หมอตู๋ - Dr.Too Hoo

หมอตู๋ - Dr.Too Hoo "I don't want you to be only a doctor, but I also want you to be a man."
สมเด็จพร?

ชายเลี้ยงวัวไปขุดพบทารกแรกเกิดที่ถูกฝังดิน เขตอำเภอชุมพวง ..ข่าวนี้ กำลังเป็นข่าวดังชั่วข้ามคืน ข่าวหลายสำนัก social เพจ...
17/05/2019

ชายเลี้ยงวัวไปขุดพบทารกแรกเกิดที่ถูกฝังดิน เขตอำเภอชุมพวง ..
ข่าวนี้ กำลังเป็นข่าวดังชั่วข้ามคืน
ข่าวหลายสำนัก social เพจดัง คนช่วยกันแชร์จำนวนมาก
คิดว่าเรื่องนี้ดัง เพราะอะไรครับ ???
แน่นอนครับ ทุกคนพุ่งประเด็นไปที่ ***แม่ใจร้าย*** รวมถึงสาเหตุหลายอย่างในสังคม ตั้งแต่การศึกษา ความรู้ สภาพสังคม การคุมกำเนิด การยุติการตั้งครรภ์ ฯลฯ ที่พูดมาก็ถูกทั้งหมดครับ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขกันต่อไป แต่เราลืมไปหรือเปล่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ ผมได้พบชายเลี้ยงวัว เขาดีใจมากที่ได้ช่วยชีวิตหนึ่งไว้ เช้าวันถัดมาเขาขอเข้ามาดูหน้าเด็กสักครั้ง ทีมแพทย์อนุญาตอย่างไม่ลังเล เพราะวันนั้นเขาไม่ได้มาส่งเด็กเนื่องจากเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้ดิน เขาบอกกับทีมแพทย์ว่า
"ถ้าไม่เจอแม่หรือแม่เขาไม่เอา ผมก็จะเอาไปเลี้ยง"
ไม่กี่อึดใจข่าวก็มาแล้วว่าตำรวจพบผู้ต้องสงสัย สาววัยรุ่นกำลังจะโดนรุมล้อมด้วยกองทัพมหาชน ตำรวจและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้พากันนำเธอเข้าที่สงบ เพื่อให้ปลอดภัยทั้งทางกายและจิตใจ ทีมแพทย์จำเป็นต้องดูแลรอบด้าน เชื่อว่าสภาพจิตใจน่าจะย่ำแย่กว่าทางกายอย่างแน่นอน
แม่เด็กและครอบครัว ได้รับการถามไถ่ที่มาที่ไป ทั้งการหาข้อมูล การช่วยเหลือ และการสอบสวนทางคดี นานหลายชั่วโมง ผมคงไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้ ทางคดีก็เป็นเรื่องของตำรวจที่ต้องทำตามขั้นตอน แต่ทางการแพทย์เหมือนรู้สึกได้กลิ่นถึงข่าวดีเล็กๆ ที่ทางแม่เด็กและครอบครัว เริ่มมีปฏิกิริยาที่ดีต่อการสร้างครอบครัวใหม่อีกครั้ง (แต่แน่นอนว่าไม่ใช่วันนี้ ต้องใช้เวลา)
เด็กน้อยที่จมกองดิน สภาพคิดว่าบอบช้ำแล้ว แม่เด็กและครอบครัว สภาพจิตใจก็คงบอบช้ำหนักหนาเช่นเดียวกัน โชคดีที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข มักสอนให้มองทุกคนเป็นคนป่วยไว้ก่อน ยังไม่โทษใครเป็นผู้ร้าย สิ่งที่เราวางแผนกันในช่วงนี้ ร่วมกับการรักษาเด็กน้อย ก็คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจแม่เด็กและครอบครัว ให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ใส่จิตวิญญาณของการเป็นแม่ สร้างสายสัมพันธ์ครอบครัว และนำคืนสู่สังคมที่เป็นปกติสุข
นอกจากชายเลี้ยงวัวแล้ว ยังมีหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งโทรศัพท์อีกหลายสาย ว่าจะขอเด็กไปอุปการะ ทางโรงพยาบาลได้แต่รับข้อมูลไว้และขอให้การรักษาเสร็จสิ้นก่อน โดยได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นถึงข่าวดีที่มีโอกาสเป็นไปได้ ไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะบอกเหมือนกันในทำนองว่า
"ถ้าครอบครัวเขาดูแลได้จริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี"..
ถ้าทุกคนเริ่มเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหาทางสังคม รึเปรียบเทียบถ้าดูหนังแล้วอยากให้หนังจบแบบ Happy-ending เราอย่ารีบรุมด่าพระเอกนางเอกตอนต้นเรื่องเลยครับ เพราะเราก็ลุ้นให้ตอนจบงดงามที่สุด (เท่าที่จะทำได้)
ใน social เรื่อง แม่ใจร้าย ดูจะเยอะ!!! เกินไปหน่อยแล้ว เราละไว้ในใจกันก่อนดีไหมครับ วันนี้เราช่วยส่งกำลังใจให้ แม่เด็กและครอบครัว ที่ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ป่วยหนักถึงหนักมาก ช่วยส่งกำลังใจให้ชายเลี้ยงวัวผู้เป็นคนดีที่ซ่อนอยู่ในสังคมไทย ช่วยกันส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนและผู้ใจบุญทุกท่าน (สุนัขฮีโร่ด้วย)
สังคมยังมีที่ให้ยืนอยู่เยอะครับอยู่ที่พวกเราจะแบงปันให้ไหม เด็กน้อยวันนี้อาจจะเป็นคนดีมีคุณภาพในวันข้างหน้า เยาวชนที่พลาดพลั้งอาจกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคมและเป็นแม่ที่ดีก็ได้
ขอส่งกำลังใจไปให้ทุกคนในเรื่องนี้ครับ..
ขอขอบคุณ
- นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมและดีที่สุด เยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ป่วยและครอบครัว ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น
- นายไพรัตน์ วิทยาอนุมาส นายอำเภอชุมพวง, พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ ผกก.สภ.ชุมพวง และส่วนราชการทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่
- เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน ที่ทำหน้าที่กันอย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติตามจริยธรรมวิชาชีพ
- ชายเลี้ยงวัว ฮีโร่ของเรา (เสื้อขาวเหลืองในภาพ) และทุกคนที่ให้การช่วยเหลือ (น้องหมาด้วย)
- ทีมนักข่าว/สื่อมวลชน ที่ร่วมกันนำเสนอข่าวในแง่ดีเป็นหลัก ไม่ละเมิดสิทธิผู้ป่วยและสิทธิส่วนบุคคล
- ประชาชนทุกท่าน ที่หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว เชื่อว่าทุกท่านจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่สังคมต้องขอบคุณ..
ปล. เรื่องการบริจาค รพ.ชุมพวง ไม่ได้เปิดบัญชีเฉพาะ (ถ้ามิใช่หน่วยงานราชการ ขอให้ระมัดระวังเรื่องการแอบอ้าง)
ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินช่วยเหลือเด็ก สามารถบริจาคเข้าบัญชี รพ.ชุมพวง เพื่อนำไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือเด็กและผู้ป่วยของโรงพยาบาล
ชื่อ "บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลชุมพวง"
ธนาคาร ธกส. ชุมพวง เลขบัญชี 020154752180
ธนาคารกรุงเทพ ชุมพวง เลขบัญชี 4614178137
ผู้ที่ต้องการใบเสร็จรับเงินเพื่อลดหย่อนภาษี (หรือต้องระบุเงื่อนไขการบริจาค) กรุณาติดต่อ รพ.ชุมพวง 044-477281 ต่อ 103 งานธุรการ หรือ 086-4658249
https://www.one31.net/news/detail/10660

แชร์บุญถึงทุกๆท่านใกล้สิ้นปีแล้ว ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมกันทำบุญกับโรงพยาบาลชุมพวง ปีนี้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า!!! (ไ...
22/09/2018

แชร์บุญถึงทุกๆท่าน
ใกล้สิ้นปีแล้ว ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมกันทำบุญกับโรงพยาบาลชุมพวง
ปีนี้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า!!! (ไม่เกิน 10% ของรายได้ รายละเอียด ตามลิงค์ที่แปะไว้ครับ)
วันหยุดก็รับนะครับ (ถ่ายหรือsave สำเนาใบโอนเก็บไว้)..
ร่วมโอนบริจาคมาได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาชุมพวง
ชื่อบัญชี "บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลชุมพวง"
เลขที่บัญชี 461-4-17813-7
ผู้ประสานงาน นางยุพาพร โตไธสง (โทร. 091-8326845)
ผู้ประสานงาน นางสาวจุฑาพร ขุนกระโทก (โทร. 097-3929370)
โรงพยาบาลชุมพวง โทร. 044-477281 ต่อ 103..
คณะเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลชุมพวง ขออนุโมทนาบุญกุศลในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่ร่วมมีส่วนในการสร้างบุญครั้งนี้ จงมีแต่ความสุข เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในชีวิต มีทรัพย์ มีโชคลาภ สุขภาพแข็งแรง ปราศจากศัตรูผู้คิดร้าย และภัยตรายทั้งปวง คิดจะทำการสิ่งใดขอให้สมหวังตั้งใจทุกประการ..
ลิงค์รายละเอียดที่อ่านเข้าใจง่ายครับ
https://www.allfinn.net/บริจาคโรงพยาบาลรัฐ_2561/
https://www.allfinn.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90_2561/..
โรงพยาบาลชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา
(โดย นพ.อิทธิพล อุดตมะปัญญา ผอ.รพ.ชุมพวง)

เมื่อวันก่อน ได้รับข่าวดีจาก...แดนไกลสร้างความชุ่มฉ่ำหัวใจได้ไม่น้อยเมื่อได้ทราบข่าวคราวเด็กหญิงคนหนึ่ง น่าจะอายุ 4 ขวบ ...
02/12/2017

เมื่อวันก่อน ได้รับข่าวดีจาก...แดนไกล
สร้างความชุ่มฉ่ำหัวใจได้ไม่น้อย
เมื่อได้ทราบข่าวคราวเด็กหญิงคนหนึ่ง น่าจะอายุ 4 ขวบ ..
เมื่อกลางดึก วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 ณ หย่อมบ้านแม่มุใน ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
ขณะทีม "แพทย์อยากไป" ครั้งที่ 1 รวมตัวกันออกทางจากทุกสารทิศ เพื่อปฏิบัติงานจิตอาสาเฉพาะกิจ ออกเดินทางขึ้นเขาลงห้วย มายังดินแดนที่แทบถูกทิ้งร้างอยู่กลางป่าเขา
หย่อมบ้านแม่มุใน หย่อมหนึ่งของหมู่บ้านแม่มุ ที่ไม่สามารถรวมตัวเป็น “หมู่บ้าน” ได้ ตัวหมู่บ้านใหญ่ อยู่ห่างจากที่นี่ 4 ชม.เดินเท้า........งงล่ะสิ.......หมู่บ้านแบบนี้ก็มีอยู่จริงๆนะครับ เรื่องถนนหนทางคงจินตนาการได้ไม่ยาก กว่าจะเดินทางถึงตัวอำเภอตัวเอง ที่มี รพ.ชุมชนตั้งอยู่ ใช้เวลา 6 ชม. ส่วน รพ.อำเภอข้างเคียง อยู่ใกล้หน่อย ประมาณ 4 ชม. แต่ก็มีปัญหาเรื่องสิทธิ์การรักษา (ในสมัยนั้น)
เสียงเรียกหมอดังมาจากบ้านหลังหนึ่ง ประมาณ 5 ทุ่ม ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงกองฟืนที่จุดติดไฟค้างไว้
“เมียผมใกล้คลอดแล้ว ฝากหมอไปดูหน่อย” เสียงชายหนุ่มกลางคน ที่เดินออกมาตะโกนหาหมอ
ทีม "แพทย์อยากไป" ครั้งนี้ นับเป็นทีมเฉพาะกิจ มาทำกิจกรรมกันส่วนตัว เรียกได้ว่าไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ใดๆมามากมาย มีเพียงบุคลากรหลากวิชาชีพ อุปกรณ์ตรวจเบื้องต้น ถุงมือธรรมดาไม่กี่คู่ และก็ยา
ถนนหนทางที่ค่อนข้างย่ำแย่ เละเทะ ขนาดตอนกลางวันยังเดินทางลำบาก ไต่เขาลุยโคลน เสี่ยงตายกันเข้ามาหลายชั่วโมง แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่มี ใครกล้าจะขับรถออกไป รพ. ตอนนี้ แม้แต่ชาวบ้านที่ชำนาญเส้นทางยังไม่กล้าขับออกไป อีกอย่าง การขับรถออกไปตอนนี้ เชื่อได้ว่าเด็กคงได้คลอด ก่อนจะไปถึง รพ. อย่างแน่นอน
ทริปนี้ มี หมอ 2 คน, พยาบาล 4 คน, ทันตาภิบาล 1 คน, นักวิชาการ 4 คน, ธุรการ 1 คน, วิศวะ 1 คน, นักร้อง 2 คน และอาสาสมัคร Off Road อีก 2 คน ทำอย่างไรได้ ตอนนี้ ทุกคนตื่นหมด ออกมาให้กำลังใจกันที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง
ผมจึงออกไอเดีย ถามว่า “ชาวบ้านมีหมอตำแยไหม?” น่าจะมีคนที่ทำคลอดอยู่แต่ก่อนแล้ว ให้ออกมาช่วยกัน แต่สงสัยจะเป็นโชคดีของทีมนี้ ชาวบ้านบอกว่า “หมอตำแยน่ะมี แต่ไม่ได้ทำคลอดนานละ ขอดูหมอ เป็นตัวอย่างดีกว่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”................โชคดีนะ ที่ได้แสดงฝีมือ ^_^ T_T.....................
ทุลักทุเลเล็กน้อยถึงปานกลาง สภาพอย่างที่เห็นครับ ท่าคลอดก็คงเอาแบบชาวบ้านถนัด นั่นคือนั่งกับพื้น โหนผ้าที่ผูกไว้กับขื่อ มีหมอตำแยนั่งกอดด้านหลังเพื่อช่วยกดเบ่ง โชคดีที่มีถุงมือติดมาบ้าง คุณหมอตาล (หญิงแกร่งจากสัตหีบ) ,หมอเปา (เจ้าพ่อไก่ชนแห่งหนองบัวแดง) และออย (จากดอยเต่า) ช่วยกันทำคลอดจนสำเร็จ ตัดสายสะดือก็เกือบจะได้ใช้ “ไม้รวก” แล้วเชียว โชคไม่ดี หันไปเจอมีดโกนหนวด Gillette ของพ่อเสียก่อน อีกแผนกหนึ่งก็คอยก่อฟืนต้มน้ำ พอที่จะลวกใบมีดโกน และด้ายทอผ้า เพื่อฆ่าเชื้อ สำหรับกิจกรรมต่อไปได้
โชคเข้าข้างผมอีกแล้ว (ใช่ไหมนะ) รอคลอดรก นานเท่าไหร่ก็ไม่ออก ใครจะไปคิดว่า “รกค้าง !!!!!!!!” จะมาเกิดขึ้นในเคสนี้ พอดิบพอดีกับหมอเข้ามา แล้วถ้าหมอไม่มา แล้วมันจะออกมายังไง.......ล้วงสิครับ ถุงมือคู่เล็กๆ ได้รกที่มีหินปูนติดค่อนข้างแน่น โชคดีของคนไข้ที่รกออกมาได้หมด ไม่มีค้างอยู่ภายใน...
เด็กหญิงผู้นี้ ถือกำเนิดขึ้น ในค่ำคืน วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 น้ำหนักกะด้วยมือ ก็ตัวใหญ่พอจะ 3 กก. ได้ ท่าทางแข็งแรง และท่าทางจะเป็นเด็กดี......คิดว่างั้นนะ
ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม แต่ท่ามกลางการแพทย์ที่ไม่ค่อยจะเข้าท่านัก ทุกคนในทีมนี้ ก็หวังว่า ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย และทิ้งความทรงจำที่ดีๆ ครั้งหนึ่งไว้ ณ บ้านแม่มุใน แห่งนี้
วันนี้โชคดีมาก ขอบคุณ หมออานุพงษ์ แสนสุขอุดมไพร หัวหน้า รพ.สต.แม่แฮเหนือ ออกเยี่ยมบ้าน และส่งข่าว เด็กน้อยคนนี้ ให้พวกเราได้คิดถึง ให้ภาคภูมิใจ และเสริมสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับทุกๆคนในทริปนี้ อีกครั้งครับ...
ปล.เมื่อมาทำงานบริหารแล้ว ไม่รู้จะเล่าอะไร เลยไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว ขอเล่าเรื่องเก่า ที่มีอะไรน่าสนใจกว่า ละกันครับ
ปล2.สมาชิก จำกันได้นะครับ
หมอตาล จากสัตหีบ, หมอตู๋ เปา อำนาจ บาส จากภักดีชุมพล, โต๋ว วิศวะหนุ่มจาก SCG, ออย จากดอยเต่า, พี่ก๊อก แก้ว ติ๊ก จากแม่แจ่ม, โจ้ จากวัดจันทร์, พี่อานุพงษ์ พี่ประวิตร พี่วิเชียร เจ้าภาพ, พี่แป๊ะ พี่น้อย พี่เจริญ ทีมบันเทิง และอีกหลายท่าน อาจจะลืมชื่อไปบ้างขออภัยครับ.....

ขอแสดงความยินดีกับท่าน ศ.พิเศษ ดร. นพ.สรรใจ แสงวิเชียร ในโอกาสได้รับ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาแพทยศาสตร์ จากมหา...
20/09/2016

ขอแสดงความยินดีกับท่าน ศ.พิเศษ ดร. นพ.สรรใจ แสงวิเชียร ในโอกาสได้รับ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล..
อาจารย์สรรใจ ผู้ทุ่มเทตลอดทั้งชีวิต ด้วยการเป็นครูแพทย์ให้กับวิชา มหกายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ศิษย์ศิริราชทุกท่าน ไม่มีใครไม่รู้จักท่าน และก็เป็นอาจารย์ที่มั่นใจได้ว่าลูกศิษย์ทุกคนจำได้มากที่สุด
ชีวิตแพทย์ ก็ได้เริ่มเรียนวิชาแพทย์ตอนปีที่ 2 (หลังจากข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา) วิชาแรกที่สำคัญที่สุด ก็คือ Anatomy (มหกายวิภาคศาสตร์) นี่แหละ สำคัญและเป็นพื้นฐานที่สุด เรียกได้ว่า เบสิกของร่างกายมนุษย์ต้องรู้ทุกซอกมุม กว่าเราจะเอามาใช้เป็นหมอรักษาคนได้
ร่างกายมนุษย์ จากอาจารย์ใหญ่ผู้อุทิศกายให้คนได้มาเรียนรู้ ใครเคย Dissect (ชำแหละ) แล้ว จะยิ่งรู้ว่าร่างกายมนุษย์ซับซ้อนเพียงใด เรียนหมอที่ว่ายาก ก็วิชานี้นี่แหละเป็นลำดับต้นๆ
การเรียน Anatomy ให้สำเร็จได้ ก็ไม่มีทางได้จากตำราอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญก็คือ อาจารย์ต้องมาจับมือสอน นักเรียนต้องตั้งใจ ยิ่งได้เรียนรู้จากปรมาจารย์รุ่นใหญ่ด้วยแล้วนั้น ความรู้ก็ยิ่งได้มากขึ้นทวีคูณ..
อ.สรรใจ ยังคงมาสอนนักศึกษาอย่างตั้งใจตามปกติทุกวัน แม้วัยจะล่วงเลยเกษียณมาแล้ว อาจารย์มีเอกลักษณ์ที่ผมจำได้
อย่างสำคัญคือการเรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัส "มือ" คืออวัยวะที่สำคัญ การชำแหละที่ถูกต้องจะต้อง "ไม่ใส่ถุงมือ" ใช้มือสัมผัสโดยตรง เพื่อรู้ถึงสัมผัสของเนื้อเยื่อ อาจารย์ใหญ่ปลอดเชื้อ ปลอดภัย นี่คือสิ่งที่อาจารย์สอนอยู่เสมอ
ตรงนี้สำคัญมาก ผมเองก็เห็นนักศึกษา(รวมทั้งอาจารย์)สมัยนี้ มักจะใส่ถุงมือ ซึ่งตรงนี้หลายคนจะรู้ดีว่า สัมผัสที่เราได้มันสำคัญมากเพียงไร
หลายคนมาใหม่ๆ ก็อาจจะรู้สึกไม่สะอาดบ้าง รวมทั้งกลิ่นฟอร์มาลีน ที่ชวนติดจมูกไปทั้งวัน ยิ่งเอามือมาดมยิ่งรู้ว่าล้างมือ 5 นาที กลิ่นก็ไม่หาย แต่นั่นก็เป็นช่วงแรก สักพักก็...ชินไปเอง บางครั้งงานเสร็จมืด ยังแอบเอาข้าวเอาขนมไปกินบนตึกด้วยซ้ำ (อันนี้ไม่ควรทำ)
อีกอย่างที่นักศึกษาจำได้ไม่ลืม คือบุคลิกของ อ.สรรใจ ที่เรียกได้ว่า สอนแบบถึงพริกถึงขิง ด้วยความที่เป็นครู ท่านบอกเลยว่า อยากสอนทุกวิธี ไม่กลัวเด็กไม่ชอบ หลายครั้งที่ผมเองก็เคยโดนท่านดุ ท่านตำหนิ เวลาทำงานไม่เสร็จ (โดยเฉพาะถ้าไม่เตรียมตัวมา) บางครั้งก็ลงไม้ลงมือก็มี ด้วยวิธี...ขอละไว้ด้วยหลายคนเข้าใจดี(โดยเฉพาะเด็กศิริราช) แต่ไม่ใครโกรธอาจารย์เลย เพราะเรารู้ว่าท่านรักและตั้งใจสอนมากเพียงไร..
ผมเองก็ดีใจที่ได้เข้าเรียนที่นี่ และเคยได้เรียนรู้กับอ.สรรใจ แบบจับมือทำเลย
นั่นจึงเป็นพื้นฐานแพทย์ที่สำคัญที่ทำให้เราเอามาต่อยอดวิชาอื่นได้มาจนถึงทุกวันนี้
ก็วิชานี้แหละ ที่ผมมั่นใจที่สุด เพียงไม่กี่วิชาที่มั่นใจได้ว่าตอบถูก ไม่พอ ยังกล้ามั่นใจด้วยว่าบางข้อโจทย์ผิดตรงไหน
เกรด A ตลอด 2 เทอม ที่เก็บเอามายินดีกับตัวเองได้อีกนานแสนนาน ต้องขอขอบคุณอาจารย์สรรใจ และอาจารย์ทุกท่านอีกครั้งครับ

VDO Presentation...งานแสดงความยินดี เนื่องในโอกาส ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาแพทยศาสตร์ ประจำปี 2558

ออกตรวจประเมินคลินิก งานคุ้มครงผู้บริโภค หน้าที่หนึ่งของ "หมอ" โรงพยาบาลชุมชน (ที่คนไม่ค่อยรู้).. วันนี้ได้มีโอกาสดี ต้อ...
24/02/2016

ออกตรวจประเมินคลินิก
งานคุ้มครงผู้บริโภค หน้าที่หนึ่งของ "หมอ" โรงพยาบาลชุมชน (ที่คนไม่ค่อยรู้)..
วันนี้ได้มีโอกาสดี ต้อนรับลมหนาวด้วยการออกตรวจประเมินสถานบริการในเขต
หลายคนยังสงสัยว่าไปทำไม จริงๆก็คือ หมอที่ รพ.ชุมชนที่ต่างๆ ต้องมีหน้าที่หลักอย่างหนึ่ง ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คืองานคุ้มครองผู้บริโภค ที่ต้องออกตรวจสถานบริการต่างๆ เช่น คลินิกแพทย์สถานพยาบาล ร้านขายยา ฯลฯ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่ง แทบไม่ต่างจากตำรวจที่ต้องออกตรวจเหตุร้าย ดูแลประชาชน หมอที่ชุมชน ก็เช่นเดียวกัน (หลายคนเพิ่งรู้ ไม่แปลก เพราะผมมาทำงานก็เพิ่งรู้)
วันนี้ออกตรวจคลินิก ถึง 4 แห่ง ไปพร้อมลมหนาว ซึ่งเจ้าของคลินิกหลายแห่ง ก็อาจจะหนาว เพราะพอ หมอและเภสัช รพ.มาถึง ก็มักจะหนาวสั่น และตอบคำถามแบบเคอะเขิน (หรือว่าหมอโหดไป) มีคลินิกหนึ่ง ได้เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่มาเปิดหลายๆที่ ก็มีอำเภอบ้านเหลื่อมนี่แหละ ยากที่สุด ลงตรวจจริงจังที่สุด
ปฏิเสธไม่ได้ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ สถานบริการเหล่านี้มักปกปิดข้อมูล เพราะกลัวว่าถ้าเจอสิ่งที่ไม่ถูกหลัก หมอจะแจ้งสั่งปิด..
หลังจากได้คุยและทักทาย ก็ทำให้ได้ข้อมูลหลายอย่าง อันที่จริง หมอไม่ได้มาจับผิด แต่มาแบบกัลยาณมิตร คือมาดูของจริงจะได้แนะนำกันให้ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจเพิ่มช่องทางการทำงานร่วมกันกับคลินิก รพ.สต.และโรงพยาบาล การปรึกษาเคสระหว่างกัน บางแห่งรู้จักกันจนสามารถนำยาดีราคาถูกให้คลินิกมาซื้อตรงที่รพ. (เรื่องเล่าเมื่อครั้งไปดูงานที่ รพ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น) รพ.อาจช่วยรับซื้อขยะติดเชื้อมากำจัดให้ถูกวิธีในราคา กก.ละ 12 บาท ฯลฯ..
ลงเยี่ยมช่วงเย็น เหนื่อยเพลียเล็กน้อย แต่ก็สนุกดี ถือว่าได้โอกาสรู้จักเพื่อนร่วมสายงานหน้าใหม่ๆ เพื่อผู้บริโภคในอำเภอบ้านเหลื่อมจะได้สิ่งที่ดีๆกลับไป
นี่หละ งานคุ้มครงผู้บริโภค หน้าที่หลักของหมอ รพ.ชุมชน ที่หลายคนเพิ่งรู้
ปล. รูปถ่ายจากคลินิกคุณศรีประภา อ.บ้านเหลื่อม พยาบาลวิชาชีพจาก สสจ.ชัยภูมิ

"อชิ ผู้ใจดี" ทำดีจนคนเอาไปแชร์เรื่องดีๆ ก็แชร์ได้ เรื่องดีๆ ก็มีเยอะแน่จริงนะเนี่ย..สังคมอันน่าปวดหัวในปัจจุบัน กับการร...
09/01/2016

"อชิ ผู้ใจดี" ทำดีจนคนเอาไปแชร์
เรื่องดีๆ ก็แชร์ได้ เรื่องดีๆ ก็มีเยอะ
แน่จริงนะเนี่ย..
สังคมอันน่าปวดหัวในปัจจุบัน กับการรับรู้ข่าวสารอันฉับไวผ่านทางโลก Social ก็ยังมีเรื่องดีๆ ของคนดีๆที่ถูกนำมาแชร์ต่อๆกัน เช่นกัน
จริงๆแล้ว คนไมยยังมีคนดีอีกเยอะครับ เมื่อคืนผมได้รับภาพแชร์ส่งต่อมา ปกติก็มักไม่ค่อยอ่าน หรืออ่านผ่านๆ พอดีมีคนมาทัก และสังเกตเห็นบุคคลที่ถูกอ้างชื่ออยู่ในเอกสารราชการฉบับหนึ่ง ชื่อคุ้นหู ..
นพ.ศรัญ พรมวังขวา ซึ่งท่านนี้เป็น Room mate ผมเอง สมัยเป็นแพทย์จบใหม่ 2553 ใช้ทุนกันอยู่ที่ โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง เพื่อนแพทย์จากคณะแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อดีตแพทย์ รพ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และตอนนี้กำลังศึกษาวิชา Orthopedics มช. (หมอกระดูก)..
ในเนื้อหา เป็นจดหมายทางราชการ เนื้อหาแสดงความขอบคุณและชื่นชม จากคุณครูท่านหนึ่ง จาก รร.แห่งหนึ่ง ใน จ.ลำปาง ได้เข้ามารักษาอาการบาดเจ็บสงสัยแขนหักจากการหกล้มตกเก้าอี้ ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่
คุณครูท่านนี้ มีความเครียด กลัวว่าจะต้องถูกผ่าตัด มีความวิตกกังวล
คุณครูได้รอตรวจอยู่หน้าห้อง นพ.ศรัญ และเห็นว่า นพ.ท่านนี้ดูหน้าตายังเด็ก คุณครูดูไม่มั่นใจ ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ยินยอมให้ตรวจ และนั่งรออยู่หน้าห้องไม่ยอมเข้าห้องตรวจ
แต่ นพ.ศรัญ ได้เดินมาตรวจที่หน้าห้อง พร้อมทั้งอธิบายถึงผลดีผลเสีย ชี้แจงเหตุผล พูดจาหว่านล้อม ทำให้คุณครูผ่อนคลายจากความกลัว และยอมรับการผ่าตัด จากการสังเกตพฤติกรรม พบว่าท่านเอาใจใส่ ดูแลคนไข้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่เลือกชั้นวรรณะ สถานภาพหรือสถานะของผู้ป่วยด้วยความจริงใจ ดั่งสมญานาม "อชิ ผู้ใจดี" สมควรได้รับการยกย่องเชิดชู..
ใครเคยไป รพ.มหาราช หรือ รพ.ใหญ่ๆ คงนึกภาพออก
คนไข้ปริมาณมหาศาล หมอแต่ละแผนกก็ดูเร่งรีบเคร่งเครียด ไม่มีเวลาคุยและใส่ใจคนไข้ได้มาก และความเครียด เนื่องจากปริมาณคนไข้ที่มาก
หมอหนุ่มๆสาวๆ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำบ้าน ต้องช่วยกัน ออกตรวจเพื่อแบ่งเบาภาระ อาจารย์แพทย์ งานหนักมิใช่น้อย รวมทั้ง หน้าตา ประสบการณ์ และความน่าเชื่อถือจากคนไข้ ยิ่งทำให้ปฏิบัติงานยากและเครียดมากขึ้นไปอีก
แต่จะมีสักกี่คน "อชิ ผู้ใจดี" ชายหนุ่มบ้านนอก จาก อ.ท่าวังผา จ.น่าน ผูไม่เคยเครียดกับเรื่องใดๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน หาสิ่งดีๆให้คนไข้ด้วยความเท่าเทียม และเข้าใจความต้องการอันหลากหลายที่คนไข้ไม่ได้แสดงออก..
สมควรได้รับการเชิดชูอย่างยิ่ง
ช่วยกันแชร์เรื่องดีๆในสังคม ให้วังคมน่าอยู่มากขึ้นครับ

‘สอน นร.แพทย์รู้ปัญหาจริง-ปรับระบบส่งต่อ’ แก้แพทย์จบใหม่อยู่ รพช.ไม่ยืด
19/12/2015

‘สอน นร.แพทย์รู้ปัญหาจริง-ปรับระบบส่งต่อ’ แก้แพทย์จบใหม่อยู่ รพช.ไม่ยืด

ผอ.รพ.บ้านเหลื่อม ย้ำสาเหตุ แพทย์จบใหม่อยู่ รพช.ไม่ยืด มาทำงานห่างไกลบ้านแล้ว รพ.ยังขาดความพร้อมทางการแพทย์ และค่าตอบแทน แถมภาพรวม รพช.มีปัญหาส่งต่อ รพ.ใหญ่ แนะทางออกต้องแก้ปัญหาเชิงระบบ สอนนักเรียนแพทย์รับรู้และเข้าใจสภาพทำงานจริง สร้างระบบการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ พร้อมชี้ปัญหาโครงการผลิตแพทย์เพื…

ฝากแชร์ และประชาสัมพันธ์ถึงน้องๆ  นักศึกษาแพทย์ครับ..มาแล้ว ค่ายหมอนอกรั้วโรงเรียนแพทย์สู่การเข้าใจ คน - ตน - ชุมชน ครั้...
21/11/2015

ฝากแชร์ และประชาสัมพันธ์ถึงน้องๆ นักศึกษาแพทย์ครับ..
มาแล้ว ค่ายหมอนอกรั้วโรงเรียนแพทย์
สู่การเข้าใจ คน - ตน - ชุมชน ครั้งที่ 7

3 - 9 มกราคม 2559 นี้
@ รพ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์
@ รพ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด
@ รพ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

แล้วเราจะรู้ว่า .. "ความเข้าใจ"
จะทำให้เราเป็น "หมอที่มีความสุข" ได้อย่างไร ?

รับนักศึกษาแพทย์ทุกคณะ ทุกชั้นปี เพียง 18 คน เท่านั้น
หมดเขตรับสมัคร 5 ธันวาคม 2558 นี้

รายละเอียด และใบสมัคร ดูตามลิ้งค์ข้างล่างนี้
http://goo.gl/forms/wKtYKGWgwt

โรงพยาบาลชุมชน...ที่พึ่ง ของคนในชุมชน ที่ที่ชุมชนไว้วางใจ..หมอหลายต่อหลายคน ที่เคยมีประสบการณ์ใน รพ.ชุมชน โดยเฉพาะ รพ.รั...
23/10/2015

โรงพยาบาลชุมชน...
ที่พึ่ง ของคนในชุมชน ที่ที่ชุมชนไว้วางใจ..
หมอหลายต่อหลายคน ที่เคยมีประสบการณ์ใน รพ.ชุมชน โดยเฉพาะ รพ.รัฐ ขนาดเล็ก มักประสพปัญหา ขาดบุคลากร ขาดเครื่องมือ ขาดความพร้อม และสุดท้ายที่หนักใจที่สุด คือ "ขาดความไว้วางใจ" จากคนในชุมชน
ความไว้วางใจ นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่า รพ. จะมีความพร้อมขนาดไหน ยิ่งใหญ่ขนาดไหน หากปราศจากความไว้วางใจแล้วนั้น ย่อมไม่เจริญก้าวหน้า ทำอะไรเป็นติดขัดไปหมด
ดีที่ รพ.บ้านเหลื่อม ได้สร้างสิ่งสำคัญที่สุดเอาไว้ ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน..
3 วันก่อน ผมได้มีโอกาสต้อนรับ แขกคนสำคัญ ในอำเภอ เข้ารับการดูแลรักษาที่ รพ.
คุณแม่วิไล มารดาของท่านพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอบ้านเหลื่อม ชาวจังหวัดสงขลา บ้านเกิดของท่านนายอำเภอ คุณแม่เดินทางมาเยี่ยมลูกชาย มาอำเภอบ้านเหลื่อมเป็นครั้งแรก เกิดอาการเจ็บป่วยกะทันหัน (ขออนุญาต ไม่ลงรายละเอียด) จำเป็นต้องพบแพทย์ เข้ารับการรักษาที่ รพ.
ผมตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าจำเป็นต้องรับไว้รักษาตัวที่ รพ.
ถึงจุดนี้ หลายคนก็คงคิดในใจ ไม่ต่างจากผมมากนัก
รพ.ชุมชนเล็กๆ ขาดความพร้อมหลายอย่าง จะรับบุคคลสำคัญของอำเภอไว้ คงจะน่ากังวลใจพอสมควร (ผมเองก็แอบคิดในใจ)
ในความลังเล และไม่แน่ใจ คุณแม่วิไลและท่านนายอำเภอ ก็ให้ความเห็นตรงกันว่า ให้หมอรับไว้รักษาตัวที่นี่ ที่ รพ.บ้านเหลื่อมแห่งนี้..
1 วัน 2 วัน 3 วัน ผ่านไป
คุณแม่วิไล อาการดีขึ้นเป็นลำดับ ผลตรวจทุกอย่างค่อนข้างปกติทั้งหมดแล้ว
ผมจึงตัดสินใจอนุญาตให้ กลับบ้านได้
คุณแม่ก็อยากกลับบ้านเช่นกัน เนื่องจากออกจากบ้านมาหลายวัน
วันนี้คุณแม่ยิ้มได้และยกนิ้วให้ ฝากบอกถึง เจ้าหน้าที่ทุกคนว่าบริการดีเยี่ยม เห็นแล้วก็ดีใจแทนเจ้าหน้าที่ทุกคนไปด้วย
การที่บุคคลสำคัญได้เข้ามาใช้บริการ นพ. ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เพิ่มความไว้วางใจ ที่คนไข้และชุมชนจะมีต่อ รพ.แห่งนั้นๆ เจ้าหน้าที่ รพ.เอง ก็มั่นใจและดีใจไปด้วย..
เสียดายแทนคุณแม่ว่า มาเที่ยว อ.บ้านเหลื่อม แต่ยังไม่ทันได้เที่ยวเลย ก็ต้องมานอน รพ. เสียก่อน เมื่อออกจาก รพ. ก็ต้องรีบบินกลับสงขลาเสียแล้ว
แม้คุณแม่วิไล จะมาเที่ยวแบบเสียเที่ยว ต้องมาเจ็บป่วยระหว่างทาง แต่ท่ามกลางความโชคร้าย คุณแม่วิไลและท่สนนายอำเภอ ได้มอบสิ่งที่วิเศษสุด ให้แก่เจ้าหน้าที่ รพ. ให้แก่ภาพลักษณ์ของ รพ.ของรัฐ และสำคัญที่สุดคือความไว้วางใจของประชาชน ที่มีต่อโรงพยาบาลชุมชน แห่งนี้

นิตยสาร Health Focus ได้โทรมาสัมภาษณ์ผมทางโทรศัพท์ เมื่อวันเสาร์นี้เองขอขอบคุณและขอชื่นชม นิตยสาร ที่เขียนข่าวได้รวดเร็ว...
14/09/2015

นิตยสาร Health Focus ได้โทรมาสัมภาษณ์ผมทางโทรศัพท์ เมื่อวันเสาร์นี้เอง
ขอขอบคุณและขอชื่นชม นิตยสาร ที่เขียนข่าวได้รวดเร็ว เนื้อหาถูกต้องทั้งหมด เป็นกลางและสร้างสรรค์ ครับ

รพ.บ้านเหลื่อม เปิดห้องผ่าตัดครั้งแรก หลังถูกปิดตายนานเกือบ 10 ปี ช่วยผู้ป่วยหญิงเหตุจำเป็นต้องทำหมัน แต่ไม่สามารถรับการรักษายัง รพ.ใหญ่ห่าง 100 กม.ได้ พร้อมเดินหน้าเปิดห้องผ่าตัดรักษาผู้ป่วยต่อ เพิ่มโอกาสผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา แถมช่วยลดความแออัดผู้ป่วยใน รพ.ขนาดใหญ่

ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ต้องจบเฉพาะทางด้านไหน หมอคนไหนก็ทำได้ ..กิจกรรมทุกๆวันพุธบ่าย ขอ...
02/09/2015

ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
ไม่ต้องจบเฉพาะทางด้านไหน หมอคนไหนก็ทำได้ ..
กิจกรรมทุกๆวันพุธบ่าย ของชาว รพ.บ้านเหลื่อม ที่ทำกันเป็นประจำ
ทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักจิตวิทยา นักวิชาการ เจ้าหน้าที่สนับสนุนบางส่วน และอีกบางท่านตามวาระ รวมกันพนักงานขับรถอีกหนึ่งคน
เช้า จะเดินทางออกไปยังตำบลต่างๆ เข้า รพ.สต. รวมตัวกับทีมจาก รพ.สต. เพื่อตรวจผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่องใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาที่ รพ. โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการคงที่ มีภาวะแทรกซ้อนน้อย
บ่ายก็จะนัดกันออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ในเขต รพ.สต.ที่ต่างๆ โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล ชาวบ้านเดินทางลำบาก ..
ครั้งนี้ได้มีโอกาสลงเยี่ยมบ้านผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมอง (Hemorrhagic stroke) อยู่บ้าน หนองปรือโปร่ง ต.โคกกระเบื้อง สุดขอบชายแดนบ้านเหลื่อม รถตู้วิ่งผ่าน (ซาก)ถนนลาดยางที่อุดมไปด้วยหลุม ต่อด้วยถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายอันนุ่มนวล
ทุกคนในทีมต่างลงมาทำหน้าที่ตัวเองอย่างคล่องตัว หลังจากที่ญาติๆกำลังนำเสื่อมาปูให้หมอนั่ง
- พยาบาลจาก รพ.สต. เดินนำเข้าบ้านเตรียมบอกให้ญาติ นำยาและสมุดประจำตัว รวมทั้งประวัติผู้ป่วยมาให้ดู
- พยาบาลเตรียมประวัติที่ปริ้นท์มาจาก รพ. สาธยายไปพลางๆ
- พยาบาลอีกคน เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่นเครื่องวัดความดัน สเตร๊ทโตสโคป ฯลฯ
- เภสัชกรเตรียมแกะถุงยา มาตรวจเช็คและถามไถ่
- นักจิตวิทยากำลังตะล่อมถามความรู้สึก และความเครียดวิตกกังวล
- นักกายภาพกำลังตรวจสอบราวช่วยเดิน ที่เคยมาสอนให้ญาติๆ ช่วยกันทำ
- พนักงานขับรถ เดินมาช่วยถ่ายรูป พร้อมเล็งเห็นว่าไม้ค้ำรักแร้มันสั้นไป เลยเอามาแกะเพื่อขยับล็อคให้ยาวขึ้น
ส่วน "หมอ" ก็ไม่รู้จะทำอะไร เลยจับผู้ป่วยขยับแขนขาส่วนที่อ่อนแรง ทำการตรวจร่างกายไปพลางๆ แล้วแก้เขินด้วยการพาผู้ป่วยลุกเดินให้ดู..
ทั้งหมดใช้เวลาเพียง 20 นาที พยาบาลอีกท่านหนึ่งก็สรุปข้อมูลทุกอย่างเสร็จ ลงในแบบฟอร์ม
สรุปว่าผู้ป่วยรายนี้ ได้รับการรักษาที่ดีแล้ว พยายามทำกายภาพด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และทีมก็ได้เคยลงมาเยี่ยมบ้านและสอนการทำกายภาพบำบัดที่บ้านมาครั้งหนึ่งแล้ว (ผมไม่ได้มาครั้งนั้น)
สิ่งที่ผู้ป่วยได้รับวันนี้ คือ คำแนะนำให้ปรับราวช่วยเดินให้เหมาะสม และปรับขนาดไม้ค้ำยันให้ได้ระดับ (เพราะเรื่องอื่นๆ ผู้ป่วยและญาติช่วยกันดูแลจนถูกต้องเกือบทั้งหมดแล้ว) แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ "กำลังใจ" ที่ผู้ป่วยได้รับ จนมีแรงบันดาลใจให้ตนเองต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง..
มีคนชอบถามว่าไปเยี่ยมบ้าน ไปทำไม เสียเวลา? ไปแล้วได้อะไร
บางคนก็บอกให้ไปเยี่ยมบ้าน คุณต้องดูแลแบบหมอในครอบครัว (Family Medicine)
นโยบายก็สั่งให้มีหมอครอบครัว (Family Care Team)..
ปล1. ขออนุญาต ผู้ป่วยถ่ายรูปแล้วครับ..
ปล2.
# ไปเยี่ยมบ้านแล้วได้อะไร ก็ไม่แน่ใจนัก
# ผมไม่ได้เป็นหมอ Fam Med.
# FCT คืออะไร ยังไม่ค่อยเข้าใจ
แต่ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ แค่อยากบอกว่า โรงพยาบาลชุมชนหลายๆที่ เขาทำกันมาตั้งนานแล้ว จนเป็นกิจกรรมมาตรฐานของหลายๆที่ และหมอทุกคนทำได้

ห้องผ่าตัด (OR) โรงพยาบาลชุมชน ห้องร้างที่ถูกลืม..หลายๆคน แม้แต่คนในวงการแพทย์ คงลืมบทบาทการผ่าตัด ในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเ...
02/08/2015

ห้องผ่าตัด (OR) โรงพยาบาลชุมชน
ห้องร้างที่ถูกลืม..
หลายๆคน แม้แต่คนในวงการแพทย์ คงลืมบทบาทการผ่าตัด ในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กไปแล้ว บางคนไม่รู้แม้กระทั่งว่า ในอดีต รพ.เล็กๆ เคยเปิดห้องผ่าตัดช่วยชีวิตคนมาแล้วนับไม่ถ้วน เคยเป็นที่ฝากผีฝากไข้กับคนที่ยากลำบาก เป็นที่สร้างชีวิตใหม่ให้ใครบางคน..
นับตั้งแต่เกิดคดี ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช คดีแพทย์ผ่าตัดไส้ติ่ง แล้วผู้ป่วยเสียชีวิตจากการให้ยาสลบทางสันหลัง
การตัดสินคดีนี้นับเป็นคดีสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การแพทย์ ที่เป็นจุดแตกหักของแพทย์หลายท่าน โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก หลายโรงพยาบาลชุมชน ทยอยกันปิดห้องผ่าตัด ชนิด "ปิดตาย" บางที่เอาไปทำห้องประชุมบ้าง ห้องนวดแผนไทยบ้าง ห้องตรวจบ้าง นับเป็นการปิดฉากซุปเปอร์ฮีโรในอดีต ที่เคยมอบชีวิตใหม่ให้ใครหลายๆคน
ปิดแล้ว ก็ปิดเลยครับ โอกาสจะกลับมาเปิดใช้ใหม่นั้นยากเหลือเกิน
หมอที่ไหนจะอยากเดือดร้อนตัวเอง ปิดไปเลย ไม่ทำผ่าตัด ส่งผู้ป่วยไป รพ.ใหญ่ ผลเสียก็ตกกับชาวบ้านตาดำๆ นี่แหละครับ โดยเฉพาะคนยากคนจนที่เดือดร้อน ต้องลำบากเดินทางไป รพ.ใหญ่ ..
วันนี้ มีโอกาสที่ดี ได้พลิกฟื้นความรู้สึกบางอย่าง ได้มีโอกาสใช้บริการ ห้องในตำนานแห่งนี้
ห้องผ่าตัด รพ.บ้านเหลื่อม ถูกยกเลิกการใช้มาตั้งแต่ยุคนั้น คาดว่าเกือบ 10 ปีแล้ว ที่ไม่เคยนำมาใช้ผ่าตัดใดๆ แต่โชคดีที่ยังไม่ถึงกับปิดตาย อุปกรณ์ต่างๆ ยังคงใช้ได้ดี คนทำงานก็ยังพอรื้อฟื้น แม้จะตะกุกตะกักไปบ้าง แต่นี่เป็นสัญญาณที่ดีบางอย่าง วำหรับ อำเภอเล็กๆแห่งนี้..
หมอทำเป็น เพียงอย่างเดียว คงไม่อาจได้รื้อฟื้นห้องผ่าตัดขึ้นมาได้
ต้องขอบคุณ ผู้ป่วยและญาติที่ได้มอบความไว้วางใจ
ทีมพยาบาล ใจยังพร้อมสู้ เสมอ แม้จะร้างรามานับปีไม่ถูกแล้ว
หมอ, พยาบาล, คนงาน, คนไข้, ญาติ, ห้อง, อุปกรณ์, ยา ฯลฯ ทุกอย่างมาพร้อมกัน จึงจะมีวันนี้ แม้วันนี้จะเป็นเพียง "การทำหมันหลังคลอด" หัตถการผ่าตัดใหญ่ที่เล็กที่สุด แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี
ผลประโยชน์สุดท้าย รพ.ชุมชน ทำงานเพื่อชุมชน หมอไม่ได้อะไร แต่สังคมต่างหากที่จะได้รับประโยชน์..
ช่วยกันแชร์ หากท่านคิดว่าเป็นสิ่งดี
หลายที่พร้อม ขาดเพียงอย่างเดียวคือ "การมอบความไว้วางใจ" จากผู้มีอำนาจเบื้องบน หลายๆหน่วยงาน

ที่อยู่

โรงพยาบาลชุมพวง อำเภอชุมพวง
Chum Phuang
30270

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอตู๋ - Dr.Too Hooผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง หมอตู๋ - Dr.Too Hoo:

แชร์