Home Bond Heroes - เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์

Home Bond Heroes - เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Home Bond Heroes - เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์, บริการสาธารณะหรือบริการภาครัฐ, 6 หมู่ 8 ตำบลบางปลาม้า, Khok Khram.

โฮมบอนด์ฮีโร่เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เพื่อพัฒนาเสริมสร้างสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 0-6 และครอบครัว ผ่านการ “เยี่ยมบ้าน” ของ อสม. ด้วย "การประเมิน กระตุ้น และ ติดตาม" ผ่านการเล่นและปฏิสัมพันธ์

จาก ‘ไอ้สัตว์หมา (อสม)’ สู่คนที่หมู่บ้านฝากใจไว้คุยกับพี่ผึ้งใหญ่-กมนพรรธน์ วงษ์พันธุ์ อสม. หมู่ 4 ตำบลบางปลาม้า อำเภอบา...
15/06/2026

จาก ‘ไอ้สัตว์หมา (อสม)’ สู่คนที่หมู่บ้านฝากใจไว้

คุยกับพี่ผึ้งใหญ่-กมนพรรธน์ วงษ์พันธุ์ อสม. หมู่ 4 ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
ครั้งหนึ่ง คำว่า ‘อสม.’ ในหมู่บ้านนี้ ไม่ได้หมายถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน แต่บทบาทกลับถูกเลือนราง จนกลายเป็นคำล้อเลียนแรง ๆ ว่า มาจาก “ไอ้สัตว์หมา”
นี่อาจไม่ใช่คำเล่น ๆ แต่เป็นคำประชดของคนทำงานที่รู้สึกว่า ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็นค่า แต่ในวันนี้คนที่เคยถูกมองแบบนั้น กลายเป็นคนที่ชุมชนเรียกหาเป็นคนแรก ทั้งเมื่อมีใครป่วย เมื่อมีเด็กที่อยากให้ช่วยดูแล และเมื่อหมู่บ้านต้องการใครสักคนที่เอาอยู่
คุณกมนพรรธน์ วงษ์พันธุ์ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ‘พี่ผึ้งใหญ่’ อสม. บางปลาม้า หมู่ 4 ที่เป็นทั้งประธานแม่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอสม. แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ เธอเคยอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่านั้นมาก ต่ำถึงขั้นที่คำว่า ‘อสม.’ เคยถูกล้อ ถูกดูถูก และถูกเรียกด้วยคำที่ยกมาข้างต้น
“ไม่ใช่เขาด่าพี่นะ แต่คนที่เป็นอสม.เองพูดประชดตัวเอง เพราะไม่มีใครเห็นค่า” พี่ผึ้งใหญ่เริ่มเล่า
"จุดเริ่มต้นที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่เมื่อได้รับหน้าที่มาแล้ว ก็ไม่เคยละความพยายาม"
พี่ผึ้งใหญ่ไม่ได้สมัครมาเป็นอสม.ด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ เธอเข้ามาเพราะตำแหน่งนี้ไม่มีใครทำ
ในฐานะผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คนในหมู่บ้านขอให้เธอช่วยรับหน้าที่นี้ในปี พ.ศ. 2562 หมู่ 4 เป็นชุมชนที่ทำอาชีพชาวนาเกือบ 90% จำนวนเด็กมีไม่มากนัก คนวัยทำงานก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน งานอสม. จึงไม่ใช่งานที่ใครอยากรับ
“ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย แค่รู้ว่าเขาขอให้ทำ ก็ทำ”
ชีวิตก่อนหน้านั้นของเธอจึงแทบไม่ข้องเกี่ยวกับสังคม เรียนก็เรียน ทำงานก็ทำงาน กลับบ้านก็ทำนา
เธอไม่ใช่คนเข้าสังคม ไม่ได้รู้สึกผูกพันกับบทบาทอสม.แม้แต่น้อย แต่ก็มาทำงานนี้
‘งานอาสา’ แรงงานที่ไม่มีใครให้เกียรติ
ช่วงแรกของการทำงาน คำว่า ‘การไม่ยอมรับ’ คือกำแพงที่ทลายยากที่สุดในขณะหนึ่งของพี่ผึ้งใหญ่
“เขามองว่าเราเป็นคนรับใช้ ไปงานไหนก็ให้ยกโต๊ะ เสิร์ฟน้ำ ไม่ใช่คนช่วยงานนะ เหมือนเป็นคนงาน”
ราวกับว่า เธอไม่มีคุณค่าในสายตาเขา ถึงขั้นมีคนไปถามแม่ของพี่ผึ้งใหญ่ตรง ๆ ว่า ลูกสาวเรียนจบอะไรมา
“ตอนนั้นแย่มาก รู้สึกว่า…ไม่น่าเข้ามาเลย”
"ความท้าทายในขั้นตอนของการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ"
จุดเปลี่ยนเริ่มต้นจากการที่เข้าไปเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ที่พี่ผึ้งใหญ่เข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง บ้านที่พ่อแม่เรียนสูง ลูกเป็นข้าราชการ แฟนเป็นทนาย
คำถามแรกที่ได้รับคือ “มาทำอะไร”
คำถามถัดมาคือ “จบอะไรมากัน”
แต่แทนที่จะเถียง พี่ผึ้งใหญ่เลือกถอยหนึ่งก้าว ยังไม่อธิบายอะไร เพียงแค่ขอให้ทางบ้านนั้นยอมตอบข้อมูลเพื่อให้เธอสามารถนำไปส่งงานกับทางรพ.สต.บางปลาม้าได้
“พี่ช่วยหนูหน่อยนะ เห็นแก่หลาน หนูต้องเอางานไปส่ง”
เธอไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่ง ไม่ได้อธิบายทฤษฎีใด ๆ แต่ใช้วิธีชวนให้เจ้าของบ้านไป ศึกษาด้วยตัวเอง
“พี่มีความรู้ พี่จบสูง งั้นพี่ช่วยไปดูหน่อยสิ ว่าพัฒนาการเด็ก 5 ด้านมันมีอะไรบ้าง” แล้วเธอก็ไหว้อย่างสวยก่อนจะกลับออกมา
สองเดือนต่อมา เธอกลับไปอีกครั้ง ด้วยการเชิญชวนสมาชิกในครอบครัวมาดูวิธีการเล่นด้วยชุดเครื่องมือการเยี่ยมบ้าน เพื่อทำความเข้าใจว่า เด็ก ๆ อายุ 0-6 ปีนั้นมีพัฒนาการอยู่เสมอทั้งเรื่องของการเติบโตทางกายภาพ จิตใจ และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และสำคัญไปมากกว่านั้น ‘การเล่น’ คือสิ่งที่สามารถเชื่อมทั้ง 3 มิติข้างต้นเข้าไว้ด้วยกัน
อีกทั้ง ‘การเล่น’ ยังสามารถอธิบายได้ถึงพัฒนาการของลูกหลานของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
เด็กเริ่มขยับตัว เริ่มยิ้ม เริ่มสื่อสาร ทำให้คนในบ้านที่เคยตั้งแง่ เริ่มมานั่งมอง มาถาม และมีส่วนร่วมในที่สุด
“เขาไม่ได้เชื่อเราเพราะคำพูด แต่เชื่อเพราะเห็นผล” พี่ผึ้งใหญ่ว่า
‘การเล่น’ ที่เปลี่ยนแปลงบ้านไปทั้งหลัง
โครงการโฮมบอนด์ฮีโร่ เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์ ไม่ได้นำของเล่นเข้าไปแค่เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกสนาน แต่เพื่อนำเอาการเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ที่เคยขาดหายไป ให้กลับเข้ามาในชีวิตของเด็ก ๆ
“ในสังคมชนบทที่การทำงานคือการทำงาน การกอดลูก บอกรักลูก ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ในวันนี้ภาพเหล่านั้นเริ่มเปลี่ยน ปู่ย่าตายายนั่งเล่นกับหลาน พ่อแม่เริ่มเล่านิทานให้ลูกฟัง มีการแสดงความรักผ่านปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ ทั้งกอด มีการหอมแก้ม หรือกระทั่งคำพูดบอกรัก”
“เด็กยิ้มแย้ม ผู้ใหญ่ก็อยากยิ้มตาม แค่นั้นเลย” พี่ผึ้งใหญ่เล่าด้วยรอยยิ้ม เมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่การเล่นเข้ามาช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ได้จริง และเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น
และเมื่อการทำงานจริง ๆ ปรากฏให้เห็น บทบาทของอสม. ก็ถูกยกขึ้นมา จากคนที่เคยถูกใช้ กลายเป็นคนที่ชาวบ้านเชิญเข้าบ้าน จากคนที่ไม่มีใครฟัง กลายเป็นคนที่ชุมชนเชื่อถือ
พี่ผึ้งใหญ่ไม่ได้เป็นแค่อสม. เธอเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นประธานแม่บ้าน จากคนที่ไม่มีบทบาท
ตอนนี้กลายเป็นทำได้ทุกอย่าง
‘อสม.’ ที่ไม่ใช่ “ไอ้สัตว์หมา” อีกต่อไป
อสม. ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 2,000 บาท ถึงแม้จะเพิ่งได้ไม่นาน เมื่อเทียบกับงานที่ต้องทำแทบทุกวัน แต่สิ่งที่พี่ผึ้งใหญ่ได้กลับมามีหลายอย่างมากกว่านั้น
เธอมีเพื่อน
มีสังคม
และเข้าใจถึง ‘ความหมาย’ ของการมีตัวตน
ความคิดจึงเปลี่ยนไป อสม. ไม่ใช่ไอ้สัตว์หมา แต่คือคนหนึ่งที่เป็นทั้งที่ยึดเหนี่ยว และเป็นศูนย์กลางของชุมชน
ในวันนี้ หากใครยังมองว่าอสม. คือแค่คนใช้งาน พี่ผึ้งใหญ่อาจไม่เถียงอีกต่อไป แต่เธอเลือกทำงานให้เห็น ผ่านการเข้าไปเยี่ยมทุกบ้าน รับฟังทุกปัญหา และเล่นกับเด็กทุกคน
เพราะเธอเชื่อว่า ‘การยอมรับ’ ไม่ได้มาจากตำแหน่ง แต่มาจากการลงมือทำ
“เมื่อก่อนแจ้งผู้ใหญ่บ้านแล้วจบ แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนไปทำ เดี๋ยวนี้เขารู้แล้ว ว่าคนที่ไปทำ… คือเรา”
และบางทีคำว่า ‘อสม.’ อาจไม่ต้องแปลว่าอะไรอีกต่อไป แค่เป็นชื่อของคนที่ชุมชนเรียกหา เมื่อเขาต้องการใครสักคนให้ช่วยเหลือจริง ๆ

#บางปลาม้า #โฮมบอนด์ฮีโร่ #เยี่ยมบ้าน #กระเป๋าเล่นเล่น #อสม #บางปลาม้า #พัฒนาการเด็ก #โฮมบอนด์ฮีโร่

การ ‘เยี่ยมบ้าน’ คือการฟังชีวิตและ ‘ลานเล่น’ อาจเป็นห้องเรียนแรกของเด็กบทสนทนากับ คุณอภิชญา โอภาส นักวิชาการสาธารณสุข โร...
01/06/2026

การ ‘เยี่ยมบ้าน’ คือการฟังชีวิต
และ ‘ลานเล่น’ อาจเป็นห้องเรียนแรกของเด็ก

บทสนทนากับ คุณอภิชญา โอภาส นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
หากถามว่า ใครคือคนที่เห็นเด็ก ๆ บางปลาม้าเติบโตมาตั้งแต่ยังไม่พ้นอ้อมแขน จนเริ่มวิ่งเล่นได้เอง หนึ่งในนั้นคือ คุณหมอกิ๊บ-อภิชญา โอภาส นักวิชาการสาธารณสุข ปฏิบัติการ ประจำ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
งานของเธอไม่ใช่เพียงการดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีในฐานะหนึ่งในพนักงานขอโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่มากไปกว่านั้น คือการพยายามมองให้ทัน ว่าเด็กแต่ละคนกำลังเติบโตไปในทิศทางไหน และใครคือคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
บทสนทนานี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโฮมบอนด์ฮีโร่ เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โครงการโฮมบอนด์ฮีโร่ฯ ทำงานร่วมกับ โดย ‘อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อ ‘เยี่ยมบ้าน’’ เด็กปฐมวัย 0-6 ปี ในพื้นที่ โดยหัวใจหลัก เพื่อประเมิน กระตุ้น และติดตาม พัฒนาการเด็ก ผ่านการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว
“บางปลาม้าเป็นพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท เด็กอยู่ที่หนึ่ง แต่ชื่ออยู่อีกที่หนึ่ง”
หมอกิ๊บเล่าว่า ที่นี่ไม่ใช่ชนบทแบบที่หลายคนจินตนาการ ผู้ปกครองจำนวนมากทำงานและมีฐานะพอสมควร แถมเด็กจำนวนไม่น้อยไปฉีดวัคซีนหรือรักษาที่คลินิกเอกชนในเมือง
ผลคือ เด็กบางคนหายไปจากระบบแบบไม่ตั้งใจ ชื่ออยู่ตำบลนี้ แต่ตัวไปอยู่เมือง ตัวอยู่ที่นี่ แต่สิทธิรักษาอยู่อีกอำเภอ ซึ่งพอเด็กไม่เข้าระบบ เราจะไม่รู้เลยว่าเขาเป็นยังไง จนกว่าจะมีใครสักคนไปลงพื้นที่ดูแลพวกเขาและคนคนนั้นคือ อสม.บางปลาม้า ทั้ง 12 หมู่
อสม. คือ ‘คนกลาง’ ที่เชื่อมระบบโครงสร้างกับชีวิตจริงของชาวบ้าน
ในพื้นที่ที่เด็กกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ อสม.ไม่ใช่แค่คนเก็บข้อมูล แต่คือคนที่รู้ข้อมูลเชิงลึกว่า บ้านนี้เลี้ยงลูกกับยาย บ้านนั้นพ่อแม่ทำงานทั้งวัน บ้านโน้นเด็กอยู่กับคนเลี้ยงที่แทบไม่คุยกับเขาเลย
การเยี่ยมบ้านจึงไม่ใช่เรื่องการเขียนรีพอร์ตลงในเอกสารเพื่อส่งงาน แต่คือ ‘การสังเกต’ ผ่านทั้งสายตาและหัวใจ
“แค่ดูเด็กเล่น เราก็พอรู้แล้วว่าเขาอยู่กับใคร อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน”
เด็ก 0-1 ปี ดูยาก ส่วนเด็กโตก็ดูยากอีกแบบ
หมอกิ๊บอธิบายว่า ความท้าทายของการประเมินพัฒนาการไม่ได้เหมือนกันทุกวัย เด็กเล็กมาก ๆ ยังแยกยากว่า เป็นการพัฒนาการช้า หรือแค่ไม่เคยถูกกระตุ้น
แต่พอเด็กโตขึ้น ความท้าทายกลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็คือ ‘หน้าจอโทรศัพทพ์มือถือ’
“ส่วนใหญ่แล้วเด็ก 2 ขวบครึ่งขึ้นไป ปัญหาหลัก ๆ ไม่ได้มาจากตัวเด็กเอง แต่มาจากผู้ปกครองที่มักจะใช้หน้าจอในการเลี้ยงดูลูก”
เธอเล่าว่า เห็นภาพผู้ปกครองถือโทรศัพท์ของตัวเอง และยื่นอีกเครื่องให้ลูกเป็นเรื่องปกติ แม้แค่รอพบแพทย์เพียง 5-10 นาที ซึ่งไม่ใช่เพราะไม่มีเวลาอย่างเดียว แต่เพราะหลายครอบครัวไม่มีเครื่องมืออื่นในการเลี้ยงดู
‘กระเป๋าเล่นเล่น’ กับการพาเด็กออกจากหน้าจอ
นี่คือจุดที่โครงการโฮมบอนด์ฮีโร่ฯ เข้ามาเติมช่องว่าง ‘กระเป๋าเล่นเล่น’ ไม่ได้มาแทนการตรวจพัฒนาการแบบ DSPM แต่มาเปิดบทสนทนาและสร้างความสัมพันธ์ ทั้งระหว่างเด็ก ผู้ปกครอง และอสม.
“ของเล่นบางชิ้น แค่มีเสียง มีสี เด็กก็ละสายตาจากโทรศัพท์แล้ว” หมอกิ้บว่า
‘การเล่น’ จึงกลายมาเป็นภาษากลาง ที่ทำให้เด็กเปิดใจและกล้าเข้าใกล้ผู้ใหญ่ และทำให้ อสม. มองเห็นเด็กในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
‘ลานเล่น’ คือ ‘พื้นที่เรียนรู้’ ที่สำคัญของชุมชน
นอกเหนือไปจากของเล่นแล้ว ‘ลานเล่น’ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่หมอกิ้บมองถึง เพราะลานเล่นคือ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่ออกแบบมาให้สอดรับกับแนวคิด ‘การเล่นอิสระ’ (Free Play) ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ระหว่างกัน ซึ่งจะแตกต่างไปจากสนามเด็กเล่นแบบที่เราคุ้นเคย แต่ถึงอย่างนั้นการจะสร้างลานเล่นได้ก็ค่อนข้างมีความท้าทายในแง่ของพื้นที่
สำหรับหมอกิ้บ ลานเล่นไม่จำเป็นต้องตั้งถาวร เพราะในตำบลที่กว้าง บ้านห่างกัน และพื้นที่สาธารณะจำกัด พื้นที่เล่นถาวรอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด จึงเป็นที่มาว่า เธอจึงมองถึง ‘ลานเล่นชั่วคราว’ หรือกิจกรรมแบบอีเวนต์ ที่ย้ายไปตามหมู่บ้าน โรงเรียน หรือวัด เพราะอาจเหมาะกับบริบทมากกว่า
“ขอแค่ปลอดภัย มีร่ม มีพื้นที่ให้เด็กได้ล้มโดยไม่เจ็บ แค่นั้นก็เป็นลานเล่นแล้ว”
ความเข้มแข็งที่ไม่ได้มาจากระบบ แต่มาจากความผูกพัน
อสม.บางปลาม้าไม่ได้เข้มแข็งเพราะงบประมาณ แต่เพราะอยู่กันมานานจนผูกพันด้วยความสามัคคีและความเชื่อใจระหว่างกัน
ถึงแม้ว่าตัวแทนอสม. บางหมู่จะเป็นผู้สูงอายุ แต่เวลาไปอบรม เขามาด้วยกัน ขี่ซาเล้งมาด้วยกัน เลิกงานก็รอกลับพร้อมกัน เพราะมันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่มันคือการเดินไปด้วยกันและพร้อมกัน
ปลายทางของงานทั้งหมด สำหรับหมอกิ๊บจึงไม่ใช่ตัวชี้วัด แต่คือความคาดหวังที่ว่า เด็กจะได้รับการดูแลและพัฒนาการที่สมควรเป็นไปตามวัย ไม่ต้องรอแก้เมื่อสายเกินไป
“จริง ๆ แล้ว บทบาทของ รพ.สต. คือการส่งเสริมและป้องกัน ไม่ใช่รอให้ป่วยแล้วค่อยมารักษา”
เธออยากเห็นเด็กทุกคน ได้เล่น ได้เรียนรู้ ได้เติบโต ก่อนที่คำว่า ‘พัฒนาการล่าช้า’ จะกลายเป็นป้ายติดตัวเด็นคนหนึ่ง
เพราะบางที การดูแลเด็กปฐมวัย อาจไม่เริ่มจากคู่มือเล่มหนา แต่เริ่มจากของเล่นชิ้นเล็ก ๆ
กับคนหนึ่งคนที่ยอมก้มลงไปนั่งเล่นกับเขาอย่างจริงจัง
และในบางปลาม้า หมอกิ๊บยังเชื่อว่า หากเราเห็นพัฒนาการของเด็ก ๆ ได้ทัน มันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้ไข แต่จะดีกว่า หากเราป้องกันไม่ให้เกิดพัฒนาการที่ล่าช้านี้ได้ตั้งแต่ต้น

#บางปลาม้า #โฮมบอนด์ฮีโร่ #เยี่ยมบ้าน #กระเป๋าเล่นเล่น #อสม #บางปลาม้า #พัฒนาการเด็ก #โฮมบอนด์ฮีโร่

"เล่นไปพร้อมกัน เติบโตไปพร้อมกัน ... ในวันที่การเยี่ยมบ้านไม่ใช่แค่การประเมิน แต่คือการไปเล่นกับเด็กจริง ๆ"เรื่องเล่าของ...
10/05/2026

"เล่นไปพร้อมกัน เติบโตไปพร้อมกัน ... ในวันที่การเยี่ยมบ้านไม่ใช่แค่การประเมิน แต่คือการไปเล่นกับเด็กจริง ๆ"

เรื่องเล่าของ “พี่แก้วตา” อสม.หมู่ 3 ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
อำเภอบางปลาม้าในสายตาของคนนอก อาจเป็นเพียงตำบลหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี แต่สำหรับ คุณแก้วตา อวนมินทร์ หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า ‘พี่แก้วตา’ ที่นี่คือบ้าน คือเครือญาติ และคือพื้นที่ที่เธอเลือกจะใช้ชีวิตอยู่กับผู้คน
พี่แก้วตาเป็น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ 3 ตำบลบางปลาม้า มาได้ราว 2 ปี ตั้งแต่ปี 2567 และเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของโครงการโฮมบอนด์ฮีโร่ เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์ โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและพัฒนาการเด็กปฐมวัย 0-6 ปี ผ่านการเยี่ยมบ้านของ อสม. ด้วยการประเมิน กระตุ้น และติดตาม ผ่านสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กอย่าง ‘การเล่น’
แต่ถ้าถามว่าทำไมบริบทของพี่แก้วตาถึงต่างออกไป ทั้งในแง่ของอายุที่ถือว่าค่อนข้างเด็กหากเทียบกับอสม. ทั่ว ๆ ไปที่มักจะเป็นวัยเกษียณ คำตอบอาจอยู่ที่ประโยคเรียบง่ายของเธอว่า
‘ความสนุก’ ในการ ‘ได้เล่น’ ผ่านการแปลงร่างเป็นเด็กแต่ละครั้ง นั่นคือสิ่งหนึ่งสำคัญที่ทำให้เธอมายืนอยู่ตรงนี้
- จากพนักงานโฮมโปร สู่ อสม.หมู่บ้าน -
ก่อนจะมาเป็น อสม. พี่แก้วตาเคยทำงานที่โฮมโปร จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนจะตัดสินใจกลับบ้าน เพราะพ่อป่วยเป็นมะเร็ง และต้องการคนดูแลใกล้ชิด
“ก็เลยออกจากงาน มาทำนา ทำไร่ ดูแลลูกด้วย” พี่แก้วตาเล่า ซึ่งรายได้หลักในวันนี้คือการทำธุรกิจออนไลน์เล็ก ๆ น้อย ๆ และการรับส่งนักเรียนในชุมชน”
การมาเป็น อสม. ไม่ได้เกิดจากความฝันตั้งแต่ต้น แต่เกิดจากการได้รับการชักชวนโดยญาติผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน เพราะชุมชนอยากได้ ‘คนรุ่นใหม่’ เข้ามาเติมเต็มทีม
และการเข้ามานั้นเอง ทำให้พี่แก้วตากลายเป็นอสม. ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม
- ทำงานกับคนทุกวัย ในแบบของ ‘ตัวเอง’ -
“ทำงานกับพี่ ๆ อสม.ที่ส่วนมากจะเป็นผู้สูงวัย อาจจะมีช่องว่างในการไม่เข้าใจกันบางอย่าง สำหรับพี่แก้วตาแล้วมีปัญหาไหม?” เราถาม
“ไม่เลยค่ะ” พี่แก้วตาตอบด้วยรอยยิ้ม
การทำงานกับพี่ ๆ ที่อายุห่างกันหลายสิบปี ไม่ได้เป็นอุปสรรคอย่างที่คิด พี่แก้วตาเล่าว่า สิ่งสำคัญคือ ‘การรับฟัง’ และ ‘การค่อย ๆ อธิบาย’ ซึ่งจะทำให้ช่องว่างระหว่างวัยนั้นเบาบางลง
“อะไรใหม่ ๆ เราก็สอนเขาได้ เขาก็ฟังนะ ถ้าเป็นเรื่องแอปฯ มือถือ ทำไม่เป็น ก็ให้ลูกหลานมาช่วย เราก็สอนต่อ แล้วเขาก็เอาไปถ่ายทอดกันอีกที”
ในหมู่ 3 ความเป็นเครือญาติทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น บ้านแต่ละหลังเดินทะลุกันได้ รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นแล้ว ‘ความไว้ใจ’ จึงเป็นต้นทุนสำคัญของการทำงาน
- เมื่อการเยี่ยมบ้าน คือ ‘การลงเล่น’ -
ในโครงการโฮมบอนด์ฮีโร่ ฯ พี่แก้วตาใช้ทั้งคู่มือ DSPM และ ‘กระเป๋าเล่นเล่น’ แต่สิ่งที่เธอใช้มากที่สุด คือ ‘ตัวเอง’
“คือพี่จะเล่นให้ผู้ปกครองดู เหมือนเราเป็นเพื่อนกับเด็กเลย”
เธอไม่ยืนสั่ง ไม่ยืนสอน แต่ ‘ลงไปเล่น’ พร้อมเสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ และคำชมซ้ำ ๆ
“เก่งจังเลย ทำอีก ๆ”
จากเด็กที่เคยกลัว กลายเป็นเด็กที่กล้าลอง
จากผู้ปกครองที่เคยยื่นโทรศัพท์ให้ลูก ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นคนที่นั่งเล่นข้างกัน
กิจกรรมยอดฮิตของเด็ก ๆ หมู่ 3 คือ ‘กิจกรรมตกปลาแสนสนุก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมชวนเล่นที่อยู่ในคู่มือ เพราะพอเอาอุปกรณ์ออกมา เด็กจะรุมเข้าหาทันที และการเล่นนี่เอง ที่ทำให้พี่แก้วตาเห็นตัวตนของเด็กชัดกว่าการคัดกรองใด ๆ
“การเล่นมันลึกซึ้งกว่าแค่ให้ทำตามแบบประเมิน เด็กจะเป็นตัวของเขาเองจริง ๆ ตอนเล่น” พี่แก้วตาว่า
- ไม่ได้ไปเพราะหน้าที่ แต่ไปเพราะอยากไป -
พี่แก้วตาไปเยี่ยมบ้านเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่เธอย้ำเสมอว่า ไม่ได้ไปเพราะต้องทำงานส่ง แต่เพราะอยากไปเล่นกับเด็ก ๆ
“พอพี่ไป พี่จะทิ้งทุกอย่างไว้เลย ไปถึงก็พาเด็กเล่น สนุกตรงนั้นก่อน”
ความสนุกของเด็ก ๆ คือแรงผลักของเธอ การได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นทีละนิด คือเหตุผลที่ทำให้อยากกลับไปอีก และบางครั้งเองเธอก็พาลูกวัย 10 ขวบไปด้วย เพราะสำหรับพี่แก้วตา การเล่นไม่ใช่งาน แต่เป็นส่วนหนึ่งสำคัญของชีวิตอยู่แล้ว
• เลี้ยงเด็กหนึ่งคน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน
“เด็ก 1-6 ปี ละสายตาไม่ได้เลย ต้องช่วยกันดู ช่วยกันเลี้ยง”
ไม่ต่างอะไรจากวลีที่กล่าวว่า “เลี้ยงเด็กหนึ่งคน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน” เพราะการเติบโตของคนคนหนึ่งเราทุกคนล้วนมีส่วนเป็นกำลังสำคัญ ไม่ว่าจะในระดับไหน และอย่างไร แน่นอนว่าสำหรับพี่ ๆ อสม.บางปลาม้าเองก็เช่นกัน
คำถามสุดท้ายคือสิ่งที่เราถามพี่แก้วตาว่า อยากเห็นบางปลาม้าเป็นแบบไหนในอนาคต?
“อยากเห็นทุกคนรักใคร่ ปรองดองกันอย่างนี้แหละ” เธอตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน
เพราะบางทีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มจากนโยบายหรือเครื่องมือใหม่ ๆ เสมอไป แต่ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง เราอาจเริ่มจากใครบางคนที่ไปนั่งลงเล่นกับเด็ก ด้วยหัวใจที่ยังเป็นเด็กอยู่เหมือนกัน

#บางปลาม้า #โฮมบอนด์ฮีโร่ #เยี่ยมบ้าน #กระเป๋าเล่นเล่น #อสม #บางปลาม้า #พัฒนาการเด็ก #โฮมบอนด์ฮีโร่

“ขอแค่เล่น 10 นาทีทุกวันก็เพียงพอแล้ว”คุยกับพี่รุ่ง พี่ผึ้ง อสม.บางปลาม้า หมู่ 6  ถึงสิ่งละอันพันละน้อยของการเล่นและการป...
01/05/2026

“ขอแค่เล่น 10 นาทีทุกวันก็เพียงพอแล้ว”
คุยกับพี่รุ่ง พี่ผึ้ง อสม.บางปลาม้า หมู่ 6 ถึงสิ่งละอันพันละน้อยของการเล่นและการปฏิสัมพันธ์
เสียงหัวเราะของพี่รุ่งดังแทรกขึ้นมาระหว่างบทสนทนา ในบ้านหลังหนึ่งของตำบลบางปลาม้า บ้านที่วันนี้ไม่ได้เป็นแค่ ‘บ้าน’ แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้เล็กๆ ของเด็กคนหนึ่ง
นี่คืออีกหนึ่งในเรื่องเล่าจากโครงการ Home Bond Heroes - เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ใช้การ ‘เยี่ยมบ้าน‘ เป็นเครื่องมือหลักในการ ประเมิน กระตุ้น และติดตาม พัฒนาการเด็กปฐมวัย 0-6 ปี ผ่านสิ่งที่เรียบง่ายหากแต่ทรงพลังที่สุดอย่าง "การเล่น" และหัวใจของเรื่องนี้ คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ (อสม.)
“พี่รุ่งค่ะ เป็นอสม. แล้วก็เป็นประธานอสม.ของตำบลบางปลาม้า”
พี่รุ่ง-วรณฐพร คชินทรลักษมณ์ อสม.หมู่ 6 และประธานอสม.ตำบลบางปลาม้า ดูแลเครือข่ายอสม.กว่า 158 คนในพื้นที่กล่าวแนะนำตัว
ข้างกันคือ คุณสุรางค์รัตน์ แดงสี หรือ พี่ผึ้ง อสม.หมู่ 6 ผู้ลงพื้นที่เคียงบ่าเคียงไหล่พี่รุ่ง
ในชุมชนที่เต็มไปด้วยเกษตรกร เด็กจำนวนไม่น้อยไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่อย่างใกล้ชิด แต่อยู่กับปู่ย่าตายาย บางคนเติบโตมากับโทรทัศน์ บางคนกลายเป็นเด็กเงียบ ที่ไม่ใช่เงียบเพราะไม่มีเสียง แต่เพราะไม่มีใครให้คนคุยด้วย
“เด็กบางคนไม่พูดเลยนะ เพราะไม่มีใครคุยกับเขา เปิดทีวีให้ดูแล้วก็ไปทำงานกันหมด” พี่ผึ้งเริ่มต้นเล่า
เพราะ ’การเล่น‘ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ สิ่งที่โครงการนี้นำเข้าไป ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เป็น ‘วิธีคิด‘
“ครั้งแรกที่เข้าไป ผู้ปกครองเขามอฝเฉยๆ เลยนะ เหมือนแบบ… เล่นก็แค่เล่น” พี่ผึ้งเล่า
“เขายังไม่รู้ว่า เล่นแล้วได้อะไร” พี่รุ่งเล่าเสริม
แต่เมื่อการเล่นถูกออกแบบให้สอดคล้องกับพัฒนาการเด็ก เมื่อการเล่นกลายเป็นเครื่องมือ ประเมิน กระตุ้น และสร้างปฏิสัมพันธ์ สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่เด็ก แต่คือ ’สายตา‘ ของผู้ปกครอง
พี่รุ่งเล่าถึงเด็กคนหนึ่ง ที่ชุมชนเรียกกันติดปากว่า ‘เจ้าโปรแกรม’
“ตอนแรกทั้งด่า ทั้งเหวี่ยง อารมณ์แรงมาก ไม่เอาอะไรเลย” แต่หลังจากการเยี่ยมบ้านซ้ำๆ เล่นด้วยซ้ำๆ และการชวนผู้ปกครองมีส่วนร่วม
“ตอนนี้เจอปุ๊บ ยกมือไหว้ พูดรู้เรื่อง”
“ยังเรียกเลย ‘ป้ารุ่ง เมื่อไหร่จะมาเล่นกับหนูอีก’”
พี่ผึ้งหัวเราะเบาๆ แล้วเสริมว่า “จากที่พ่อแม่ไม่มีความหวังแล้วนะ”
ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในเบื้องต้น แต่พี่ๆ ทั้งสองท่านเน้นย้ำว่า ที่เด็กเปลี่ยนไปไม่ใช่เพราะพวกเขา …แต่เป็นเพราะ ‘ความสัมพันธ์’ กับพ่อแม่ที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แปรผันตรงกับการปฏิสัมพันธ์
เพราะสิ่งที่อสม.ทำ ไม่ใช่การแทนที่พ่อแม่ แต่คือการ ‘จุดประกาย’ ให้พ่อแม่ได้เข้าใจว่าการเล่นกับลูกสำคัญมากเพียงใด
“เราบอกเขาเสมอว่า เราไม่ได้มาทำแทน เรามาแค่ช่วยเสริม เพราะคนที่อยู่กับเด็กทุกวันคือผู้ปกครอง ไม่ใช่อสม.” พี่ผึ้งอธิบาย และนี่คือโจทย์ที่ยากที่สุดของงานนี้
เพราะบางครอบครัวเริ่มรออสม. แทนที่จะเล่นกับลูกด้วยตัวเอง
“มันก็ดี…แต่ก็ไม่ดี” พี่ผึ้งยิ้ม
“ดีตรงที่เด็กผูกพันกับเรา แต่จริงๆ เราอยากให้เขาผูกพันกับพ่อแม่มากกว่า”
“ขอแค่วันละ 10 นาที” พี่รุ่งเสริม
ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบ คำขอของอสม.ไม่ได้ยิ่งใหญ่เลย
“ขอแค่ 5-10 นาทีต่อวัน ให้คุณได้เล่นกับลูกก็พอ”
เพราะ 10 นาทีนี้ คือช่วงเวลาที่เด็กจะรู้สึกว่า เขามีตัวตน คือช่วงเวลาที่สมองและหัวใจเติบโตไปพร้อมกัน
“เด็กจะรู้สึกปลอดภัย รู้สึกมีคนอยู่ด้วย” พี่ผึ้งบอก
“แล้วมันจะส่งผลไปทั้งชีวิต” พี่รุ่งขยาย
เลี้ยงเด็กหนึ่งคน ใช้ทั้งหมู่บ้านในบางปลาม้า ประโยคนี้ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรย แต่อยู่ในวิถีชีวิตจริง
- อสม.
- ครู
- ผู้ปกครอง
- ปู่ย่าตายาย
- และแม้แต่ป้าข้างบ้าน
ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเติบโตของเด็ก “มันมีทั้งดีและไม่ดีนะ” พี่รุ่งบอกอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะเสริมต่อ
“แต่ถ้าเราช่วยกันเอาสิ่งดีๆ ไปให้เด็ก มันก็คุ้ม”
เมื่อถามต่อว่า แล้วอสม.ได้อะไรจากงานนี้ ?
“นี่ไม่ใช่งาน แต่คือความสุข” พี่ผึ้งตอบพร้อมยิ้มไปด้วย คำตอบมันไม่ได้ซับซ้อน
“มีความสุข” พี่รุ่งก็ตอบทันทีเช่นกัน
ก่อนที่พี่ผึ้งจะเสริมว่า
“มันเหมือนเราได้เรียนรู้ไปด้วย ได้เห็นว่า สิ่งเล็กๆ ที่เราทำ มันเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง”
ถ้าเริ่มตอนนี้…จะไม่สายเกินไป
ก่อนจะจบบทสนทนา เราถามถึง ‘ภาพฝัน‘ ที่พี่ๆ อยากเห็นสังคมบางปลาม้าว่าอยากให้เป็นไปในทิศทางไหน
“อยากให้โครงการนี้ไปทุกที่เลย เพราะพัฒนาการเด็กช่วงนี้ มันสำคัญที่สุด” พี่ผึ้งว่า
แล้วพี่รุ่งก็พูดประโยคหนึ่ง ที่เหมือนเป็นบทสรุปของทั้งโครงการ
“ถ้าเราเริ่มตั้งแต่พื้นฐานตอนนี้ มันจะส่งไปถึงอนาคตของเขาเลยนะ”
ในวันที่โลกพูดถึงการศึกษา เทคโนโลยี หรือการแข่งขัน ชุมชนเล็กๆ อย่างบางปลาม้าอาจกำลังย้ำเตือนเราว่า จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่สำคัญ อาจไม่ใช่ห้องเรียน
แต่คือ ‘บ้าน‘ ที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงหาอาทร ใส่ใจซึ่งกันและกัน และบางครั้งเองก็อาจเริ่มจากแค่ ‘การเล่น‘ และ ‘การปฏิสัมพันธ์‘ ร่วมกัน

#บางปลาม้า #โฮมบอนด์ฮีโร่ #เยี่ยมบ้าน #กระเป๋าเล่นเล่น #อสม #บางปลาม้า #พัฒนาการเด็ก #โฮมบอนด์ฮีโร่

จบแล้วเทศกาลเล่นอิสระบางปลาม้าไว้เจอกันโอกาสหน้า ติดตามในเพจได้เลย! #เทศกาลเล่นบางปลาม้า  #โฮมบอนด์ฮีโร่
26/04/2026

จบแล้วเทศกาลเล่นอิสระบางปลาม้า
ไว้เจอกันโอกาสหน้า ติดตามในเพจได้เลย!

#เทศกาลเล่นบางปลาม้า #โฮมบอนด์ฮีโร่

การเล่น ❤️
26/04/2026

การเล่น ❤️

เริ่มแล้ววว มากันเลย!
26/04/2026

เริ่มแล้ววว มากันเลย!

ภาพบรรยากาศวันแรกของ “เทศกาลเล่นอิสระ บางปลาม้าเล่นได้”👦🏻👧🏻 เด็กปล่อยพลังเล่นอิสระ👨‍💼👩‍💼อสม. เป็น Playworker ช่วยสนับสนุ...
26/04/2026

ภาพบรรยากาศวันแรกของ “เทศกาลเล่นอิสระ บางปลาม้าเล่นได้”
👦🏻👧🏻 เด็กปล่อยพลังเล่นอิสระ

👨‍💼👩‍💼อสม. เป็น Playworker ช่วยสนับสนุนการเล่นอิสระของเด็กโดยไม่ชี้นำ

👴🏻👩🏻 ผู้ปกครองคอยดู สนับสนันการเล่นของเด็ก ๆ
เจอกันวันนี้ 15:00 น. ที่วัดสวนหงส์ ตำบลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
วันสุดท้ายแล้ว ชวนเพื่อน ๆ มาเล่นกันน

#บางปลาม้าเล่นได้ #เทศกาลเล่นบางปลาม้า #โฮมบอนด์ฮีโร่

วันแรกสุดยอดมาก ๆ ปล่อยพบังกันเต็มที่วันนี้ใครไม่ว่าง พรุ่งนี้มีอีกวัน 15:00-20:00 น.เจอกันครับ
25/04/2026

วันแรกสุดยอดมาก ๆ ปล่อยพบังกันเต็มที่
วันนี้ใครไม่ว่าง พรุ่งนี้มีอีกวัน 15:00-20:00 น.
เจอกันครับ

งานเริ่มแล้ววพาเด็ก ๆ มาเล่นกันได้เลย!งานมีถึง 20:00น. วันพรุ่งนี้ก็มีน้าา
25/04/2026

งานเริ่มแล้วว
พาเด็ก ๆ มาเล่นกันได้เลย!
งานมีถึง 20:00น. วันพรุ่งนี้ก็มีน้าา

ที่อยู่

6 หมู่ 8 ตำบลบางปลาม้า
Khok Khram
72150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 17:30
อังคาร 09:30 - 17:30
พุธ 09:30 - 17:30
พฤหัสบดี 09:30 - 17:30
ศุกร์ 09:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Home Bond Heroes - เยี่ยมบ้านด้วยการเล่นและปฏิสัมพันธ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์