวีและแสดงความรำลึก สามารถติดต่อพวกเราได้โดยตรงเลย
นิทรรศการ ‘กลับบ้าน’ จะจัดขึ้นที่ LAG Studio ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนจนถึง 8 พฤษภาคม 2565
ส่วนในรายละเอียดและกำหนดการพวกเราจะประกาศตามมาเร็ว ๆ นี้ ทางเพจลพรามาครับ

ที่อยู่

149/1 Siharat Decho Chai 4 Alley
Muang Lopburi
15000

เวลาทำการ

เสาร์ 17:00 - 19:00
อาทิตย์ 17:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66952541587

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kitchengun Libraryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Kitchengun Library:

แชร์

Kitchengun library

Book assisting and borrowing

บริการให้คำปรึกษา,แนะนำหนังสือ ทั้ง fiction และ non-fiction รวมทั้งกิจกรรมแลกเปลี่ยนทัศนคติในการอ่าน และท่านสมาชิกสามารถยืมหนังสือได้