25/09/2025
สมุนไพรน่ารู้ | สมุนไพรดูแลไต
คนเรามี ไต 2 ข้าง อยู่บริเวณหลัง ใต้ชายโครง ระดับบั้นเอว รูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว ขนาดประมาณ 10–13 เซนติเมตร การทำงานของไตจะ ค่อยๆ เสื่อมลงตามอายุ
🔹 หน้าที่สำคัญของไต
1. กำจัดของเสียและสารแปลกปลอม
- ขับออกทางปัสสาวะ เช่น ยูเรีย (BUN), ครีเอตินีน, กรดยูริก, ยาและสารพิษต่างๆ
- สามารถ ดูดกลับสารที่จำเป็น เช่น น้ำตาล โปรตีน น้ำ
2. รักษาสมดุลในร่างกาย
- ควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย
- รักษาสมดุลเกลือแร่ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสเฟต
- รักษาสมดุลกรด–ด่างในเลือด
3. สร้างฮอร์โมนที่สำคัญ
- Erythropoietin (EPO) → กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
- วิตามินดี ในรูปที่ใช้งานได้ → เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้และไต
- เรนิน (Renin) → ควบคุมความดันโลหิต
🩺 โรคไตเสื่อม หรือไตวายคืออะไร?
คือ ภาวะที่ไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ในการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ กรด-ด่าง และฮอร์โมนบางชนิด ทำให้เกิดการคั่งของสารพิษในร่างกาย
⚡️ ไตวายฉับพลัน (Acute Kidney Injury, AKI)
- การทำงานของไต ลดลงรวดเร็วในเวลาเป็นชั่วโมงหรือวัน
- สาเหตุ เช่น ขาดน้ำรุนแรง เสียเลือดมาก การติดเชื้อรุนแรง ยาบางชนิดอันตรายต่อไต นิ่วอุดกั้น
- อาการ: ปัสสาวะน้อยลง บวม เหนื่อย ความดันต่ำหรือสูงผิดปกติ
- ถ้าได้รับการรักษาเร็ว ไตมักจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ
⏳ ไตวายเรื้อรัง หรือโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease, CKD)
- ภาวะที่ไตเสื่อมลงอย่างต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน
- สาเหตุหลัก: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ โรคไตกรรมพันธุ์
- ลักษณะ: ไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม แม้จะรักษาแล้ว
- แบ่งเป็น 5 ระยะ ตามค่าการกรองไต (eGFR)
ระยะ 1–2 eGFR ≥ 90 และ eGFR ≥ 60 – 89 : ไตเสื่อมเล็กน้อย มักยังไม่มีอาการ
ระยะ 3 3A eGFR ≥ 30 – 44 และ 3B 45 – 59 : เริ่มมีอาการ เช่น บวม ซีด เหนื่อยง่าย
ระยะ 4 eGFR ≥ 15 – 29 : ไตเสื่อมมาก ต้องเตรียมการรักษาทดแทน
ระยะ 5 eGFR ≤15 : ไตวายระยะสุดท้าย ต้องฟอกไต/ล้างไต/ปลูกถ่ายไต
🔴 สาเหตุ
▪️โรคและภาวะทางระบบที่ทำให้ไตเสื่อม
- เบาหวาน – น้ำตาลในเลือดสูงทำลายเส้นเลือดฝอยและท่อไต เกิด diabetic nephropathy
- ความดันโลหิตสูง – ทำลายผนังหลอดเลือดในไต ทำให้เลือดมาเลี้ยงไตไม่ปกติ
- โรคหัวใจและหลอดเลือด – การไหลเวียนเลือดผิดปกติ ส่งผลต่อการทำงานของไต
▪️โรคที่เกิดขึ้นกับไตโดยตรง
- โรคไตอักเสบ (Glomerulonephritis) สาเหตุจากการติดเชื้อหรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ มักมีปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีฟองจากโปรตีนรั่ว
- โรคไตจากกรรมพันธุ์ เช่น โรคถุงน้ำในไต (Polycystic kidney disease) ที่ทำให้ไตโตและเสื่อมลงเรื่อยๆ
- นิ่วในไต และการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง ทำให้ไตอักเสบและเสียหาย
▪️ ปัจจัยจากภายนอก
- ยาและสารเคมี เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, ยาลดความอ้วน, ยาปฏิชีวนะบางชนิด, สารพิษ
- การติดเชื้อรุนแรง หรือภูมิแพ้รุนแรง ส่งผลให้ไตอักเสบเฉียบพลัน
▪️ ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
- โรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานและความดันสูง
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต การกินเค็มมาก ดื่มน้ำน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่
🩺 อาการของโรคไต
1. อาการจากการคั่งของน้ำและเกลือ
- บวม: ขาและเท้าบวม, กดบุ๋ม, หนังตาบวม, หน้าบวม
- ความดันโลหิตสูง: เนื่องจากร่างกายคุมเกลือและน้ำไม่ได้
2. อาการจากความผิดปกติของปัสสาวะ
- ปัสสาวะเป็นฟอง (มีโปรตีนรั่วออกมา)
- ปัสสาวะเป็นเลือด หรือสีน้ำล้างเนื้อ
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
- ปัสสาวะออกน้อยลง
3. อาการจากไตทำงานลดลง
- โลหิตจาง (ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย) เพราะไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง
- คันตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน จากของเสียคั่ง
- มึนงง สมาธิลดลง เมื่อของเสียสะสมมาก
4. อาการอื่น ๆ
- ปวดหลังบริเวณชายโครง (ตำแหน่งของไต)
- น้ำหนักขึ้นรวดเร็วจากการคั่งน้ำ
🌿ไต และสมุนไพรทางเลือก
ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมียา หรือสมุนไพรใด ที่สามารถรักษาโรคไตวายเรื้อรังให้หายขาดได้ ส่วนใหญ่ที่บอกต่อกันมามักเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เช่น พืชตระกูลหญ้า ซึ่งอาจทำให้อาการบวมน้ำลดลง แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณที่กิน หากเข้มข้นมากเกินไป อาจทำให้ไตทำงานหนัก รวมถึงปริมาณโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มักพบในพืชตระกูลหญ้า อาจทำให้ไตขับทิ้งไม่ทัน และมีปริมาณสูงเกินในเลือดจนส่งผลเสีย เช่น ทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติ สำหรับสมุนไพรที่มีข้อมูลหรือมีการศึกษาว่าสามารถใช้เพื่อบำรุงไต ได้แก่
#ขมิ้นชัน : มีการศึกษาในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง โรคไตอักเสบ พบว่า ขมิ้นชัน ช่วยลดการอักเสบของไต ลดระดับโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ลดอาการคันในผู้ป่วยฟอกไต โดยขนาดที่ใช้ส่วนใหญ่ให้ผงขมิ้นชัน 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 2-3 เดือน ซึ่งให้สารเคอร์คูมิน มีตั้งแต่ 60-1500 มิลลิกรัมต่อวัน
#กล้วยป่า : ยังไม่มีงานวิจัยชัดเจน แต่พบเคสผู้ป่วยหญิงชาวเชียงราย ที่ทางทีมอภัยภูเบศรเก็บข้อมูล พบว่า ใช้แล้วทำให้ไตทำงานดีขึ้น
▪️วิธีและปริมาณในการใช้
ใช้ใบกล้วยสดตัดส่วนยอดทิ้ง ต้มเจือจาง ครึ่งใบเต็ม ต่อน้ำ 2.5 ลิตร กลบกลิ่นเหม็นเขียวด้วยการใช้ใบเตยต้มผสมลงไปด้วย ดื่มต่างน้ำ ที่เหลือกรอกเก็บไว้กินภายหลัง
🚫ข้อควรระวัง
- ผู้ที่ต้องจำกัดน้ำ ต้องปรับปริมาณการดื่มให้เหมาะสม
#หญ้าหนวดแมว : มีโพแทสเซียมสูง และมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ได้แก่ สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่สามารถยับยั้งการเพิ่มขนาดของผลึกแคลเซียมออกซาเลตในก้อนนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ สาร Orthosiphonin glucoside และน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ใช้บำบัดโรคเกี่ยวกับไต โรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะได้ ในทางการแพทย์แผนไทย หญ้าหนวดแมว ช่วยรักษาโรคปวดข้อ ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการไอ ช่วยรักษาโรคไต รักษาสภาพความเป็นกรดด่างในไตให้สมดุล ช่วยขยายหลอดไตให้กว้าง ช่วยเพิ่มการขับสารพิษออกจากไตให้มีประสิทธิภาพ ช่วยขับปัสสาวะ รักษา และป้องกันโรคนิ่วได้
▪️วิธีและปริมาณในการใช้
ให้นำใบและกิ่งแห้ง 4 กรัม มาชงด้วยน้ำร้อน 750 มิลลิลิตร ดื่มต่างน้ำ หรือใช้ใบและก้านสด 90-120 กรัม (แห้ง 40-50 กรัม) ต้มกับน้ำ ดื่มน้ำต้มที่ได้ครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
🚫ข้อควรระวัง
- ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีการทำงานของหัวใจบกพร่อง
- ควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณโพแทสเซียม
- ระวังในการใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทาน หรือร่วมกับการฉีดอินซูนเพราะอาจทำให้เสริมฤทธิ์ของยา
- ผู้ป่วยโรคไตในระยะที่การทำงานของไตเสียหายรุนแรง ที่มีการรักษาด้วยการล้างไต หรือฟอกเลือดอยู่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
#เถาวัลย์เหล็ก หรือรางแดง ทางคลินิกแผนไทยร้านยาโพธิ์เงินโอสถ อภัยภูเบศร มีการจ่ายในผู้ป่วยไตเสื่อมที่ยังไม่ฟอกไต พบว่า ผู้ป่วยบางราย มีการทำงานของไตดีขึ้น แต่บางรายก็คงที่
ตัวอย่าง เช่น ผู้ป่วยชายไทยอายุ 51 ปี มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไตเสื่อม (ตรวจพบไตเสื่อมระยะที่ 3 ค่า eGFR 54) มีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย อาการอื่นๆ ปกติดี
เข้ารับการรักษาที่ร้านยาไทยโพธิ์เงินเพื่อหาสมุนไพรช่วยบำรุงไต แพทย์แผนไทยจ่ายสมุนไพรเถาวัลย์เหล็ก โดยเป็นยาต้ม รับประทาน เช้า กลางวัน เย็น ผ่านไป 3 เดือน ค่า eGFR เพิ่มขึ้นเป็น 66 ปัสสาวะกลางคืนลดลง จึงรับประทานต่ออย่าต่อเนื่องอีก 1 ปี ค่า eGFR เพิ่มขึ้นเป็น 81 มี่อาการอ่อนเพลีย มีแรงกำลังดีขึ้น จากประสบการณ์หมอพื้นบ้านกล่าวไว้ว่าเถาวัลย์เหล็ก หรือรางแดง จัดเป็นสมุนไพรแก้เมื่อย แก้กษัยไตพิการได้ดีชนิดหนึ่ง
#กระเจี๊ยบแดง สารประกอบในกระเจี๊ยบแดง มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ทำให้ปัสสาวะมีความเป็นกรด ช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ และตามสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทย กระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว ช่วยแก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในสำไส้ ลดไขมันในเลือด บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ
▪️วิธีและปริมาณในการใช้
นำกลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
🚫ข้อควรระวัง
- อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดมวนท้องได้
- ผู้ป่วยโรคไตในระยะที่การทำงานของไตเสียหายรุนแรง ที่มีการรักษาด้วยการล้างไต หรือฟอกเลือดอยู่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
#บัวบก ใบบัวบกนับว่ามีประโยชน์โดยตรงสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต เพราะมีสารสำคัญหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบโลหิตโดยตรง เช่น ไตรเตอพีนอยด์ (อะซิเอติโคไซ) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดความดันโลหิตสูง และป้องกันเส้นเลือดฝอยแตกได้เป็นอย่างดี
น้ำใบบัวบกจึงมีสรรพคุณในการช่วยชะลอการเสื่อมของไต ในผู้ป่วยโรคไตได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ดื่มน้ำใบบัวบก นอกจากจะไม่เครียดแล้วยังช่วยขยายหลอดเลือดทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเส้นเลือดฝอยเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสามารถจับออกซิเจนอิสระได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เลือดสะอาด เป็นการฟอกเลือดไปในตัว
🚫ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้บัวบกในคนที่แพ้สมุนไพรวงศ์นี้
- ระวังการใช้ในสตรีมีครรภ์
- ไม่ควรใช้ในขนาดสูง
- การใช้บัวบกในขนาดสูงอาจเสริมฤทธิ์ยานอนหลับ
- บัวบกมีฤทธิ์ต้านการเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด (antithrombotic effect) ดังนั้น จึงควรระมัดระวังในการใช้ร่วมกับยากลุ่มดังกล่าว และยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (antiplatelet drug) เช่น aspirin เพราะอาจเสริมฤทธิ์ยาได้
#ขิง เป็นสมุนไพรที่ใช้กันแพร่หลาย รู้จักกันดีถึงสรรพคุณในการกำจัดพิษไข้ และดื่มเพื่อบำรุงกษัย น้ำขิงร้อนๆ ใช้เป็นยากระจายเลือด ขับเลือดเสียได้อย่างดี ขิง ที่มีสรรพคุณทางยามากต้องเป็นขิงที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป หรือขิงแก่ จะมีฤทธิ์ทางยาดีกว่าขิงอ่อนๆ พื้นบ้านใช้ดื่มเพื่อบำรุงไต เป็นชา เครื่องดื่มสุขภาพ โดยฝานบางๆ แช่น้ำร้อนดื่ม เนื่องจาก “ขิง” มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบภายใน เพิ่มการไหลเวียนเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาวมากินเชื้อโรคได้ และยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดทำได้ดีขึ้น เป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ ช่วยขับปัสสาวะที่คั่งค้างอยู่ภายใน กำจัดพิษที่ตกค้างได้
🚫ข้อควรระวัง
- ระวังการใช้ขิงในผู้ที่กินยาวาร์ฟาริน และผู้ที่มีอาการไข้ ร้อนใน เนื่องจากเป็นยาร้อน
สมุนไพรที่กล่าวมาข้างต้น เรามักแนะนำใช้ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ที่ยังไม่ฟอกไต แต่ตามหลักการใช้สมุนไพรให้ปลอดภัย มักให้หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ 3 หรือมีค่าการกรองของไตต่ำกว่า 60
🩺 การดูแลไตด้วยตนเอง
1. ควบคุมโรคประจำตัว
- ความดันโลหิต: ควรควบคุมให้น้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท อย่างเคร่งครัด
- เบาหวาน: คุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์
- พบแพทย์สม่ำเสมอ และกินยาตามที่แพทย์สั่ง
2. ปรับพฤติกรรมการกิน
- กินจืด: ลดการใช้เครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส
- จำกัดเกลือ (โซเดียม) ไม่เกิน 2,000 มก./วัน (โซเดียมคลอไรด์ไม่เกิน 3 กรัม/วัน) เทียบเท่ากับ น้ำปลา/ซีอิ๊วขาวไม่เกิน 3 ช้อนชา/วัน
- เลือกอาหาร: เน้นผักผลไม้ (แต่บางชนิดที่มีโพแทสเซียมสูงต้องระวังในไตเสื่อมระยะท้าย เช่น กล้วย ส้ม มะเขือเทศ) เลี่ยงอาหารรสเค็มจัด หวานจัด มันจัดลดอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
3. การดูแลทั่วไป
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (เช่น เดินเร็ว 30 นาที วันละ 5 วัน)
- พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
- เลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ibuprofen, diclofenac) เพราะทำลายไต
- ดื่มน้ำในปริมาณที่แพทย์แนะนำ (ไม่ดื่มมากหรือน้อยเกินไป)
- งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
🔖เรื่องโดย พท.ป. พิชญ์นภา อินแตง
#สมุนไพรน่ารู้ #โรคไต #สมุนไพรดูแลไต #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร