27/05/2026
“ภาพพระบฏ” ในพิธีเลี้ยงดง
สัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญาของอารักษ์เชียงใหม่
_____________________________________
“ประเพณีเลี้ยงดง” ณ ลานพิธีเชิงดอยคำ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพิธีกรรมบวงสรวงดวงวิญญาณ “ปู่แสะ-ย่าแสะ” ยักษ์อารักษ์ผู้ปกป้องรักษาผืนป่าดอยสุเทพและดอยคำ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (ประมาณเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน) ท่ามกลางบรรยากาศอันลี้ลับของป่าลึกและการเซ่นสังเวยควายรุ่นดิบสด สิ่งที่โดดเด่นและถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดเชิงสัญลักษณ์ในลานพิธีก็คือ “ภาพพระบฏ” หรือผืนผ้าที่วาดภาพพระพุทธเจ้าประทับยืน รายล้อมด้วยพระอัครสาวก ซึ่งจะถูกอัญเชิญมาขึงแขวนไว้กับต้นไม้ใหญ่สองคนโอบ เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีกรรมโบราณนี้
บทบาทของภาพพระบฏสืบเนื่องมาจากตำนานพื้นเมืองล้านนาและกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ ที่เล่าขานว่าในอดีตกาล ปู่แสะและย่าแสะเป็นยักษ์ผัวเมียที่จับมนุษย์และสัตว์ป่ากินเป็นอาหาร จนกระทั่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดและทรงแสดงอภินิหารจนยักษ์ทั้งสองยอมศิโรราบละเลิกพฤติกรรมดุร้าย อย่างไรก็ตามยักษ์ได้ทูลขอผ่อนปรนเพื่อความอยู่รอด โดยขอโปรดประทานเนื้อควายหนุ่มปีละหนึ่งตัวเป็นเครื่องเซ่นสังเวย และให้คำมั่นสัญญาต่อพระพุทธองค์ว่าจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ดูแลรักษาป่าต้นน้ำและพิทักษ์เมืองเชียงใหม่ให้อยู่เย็นเป็นสุข ภาพพระบฏที่แขวนอยู่กลางป่าจึงเป็นเสมือนตัวแทนของพระพุทธเจ้า เพื่อย้ำเตือนให้อารักษ์ทั้งสองปฏิบัติตามสัตยาบันที่เคยให้ไว้
ในขั้นตอนพิธีกรรม ขบวนแห่จะอัญเชิญภาพพระบฏศิลปะล้านนาโบราณ (ซึ่งปัจจุบันผืนดั้งเดิมจากวัดป่าชีมีอายุกว่าศตวรรษและจะถูกนำออกมาเปิดใช้เพียงปีละครั้ง) เข้าสู่บริเวณเพื่อประกอบพิธี เมื่อร่างทรงของปู่แสะและย่าแสะเข้าทรง และกระทำพิธีกรรมกินเนื้อควายดิบและดื่มเลือดสดจนอิ่มหนำตามความเชื่อแล้ว ฉากสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือร่างทรงจะเดินตรงเข้ามาหาภาพพระบฏ ทำการกราบไหว้แสดงความเคารพอย่างนอบน้อมต่อหน้าผืนผ้าที่โบกสะบัด ก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่าง ซึ่งเป็นการแสดงออกว่าอำนาจของผีท้องถิ่นดั้งเดิมนั้น ยอมสยบอยู่แทบพระบาทของพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง
ในเชิงมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภาพพระบฏในพิธีเลี้ยงดงจึงไม่ใช่เพียงแค่จิตรกรรมบนผืนผ้าธรรมดา แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของคนโบราณในการจัดการความขัดแย้งทางความเชื่อ โดยการนำศาสนาหลักที่มาทีหลัง (พุทธ) เข้ามาผสมผสาน ครอบคลุม และควบคุมอำนาจดั้งเดิม (ผี) เปลี่ยนจากความน่ากลัวของยักษ์กินคนให้กลายเป็นพลังบวกในการปกป้องธรรมชาติ ผืนผ้าพระบฏจึงเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างคน ผี และพุทธศาสนา ที่ช่วยจัดระเบียบสังคมและหล่อหลอมให้ชุมชนสามารถร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่าและสายน้ำให้ยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน
_____________________________________
เชิงอรรถ :
ชลธิรา สัตยาวัฒนา. (2561). ลัวะเมืองเชียงใหม่: ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ที่เพิ่งสร้าง และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของปู่แสะย่าแสะ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ชนนิยม.
ศูนย์วิจัยฮักเมืองน่าน. (2554). พระบฏล้านนา: พุทธศิลป์บนผืนผ้าและวิถีความเชื่อของชุมชน. เชียงใหม่: โรงพิมพ์แสงศิลป์.
สุรพล ดำริห์กุล. (2545). แผ่นดินล้านนา: ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
เกริก อัครชิโนเรศ. (2558). ภาพพระบฏกับการสืบทอดพุทธศาสนาและพิธีกรรมในล้านนา. วารสารข่วงผญา, 9(1), 45-62.
ประสงค์ แสงงาม. (2563). การปรับเปลี่ยนหน้าที่และสถานภาพของผีปู่แสะย่าแสะในสังคมเชียงใหม่ร่วมสมัย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 12(2), 113-138.
ภิญญพันธุ์ พจนาลาวัณย์. (2556). ผี พุทธ พราหมณ์ และรัฐ: อำนาจและการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมเลี้ยงดงเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 9(2), 75-98.
#เชียงใหม่ #เทศบาลนครเชียงใหม่