การท่าเรือแห่งประเทศไทย

การท่าเรือแห่งประเทศไทย Port Authority of Thailand

กทท. ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 การท่า...
14/06/2026

กทท. ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยนายวิวัฒน์ อะมริต ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร พร้อมด้วยนางธนัชยา วิลัยรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี และพนักงาน กทท. เข้าร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบท ในโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งจัดโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม โดยมีพนักงาน กทท. เข้าร่วมอุปสมบท พร้อมกับข้าราชการและพนักงานจากหน่วยงานต่างๆ จำนวน 100 คน ด้วยความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ในการนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้ผู้แทนผู้ขอบรรพชาอุปสมบท เฝ้าถวายสักการะและทรงประกอบพิธีปลงผม เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ก่อนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เข้าพิธีบรรพชา ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และประกอบพิธีอุปสมบท ณ วัดเทพศิรินทราวาส และวัดบุรณศิริมาตยาราม

ทั้งนี้ จะมีการจัดพิธีตักบาตรพระใหม่ในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ก่อนพระสงฆ์ในโครงการฯ จะเดินทางไปศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ สถาบันกรรมฐานศึกษาสมเด็จพระสังฆราช จังหวัดปทุมธานี และมีกำหนดพิธีลาสิกขาในวันที่ 29 มิถุนายน 2569

ดูภาพเพิ่มเติมคคลิก : https://drive.google.com/drive/folders/1F15QXMuTx1sJ1OIYxjkFCdfmzdgD3dfD?usp=sharing

กทท. ร่วมพิธีถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายชย...
14/06/2026

กทท. ร่วมพิธีถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมพิธีถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม

ในการนี้ นายชุมศิริ ดิสถาพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายตรวจสอบ เข้าร่วมพิธีในนาม กทท. เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

“สรรเพชญ” ตรวจเยี่ยม ท่าเรือระนองสู่ประตูการค้าอันดามัน เชื่อมเอเชียใต้ - BIMSTEC กทท. โชว์ผลงานตู้สินค้าผ่านท่า 7 เดือน...
12/06/2026

“สรรเพชญ” ตรวจเยี่ยม ท่าเรือระนองสู่ประตูการค้าอันดามัน เชื่อมเอเชียใต้ - BIMSTEC กทท. โชว์ผลงานตู้สินค้าผ่านท่า 7 เดือน พุ่งกว่า 55% เร่งเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน-บริการ

วันนี้ (12 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ณ ท่าเรือระนอง จังหวัดระนอง โดยมีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายสีหราช สรรพกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ฯลฯ ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานและแผนพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าฝั่งทะเลอันดามัน รองรับการขนส่งสินค้าไปยังประเทศในเอเชียใต้ กลุ่มประเทศ BIMSTEC และเส้นทางการค้าหลักในมหาสมุทรอินเดีย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ท่าเรือระนองเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC และภูมิภาคเอเชียใต้ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งท่าเรือระนองมีศักยภาพสูง ทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ จึงต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถให้รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมบูรณาการกับโครงข่ายคมนาคมอื่น ๆ เพื่อให้การขนส่งมีความต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างแท้จริง

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า “ท่าเรือระนองมีจุดแข็งจากทำเลที่ตั้งบนฝั่งทะเลอันดามัน สามารถเชื่อมการขนส่งจากอ่าวไทย ภาคใต้ตอนบน และพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศไปยังเส้นทางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดียได้โดยตรง กทท. จึงเดินหน้าพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และความร่วมมือกับท่าเรือคู่ค้า เพื่อให้ท่าเรือระนองเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ประกอบการ ลดระยะทางบางเส้นทาง เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้กับประเทศ”

ท่าเรือระนอง ปัจจุบันมีท่าเทียบเรือหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ความยาว 134 เมตร รองรับเรือสินค้าไม่เกิน 500 ตันกรอส และท่าเทียบเรือตู้สินค้า ความยาว 150 เมตร รองรับเรือสินค้า 8,000 ตันกรอส หรือไม่เกิน 12,000 เดดเวทตัน พร้อมร่องน้ำการเดินเรือลึก 8 เมตร กว้าง 120 เมตร ระยะทาง 28 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่รองรับการให้บริการทั้งโรงพักสินค้า ลานวางตู้สินค้า พื้นที่จอดรถบรรทุก และพื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น รถเครนเคลื่อนที่ (Mobile Harbour Crane) รถหัวลาก รถยก และจุดให้บริการตู้ควบคุมอุณหภูมิ ฯลฯ

ด้านผลการดำเนินงานของท่าเรือระนองในรอบ 7 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568–เมษายน 2569 เติบโตในทุกมิติเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงทิศทางการใช้บริการท่าเรือระนองที่ขยายตัวมากขึ้น โดยมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ทีอียู (+55.56%) มีสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 106,000 ตัน (+7.07%) และเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 217 เที่ยว (+38.22%) นอกจากนี้ กทท. ยังผลักดันความร่วมมือด้านการตลาดภายใต้กรอบ MOU กับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโอกาสทางการค้า เปิดเส้นทางขนส่งใหม่ และเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมโยงตลาดฝั่งอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กทท. มีแนวทางพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนองอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพเครื่องมือทุ่นแรง เพื่อยกระดับความพร้อมด้านบริการ ความปลอดภัย และการรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เพื่อผลักดันท่าเรือระนองสู่การเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าและโลจิสติกส์ไทยบนฝั่งทะเลอันดามันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ในการหารือครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดระนอง โดยเฉพาะการยกระดับโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยในที่ประชุมฯ ได้ร่วมสะท้อนข้อเสนอ และความต้องการของพื้นที่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม ในการผลักดันโครงการสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การขยายทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) เป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย การก่อสร้างถนนสายใหม่ช่วง “กะเปอร์–บ้านนา” เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางปากหมาก–ไชยา เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี การขยายถนนสาย ทช.4010 เป็น 4 ช่องจราจร การศึกษาความเป็นไปได้ของเส้นทางรถไฟเชื่อมตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง ไปยังท่าเรือระนอง การพัฒนาท่าเรือมารีน่าชุมชนบ้านเขานางหงส์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง การขอใช้พื้นที่จากจังหวัดระนอง ในการทำลานพักตู้สินค้าโดยการท่าเรือระนอง เพื่อลดการแออัดของตู้สินค้า ตลอดจนการศึกษาโครงการถนนวงแหวนรอบนอกเมืองระนอง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดในระยะยาว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม พร้อมรับข้อเสนอของจังหวัด และภาคเอกชน ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันโครงการที่มีความพร้อมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยยืนยันว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในจังหวัดระนองจะต้องสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับจังหวัดระนองสู่การเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญฝั่งทะเลอันดามันของประเทศต่อไป

ขอน้อมถวายความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพั...
12/06/2026

ขอน้อมถวายความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย

กทท. เพิ่มสปีดขนส่งชายฝั่ง เปิดพื้นที่ LCL IMPORT เฉพาะ ณ โรงพักสินค้า 8–9 เพิ่มความคล่องตัว ลดเวลารอคอย รองรับการขนส่งเ...
08/06/2026

กทท. เพิ่มสปีดขนส่งชายฝั่ง เปิดพื้นที่ LCL IMPORT เฉพาะ ณ โรงพักสินค้า 8–9
เพิ่มความคล่องตัว ลดเวลารอคอย รองรับการขนส่งเรือชายฝั่งโตต่อเนื่อง

วันนี้ (8 มิถุนายน 2569) การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดให้บริการพื้นที่ปฏิบัติงานตู้สินค้า LCL IMPORT สำหรับเรือลำเลียงชายฝั่ง (BARGE) โดยเฉพาะ ณ โรงพักสินค้า 8 และ 9 ท่าเรือกรุงเทพ อย่างเป็นทางการ รองรับปริมาณตู้สินค้าจากเรือชายฝั่งที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตู้สินค้าที่ลำเลียงจากท่าเรือแหลมฉบังนับเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือและการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มความคล่องตัว ปลอดภัย ลดระยะเวลารอคอยของผู้ใช้บริการ และสนับสนุนการขนส่งทางลำน้ำภายในประเทศ เพื่อลดการจราจรทางบก

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงและแยกพื้นที่ปฏิบัติงานตู้สินค้า LCL IMPORT สำหรับเรือลำเลียงชายฝั่ง (BARGE) โดยเฉพาะ จากเดิมที่มีการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างเรือตู้สินค้า (Feeder) และเรือชายฝั่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน โดยพื้นที่ปรับปรุงใหม่บริเวณโรงพักสินค้า 8 และ 9 มีเนื้อที่รวมกว่า 22,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อถนนสาย 2 และอยู่ใกล้ลานวางตู้สินค้า ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการขนถ่ายและเคลื่อนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เมื่อเรือเทียบท่าและตู้สินค้ามาถึงจะสามารถเปิดตู้และบริหารจัดการสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้กระบวนการนำเข้าสินค้ามีความรวดเร็วมากขึ้น ลดระยะเวลารอคอยของผู้ใช้บริการ ลดระยะทางการวิ่งของรถหัวลากและการรื้อย้ายตู้สินค้าที่ไม่จำเป็น เพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ลดความแออัดภายในพื้นที่ท่าเรือ รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโดยรวมด้วย” รักษาการแทน ผู้อำนวยการ กทท. กล่าว

LCL IMPORT (Less than Container Load Import) คือ การนำเข้าสินค้าแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ โดยเป็นการรวบรวมสินค้าของผู้นำเข้าหลายรายไว้ภายในตู้เดียวกัน เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งและเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ตู้สินค้า เมื่อเรือเดินทางมาถึงท่าเรือ จะต้องมีการเปิดตู้ คัดแยก ตรวจสอบ จัดเก็บ และส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างเป็นระบบ จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการดำเนินงานดังกล่าว

การเปิดให้บริการพื้นที่เฉพาะสำหรับตู้สินค้า LCL IMPORT ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าทางลำน้ำผ่านท่าเรือชายฝั่ง ลดต้นทุนและระยะเวลาในการดำเนินงานของสายเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ใช้บริการ ช่วยให้การหมุนเวียนตู้สินค้าและการกระจายสินค้าเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณรถบรรทุกบนถนน สนับสนุนการขนส่งทางน้ำซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กทท. จะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ปฏิบัติงาน และระบบบริหารจัดการท่าเรือให้มีความทันสมัย มีมาตรฐาน เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ เสริมศักยภาพการขนส่งไทยและขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจร

กทท. ร่วมพิธีเปิดโครงการ “คนคมนาคมร่วมจิตอาสาบริจาคโลหิต 48,000 ซีซี” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชิน...
08/06/2026

กทท. ร่วมพิธีเปิดโครงการ “คนคมนาคมร่วมจิตอาสาบริจาคโลหิต 48,000 ซีซี” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 กระทรวงคมนาคมจัดพิธีเปิด “โครงการคนคมนาคมร่วมจิตอาสาบริจาคโลหิต 48,000 ซีซี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569” โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหาร ข้าราชการ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมพิธีฯ ณ หอประชุมราชรถสโมสร ชั้น 3 กระทรวงคมนาคม

ในการนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นำโดย นายชุมศิริ ดิสถาพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กทท. สายตรวจสอบ พร้อมด้วยพนักงาน กทท. เข้าร่วมพิธีและร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลดังกล่าว พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดจนร่วมส่งต่อความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ และสนับสนุนการจัดหาโลหิตสำรองให้เพียงพอสำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป

🎉 D-DAY วันนี้!ท่าเรือ​กรุงเทพ​พร้อมเปิดบริการ LCL IMPORT สำหรับเรือลำเลียงชายฝั่ง (BARGE) โดยเฉพาะ อย่างเป็นทางการ 📦✨📅 ...
08/06/2026

🎉 D-DAY วันนี้!
ท่าเรือ​กรุงเทพ​พร้อมเปิดบริการ LCL IMPORT สำหรับเรือลำเลียงชายฝั่ง (BARGE) โดยเฉพาะ อย่างเป็นทางการ 📦✨

📅 วันนี้ 8 มิถุนายน 2569
📍ณ โรงพักสินค้า 8–9 ท่าเรือกรุงเทพ
〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰
#การท่าเรือแห่งประเทศไทย #กทท. #ท่าเรือกรุงเทพ #ท่าเรือคลองเตย #นำเข้าส่งออก #โลจิสติกส์ไทย #คมนาคม #พลังขับเคลื่อนอนาคตไทย #ท่าเรือชั้นนำระดับโลก

🚨 อีก 1 วันเท่านั้น! ⏳นับถอยหลังการเปิดให้บริการ LCL IMPORT สำหรับเรือลำเลียงชายฝั่ง (BARGE) โดยเฉพาะ✨พร้อมยกระดับการขนส...
07/06/2026

🚨 อีก 1 วันเท่านั้น! ⏳
นับถอยหลังการเปิดให้บริการ LCL IMPORT สำหรับเรือลำเลียงชายฝั่ง (BARGE) โดยเฉพาะ✨

พร้อมยกระดับการขนส่งสินค้า สะดวก 🚛 คล่องตัว ⚡ และรวดเร็วยิ่งขึ้น!

📅 เริ่ม 8 มิถุนายน 2569
📍ณ โรงพักสินค้า 8–9 ท่าเรือกรุงเทพ

〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰〰
#การท่าเรือแห่งประเทศไทย #กทท. #ท่าเรือกรุงเทพ #ท่าเรือคลองเตย #นำเข้าส่งออก #โลจิสติกส์ไทย #คมนาคม #พลังขับเคลื่อนอนาคตไทย #ท่าเรือชั้นนำระดับโลก

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามเฟส 3 - วาง Buffer Zone แก้จราจร กทท.รายงานก่อสร้างทางทะเลคืบหน้ากว่า 95% เร่งส...
05/06/2026

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามเฟส 3 - วาง Buffer Zone แก้จราจร กทท.
รายงานก่อสร้างทางทะเลคืบหน้ากว่า 95% เร่งสรุปแนวทางส่งมอบพื้นที่ เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน รองรับโลจิสติกส์ระยะยาว ยึดประโยชน์รัฐเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหาร กทท. ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญของท่าเรือแหลมฉบัง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านโลจิสติกส์ของประเทศ

นายสรรเพชญฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามงานต่อเนื่องจากการมอบนโยบายให้ กทท. เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โดยต้องการรับฟังข้อมูลความคืบหน้า ปัญหา และอุปสรรคของท่าเรือแหลมฉบังจากผู้ปฏิบัติงานโดยตรง เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และเป็นจุดเชื่อมโยงระบบขนส่งและโลจิสติกส์ไทยสู่สากล โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งยังมีประเด็นที่ต้องเร่งพิจารณาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ กทท. เดินหน้าโครงการให้ชัดเจนในทุกประเด็น ทั้งด้านพื้นที่ เทคนิค สัญญา และการทำงานกับคู่สัญญา โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ให้รัฐเสียประโยชน์

ด้านว่าที่ร้อยตรี รัฐกรฯ ได้รายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3โดยภาพรวมงานก่อสร้างทางทะเล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มีความคืบหน้าประมาณ 95.57% ส่วนงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคมีความคืบหน้าประมาณ 19.82% และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขแบบและสัญญา ซึ่งต้องเสนอให้คณะกรรมการ กทท. พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ กทท. ได้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมแผนเร่งรัดในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อเนื่อง

สำหรับความคืบหน้าหลังการมอบนโยบายเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 คณะทำงานฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับบริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดแนวทางการส่งมอบพื้นที่โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F และระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกัน โดยบริษัท จีพีซีฯ ได้ชี้แจงข้อมูล ข้อเสนอทางเทคนิค ประมาณการด้านราคา และผลกระทบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ กทท. ได้รวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย พร้อมประสานผู้รับจ้างออกแบบเพื่อขอข้อมูลเชิงวิศวกรรมเพิ่มเติมสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาในประเด็นพื้นที่ F1 และ F2 โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านคุณภาพงานถมทะเลตามสัญญา รวมถึงเตรียมขอความเห็นทางวิชาการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาก่อนกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ กทท. อยู่ระหว่างเร่งรัดการพิจารณาเพื่อให้การส่งมอบพื้นที่ได้ข้อยุติโดยเร็วและไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินโครงการในภาพรวม โดยจะนำความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทางวิชาการจาก วสท. มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านเทคนิคและข้อเท็จจริงที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปหารือร่วมกับบริษัท จีพีซีฯ อีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง สำหรับประเด็นข้อเรียกร้องของคู่สัญญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมาย กทท. ท่าเรือแหลมฉบัง และที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย คาดว่าการเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ F1 จะอยู่ภายในปี 2574

นายสรรเพชญฯ ได้กำชับให้ กทท. บริหารโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 อย่างรอบคอบและเป็นระบบ โดยเร่งเดินหน้างานส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที ควบคู่กับการหาข้อยุติในประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เพื่อให้โครงการเดินหน้าตามเป้าหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษาประโยชน์ของรัฐ

นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายมาตรการเร่งรัดปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานท่าเรือแหลมฉบัง โดยให้ กทท. บริหารพื้นที่ Buffer Zone กว่า 127 ไร่ เป็นลานพักรถบรรทุกก่อนเข้าสู่ท่าเทียบเรือ เพื่อลดแถวคอยบนถนนสายหลัก กำชับท่าเทียบเรือคู่สัญญารักษามาตรฐานการระบายรถผ่าน Sub Gate ไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง และใช้พื้นที่ SRTO รองรับตู้สินค้าขาออก เพื่อลดความแออัดในลานเอกชน พร้อมให้คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรบูรณาการเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ กรมศุลกากร ทล. ทช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตำรวจ ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาบริหารจราจรและคิวรถอย่างเป็นระบบ

ในระยะยาวให้เร่งจัดทำ Master Plan พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับโครงสร้างอัตราค่าภาระ ลดตู้สินค้าคงค้าง เร่งรัดโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพิ่มสัดส่วนขนส่งทางรางระหว่างไอซีดีลาดกระบัง–ท่าเรือแหลมฉบังให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 และส่งเสริมการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ เพื่อลดความแออัดการจราจร ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง สนับสนุนบทบาทท่าเรือแหลมฉบังในฐานะประตูการค้าหลักของประเทศและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานกับระบบโลจิสติกส์ไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการค้า การลงทุน และการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

กทท. ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 น...
03/06/2026

กทท. ร่วมพิธีลงนามถวายพระพร
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรและทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ

ในการนี้ นางสาวผานิตตา เจริญผล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารทรัพยากรบุคคลและบรรษัทภิบาล เข้าร่วมพิธี ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ที่อยู่

444 ถนนท่าเรือ คลองเตย
Klong Toey
10110

เบอร์โทรศัพท์

+6622693000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การท่าเรือแห่งประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง การท่าเรือแห่งประเทศไทย:

แชร์