ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มช. Faculty of Fine Arts Library

ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มช. Faculty of Fine Arts Library ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มช. Faculty of Fine Arts Library, ห้องสมุด, ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยChiang Mai, Chiang Mai.

· (FOFA LIB CMU) · Faculty of Fine Arts Library Chiang Mai University
Tel: 0-5394-4815-6

สื่อแนะนำบริการห้องสมุด
1 https://cmu.to/sos-season-1
2 https://cmu.to/FOFALIBSERVICE

สมัครสมาชิกห้องสมุด
https://library.cmu.ac.th/HtmlDetail/Detail/34/main ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตั้งอยู่ที่ ชั้นที่ 2 อาคารปฏิบัติการออกแบบ
คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เลขที่ 239 ถ.ห้วยแก้ว

ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

Tel: 0-5394-4816, 0-5394-4815

เปิดบริการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.
และปิดบริการ วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวัน
หยุดนักขัตฤกษ์

19/06/2026

เมื่อการรักเพศเดียวกันไม่เคยเป็นอาชญากรรม ประเทศไทยมีศิลปะเควียร์แบบไหน? และทำไมสภาวะสมัยใหม่ของไทยจึงไม่ให้กำเนิด “ศิลปะเควียร์” ตามรูปแบบของสังคมอื่น ๆ ?
เมื่อ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ดร. ไบรอัน เคอร์ติน (Dr. Brian Curtin) ชวนเราคิดประเด็นเหล่านี้ ผ่านปาฐกถาหัวข้อ ‘Queer Activism through Contemporary Art from Thailand’ เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ (International Symposium) ในหัวข้อ “Pride, Politics, and Well-being” ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร
เขาคืออาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจารณ์ศิลปะและภัณฑารักษ์ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยมายาวนาน งานนำเสนอของเขาแนะนำให้เรารู้จักศิลปินเควียร์ในไทยหลาย ๆ คน และปักหมุดศิลปะเควียร์ไทย ผ่านความเข้าใจที่ไม่จำเป็นต้องอิงสายธารประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก
ถ้าเราอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะเควียร์โลก เราอาจพบศิลปะเควียร์จำนวนมาก “แอบซ่อนความปรารถนาต้องห้าม” เอาไว้ ก่อนที่ศิลปะเควียร์จะกลายมาเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างสังคม แต่การจัดวางศิลปะเควียร์เป็นความปรารถนาที่ถูกปกปิด ช่วยให้เราเข้าใจศิลปะไทยแค่ไหน? หรือที่จริงเราอาจหยิบศิลปะเควียร์ไทยไปใส่ในโครงเรื่องนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ? GROUNDCONTROL ชวนมาหามุมมองใหม่ ๆ ด้วยกัน ผ่านสรุปปาฐกถานี้ จากไบรอัน เคอร์ติน
📌กดทับ รหัสลับ และการเมืองที่ซ่อนอยู่: ศิลปะเควียร์เป็นอย่างไร ในยุคสมัยใหม่ที่อื่น
ศิลปะเควียร์คือการซ่อนรหัสถึงความปราถนาต้องห้าม อย่างน้อยก็ในโลกตะวันตก แต่อาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปในสังคมไทย
ไบรอัน เคอร์ติน เริ่มการนำเสนอในเช้าวันนั้นด้วยคำถามชวนคิดถึงความชี้เฉพาะของเราว่า ทำไมในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศไทย (ในช่วงศตวรรษที่ 20) ถึงไม่มี “ศิลปินเควียร์ในรูปแบบที่เหมือนกับประเทศอื่น ๆ” ที่คล้ายกัน
เขาหมายถึงกลุ่มศิลปินเควียร์อย่าง แพทริก เฮนเนสซี (Patrick Hennessy, 1915–1980), จาเร็ด เฟรนช์ (Jared French, 1905–1988), จอห์น มินตัน (John Minton, 1917–1957) และที่สำคัญคือ ไลโอเนล เวนด์ต์ (Lionel Wendt, 1900–1944) ศิลปินเหล่านี้ล้วนทำงานในช่วงเวลาที่ความปรารถนาแบบเควียร์ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคม พวกเขาจึงมัก “ซ่อนเร้น” หรือเข้ารหัสความรู้สึกและแรงปรารถนาเหล่านั้นไว้ภายในผลงาน ผ่านสัญลักษณ์ ท่าทาง สายตา และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แทนการนำเสนอออกมาอย่างตรงไปตรงมา
ศิลปะเควียร์ในยุคสมัยใหม่ มีไม่น้อยที่อยู่ในบริบทอาณานิคมหรือหลังอาณานิคม และเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันทางกฎหมายและการควบคุมจำกัด นำมาสู่การซ่อนรหัสเต็มไปหมด
ภาพโรงอาบน้ำแบบตุรกีของเฮนเนสซีเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ชายหนุ่มคนหนึ่งส่งสายตาแบบแอบมอง (furtive gazing) ไปยังร่างของอีกคน ราวกับกำลังเกิดแรงดึงดูดหรือความสนใจที่ไม่อาจเปิดเผยออกมาได้ แต่สถานที่แห่งนี้คือโรงอาบน้ำ พื้นที่ที่ในทางประวัติศาสตร์อาจเป็นทั้งสถานที่สำหรับการพบปะ สังสรรค์ หรือแม้แต่การล่องเร้นเพื่อค้นหาความสัมพันธ์บางรูปแบบ พวกเขาอาจกำลัง cruising กันอยู่ หรือเพียงแค่มาใช้บริการซาวน่า
ไลโอเนล เวนดต์ ช่างภาพและศิลปินชาวซีลอน (ศรีลังกาในปัจจุบัน) เป็นผู้นำศิลปะแนวสมัยใหม่ในยุคอาณานิคมอังกฤษที่นั่น เรามักรู้จักเขาในฐานะผู้นำศิลปะโมเดิร์นนิสต์ในศรีลังกา หรือผู้แปลงโมเดิร์นนิสต์แบบยุโรปให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น เขาถูกจัดวางไปอยู่ในโครงเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะทั่วไปได้ ผ่านการอธิบายผลงานเขาด้วยคำอย่างความนามธรรม abstraction) พื้นที่เชิงปริมาตร (volumetric space) และการอ้างอิงถึงศิลปะคลาสสิก (classicism) แต่นักวิจารณ์อย่าง ชิงหยวน เติ้ง (Qingyuan Deng) กลับชวนเราตีความภาพถ่ายร่างกายผู้ชายของเขาใหม่ ว่ามันเป็นเหมือนจดหมายเหตุแห่งความปรารถนาในยุคก่อนอาณานิคม
แทนที่จะมองภาพร่างกายชายหนุ่มอันยั่วยวนนี้ด้วยมุมมองของผู้เข้ามาศึกษาแบบชาติพันธุ์วรรณา (ethnographic gaze) หากมองใหม่ด้วยสายตาแบบเควียร์ เราอาจเห็นความใกล้ชิดและความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งก้าวข้ามประเด็นเรื่องความเหมาะสมดีงามตามบรรทัดฐานแบบความรักต่างเพศ ซึ่งอังกฤษนำเข้ามาในยุคอาณานิคม เห็นบริบทที่เฉพาะตัวของการสร้างชาติและเรื่องอาณานิคม ในร่างกายชายซึ่งเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ทางเพศเหล่านี้ และเห็นอีกด้านของการแสดงออกแบบโมเดิร์นนิสม์ ซึ่งไม่ได้มีความเป็นสากล
หันกลับมาในประเทศไทย งานศิลปะเควียร์กลับไม่ได้มีความปกปิดแอบซ่อนสื่อถึงความปรารถนาลับ ๆ เหมือนที่อื่น อาจเพราะ “ก็สังคมไทยเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอยู่แล้วไหม?” ไบรอัน เคอร์ตินคิดว่าเราไม่สามารถตอบได้ง่าย ๆ อย่างนั้น และมันอาจเป็นเรื่องเรือนร่างในงานศิลปะเควียร์ที่เกี่ยวกับบริบทการเมืองมากกว่าที่เราคิด…
📌ศิลปะเควียร์ไทยคืออะไร
ประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายเอาผิดหรือข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องรักร่วมเพศอย่างเป็นทางการ เป็นที่เข้าใจกันว่าสังคมไทย “ยอมรับ” หรือผ่อนปรนต่อการรักร่วมเพศระดับหนึ่ง แน่นอนนี่เป็นข้อสรุปฉบับกระชับมาก สำหรับความซับซ้อนในเรื่องเพศในสังคมไทย แต่มันอธิบายได้ว่าทำไมศิลปะเควียร์ในไทยยุคสมัยใหม่ ไม่ได้ยกเรื่องเรือนร่างทางเพศหรือความปรารถนาที่ถูกกดทับมาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ศิลปะเควียร์ในสังคมไทยสมัยใหม่ ไม่ได้ใช้นำเสนอการซ่อนรหัสคลุมเคลือชวนตีความ แต่ความเป็นเควียร์กลับมีบทสนทนาโดยตรงกับกรอบสังคมและการเมืองในระดับโครงสร้าง ศิลปินไทยจำนวนมากใช้ความเควียร์เป็นแกนกลางในการทำความเข้าใจการเมือง แน่นอนว่าศิลปะเควียร์ในโลกปัจจุบันจำนวนมากก็หันหาเรื่องการเมืองแทนที่จะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวไปมากเหมือนกัน แต่สำหรับไบรอัน เคอร์ติน ศิลปะเควียร์ไทยร่วมสมัยก็ให้มุมมองใหม่ ๆ ในเชิงวิพากษ์ต่อการรื้อถอนอาณานิคมและการออกจากโครงเรื่องรวมศูนย์ศิลปะร่วมสมัยโลก และตอบโต้กับการเหมารวมให้ความชี้เฉพาะทางพื้นที่เข้าไปอยู่ในโครงเรื่องสากล
เราสามารถพิจารณารายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ ภายในท้องถิ่นได้หลากหลายวิธี เช่นเงื่อนไขในการฝ่าฝืนบรรทัดฐานสังคมแบบชายหญิง การแสดงออกถึงความปรารถนา หรือการสำรวจเรื่องต้องห้ามต่าง ๆ “ความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การยอมรับว่าทั้งประวัติศาสตร์ศิลปะและการศึกษาเควียร์ ไม่ใช่แนวคิดที่จะต้องรับเข้ามาจากภายนอกเท่านั้น แต่เราสามารถสืบสาวไปถึงการก่อตัว บทบาท และการท้าทายในรูปแบบเฉพาะของพื้นที่นี้ได้ ด้วยเหตุนี้พื้นที่นอกเมืองใหญ่จึงสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างองค์ความรู้และทฤษฎีใหม่ ๆ ขึ้นมาท้าทายอำนาจนำของประเทศศูนย์กลางอย่างลอนดอนหรือนิวยอร์ก” ไบรอันกล่าว
เขายกตัวอย่าง ไมเคิล เชาวนาศัย “ผู้บุกเบิกศิลปะเควียร์ในไทย” ซึ่งทำงานกับอัตลักษณ์ในฐานะ “การแสดง” สำหรับสังคมไทย ภาพ Portrait of a Man in Habits (2000) ที่เขาแต่งตัวเป็นพระสงฆ์แต่แต่งหน้าทาปาก ไม่ได้น่าสนใจในแง่การทำให้อัตลักษณ์เป็นสิ่งประกอบสร้าง แต่มันท้าทาย “ขีดจำกัดของการปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะของรัฐ” ด้วยเช่นกัน ในสังคมที่นิยมการเสริมความงาม หรือในผลงานภาพคู่ที่ชื่อว่า Fluid 1 และ Fluid 2 ก็ท้าทายโดยตรงถึงภาพจำของกรุงเทพฯ ในฐานะพื้นที่เปิดกว้างยอมรับความหลากหลาย ว่าจะยอมรับได้ถึงไหน
หรือผลงานของไมตรี ศิริบูรณ์ ซึ่งถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มจากภาคอีสานและชาวผิวขาวในสีลมซอยสี่ซึ่งเป็นย่านบันเทิงอันโด่งดังของกรุงเทพฯ ผลงาน Isarn Boy Soi 4 (2009) ของเขาเสนอร่างกายซึ่งแตกต่างทางชาติพันธุ์ ทางสถานะทางเศรษฐกิจ และสถานะของมนุษย์ในฐานะวัตถุทางเพศ ผู้ชมเหมือนได้แอบมองเข้าไปในพื้นที่อื่นซึ่งมีลักษณะคล้ายโรงละคร แต่เพียงโรงละครนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้ในยามที่องค์ประกอบภาพจะละการตัดสินเชิงศีลธรรมไปแล้ว
และในผลงานที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากอย่าง Underage ซึ่งโอม พันธุ์ไพโรจน์ ถ่ายภาพเยาวชนผู้ทำงานทางเพศในกรุงเทพฯ กลางคืน โดยบันทึกอย่าง “ว่างเปล่า” อย่างสารคดี ไบรอันชวนมองภาพเหล่านี้ในบริบทไทย ที่เต็มไปด้วยการควบคุมภาพในพื้นที่สาธารณะอย่างเข้มงวดแต่ไม่ว่าอะไรกับพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกซ่อนไว้ ภาพนี้จึงน่ากระอักกระอ่วนด้วยมันไม่เชิงทั้งเป็นภาพจากที่โจ่งแจ้งหรือหลบซ่อน และตั้งคำถามถึงบทบาทของรัฐในการแบ่งแยกนิยามส่วนตัวและสาธารณะนี้
ความเควียร์อาจไม่ใช่แค่เรื่องทางเพศของแต่ละคน แต่อยู่ในโครงสร้างอำนาจ ผลงานของ จักกาย ศิริบุตร ศิลปินผู้เป็นที่รู้จักจากงานสิ่งทอ มีความเป็นเควียร์เพราะมันท้าทายการแบ่งงานฝีมือและงานศิลปะระดับสูง เช่นในงานจัดวาง Changing Room ผู้ชมสามารุลองสวมเสื้อทหารซึ่งประดับงานปักเย็บลวดลายและหมวกกะปิเยาะห์แบบชาวมุสลิม เพื่อทำลายความเป็นอื่น ท่ามกลางบาดแผลความขัดแย้งที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือใน ‘78’ ซึ่งเป็นโครงสร้างสิ่งทอทรงลูกบาศก์ ดูคล้ายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอิสลาม แต่ข้างในบรรจุเสื้อผ้าบุรุษมุสลิมวางเรียงบนเตียง ระบุหมายเลข 1-78 ตามจำนวนผู้เสียชีวิตจากการขนย้ายในเหตุการณ์ที่ตากใบ และ ‘18/28: The Singhaseni Tapestries’ งานทอจากเสื้อผ้าของแม่ของเขา ซึ่งอีกแง่หนึ่งก็คล้ายการกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับคนตระกูลสิงหเสนีผู้ล่วงลับ
เขาเสนอการตีความผลงานของจักกาย ศิริบุตร ในเชิงวิพากษ์ ตั้งคำถามต่อคำอธิบายที่ลดทอนความซับซ้อนของเขา เช่น “การผสมผสานตะวันตกและตะวันออก” หรือ “ความงามแบบพื้นถิ่น” แต่ชวนมองเป็นการเปิดความเป็นไปได้ในแบบเควียร์ ซึ่งปฏิเสธการจัดหมวดหมู่อย่างชัดเจนและเข้มงวดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด และเน้นให้เห็นความเป็นอื่น หรือโครงสร้างที่สร้างความเป็นอื่นให้อัตลักษณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา
📌ภาวะยืดหยุ่นของแนวคิด “เควียร์”
สรุปแล้วศิลปะเควียร์ไทยคืออะไร นิยามนี้สร้างขึ้นมาจากอะไร และสุนทรียศาสตร์ของมันเป็นอย่างไร ไบรอันกลับไปที่จุดตั้งต้นถึงรากฐานความปรารถนาแบบเควียร์ในพื้นที่อื่น ซึ่งไม่พบในประเทศไทย ทำให้ศิลปะเควียร์ไทย มีลักษณะเฉพาะคือการผลักดันข้อจำกัดและขอบเขตของ “เรื่องที่ยอมรับได้ในสังคม”
ศิลปะเควียร์ไทยท้าทายบรรทัดฐานของการแสดงออกทางอัตลักษณ์และความปรารถนา ศิลปะถูกหล่อหลอมให้มีความเป็นเมืองและเป็นการเมืองอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ประสบการณ์ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง
ข้อเสนอนี้ของเขาเป็นการแลกเปลี่ยนกลับไปยังประวัติศาสตร์ศิลปะ ซึ่งมักมีโครงเรื่องแบบตะวันตกแบบศูนย์กลาง โดยชี้ให้เห็นลักษณะที่ไม่ได้เป็นสากลของเควียร์ไทย ซึ่งเต็มไปด้วยการสร้างสรรค์ทางรูปแบบหรือสุนทรียศาสตร์ และสะท้อนกลับไปยังนิยามความเป็นเควียร์เองด้วยเช่นกัน ว่าทฤษฎีเควียร์จากส่วนอื่น ๆ ของโลกเป็นเพียงการแปลมาจากทวีปอเมริกาเหนือเท่านั้นไหม หรือว่า “เควียร์” จะสามารถเป็นแนวคิดที่มีความยืดหยุ่น และเป็นเครื่องมือสำรวจบทบาทของเพศวิถีในวิถีชีวิตทางสังคมและวัฒนธรรมได้อย่างไร

19/06/2026

“สรรพสัตว์” บนหลังคาสถาปัตย์ไทย ร่องรอยสิงสาราสัตว์ที่ค้ำชูความงามให้หลังคาอาคารไทยประเพณี
อาคารสถาปัตยกรรมไทยประเพณีถือว่า “หลังคา” คือส่วนสำคัญที่สุดประการหนึ่ง จึงมักประดับตกแต่งลวดลายต่าง ๆ ที่หลังคาอย่างวิจิตรงดงาม เพื่อส่งเสริมให้อาคารโดดเด่นเป็นสง่า
คติดังกล่าวปรากฏเด่นชัดมากในกลุ่มอาคารเนื่องในศาสนาและราชสำนัก ซึ่งเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านงานช่างและสถาปัตยกรรมชั้นสูงของไทยมาแต่โบราณ โดยสิ่งน่าสนใจไม่แพ้ความประณีตงดงามในการประดับตกแต่ง ก็คือศัพท์ช่างที่เป็นคำเรียกองค์ประกอบของ “เครื่องบน” หรือส่วนของหลังคาอาคารไทยประเพณี ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับสัตว์ต่าง ๆ
นามของสรรพสัตว์ในสถาปัตยกรรมไทยเป็นภูมิปัญญาที่คิดค้นขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ล้ำลึก เพราะเมื่อช่างไทยเห็นว่าองค์ประกอบของงานสถาปัตยกรรมส่วนไหนมีความคล้ายคลึง สามารถเชื่อมโยงกับรูปลักษณ์ หรือลักษณะอาการของสัตว์อะไร ก็จะตั้งชื่อเลียนแบบ หรือเลียนอากัปกิริยาของสัตว์นั้น
เครื่องประกอบของหลังคาในอาคารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ วิหาร พระที่นั่ง หรือปราสาทราชมณเฑียร จึงมีความเกี่ยวข้องกับสัตว์อยู่หลายส่วนด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญช่วยค้ำจุนโครงสร้างหลังคาเอาไว้ นอกจาก “อกไก่” โครงสร้างคานด้านบนสุดของหลังคาซึ่งมีอยู่ในบ้านเรือนไทยเหมือนกันแล้ว ยังมีส่วนอื่น ๆ อีก ดังนี้
ครุฑยุดนาค-นารายณ์ทรงครุฑ ลวดลายบน “หน้าบัน” โครงสร้างรูปสามเหลี่ยมปิดโพรงหลังคาด้านสกัด เป็นงานสลักไม้รูปพญาครุฑจับนาคชูไว้ข้างตัว กับพระนารายณ์ (พระวิษณุ) ทรงครุฑเป็นพาหนะ นิยมทำเป็นลายหน้าบัน เป็นประเพณีนิยมของสถาปัตยกรรมไทยชั้นสูง
ปากครุฑ ชื่อเรียก “ช่อฟ้า” แบบหนึ่ง ช่อฟ้าคือไม้ส่วนที่อยู่สูงสุดของหน้าจั่วหลังคา ปลายยอดของหน้าบัน สองข้างคือนาครวยและนาคสะดุ้งที่ทอดยาวขึ้นมาบรรจบ บางครั้งเรียกช่อฟ้าปากครุฑว่า “ปากนก” ด้วยลักษณะปากงองุ้มเข้าเหมือนปากนกแก้ว เป็นช่อฟ้าแบบที่นิยมมากสุดในสถาปัตยกรรมไทยประเพณี
ช่อฟ้ามีหลายรูปแบบ นอกจากปากครุฑ ยังมีช่อฟ้า “ปากหงส์” หรือปากปลา รูปร่างเป็นนกคอยาว ยื่นไปด้านหน้า จะงอยปากงอเชิดออก เชื่อว่าจำลองมาจากปากของหงส์ พาหนะของพระพรหม และช่อฟ้า “นกเจ่า” ที่เป็นรูปนกคอสั้น มักเป็นช่อฟ้าของศาลาพุทธสถาน
นาครวย ขื่อไม้ส่วนประกอบของหน้าจั่ว มีลักษณะคล้ายพญานาค งูใหญ่มีหงอนในตำนาน เลื้อยลงมาจากช่อฟ้าถึงหางหงส์ ทั้งสองข้างประกบกันเป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ทำหน้าที่เหมือนปั้นลมของเรือนไทย
นาคสะดุ้ง หรือตัวลำยอง ส่วนของไม้ที่ทำหน้าที่เดียวกับนาครวย แต่วกตวัดเข้าหาหน้าบัน เป็นรูปแบบเฉพาะที่สร้างกับโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ และพระที่นั่งเท่านั้น
ตลอดแนวของนาครวยและนาคสะดุ้งยังมี “ใบระกา” ไม้ที่ติดเป็นครีบของนาครวยและนาคสะดุ้งสำหรับประกอบกับช่อฟ้าและหางหงส์ ทำเป็นใบคล้ายครีบหลังของพญานาค
ครุฑ และนาค เป็นสัตว์หิมพานต์ หรือสัตว์ในจินตนาการจากเทวตำนานพราหมณ์-ฮินดู พุทธศาสนา ตลอดจนความเชื่อท้องถิ่น มีสัญญะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทรงอานุภาพมาก รวมถึงการที่ครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ที่เป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ และนาคก็มีตำนานเชื่อมโยงกับพุทธศาสนามากมาย โดยเฉพาะการปกป้องคุ้มครองพระศาสนา ดังนั้น จึงมักปรากฏสัตว์ทั้งสองชนิดอยู่ในศิลปกรรมไทยประเพณีเสมอ
งวง บ้างเรียก “งวงไอยรา” เป็นส่วนที่เกี่ยวตวัดถัดจากนาคสะดุ้ง ลักษณะงอโค้งเหมือนงวงช้าง มีปลายแหลมคล้อง “แป” ซึ่งแปในตำแหน่งที่งวงคล้องนี้จะเรียกว่า “แปงวง” เป็นไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสพาดยาวเหมือนแปหัวเสา
หางหงส์ ส่วนประดับรูปคล้ายหางหงส์ที่ปลายนาครวยและนาคสะดุ้ง วางเหนือแปหัวเสา มีรูปเป็นเศียรนาค 3 เศียรเรียงซ้อนกัน เปรียบเสมือนหัวของนาค บางแห่งก็ทำให้เป็นหัวนาคเลย หากหันหน้าออกมาด้านหน้าอาคารจะเรียก “นาคเบือน” เทียบได้กับตัวเหงาของเรือนไทย
“หงส์” ยังปรากฏอยู่ในโครงสร้างสำคัญอีกส่วนคือ “คันทวย” ไม้ค้ำยันรับชายคากันสาด แกะสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ ให้อ่อนช้อยงดงาม ส่วนมากเป็นรูปหงส์ กับรูปหัวนาค
บังนก หรือหน้าอุด คือแผ่นไม้อุดช่องหลังคาที่ต่อซ้อนกันเป็นชั้น ไม่ให้นกหรือสัตว์อื่นเข้าไปภายในหลังคา จึงได้ชื่อว่า “บังนก” ส่วนมากไม่มีลวดลาย มักทาสีแดง
นอกจากบังนกแล้ว ยังมีหลังคา “ปีกนก” คือส่วนของหลังคาด้านหน้าสกัด อยู่ถัดลงมาจากหน้าบัน แต่อยู่เหนือหลังคากันสาด “ขื่อปีกนก” ที่คอยรองรับหลังคาตับที่ 2 นี้ด้วย
ตะเข้-ตะเข้ราง มาจากจระเข้ เป็นรอยต่อระหว่างมุมหลังคาปีกนกสองด้านที่บรรจบกัน เกิดเป็นช่องยาว ฉาบปูนปิดทับเพื่อปิดรอย กันน้ำเข้า มักทาสีขาว หากอยู่บนหลังคาเครื่องยอดปราสาท มณฑป หรือบุษบกย่อมุมไม้ เรียกว่า “ตะเข้รุม”
ตะเข้สัน จันทันตรงที่หลังคา 2 ผืนมาบรรจบกันเป็นสันหลังคา มีวัสดุปิดทับเพื่อกันฝน โดยมากเป็นสังกะสี กระเบื้อง หรือปูนโบกทับ แนวของวัสดุปิดทับเหล่านี้เรียกว่า “สันตะเข้”
ผีเสื้อ ลายปูนปั้นตรงมุมหลังคา ปั้นปิดมุมตกแต่งคล้ายปีกผีเสื้อ
ส่วนประกอบเหล่านี้คือส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้โครงสร้างหลังคาของอาคารสถาปัตยกรรมไทยประเพณีมั่นคง แข็งแรง และส่งเสริมความงามให้ตัวอาคาร โดยมีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยชูความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้นไปอีกคือ “กระเบื้องหลังคา” ที่มักมีสีสันสดใส ส่องประกายสะท้อนแสงแดดอย่างสวยงาม
โดยเฉพาะกระเบื้องเคลือบรวมถึงกระเบื้องเซรามิกที่มีส่วนอย่างยิ่งในการชูความงามของหลังคาวัดและวัง แบบอย่างของสถาปัตยกรรมไทยที่ไม่มีชาติใดเหมือน และยังเป็นปราการด่านแรกที่คอยปกป้องโครงสร้างและบรรดา “สรรพสัตว์” บนหลังคาให้ผ่านพ้นสภาพอากาศในทุกฤดูกาลไปได้
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กระเบื้องหลังคาของ SCG ที่มีวัสดุหลากหลายประเภท เหมาะกับหลังคาทุกรูปทรง พร้อมเฉดสีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความงามที่ลงตัวให้กับอาคารสถาปัตยกรรมไทยทุกรูปแบบ ย่อมเป็นทางเลือกอันยอดเยี่ยม
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อย่าง หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น เอ็กซ์เซลล่า ที่สะท้อนความงามของหลังคาอย่างเหนือระดับ ด้วยมาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง คงเอกลักษณ์ผิวเคลือบเซรามิกสุดประณีต สีสันคงทนไม่ซีดจางแม้เผชิญแดด ลม ฝน แข็งแกร่งทนทานพร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศ
การเลือกใช้กระเบื้องหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น เอ็กซ์เซลล่า จึงเป็นมากกว่าวัสดุมุงหลังคา แต่เป็นการลงทุนเพิ่มความงามที่ยืนยาวเหนือกาลเวลาของสถาปัตยกรรมไทยที่ทรงคุณค่าทั้งหลาย
คุณภาพอัดแน่นของกระเบื้องหลังคา SCG จึงเป็นสิ่งที่มั่นใจได้ว่าจะทำหน้าที่พิทักษ์รักษาหลังคา ดุจปราการที่ปกป้องตัวอาคาร ส่งเสริมความวิจิตรงดงามให้อาคารสถาปัตยกรรมไทยประเพณียืนหยัดเชิดชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปอีกนานแสนนาน
ติดตาม วิจิตร ❖ ปราการ เรื่องราวสุดพิเศษจาก SCG และศิลปวัฒนธรรม ได้ที่
Facebook : www.facebook.com/SCGBrand
Facebook : www.facebook.com/SilpaWattanatham
YouTube : www.youtube.com/
Website : www.silpa-mag.com
#ศิลปวัฒนธรรม #หลังคาเอสซีจี #หลังคาเซรามิก

18/06/2026

ผศ.ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ เขียนถึง 'ช่อมาลา' นิทรรศการเดี่ยวโดย อารยา ราษฎร์จําเริญสุข ที่จัดแสดงที่ MAIIAM Contemporary Art Museum และเพิ่งปิดฉากลงในเดือนนี้
"ตั้งแต่ต้นปี 2026 ที่ผ่านมา ผมไปเยี่ยมชมนิทรรศการทางศิลปะของ อารยา ราษฏร์จำเริญสุข ที่เคยจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยมอยู่บ่อยครั้งด้วยที่มาที่ไปอันหลากหลาย อาจจะเป็นทั้งความสนใจส่วนตัว การพานักศึกษาไปเยี่ยมชม และมิตรสหายจากต่างประเทศรบเร้าให้พาไป แต่โดยรวมแล้วไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนที่ชีวิตของผมช่วงหนึ่งต้องมีเหตุให้เกี่ยวข้องกับงานศิลปะของเธอ
"นิทรรศการที่ใช้ชื่อว่า The Bouquet and the Wreath ชื่อที่แสนไพเราะอ่อนโยนแต่แฝงซึ่งนัยแห่งความย้อนแย้งว่าด้วยการเฉลิมฉลองและการอำลา ราวกับเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้ชมเข้าไปสำรวจทั้งความงดงามของการถือกำเนิดและความเงียบของการสิ้นสุดที่เดินเคียงกันมาตลอดชีวิตมนุษย์
"นิทรรศการนี้คือการรวบรวมผลงานจากหลายช่วงเวลาของอารยา ตั้งแต่งานยุคต้นที่เต็มไปด้วยพลังของการทดลอง ไปจนถึงผลงานระยะหลังที่เริ่มนิ่งและละเอียดขึ้น เสมือนกำลังสนทนาอย่างตั้งใจกับบางสิ่งที่ยังไม่ปรากฏ (absent) แต่ดำรงอยู่ในสังคมไทย ชื่อของนิทรรศการมีนัยสำคัญที่ทำให้ผมให้ความสนใจกับงานชิ้นนี้เช่นกัน และผมเชื่อว่าน่าสะท้อนหัวใจหลักของนิทรรศการนี้อย่างชัดเจน
"ช่อมาลา” ในฐานะสัญลักษณ์ของความรัก การเริ่มต้น และความหวัง ขณะที่ “พวงหรีด” เตือนถึงการจากลา การสูญเสีย และความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ งานหลายชิ้นของเธอในนิทรรศการนี้มีสีคล้ายพฤกษากำลังโรยราและเต็มไปด้วยวัสดุที่มีร่องรอยของกาลเวลา
"ผมเดินช้า ๆ ผ่านผลงานแต่ละชุด ใช้เวลาเพื่อหยุดฟังเสียงบางอย่างที่ไม่ได้ยินด้วยหูและเพื่อเห็นบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการมองด้วยตา มีช่วงหนึ่ง ผมรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในความทรงจำของคนแปลกหน้า แต่ความทรงจำนั้นกลับสะท้อนบางมุมของตัวผมเองอย่างน่าประหลาด เมื่อเดินลึกเข้าไปถึงผลงานช่วงหลัง ๆ ผมสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่ารูปแบบหรือเทคนิค คล้ายกับการเผชิญหน้ากับการเติบโตของความเงียบในตัวศิลปิน
"การตะโกนก้องในความเงียบอาจเป็นคุณสมบัติเด่นของอารยารวมไปถึงความกล้าของเธอที่ปล่อยให้บางสิ่งไม่สมบูรณ์ปรากฏและแตกหน่ออ่อนในงาน เฉกเช่น ผมสีดอกเลาถูกลมทะเลพัดปลิวในงานวิดีโอของเธอยังคงติดอยู่ในดวงตาของผู้ชม พอ ๆ กับเสียงอู้อี้ผิดมนุษย์ในงานเชิงทดลองของเธอเพื่อที่จะย้อนกับมาตั้งคำถามถึงสภาวะการดำรงอยู่อยู่ผู้หญิง
"ทุกครั้งที่ไปชมนิทรรศการ ผมมักจะใช้เวลากับการนั่งชมวิดิโอหนึ่งเป็นพิเศษ ดูตั้งแต่ต้นจนจบ บางครั้งดูซ้ำสองรอบ แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดแต่วิดีโอนี้กลายเป็นตะกอนตกค้างกลับมาถึงบ้านและห้องทำงาน มันไม่ใช่ความประทับใจและไม่ใช่แรงบันดาลใจที่ลุกโชน หากเป็นความหน่วงบางอย่างถึงการซ้อนทับกันระหว่างการดำรงอยู่และจากลา การเดินทางไปดู The Bouquet and the Wreath ไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ แต่กลับทิ้งคำถามไว้มากมาย จนผมอดรนทนไม่ได้ต้องหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบันทึกเพื่อสำรวจความเงียบที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในตัวเองอย่างช้า ๆ
"ในห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเคลื่อนผ่านความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง ทั้งวิกฤตการณ์เชิงคุณค่าและบรรยากาศทางการเมืองทำให้คำถามเรื่องคุณค่าของชีวิตและความตายหวนกลับมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะและกลายเป็นที่ถกเถียงอยู่บ่อยครั้ง ผลงานวิดีโอทางศิลปะ The Class ของอารยา มิได้เป็นเพียงงานศิลปะร่วมสมัยที่ยังถูกจดจำ หากยังคงทำงานกับภาวะการณ์ปัจจุบันอย่างเงียบ ๆ งานวิดีโอชิ้นนี้คือหนึ่งในผลงานสร้างชื่อของอารยาว่าด้วยการยืนบรรยายต่อหน้าศพที่นอนเรียงรายอยู่ในห้องดับจิต และเป็นภาพจำสำคัญของศิลปะไทยร่วมสมัยที่ท้าทายขอบเขตระหว่างชีวิตกับความตาย ระหว่างการค้นหาความรู้กับกิจกรรมเชิงพิธีกรรม และระหว่างการมองเห็นกับสิ่งที่ไม่อาจรับรู้
"ด้วยเหตุนี้ The Class ยังคงมีความสำคัญในฐานะงานศิลปะที่ไม่เพียงสะท้อนบริบทของช่วงเวลาที่มันถูกสร้างขึ้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับคำถามร่วมสมัยเกี่ยวกับชีวิต ความเปราะบาง และความหมายของการมีอยู่ในสังคมที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง สำหรับผม ผลงานของอารยาชุดนี้ทำหน้าที่เสมือนพื้นที่ร่วมสำหรับทุกคนในการคิดทบทวนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ร่างกาย และอำนาจ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นสำคัญในสังคมไทย
"
"เรื่องที่จะเล่าสู่กันฟังต่อไปนี้มาจากบันทึกการเยี่ยมชม"
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://groundcontrolth.com/blogs/araya-exhibition

ช้างศิลป์ขอแนะนำ "พี่อาร์ต" 🤖 ต้นแบบ AI Chatbot ช่วยตอบคำถามเรื่องงานทะเบียน ✨ สำหรับ นศ.ปัจจุบัน คณะวิจิตรศิลป์ มช เท่า...
05/06/2026

ช้างศิลป์ขอแนะนำ "พี่อาร์ต" 🤖 ต้นแบบ AI Chatbot ช่วยตอบคำถามเรื่องงานทะเบียน ✨ สำหรับ นศ.ปัจจุบัน คณะวิจิตรศิลป์ มช เท่านั้น ลองส่งคำถามเข้ามาคุยได้เลย แถมลุ้นรางวัล ตามกติกาด้านล่าง 👇
==========
📌 How to เล่น & ลุ้นรางวัล
1️⃣ ทักถามคำถามซัก 3-4 คำถาม
2️⃣ พิมพ์ 'ขอบคุณ' หรือ 'โอเค' เพื่อจบการสนทนา แล้วรอรับลิงก์ประเมิน
3️⃣ ทำแบบประเมิน (เพียง 5 ข้อ!) หมดเขต 15 มิ.ย. 69
4️⃣ แคปหน้าจอแชทไว้จับฉลาก! 🎟️

🚨 รางวัลจำกัดแค่ 60 คนแรกที่ตอบแบบสอบถามเท่านั้น ฟอร์มเต็มปิดทันที!
📍 รับรางวัล: ที่ห้องงานบริการการศึกษาฯ ชั้น 2 ตั้งแต่ 1 ก.ค. 69 เป็นต้นไป
==========
🤖 ตอนนี้พี่อาร์ตตอบอะไรได้บ้าง?
1️⃣ ลงทะเบียน: เพิ่ม-ถอน, ย้าย Section, ลงหลังกำหนด, ลงเกิน/น้อยกว่าหน่วยกิต
2️⃣ ค่าเทอม & ค่าธรรมเนียม: จ่ายช้า, ค่าปรับ, จ่ายครึ่งราคา, จ่ายค่าคาดว่าจบ
3️⃣ เรื่องเรียน & เกรด: รีเกรด, เกียรตินิยม, แก้ I/P, สอบชน
4️⃣ อื่นๆ: ลาพัก, ดรอปเรียน, ลาออก, ย้ายคณะ/สาขา, ขอ Transcript, ปฏิทินการศึกษา, การขอใช้ห้องแสดงงานนิทรรศการของคณะฯ

#งานบริการการศึกษาและพัฒนาคุณภาพนักศึกษา #คณะวิจิตรศิลป์

30/05/2026
อย่าลืมกันนะเพื่อนๆ
27/05/2026

อย่าลืมกันนะเพื่อนๆ

นักศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา ภาคการศึกษาที่ 3/2568
🚩โปรดชำระหนี้สินและคืนหนังสือ
ภายในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569🔥🔥

📌กรณีไม่ดำเนินการตามข้างต้น อาจถูกกระงับการเสนอชื่อเพื่อสำเร็จการศึกษา

21/05/2026

ความงดงามของชุดไทยพระราชนิยม มีสิ่งที่สะกดสายตาผู้คน ไม่ได้มีเพียงแพทเทิร์นการตัดเย็บอันประณีตเท่านั้น หากยังรวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในลายเส้นของผืนผ้า นั่นคือ “ดิ้นเงิน” และ “ดิ้นทอง” องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมความวิจิตรให้ชุดไทย
“ดิ้น” คือเส้นด้ายที่ประกอบด้วยโลหะ หรือเส้นด้ายที่พันรอบด้วยโลหะซึ่งรีดจนแบนบาง ใช้สำหรับปักตกแต่งเสื้อผ้าอาภรณ์และงานหัตถศิลป์ไทยโบราณ เพื่อเพิ่มความสวยงามและทรงคุณค่า ในอดีตนิยมนำทองคำหรือเงินบริสุทธิ์มาทำเป็นเส้นด้าย จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า “ดิ้นเงิน” และ “ดิ้นทอง”
การปักดิ้นเงิน ดิ้นทอง ถือเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่พบได้ในงานปักผ้าแบบโบราณ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทรงของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เครื่องแต่งกายในราชสำนัก หรือพัสตราภรณ์ชั้นสูง โดยมักปักร่วมกับเส้นไหม ลูกปัด มุก เลื่อม หรือวัสดุประดับอื่นๆ เพื่อสร้างลวดลายอันวิจิตรบรรจง
ดิ้นเงินและดิ้นทองจึงไม่ใช่เพียงความงามที่เปล่งประกาย แต่ทุกเส้นสายที่ปักหรือทอลงบนผืนผ้า คือความงามที่เกิดจาความอุตสาหะ ฝีมือ และประสบการณ์ของช่างฝีมืองานหัตถศิลป์เป็นภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าที่สั่งสม และสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน
โดยเฉพาะ “ชุดไทยจักรพรรดิ” ชุดไทยพระราชนิยมที่มีความเป็นทางการสูงสุด และมีรูปแบบใกล้เคียงกับการแต่งกายแบบโบราณราชประเพณีมากที่สุด มักตัดเย็บด้วยผ้าไหมหรือผ้าไหมยกทอง พร้อมปักประดับด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง อย่างวิจิตรตระการตา จนกลายเป็นภาพแทนของความสง่างามแบบไทยที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม
SACIT มุ่งอนุรักษ์และสืบสานมรดกศิลปหัตถกรรมไทย โดยเฉพาะภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ในชุดไทยพระราชนิยม ทั้งองค์ความรู้ด้านผ้า การทอ การปัก และการตัดเย็บ ซึ่งล้วนสะท้อนฝีมือเชิงช่างชั้นสูงของไทย พร้อมร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยเห็นคุณค่าและสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยมด้วยความภาคภูมิใจ เพราะตราบใดที่ยังมีผู้สวมใส่ ภูมิปัญญาและฝีมือเชิงช่างเหล่านี้ จะยังคงได้รับการถ่ายทอด ต่อยอด สืบสาน ให้อยู่คู่สังคมไทยต่อไป
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : นายเทพนรินทร์ ชอบบุญ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568

#ดิ้นเงิน #ดิ้นทอง #ชุดไทยพระราชนิยม #หัตถศิลป์ #ศิลปหัตถกรรม #นักปั้น #สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย #กระทรวงพาณิชย์

SOS! SEASON 3 (special) - CMUL PRIMO ยืม-คืน RENEW ชีวิตง่ายจบที่ปลายนิ้ว!  อัปเกรดสกิลการหาข้อมูล มาทำความรู้จักระบบสืบ...
15/05/2026

SOS! SEASON 3 (special) - CMUL PRIMO ยืม-คืน RENEW ชีวิตง่ายจบที่ปลายนิ้ว!
อัปเกรดสกิลการหาข้อมูล มาทำความรู้จักระบบสืบค้นใหม่ล่าสุด CMUL PRIMO ของ CMU Library ที่รวมเอาหนังสือ วิทยานิพนธ์ และงานวิจัยจากทุกห้องสมุดทั่ว มช. มาไว้ให้ในที่เดียวแบบ One-stop Service ค้นหาง่ายได้ของครบ แถมได้เรียนรู้สิทธิ์ยืม-คืน รวมถึงวิธีกดขยายเวลาการยืมด้วยตัวเองได้แบบสับๆ ไม่ต้องง้อใคร สรุปให้เน้นๆ เข้าใจง่ายจบภายใน 5 นาที พร้อมเปลี่ยนเรื่องเข้าห้องสมุดให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว!
รับชมได้ทาง: https://www.youtube.com/watch?v=CWG9RORm5TY&t=22s
#สื่อประชาสัมพันธ์ห้องสมุด #บริการห้องสมุด
เรื่องโดย ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์
ผลงานการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์โดย นางสาวรุ่งนภา บุญสนอง 650310244 สาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ นักศึกษาช่วยปฎิบัติงานห้องสมุด ภาคเรียนที่ 1/2568
📞 พบปัญหา/สอบถามเพิ่มเติม
fb inbox : m.me/fineartslibCMU
line official : lin.ee/Km2O7kF
#ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์



#คณะวิจิตรศิลป์

#คณะวิจิตรศิลป์ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ื่อเรียนรู้บริการห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่... .อ.....

--  ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ ขอแนะนำ --    📚📓   "นิตยสารใหม่"   📓📚    เดือน  พฤษภาคม 2569  🌲 พร้อมให้บริการแล้วที่ชั้นต้นส...
14/05/2026

-- ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ ขอแนะนำ --
📚📓 "นิตยสารใหม่" 📓📚 เดือน พฤษภาคม 2569
🌲 พร้อมให้บริการแล้วที่ชั้นต้นสน 🌲ภายในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์
และสามารถอ่านนิตยสารฉบับล่วงเวลาได้ที่ "ชั้นวารสาร/นิตยสาร ล่วงเวลา" (ป้ายสีฟ้า) ภายในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์
#วารสารศิลปะ #นิตยสารศิลปะ
📞 พบปัญหา/สอบถามเพิ่มเติม
fb inbox : m.me/fineartslibCMU
line official : lin.ee/Km2O7kF
#ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์



#คณะวิจิตรศิลป์

ที่อยู่

ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยChiang Mai
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มช. Faculty of Fine Arts Libraryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ มช. Faculty of Fine Arts Library:

แชร์

ประเภท