01/06/2026
ควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัว : โอกาสและยุทธศาสตร์ของไทยบนเวทีเทคโนโลยีโลก
เมื่อกล่าวถึง “เทคโนโลยีควอนตัม” หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของห้องปฏิบัติการระดับโลก หรือเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยังห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง ควอนตัมกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีฐานรากสำคัญที่หลายประเทศเร่งลงทุนและวางยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ระหว่างการปฏิบัติภารกิจ ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้มีการหารือกับ Pasqal หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีควอนตัมชั้นนำของโลก ซึ่งมีศาสตราจารย์ Alain Aspect เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2022 เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง การแลกเปลี่ยนมุมมองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางวิชาการอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
หัวใจสำคัญของ Quantum Technology คือศักยภาพในการประมวลผลและแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงเกินขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้ายาและวัสดุขั้นสูง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานและโลจิสติกส์ การพยากรณ์และวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคดิจิทัล
แม้ว่าการแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์ควอนตัมในเวทีโลกจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสสำคัญในการสร้างบทบาทและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ หากมีการกำหนดทิศทางการลงทุนและการพัฒนากำลังคนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะใน 3 ห่วงโซ่คุณค่าหลัก ได้แก่ Quantum Communication, Quantum Software และ Quantum Sensing
ในมิติของ Quantum Communication เทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นรากฐานของระบบสื่อสารที่มีความปลอดภัยสูงสุด รองรับความท้าทายด้านความมั่นคงทางข้อมูลของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในอนาคต
ด้าน Quantum Software เป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยสามารถสร้างศักยภาพได้อย่างรวดเร็วผ่านการพัฒนาอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ และบุคลากรด้านการประมวลผลควอนตัม ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของประเทศในด้านวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ และการพัฒนากำลังคน
ขณะที่ Quantum Sensing ถือเป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีศักยภาพสูงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถตรวจวัดสัญญาณทางชีวภาพที่ละเอียดอ่อนในระดับที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ตั้งแต่การสร้างภาพการทำงานของสมองและหัวใจที่มีความแม่นยำสูง ไปจนถึงการตรวจจับความผิดปกติของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและอัลไซเมอร์ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ศักยภาพเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิด Precision Medicine หรือการแพทย์แม่นยำ ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของระบบสาธารณสุขโลก และยังเป็นโอกาสในการต่อยอดอุตสาหกรรม Wellness Economy ที่ประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับนานาชาติ
ประเทศไทยมีนักวิจัย สถาบันการศึกษา และบุคลากรที่มีความสามารถไม่แพ้ประเทศใดในโลก สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยภาครัฐต้องทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวก และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในข้อเสนอที่ได้รับจาก Pasqal คือการริเริ่มความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศสในรูปแบบ Joint R&D ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลก
ในยุคที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การรอให้โลกเปลี่ยนแปลงแล้วค่อยปรับตัวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องมองไกล วางยุทธศาสตร์ และลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับประเทศ และเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21
ควอนตัมอาจเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ในวันนี้ แต่หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีทิศทางที่ชัดเจน ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ศาสตราจารย์ ดร.ยศนันท์ วงสวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว.ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ