พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม

พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา วิถีชีวิต ชาวเมืองมหาสารคาม

พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามศูนย์รวมเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน จังหวัดมหาสารคาม เป็นหน่วยงานในสังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองมหาสารคาม โดยเริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ .2543 ในสมัยที่นางสิริเลิศ เมฆไพบูลย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และนายสุรจิตร ยนต์ตระกูลเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนกระจายการผลิตและการจ้างงานไปสู่ส่วนภูมิภาค สำหรับการก่อสร้างอาคารจำน

วน 8,434,000 บาท เมื่อก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามฯ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2545 เทศบาลเมืองมหาสารคามจึงได้จัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ .2546 จำนวน 2,000,000 บาท เพื่อศึกษาเนื้อหา ออกแบบ และจัดแสดง นิทรรศการภายใน

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >>  #วัดบูรพาราม ตั้งอยู่เลขที่ 2215 บ้านส่องใต้ ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัด...
09/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดบูรพาราม ตั้งอยู่เลขที่ 2215 บ้านส่องใต้ ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2464 เดิมที่ชาวบ้านได้อพยพจากบ้านหนองบัว จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีผู้นำคือ นายวัง สงคราม นายหลวงวัง และนายเมืองใต้ มาตั้งบ้านเรือนที่บ้านแมดบริเวณด้านใต้ห้วยคะคาง และพร้อมใจกันสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน ต่อมาได้เกิดอุทกภัยจึงอพยพบ้านเรือนมาตั้งด้านทิศใต้บ้านแมดตั้งชื่อบ้านว่า บ้านเหล่าหนาด เพราะมีต้นหนาดเป็นจำนวนมาก แต่เพราะขาดแคลนน้ำจึงได้ย้ายบ้านเรือนมาตั้งที่บ้านส่องในปัจจุบัน และได้ตั้งสำนักสงฆ์ด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้านอีกทั้งได้นิมนต์พระหลวงตาเมืองใต้มาช่วยในการสร้างวัดและตั้งชื่อว่า วัดส่องใต้ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดบูรพาพิมุข จนกระทั้งปี พ.ศ. 2504 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดบูรพาราม ชาวบ้านเรียกว่า วัดส่องใต้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2513

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >>  #วัดป่าโนนแท่น. ถ.แจ้งสนิท ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม 44000. หลวงเตี่ยสุรเสี...
03/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดป่าโนนแท่น. ถ.แจ้งสนิท ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม 44000. หลวงเตี่ยสุรเสียงจำพรรษาอยู่วัดหินหมากเป้ง ได้พยายามมุมานะศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรมจนแตกฉานสอบได้นักธรรมเอก พ.ศ.2531 ด้วยเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจึงทำให้เริ่มมีชื่อเสียงเลื่องลือ แม้พรรษาจะยังน้อยก็ตาม
>> ต่อมาพระราชวินยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธ.) ได้ขอตัวหลวงเตี่ยสุรเสียงจากหลวงปู่เทสก์ มาสร้างวัดป่าโนนแท่น ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม
>> หลวงเตี่ยสุรเสียงได้พยายามทุ่มเทพลังกายพลังใจพัฒนาวัดป่าโนนแท่นจนเจริญรุ่งเรืองในเวลาอันรวดเร็ว ปรับปรุงภายในบริเวณวัดให้มีแต่ความร่มรื่นสวยงาม จนกลายเป็นลานธรรม หลังจากพัฒนาวัดป่าโนนแท่นจนเจริญรุ่งเรืองแล้ว หลวงเตี่ยได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่วัดโพธิชัยวราราม อยู่ริมแก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพื่อให้เหมาะสมกับการเจริญภาวนา เช่น จัดหาพระพุทธรูปปางต่างๆ มาประดิษฐานไว้ตามมุมต่างๆ ในวัด ให้พุทธศาสนิกชนที่มาปฏิบัติธรรมได้สักการบูชา

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดนาควิชัยที่ตั้ง เลขที่ ๑๒๒๐ ถนนนาควิชัย ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสาร...
03/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดนาควิชัย
ที่ตั้ง เลขที่ ๑๒๒๐ ถนนนาควิชัย ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม สังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย
สถานะ วัดราษฎร์
พื้นที่ ๙ ไร่
ประวัติ
>>ชุมชนนาควิชัยเริ่มจากผู้คนที่มีที่ทำกินแถบบริเวณดังกล่าวได้ค่อยทยอยกันออกมาตั้งบ้านเรือนเฝ้าที่นาบ้าง ขยับขยายย้ายที่อยู่อาศัยบ้าง จนภายหลังชาวบ้านที่จับจองที่ดินแถบนั้นไว้จึงได้บริจาคที่ดินให้ใช้เป็นที่ตั้งวัดขึ้น เมื่อประมาณช่วงทศวรรษ 2450-60 เรียกว่า วัดทุ่ง ทั้งนี้เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางเรือกสวนไร่นา
วัดทุ่งเป็นสถานที่ซึ่งบรรดาผู้เดินทางไกลไปมานิยมพักค้างแรม โดยเฉพาะบรรดานักแสวงโชคเนื่องจาก ด้วยความเชื่อว่า หลวงพ่อไทรงาม หรือ หลวงพ่อแดง เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์นัก
>>เมื่อตั้งวัดระยะแรกนั้นหลวงอภิสิทธิ์สารคาม อดีตนายอำเภอเมืองมหาสารคามคนแรกได้เป็นแกนนำสร้างพระอุโบสถให้ รวมทั้งชื่อวัดใหม่ว่า วัดนาควิชัย อย่างไรก็ตามในช่วงแรกๆนั้นบริเวณที่ตั้งชุมชนรวมทั้งวัดยังไม่มีผู้คนเข้ามาใช้และอาศัยมากนักผู้คนส่วนใหญ่เพียงเข้ามาตักน้ำจากบ่อน้ำดื่มหรือ ซ่างหนองหัวช้าง ( ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นตลาดชั่วคราวตรงข้ามวัดนาควิชัย ) เท่านั้น เล่ากันว่าเป็นบ่อน้ำดื่มอร่อยจึงเป็นสถานที่สำคัญของชุมชนใกล้เคียงภายหลังจึงค่อยย้ายเข้ามาอยู่อาศัยหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตั้งแต่มีการเปิดพื้นที่ด้านใต้ชุมชนด้วยการขุดคลองสมถวิลเมื่อปี พ.ศ. 2477 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๓
ชื่อเจ้าอาวาส พระครูวิชัยบุญพิสิทธิ์
จำนวนพระสงฆ์ 11 รูป

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดธัญญาวาส เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก...
03/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดธัญญาวาส เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองติดกับศาลหลักเมือง เล่าว่าเมื่อประมาณ พ.ศ.2380 ปู่กวนตาแสง รัตนแสง ( ต้นตระกูล รัตนแสง) ได้อพยพผู้คนจากเมืองสุวรรณภูมิหลายครอบครัวเดินทางมาตั้งบ้านเรือนที่บ้านสงเปือย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลดอนหว่าน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ( ขณะนี้เป็นบ้านร้างอยู่ริมหนองหล่ม ) โดยปู่กวนได้รับตำแหน่งแต่งตั้งเป็นตาแสง ( เทียบเท่ากับกำนันในปัจจุบัน )
ภายหลังเห็นว่าบ้านสงเปือยห่างจากแหล่งน้ำ ทำมาหากินลำบากจึงอพยพมาปลูกข้าวไร่อยู่ใกล้กับดอนหลักเมืองมหาสารคาม ซึ่งห่างจากเมืองเพียง 2 กิโลเมตร ปู่กวนตาแสง รัตนแสง อาศัยดอนนี้ทำไร่ข้าว ภายหลังชาวบ้านเรียกดอนไร่ข้าวนี้ว่า บ้านข้าวฮ้าว โดยมีพี่น้องลูกหลานย้ายมาจากบ้านสงเปือยเข้ามาอยู่ร่วมกัน หลังจากได้ตั้งบ้านแล้ว ก็เห็นว่าสมควร มีวัดไว้ประกอบศาสนกิจ ปู่กวนตาแสง รัตนแสง ได้อุทิศไร่ข้าวของตนเป็นที่ตั้งวัดและได้ชื่อว่า วัดดอนเมือง เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ศาลหลักเมือง อีกทั้งยังได้นิมนต์พระสงฆ์ซึ่งเป็นบุตรชายของปู่กวนตาแสงจากวัดบ้านสงเปือยมาเป็นเจ้าอาวาส และได้ทำการสอนพระปริยัติธรรมมีพระภิกษุ-สามเณรเข้ามาเรียนในวัดแห่งนี้จำนวนมาก
ครั้นในปี พ.ศ. 2385 ได้ทำการย้ายวัดดอนเมืองให้เข้ามาใกล้กับวัดข้าวฮ้าวมากขึ้นเพื่อความสะดวกในการเดินทางติดต่อระหว่างวัดและชาวบ้าน เพราะเวลานั้นบริเวณดอนเมืองหรือศาลหลักเมืองยังเป็นป่ารก มีสัตว์ป่าชุกชุม จึงได้ตั้งวัดขึ้นอยู่ติดกับเรือนของปู่กวนตาแสง รัตนแสง ( ที่ตั้งวัดในปัจจุบัน ) และได้ขนานนามวัดใหม่ว่า วัดข้าวฮ้าว
ภายหลังในปี พ.ศ. 2482 คณะสงฆ์และกรรมการเห็นพ้องเปลี่ยนชื่อวัดให้เหมาะสมตามยุคสมัยและสอดคล้องกับชื่อเดิม ซึ่งเรียกว่าวัดข้าวฮ้าวมาเป็น วัดธัญญาวาส เพราะธัญญาหรือธัญ หมายถึงข้างเปลือก ส่วนคำว่า วาส มาเติมภายหลังในสมัยที่พระครูวรญาณประยุติ ( บุญมา ) เป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี พ.ศ. 2504 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2496

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >>  #วัดท่าเสมา ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านแมด ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม สั...
02/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดท่าเสมา ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านแมด ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายวัดท่าเสมา ตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๑ ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านแมด โดยมีหลวงพ่อคำใต้ มาจากเวียงจันทร์ มาอยู่ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาได้อพยพมาพร้อมกับชาวบ้านประมาณ ๓๐ คน มาตั้งอยู่ใกล้กับลำห้วยคะคาง บริเวณนี้มีต้นคอแมดต้นใหญ่ จึงเรียกชื่อว่า บ้านแมด และได้สร้างวัดพร้อมกันไปด้วยและเรียกชื่อว่า “วัดบ้านแมด” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ พระอธิการหนูอารย์ ได้ขอเปลี่ยนชื่อวัดเป็น วัดท่าเสมา เนื่องจากท่าน้ำ ซึ่งอยู่ต่อไปจาดวัด และท่าน้ำแห่งนี้เคยมี สิม (อุโบสถ) ยื่นไปในลำห้วย แต่ได้ผุพังไปนานแล้ว ชาวบ้านเรียกท่าน้ำแห่งนี้ว่า “ท่าสิม” จึงนำชื่อท่าน้ำมาตั้งเป็นชื่อวัดว่า “วัดท่าเสมา” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๑

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดเครือวัลย์สุทธาวาส แต่เดิมชื่อว่าวัด เครือวัลย์บ้านค้อ ตามชื่อของหมู่บ้าน ที่มีต้น...
01/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดเครือวัลย์สุทธาวาส แต่เดิมชื่อว่าวัด เครือวัลย์บ้านค้อ ตามชื่อของหมู่บ้าน ที่มีต้นตะคร้อและตาภูมิศาสตร์ซึ่งบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเถาวัลย์ สันนิฐานว่า วัดนี้ก่อตั้งขึ้นหลังจากตั้งชุมชนเพียงเล็กน้อย เพราะวัดบ้านค้อแห่งนี้ได้มีประวัติร่วมสมัยกับหมู่บ้านมาตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อสร้างวัด แล้วพ่อใหญ่กั้งก็ตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุประจำวัด ชาวบ้านเรียกท่านว่า หลวงปู่กั้ง
>> แต่ประวัติซึ่งทางวัดยึดถือและเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยได้ข้อมูลมาจากการสัมภาษณ์แม่พิมพ์ ( ภวภูตานนท์ ) โปราณานนท์ กล่าวว่า วัดเครือวัลย์สร้างในสมัยพระเจริญราชเดช ( ฮึง ) เจ้าเมืองมหาสารคามคนที่ 2 ตอนนั้นบ้านค้อเป็นบ้านเล็กๆ อุโบสถจึงมีขนาดเล็ก สร้างมาประมาณ 100 ปี ก็ทรุดโทรมและก็พังไปตามกาลเวลา พระสมุห์คำ อหิงสโก เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ให้พระครูธรรมธรสัมฤทธิ์ วัดพิชัยญาติการาม กรุงเทพฯ กับชาวบ้านดำเนินการสร้างอุโบสถใหม่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2533
>> สภาพของโบสถ์เก่าก่อนจะมีการสร้างใหม่ให้เห็นในปัจจุบันนั้น เท่าที่มีผู้จดจำได้ขณะนั้นตัวโบสถ์ก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่โบกปูน ซึ่งทำแบบชาวบ้านคือ ผสมแกลบ ดินเหนียวและปูนขาว ตัวโบสถ์มีขนาดเล็ก หลังคาระยะแรกมุงด้วยหญ้า ต่อมาเปลี่ยนเป็นสังกะสี
>> เดิมวัดเครือวัลย์นี้เป็นวัดเล็กๆ ประจำหมู่บ้านไม่มีชื่อ ต่อมาจึงเริ่มเรียกวัดบ้านค้อตามชื่อหมู่บ้านและในปี พ.ศ.2501พระครูธรรมธรสัมฤทธิ์ ได้ดำเนินการขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการที่ชื่อว่า วัดเครือวัลย์ และเมื่อหมู่บ้านค้อได้มาขึ้นกับเทศบาลในปี พ.ศ. 2525 ได้เปลี่ยนเป็นวัดเครือวัลย์สุทธาวาส และหมู่บ้านค้อได้เปลี่ยนเป็นคุ้มเครือวัลย์
>> ปัจจุบันวัดเครือวัลย์สุทธาวาส ประกอบด้วยกุฏิ 1 หลัง ศาลาการเปรียญสร้างใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ 1 หลัง ศาลาการเปรียญหลังเก่า ตั้งอยู่บริเวณศาลหลวงปู่กั้งในปัจจุบัน แต่ถูกไฟไหม้ ในวันที่ 29 เมษายน 2523 ขณะยังไม่ได้สร้างศาลาหลังใหม่ได้ใช้กุฏิซึ่งชั้นล่างมีลักษณะเป็นห้องโล่ง แทนศาลาการเปรียญ โบสถ์ 1 หลัง ซึ่งเป็นหลังใหม่ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2533 เมรุ 1 หลัง สร้างในปี พ.ศ. 2538 ( ก่อนหน้านี้วางเผากลางแจ้ง ) หอระฆัง 1 หลัง สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2534
>> และศาลหลวงปู่กั้งซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวบ้านเคารพนับถือ บางคนนับถือท่านเป็นปู่ตาด้วยโดยจะทำการบูชาท่านในวันใดก็ได้ภายในเดือน 7 ( เดือนมิถุนายน ) และเนื่องจากท่านเป็นพระของที่นำมาจึงมักเป็นพวกผมไม้ ของหวาน ขันหมากพลู เป็นต้น ศาลหลวงปู่กั้งนี้เดิมอยู่เยื้องจากที่ปัจจุบันนิดหน่อย เริ่มแรกเป็นเสาไม้แก่นธรรมดา ปักอยู่ใต้ซุ้มคัดเค้า ปัจจุบันปลูกสร้างเป็นมณฑปค่อนข้างกว้างใหญ่ ก่อด้วยปูนประดับประดาสวยงาม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดโพธิ์ศรี เนื่องจากวัดโพธิ์ศรีเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดสี่กั๊กผู้คนที่มาค้าขายได้อ...
01/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >> #วัดโพธิ์ศรี เนื่องจากวัดโพธิ์ศรีเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดสี่กั๊กผู้คนที่มาค้าขายได้อาศัยเป็นที่พักแรม ดังนั้นวัดโพธิ์ศรีจึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดท่าแขก วัดโพธิ์ศรีตั้งเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2434 โดยพระเจริญราชเดช ( ฮึง ) เจ้าเมืองคนที่ 2 ได้เป็นแกนนำสร้างขึ้นแต่เดิมมีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่บริเวณก่อสร้างวัดจึงเรียกว่า วัดโพธิ์ ในระยะแรกมีคนมาบวช 16 คน แต่ยังไม่ได้สร้างพระประธานในโบสถ์ เนื่องจากปรากฏว่าได้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนผู้คนคุ้มหนองกระทุ่ม จึงเป็นเหตุทำให้ไฟลุกลามมาไหม้โบสถ์ที่สร้างขึ้นมา และนิมนต์ญาคูสาจากเมืองร้อยเอ็ดมาช่วยสร้างพระประธานให้ ครั้นเมื่อแล้วเสร็จจึงได้มีการสมโภชเฉลิมแลองกันยิ่งใหญ่ทั้งโคมลอย ดอกไม้ไฟ ตะไลกันครึกครื้น

>>ในส่วนของวัดโพธิ์ศรีนั้นนอกจะใช้เป็นสถานที่ทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่ประกอบ พิธีถือน้ำพิพัฒสัตยา ของเจ้าเมืองและกรมการเมืองด้วย รวมทั้งในอดีต พระเจริญราชเดช ( อุ่น ) ได้จัดให้ศาลาการเปรียญของวัดเป็นที่สอนหนังสือแก่เด็กของเมืองมหาสารคามด้วย ( ภายหลังได้แยกออกไปเป็นโรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี โรงเรียนหลักเมือง และโรงเรียนสารคามพิทยาคมในเวลาต่อมา ) โดยในระยะแรกเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2449 ใช้เป็นที่สอนเด็กในระดับประถมศึกษาโดยมีนายบุญมา จันคามิ เป็นครูใหญ่

 #วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >>>  #วัดมหาชัย เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 779 ถนนศรีราชวงศ์ ตำบลต...
01/06/2016

#วัดในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม >>> #วัดมหาชัย เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 779 ถนนศรีราชวงศ์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดมหาชัย พระอารามหลวง ตั้งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2408 โดยท้าวมหาไชย์ (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) ผู้สร้างเมืองมหาสารคามและเป็นเจ้าเมืองคนแรก

ได้จัดสร้างวัดขึ้นเรียกว่า วัดเหนือ โดยพื้นที่ของวัดนั้นกว้างยาวเหมือนชายธง ครั้นหลายปี ต่อมามีผู้คนเข้ามาอาศัยหนาแน่นในบริเวณวัดทางทิศตะวันตกและทิศใต้ จึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านที่เข้ามาอาศัยเริ่มจับจองเป็นของตัวเอง ดังนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2466 นายทองม้วน อัตถากร จึงได้บริจาคเงินซื้อที่ดินจากชาวบ้านที่จับจอง 6 ครอบครัวซึ่งอยู่ในอาณาเขตวัดแล้วถวายคืนให้แก่วัดเป็นจำนวนเงิน 40 บาท จึงทำให้วัดมีเนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 82 วา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท้าวมหาไชย์ เป็นบุตรของอุปฮาดสิงห์ เมืองร้อยเอ็ดซึ่งสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์เวียงจันทร์ ได้รับแต่งตั้งจากพระขัติยวงศา ได้กราบบังคมทูนหัวรัชการที่ 4 ขอพระราชทานบ้านลาดกุดยางใย (ปัจจุบันเรียกบ้านกุดนางใย) ออกจากเมืองร้อยเอ็ดแล้วตั้งเป็นเมืองใหม่ เมื่อปีฉลู จ.ศ.1227 ตรงกับวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2408 พร้อมพระราชทานยศท้าวมหาไชย์ เป็น พระเจริญราชเดช วรเชษฐมหาขัติยพงศ์ฯ พร้อมตั้งกรมการเมืองท้าวเพียต่างๆ เช่น ท้าวเพียเมืองแสน (กิจการฝ่ายทหาร) ท้าวเพียเมืองจันทร์ (ฝ่ายพลเรือน) ท้าวเพียมหาชานนท์ ท้าวเพียมหาชาเนตร์ เป็นต้น พลเมืองมหาสารคามดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นชาวนครจำปาศักดิ์ ซึ่งได้มาตั้งรกรากเมื่อราว พ.ศ.2318 นอกจากนี้มีชาวเมืองศรีสัตนาคณหุต (เวียงจันทร์ล้านช้าง) ซึ่งได้ตั้งรกรากอยู่ก่อนแล้ว กรมการเมืองเท้าเพียเมืองมหาสารคามเห็นชอบในการช่วยกันสร้างวัดประจำเมืองมหาสารคาม

เมื่อท้าวมหาไชย์ได้เริ่มวางแผนผังเมืองขึ้นจึงไว้วางแผนผังผังสร้างวัดขึ้นในย่านใจกลางเมืองด้วย โดยบริเวณเนินเมือง ที่ดินตั้งวัดจึงเป็นโคกเนินสูง มีบริเวณกว้างยาวคล้ายชายธง ในระยะแรกมีเพียงกฏิสงฆ์ 1 หลัง ศาลาการเปรียญ 1 หลัง อุโบสถ 1 หลัง และหอฉัน 1 หลัง โดยชาวมหาสารคาม เรียกว่า วัดเหนือ เพราะสถานที่ตั้งอยู่ทางเหนือน้ำ ท้าวมหาไชย์ได้นิมนต์พระญาครูสุวรรณดีศีลสังวรมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกและได้เถราพิเษกฮดสรงให้เป็นหลักคำ ชาวเมืองเรียกท่านว่า “ญาครูหลวงหลักคำ” เรียกสั้นๆ ว่า “ญาครูหลักคำ” พระญาครูสุวรรณดีศีลสังวรมีความมั่นคงในธรรมวินัย มีความรู้แตกฉานในบาลีอัฏฐกถามาก ต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะเมือง

ต่อมา พ.ศ.2482 ได้เปลี่ยนชื่อวัดจากวัดเหนือมาเป็น “วัดมหาชัยมหาสารคาม” เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ และเปลี่ยนตามนามของผู้สร้างวัดคือ พระเจริญราชเดช (ท้าวมหาไชย์ กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) ซึ่งมีท้ายบรรดาศักดิ์ว่า “วรเชษฐมหาไชยขัติยะพงศ์” ส่วนพื้นที่บริเวณตั้งวัดเดิมมีกว้างขวางพอสมควรแต่ภายหลังมีราษฎรจากหัวเมืองต่างๆ ย้ายมาตั้งบ้านเรือนบริเวณวัดมากขึ้น ในปี พ.ศ.2466 นายทองม้วน อัตถากร ได้ซื้อที่ดินถวายวัดเพิ่มเติม วัดมหาชัยเป็นวัดคู่เมืองมหาสารคามในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชทางราชการได้กระทำพิธีถือ น้ำพิพัฒน์สัตยาที่วัดนี้ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมโบราณวัตถุที่สำคัญของภาคอีสานเปิดให้บริการแก่ผู้สนใจทั่วไปได้เข้าชม

#วัดมหาชัย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2473 ซึ่งเดิมได้ผูกพัทธสีมาในปีที่ตั้งวัด โดยเจ้าเมืองสามารถกำหนดเขตพันธสีมาเองไม่ต้องขอพระบรมราชานุญาติเหมือนในปัจจุบัน ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นมา

 #ภาพเก่าเล่าเรื่อง >>เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๐ นายฮวด ทองโรจน์ ได้ย้ายศูนย์การค้ามาอยู่ใกล้กับสโมสรเสือป่า คือตลาดส...
10/05/2016

#ภาพเก่าเล่าเรื่อง >>เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๐ นายฮวด ทองโรจน์ ได้ย้ายศูนย์การค้ามาอยู่ใกล้กับสโมสรเสือป่า คือตลาดสดเทศบาล หรือเรียกว่า "ตลาดของเรา" ต่อมาเทศบาลได้สร้างอาคารพาณิชย์ มีหลังคาโค้งชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกว่า "ตลาดตึกโค้ง"

09/05/2016
 #ภาพเก่าเล่าเรื่อง >> วิทยาลัยครูมหาสารคามได้ยกฐานะเป็น สถาบันราชภัฏมหาสารคาม ตาม พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ พ.ศ.๒๕๓๘   และต่อ...
04/05/2016

#ภาพเก่าเล่าเรื่อง >> วิทยาลัยครูมหาสารคามได้ยกฐานะเป็น สถาบันราชภัฏมหาสารคาม ตาม พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ พ.ศ.๒๕๓๘ และต่อมาได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗

ที่อยู่

สวนสารธารณะหนองข่า
Maha Sarakam
44000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์