Pr Kanchanaburi ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี

Pr Kanchanaburi ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกรมประชาสัมพันธ์ และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารในจังหวัดกาญจนบุรี

05/06/2026

💥 มท.3 แถลง เปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร EP.3” รวบอดีตปลัดอำเภอหนองปรือ-ผู้ใหญ่บ้าน-นายหน้า ทุจริตแจ้งเกิดทิพย์ให้ลูกคนจีน-เมียนมา สนองนโยบายนายกฯ อนุทิน "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" ฟันไม่เลี้ยงทุนสีเทา

⏰วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงผลปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร EP.3" ขยายผลจับกุมขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเด็กต่างด้าวให้ได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสางวริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 พ.ต.อ.นิยม นิยา ผกก.สภ.หนองปรือ ร่วมแถลงฯ ผลปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร EP.3” ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทย สั่งดำเนินคดีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและนายหน้ากว่า 15 ราย หลังพบพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อนุมัติรับแจ้งเกิดเกินกำหนดเป็นเท็จให้กับบุตรของบุคคลต่างด้าว

โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายโชคชัย แสนสิทธิ์ นายอำเภอหนองปรือ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมการแถลงฯ

🔻 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะตัวแทนของรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ได้ร่วมมือกับฝ่ายปกครองจังหวัดกาญจนบุรี, ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC), ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงาน ป.ป.ท. เข้าจับกุมขบวนการนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกันทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกคนจีนและเมียนมาได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ อย่างน้อย 10 คน เหตุเกิด ณ สำนักทะเบียนท้องที่ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ในห้วงระหว่างเดือนเมษายน 2568 ถึง กุมภาพันธ์ 2569

คดีนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิด ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและขบวนการนายหน้ารวมกัน อย่างน้อย 15 คน ในฐานความผิด “ร่วมกันทำให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ซึ่งล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ได้อนุมัติหมายจับและรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้แล้ว 3 ราย คือ
1. อดีตปลัดอำเภอ (นายภูเมธ สงวนนามสกุล) ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งการเกิดและอนุมัติ
2. ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะผู้รับแจ้งย้ายเข้า
3. ชายไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นขบวนการนายหน้า
🔻 นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. พร้อมด้วยตัวแทนจากตำรวจ และ ป.ป.ท. ได้ร่วมให้ข้อมูลรายละเอียดการสืบสวนเชิงลึก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการจับกุมขบวนการแจ้งเกิดทิพย์และสร้างบ้านทิพย์ที่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ก่อนจะขยายผลพบเส้นทางทุจริตโยงมาที่ อ.หนองปรือ โดยพบพฤติการณ์ทำกันเป็นขบวนการ ดังนี้

📌 ใช้สิทธิสัญชาติกึ่งหนึ่ง ขบวนการนี้จะกำหนดให้บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย เพื่อให้เด็กได้รับการซึมซับสัญชาติไทยตามสายโลหิตทันทีหลังอนุมัติ
📌 อ้างหมอตำแย-คลอดที่พักคนงาน ทุกรายไม่มีหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล แต่จะใช้มุกเดียวกันหมดคือ อ้างว่าคลอดกับหมอตำแยที่บ้านพักคนงาน ไม่กล้าไปโรงพยาบาลเพราะอีกฝ่ายเป็นชาวเมียนมาที่ไม่มีสัญชาติ
📌 สวมสิทธิ์ข้ามถิ่น เด็กที่นำมาแจ้งเกิด แท้จริงแล้วเกิดในท้องที่อื่น เช่น อ.ทองผาภูมิ, อ.ไทรโยค และ อ.สังขละบุรี แต่กลับเดินทางมาขอแจ้งเกิดเกินกำหนดที่ อ.หนองปรือ
📌 แจ้งเสร็จแล้วหย่า จากการตรวจสอบเอกสาร ป.ค.14 พบว่าหลังจากออกสูติบัตรเรียบร้อยแล้ว เกือบทุกคู่บิดา-มารดาจะทำทีเป็นเลิกรากัน โดยทิ้งเด็กไว้ให้อยู่กับฝ่ายที่มีสัญชาติไทย
📌 หลีกเลี่ยงการตรวจ DNA แม้กรมการปกครองจะมีโครงการตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตให้ฟรี แต่อดีตปลัดอำเภอรายนี้กลับเลือกเชื่อพยานบุคคลเพียงอย่างเดียว และไม่อนุมัติให้มีการตรวจ DNA

🔻นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำในช่วงท้ายของการแถลงข่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญขั้นสูงสุดกับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ และธุรกิจทุนสีเทา เนื่องจากพฤติกรรมเข้ามาทุจริตหรือแอบอ้างใช้สัญชาติไทยถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง “กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้ยึดมั่นในข้อสั่งการของ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' โดยท่านได้เน้นย้ำมาโดยตลอด และไม่สนใจว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร มีตำแหน่งหรืออิทธิพลระดับใด แต่จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาตามหลักฐานที่ปรากฏ รัฐบาลจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น จนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

🔻ด้าน นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะนายทะเบียนจังหวัด พร้อมด้วยนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการด่วนที่สุดถึงสำนักทะเบียนอำเภอและท้องถิ่นทุกแห่ง ให้ยกระดับการทำงานตามนโยบายของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ด้วยมาตรการ "Check and Balance" และนำแอปพลิเคชัน ThaiD มาใช้ช่วยตรวจสอบ

นอกจากนี้ จังหวัดกาญจนบุรีได้สั่งเอ็กซเรย์พื้นที่เป็นพิเศษ ในกรณีที่มีการย้ายปลายทางเพื่อทำบัตรประชาชนครั้งแรกของบุคคลอายุเกิน 15 ปี และกรณีแจ้งเกิดเกินกำหนด โดยสั่งให้ผู้ปกครองท้องที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ "บ้านว่าง" หรือ "บ้านที่ไม่มีตัวบ้านจริง" ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีการย้ายชื่อทิพย์เข้ามาสวมสิทธิ์ในทะเบียนบ้านโดยเด็ดขาด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ภาพ/ข่าว

✨จังหวัดกาญจนบุรี จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมและกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลล...
05/06/2026

✨จังหวัดกาญจนบุรี จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมและกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 3 มิถุนายน 2569

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ วัดวังโพธิการาม ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมปฏิบัติธรรม และกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 3 มิถุนายน 2569

พร้อมด้วย นางสาวพรพรรณ กลิ่นเกษร วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวรายงาน และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมในพิธีเปิดฯ โดยมีคณะครูนักเรียนโรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา โรงเรียนบ้านวังโพธิ์ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมฯ และได้รับความเมตตาจากพระครูโพธิกาญจนธรรม เจ้าอาวาสวัดวังโพธิการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และเมตตากล่าวให้โอวาทธรรม แก่ผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ โดยมีพระครูสิริวรรณโสภิต, ดร.(วริศ ปสนฺโน) เจ้าอาวาสวัดธารน้ำร้อน เป็นพระวิทยากร นำสวดมนต์ถวายเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

จากนั้นในเวลา 13.30 น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฝึกปฏิบัติเจริญวิปัสสนากรรมฐาน (นั่งสมาธิ สลับ เดินจงกรม) และแผ่เมตตา หลังจากนั้นได้ร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ บำรุงรักษาทำความสะอาดศาสนสถาน ฯ

ข้อมูลข่าว/ภาพ : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี

💥สอท. ร่วมกับสภ.เมืองกาญจนบุรี ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้ากลางเมืองกาญจน์ ยึดของกลางกว่า 1.1 หมื่นชิ้น มูลค่าทะลุ 3 ล้านบาท!    ...
05/06/2026

💥สอท. ร่วมกับสภ.เมืองกาญจนบุรี ทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้ากลางเมืองกาญจน์ ยึดของกลางกว่า 1.1 หมื่นชิ้น มูลค่าทะลุ 3 ล้านบาท!

⏰วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการนำโดยพล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ชัยรัตน์ วรุณโณ และ พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม, พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค, พ.ต.ท.นิติ นิรุตติวัฒน์ รอง ผกก.4 บก.สอท.2 ร่วมกับพ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม
ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี สนธิกำลังนำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 394/2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายชาญวิทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย:
🚭บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง และหัวน้ำยาสำหรับเครื่องพอทไฟฟ้า รวม 4 ยี่ห้อดัง (อาทิ Marbo, Esko Bar, Roca, Ibro)
🚭บรรจุอยู่ในลังกระดาษขนาดใหญ่รวม 56 ลัง
🚭นับยอดรวมของกลางได้ทั้งหมด 11,305 ชิ้น
🚭มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3,000,000 บาท

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจาก พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รอง ผกก.4 บก.สอท.2 และชุดสืบสวน ตรวจพบความผิดปกติบนแอปพลิเคชันไลน์ (Line) บัญชีชื่อ “korn” ที่มีการโพสต์จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาหลากหลายกลิ่นในราคาชิ้นละ 150-350 บาท ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนเชิงลึกจนพบว่า ผู้ค้ารายนี้เป็นรายใหญ่ที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี มานานกว่า 2 ปี มีพฤติการณ์แพ็คสินค้าส่งขายทั่วประเทศผ่านบริษัทขนส่งเอกชน โดยมีการย้ายคลังสินค้าบ่อยครั้งเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม จากการตรวจสอบพบว่ามียอดส่งสินค้าเฉลี่ยเดือนละหลายพันชิ้น และมีเงินหมุนเวียนโอนเข้าบัญชีกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นเข้าจับกุมในที่สุด

จากการสอบสวน นายชาญวิทย์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นเพียงลูกจ้าง ทำหน้าที่แพ็คของและจัดส่งสินค้าตามออร์เดอร์ที่สั่งซื้อผ่านทางไลน์เท่านั้น โดยทำมาแล้วประมาณ 5 เดือน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 20,000 - 25,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายชาญวิทย์ ในความผิดฐาน ขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติม อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 , ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง (ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560) และร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน (ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203(1))

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมนายทุนและผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้มาลงโทษต่อไป

สภ.กาญจนบุรี : ข้อมูล
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว

🏃‍♂️🚶‍♀️🚴‍♂️ จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม💛 "แสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12...
05/06/2026

🏃‍♂️🚶‍♀️🚴‍♂️ จังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม
💛 "แสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ" (Walk Run Bike Fighting Stroke 12 : WRB12)

ร่วมแสดงพลังแห่งการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพที่แข็งแรง และร่วมรณรงค์ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ไปพร้อมกันทั่วประเทศ
📅 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ปล่อยตัวเวลา 06.00 น.
📍 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี
🏃‍♀️ ระยะกิจกรรม
✅ เดิน 3.8 กม. จากศาลากลางผ่านวงเวียนผ่าน รพ.พหลฯ ถึงแยกชุกโดน U TURN กลับศาลากลาง
✅ วิ่ง 10 กม. จากศาลากลางผ่านวงเวียน ผ่าน รพ.พหลฯ ผ่านแยกชุกโดน ผ่านศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ผ่านริมน้ำ sky walk ผ่านวัดเทวสังฆาราม เลี้ยวข้างสุสานสัมพันธมิตร เข้าถนนแสงชูโต กลับตัวตรง U TURN หน้ายามาฮ่า ผ่านตลาดเจ เจ วิ่งตรงกลับศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี
💰 ค่าสมัคร
👨‍👩‍👧‍👦ประชาชนทั่วไป อายุ 18 ปีขึ้นไป 360 บาท
🧒 เด็กและเยาวชน อายุ 7–18 ปี 240 บาท
🎁 สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
✔ เสื้อที่ระลึกกิจกรรม WRB12
✔ เหรียญที่ระลึกเมื่อเข้าร่วมกิจกรรม
✔ ประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่ผู้จัดกำหนด
✔ สามารถนำค่าสมัครไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ผ่านระบบ e-Donation
❤️ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมสมทบโครงการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
📌 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569
สมัครได้ที่ https://wrb12.thai.run/event/KRI
มาร่วมกัน "ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรก"
แล้วพบกันในกิจกรรม WRB12 จังหวัดกาญจนบุรี

📍พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที...
05/06/2026

📍พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดี “น้ององุ่น” เด็กหญิง 7 ขวบ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569

💥มท.3 แถลง เปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร EP.3” รวบอดีตปลัดอำเภอหนองปรือ-ผู้ใหญ่บ้าน-นายหน้า ทุจริตแจ้งเกิดทิพย์ให้ลูกคน...
05/06/2026

💥มท.3 แถลง เปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร EP.3” รวบอดีตปลัดอำเภอหนองปรือ-ผู้ใหญ่บ้าน-นายหน้า ทุจริตแจ้งเกิดทิพย์ให้ลูกคนจีน-เมียนมา สนองนโยบายนายกฯ อนุทิน "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" ฟันไม่เลี้ยงทุนสีเทา
⏰วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงผลปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร EP.3" ขยายผลจับกุมขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเด็กต่างด้าวให้ได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสางวริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 พ.ต.อ.นิยม นิยา ผกก.สภ.หนองปรือ ร่วมแถลงฯ ผลปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร EP.3” ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทย สั่งดำเนินคดีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและนายหน้ากว่า 15 ราย หลังพบพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อนุมัติรับแจ้งเกิดเกินกำหนดเป็นเท็จให้กับบุตรของบุคคลต่างด้าว
🔻โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายโชคชัย แสนสิทธิ์ นายอำเภอหนองปรือ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมการแถลงฯ
🔻 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะตัวแทนของรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ได้ร่วมมือกับฝ่ายปกครองจังหวัดกาญจนบุรี, ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC), ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงาน ป.ป.ท. เข้าจับกุมขบวนการนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกันทุจริตแจ้งเกิดเท็จให้ลูกคนจีนและเมียนมาได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ อย่างน้อย 10 คน เหตุเกิด ณ สำนักทะเบียนท้องที่ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ในห้วงระหว่างเดือนเมษายน 2568 ถึง กุมภาพันธ์ 2569

🔻 คดีนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิด ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและขบวนการนายหน้ารวมกัน อย่างน้อย 15 คน ในฐานความผิด “ร่วมกันทำให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ซึ่งล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ได้อนุมัติหมายจับและรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้แล้ว 3 ราย คือ
1. อดีตปลัดอำเภอ (นายภูเมธ สงวนนามสกุล) ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งการเกิดและอนุมัติ
2. ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะผู้รับแจ้งย้ายเข้า
3. ชายไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นขบวนการนายหน้า
🔻 นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. พร้อมด้วยตัวแทนจากตำรวจ และ ป.ป.ท. ได้ร่วมให้ข้อมูลรายละเอียดการสืบสวนเชิงลึก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการจับกุมขบวนการแจ้งเกิดทิพย์และสร้างบ้านทิพย์ที่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ก่อนจะขยายผลพบเส้นทางทุจริตโยงมาที่ อ.หนองปรือ โดยพบพฤติการณ์ทำกันเป็นขบวนการ ดังนี้

📌 ใช้สิทธิสัญชาติกึ่งหนึ่ง ขบวนการนี้จะกำหนดให้บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย เพื่อให้เด็กได้รับการซึมซับสัญชาติไทยตามสายโลหิตทันทีหลังอนุมัติ
📌 อ้างหมอตำแย-คลอดที่พักคนงาน ทุกรายไม่มีหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล แต่จะใช้มุกเดียวกันหมดคือ อ้างว่าคลอดกับหมอตำแยที่บ้านพักคนงาน ไม่กล้าไปโรงพยาบาลเพราะอีกฝ่ายเป็นชาวเมียนมาที่ไม่มีสัญชาติ
📌 สวมสิทธิ์ข้ามถิ่น เด็กที่นำมาแจ้งเกิด แท้จริงแล้วเกิดในท้องที่อื่น เช่น อ.ทองผาภูมิ, อ.ไทรโยค และ อ.สังขละบุรี แต่กลับเดินทางมาขอแจ้งเกิดเกินกำหนดที่ อ.หนองปรือ
📌 แจ้งเสร็จแล้วหย่า จากการตรวจสอบเอกสาร ป.ค.14 พบว่าหลังจากออกสูติบัตรเรียบร้อยแล้ว เกือบทุกคู่บิดา-มารดาจะทำทีเป็นเลิกรากัน โดยทิ้งเด็กไว้ให้อยู่กับฝ่ายที่มีสัญชาติไทย
📌 หลีกเลี่ยงการตรวจ DNA แม้กรมการปกครองจะมีโครงการตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตให้ฟรี แต่อดีตปลัดอำเภอรายนี้กลับเลือกเชื่อพยานบุคคลเพียงอย่างเดียว และไม่อนุมัติให้มีการตรวจ DNA
🔻นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำในช่วงท้ายของการแถลงข่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญขั้นสูงสุดกับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ และธุรกิจทุนสีเทา เนื่องจากพฤติกรรมเข้ามาทุจริตหรือแอบอ้างใช้สัญชาติไทยถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง “กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้ยึดมั่นในข้อสั่งการของ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' โดยท่านได้เน้นย้ำมาโดยตลอด และไม่สนใจว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร มีตำแหน่งหรืออิทธิพลระดับใด แต่จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาตามหลักฐานที่ปรากฏ รัฐบาลจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น จนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
🔻ด้าน นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะนายทะเบียนจังหวัด พร้อมด้วยนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการด่วนที่สุดถึงสำนักทะเบียนอำเภอและท้องถิ่นทุกแห่ง ให้ยกระดับการทำงานตามนโยบายของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ด้วยมาตรการ "Check and Balance" และนำแอปพลิเคชัน ThaiD มาใช้ช่วยตรวจสอบ

นอกจากนี้ จังหวัดกาญจนบุรีได้สั่งเอ็กซเรย์พื้นที่เป็นพิเศษ ในกรณีที่มีการย้ายปลายทางเพื่อทำบัตรประชาชนครั้งแรกของบุคคลอายุเกิน 15 ปี และกรณีแจ้งเกิดเกินกำหนด โดยสั่งให้ผู้ปกครองท้องที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ "บ้านว่าง" หรือ "บ้านที่ไม่มีตัวบ้านจริง" ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีการย้ายชื่อทิพย์เข้ามาสวมสิทธิ์ในทะเบียนบ้านโดยเด็ดขาด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ภาพ/ข่าว

05/06/2026
💥ผบ.ตร. บินด่วนลงพื้นที่สังขละบุรี สั่งเร่งรัดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ "น้ององุ่น" วัย 7 ขวบ ลงตรวจจุดเกิดเหตุบ่ายนี้    ⏰ว...
05/06/2026

💥ผบ.ตร. บินด่วนลงพื้นที่สังขละบุรี สั่งเร่งรัดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ "น้ององุ่น" วัย 7 ขวบ ลงตรวจจุดเกิดเหตุบ่ายนี้

⏰วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ สภ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มายังกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเดินทางด้วยรถยนต์ต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินคดีสะเทือนขวัญ กรณีฆาตกรรม "น้ององุ่น" เด็กหญิงวัย 7 ขวบ หลังผ่านไป 5 วันคดียังไม่คลี่คลาย

🔻คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการหายตัวไปของ "น้ององุ่น" เป็นเวลา 2 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะค้นพบศพในสภาพถูกฆาตกรรมอย่างทารุณบริเวณสวนยางพารา หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและความหวาดกลัวแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันนับเป็นเวลา 5 วันแล้วนับตั้งแต่มีการพบศพผู้เสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

🔻 ทันทีที่คณะของ ผบ.ตร. เดินทางถึงสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ซึ่งได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ล่วงหน้า ได้นำคณะนายตำรวจระดับสูงและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการปฏิบัติงาน โดยมีผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าส่วนราชการตำรวจเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่:พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง บก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี
พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุธิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด.13 พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พล.ต.ต.หญิง ชลีรัชช์ สระดี ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากตำรวจกองปราบปราม และ ตม.จว.กาญจนบุรี

🔻 ในการประชุม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดทันที เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปความคืบหน้า เร่งรัดการสืบสวนหาเบาะแส พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ตรวจสอบความรัดกุมของสำนวนและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อมุ่งเป้าหมายสูงสุดในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด

💥ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้แถลงความคืบหน้าแก่สื่อมวลชนว่า ในส่วนของแนวทางการสืบสวนขณะนี้ ตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 3 ประเด็นหลัก โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ประกอบด้วย:
📌เด็กเดินเข้าไปในป่าด้วยตัวเอง: อาจเป็นการเดินเล่นแล้วพลัดหลง เนื่องจากธรรมชาติของเด็กวัยนี้จะมีความซุกซน ประกอบกับเป็นเด็กในพื้นที่ที่คุ้นเคยกับป่าเขา แต่อาจเกิดอุบัติเหตุหรือมีโรคประจำตัวกำเริบหรือไม่
📌มีคนพาตัวไป: มีบุคคลอื่นนำพาตัวเด็กเข้าไปในป่า และมีเจตนาทำให้เสียชีวิตหรือไม่
📌ถูกสัตว์มีพิษทำร้าย: เนื่องจากในห้วงเวลาที่ทีมสืบสวนลงพื้นที่ปูพรมค้นหา ได้พบงูเห่าชุกชุมในบริเวณดังกล่าว
จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น คาดว่าน้ององุ่นเสียชีวิตในช่วงหลังเวลา 14.00 น. จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

🔻ผบ.ตร. กล่าวต่อไปถึงผลทางนิติวิทยาศาสตร์ว่า คดีนี้มีข้อจำกัดเนื่องจากสภาพร่างของน้ององุ่นเริ่มเปลี่ยนแปลงและเน่าเปื่อยไปตามวงจรธรรมชาติ มีหนอนและแมลงวันตอม ทำให้อวัยวะภายใน ทั้งปอด ตับ ไต เสื่อมสภาพแทบทั้งหมด แพทย์นิติเวชจึงยังต้องนำชิ้นส่วนไปตรวจเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการเพื่อหาองค์ประกอบของสารพิษอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพศพภายนอกในเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย อีกทั้งทรัพย์สินส่วนตัวของน้ององุ่น ทั้งโทรศัพท์มือถือ และรองเท้า ยังคงตกอยู่ครบถ้วนไม่ได้สูญหายไปไหน

🔻 เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่า หากเด็กถูกงูกัดจริง สภาพศพที่เน่าจะสามารถตรวจหาพิษงูได้หรือไม่ ผบ.ตร. ชี้แจงตามข้อมูลของแพทย์นิติเวชว่า เนื่องจากเลือดในศพเน่าและเสื่อมสภาพไปแล้ว จึงไม่สามารถเจาะตรวจหาพิษงูในกระแสเลือดได้ ทั้งนี้ตามหลักการแพทย์ หากเด็กวัยนี้ถูกงูพิษ (เช่น งูเห่า) กัดจริง จะสามารถทำให้เสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง

🔻สำหรับความคืบหน้าด้านการสอบสวน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า ได้เรียกตัวญาติ เพื่อนบ้าน และบุคคลใกล้ชิดมาสอบปากคำและเก็บข้อมูลทั้งหมดแล้ว ในส่วนของคำให้การของคนในครอบครัว "ยังไม่พบพิรุธใดๆ" มารดาของน้ององุ่นให้การเป็นประโยชน์มาก ทั้งเรื่องความเป็นอยู่และการเลี้ยงดูที่เป็นปกติ ส่วนกรณีที่มีการเชิญตัวครอบครัวของผู้ต้องสงสัยรวมถึงเรื่องเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นมาตรวจสอบเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) ยังอยู่ระหว่างขยายผลด้วยเทคนิคขั้นสูง ซึ่งยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นกลุ่มที่กระทำความผิดหรือไม่ ทั้งนี้ยืนยันว่า คนในชุมชนที่ถูกสอบปากคำไปจำนวนมาก ยังไม่มีใครหลบหนีออกนอกพื้นที่

💥"คดีนี้ผมได้เน้นย้ำกับทีมทำงานทุกฝ่ายว่า อย่ารีบร้อนจนทำให้การตรวจพิสูจน์ผิดพลาด ต้องทำอย่างรอบคอบ ละเอียดที่สุด และค่อยๆ ตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เพื่อไม่ให้สับสนกับพยานหลักฐาน ตอนนี้ผมสั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่มาร่วมแกะรอยและสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคแล้ว เชื่อมั่นว่าจะมีความคืบหน้าและได้ความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ขอเวลาให้ตำรวจได้ทำงานก่อนครับ" ผบ.ตร. กล่าวทิ้งท้าย

ทีมข่าว สวท.สังขละบุรี /รายงาน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว

05/06/2026

เตือนภัย สท.

ไม่มีคนร้ายอยู่ในห้อง…แต่ครอบครัวของเธอกำลังถูกเรียกค่าไถ่กว่า 12.5 ล้านบาท

-มิจฉาชีพใช้จิตวิทยาข่มขู่ว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรม

-มิจฉาชีพอ้างว่าต้องให้ความร่วมมือเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ถ้าไม่ทำตามครอบครัวจะเดือดร้อน

-มิจฉาชีพห้ามเหยื่อไม่ให้ติดต่อครอบครัว

-มิจฉาชีพให้จัดฉากว่าถูกลักพาตัว/ถูกทำร้ายร่างกาย

https://www.facebook.com/share/v/1E3J8a7bGt/

05/06/2026

สแกมเมอร์ ภัยใกล้ตัว : ฝากดูแลลูก-หลานกันด้วยนะคับ (!)

ที่อยู่

กาญจนบุรี
Kanchanaburi
71000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pr Kanchanaburi ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์