16/09/2026
วัดประตูโขง
ทำไมชื่อประตูโขง
เรื่องชื่อวัด “ประตูโขง” นี้คนทางใต้สมัยใหม่ฟังแล้วก็คิดไปว่า วัดนี้คงจะอยู่ที่ชายแดนไทยต่อกับชายแดนลาว ซึ่งมี “แม่น้ำโขง” ขั้นอยู่จึงเอาชื่อ “โขง” ของ แม่น้ำมาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าไล่ต่อไปว่าแล้วแม่น้ำ “โขง” ล่ะ ได้ชื่อมาแต่ไหน
ที่จริงแล้วก็ไม่พ้นเรื่องภาษาสำเนียงเสียงพูดของคน ที่เรียกขานกัน คือคนทางเหนือนี้เห็นความ “โค้ง” ของวัสดุสิ่งใด สำเนียงที่เรียก “โค้ง” ก็กลายเป็น“โขง” ไปเท่านั้นเอง
ที่นี้คำว่า “ประตูโขง” ก็น่าจะมาจากคำว่า “ประตูโค้ง” นั้นแหละ สันนิษฐานเรื่องนี้จากคำบอกเล่าของพ่ออุ้ย แม่อุ้ย หรือพ่อแก่ แม่แก่ที่เล่าเรื่องคณะของ “พญาพรหม” มาพบซุ้มประตูวัดนี้ในครั้งแรก ก็เชื่อว่าคงจะวิจารณ์ความสวยงามของซุ้มประตูนี้ว่าเป็น “ซุ้มรูปโค้ง” ดังนั้นเสียงที่เรียกว่า “ประตูโค้ง” ก็เลยกลายเป็น “ประตูโขง” ไปทั้งนี้ถ้าจะรวมไปถึง “แม่น้ำโค้ง” เป็น “แม่น้ำโขง” ด้วยก็ย่อมจะได้เพราะลักษณะของแม่น้ำโขง เลี้ยวมาเป็นระยะทางไกลจากแคว้นมองโกลย่อม โค้งคดไปมาจนน่าจะเรียกเช่นนั้นได้แน่ ก็สมแล้วที่เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก แม่น้ำโขงนี่แหละ
เมื่อคณะ “พญาพรหม” ซึ่งก็คงจะมาหาที่ทำกินใหม่ ฟื้นฟูแผ่นดินใหม่ภายหลังที่พิษภัยจากสงคราม หรือจากโรคร้ายที่ทำให้เมืองร้างผ่านพ้นไปแล้ว ครั้นมาได้พบ “ประตูโขง” เข้าก็เร่งมือให้ถางและขุดทั่วบริเวณให้หนักมือขึ้น จนกระทั่งคนในคณะได้ไปกระทุ้งเอาพระพุทธรูปที่ ล้มนอนหงาย อยู่กับพื้นจนทำให้พระเศียรหัก เลยเกิดชักตาตั้งอาเจียนออกมาเป็นโลหิต ร้อนถึง พญาพรหม พ่อเฒ่าเฮือน พ่อเฒ่าต๊าวและหัวหน้า หมู่ทั้งหลายต้องรีบแก้ไขกันเป็นการด่วน ด้วยการเซ่นไหว้ขอขมาลาโทษความไม่มีเจตนาของสมุน ลูกแถวที่ทำการพลาดผิดไปดังนั้น
ความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปศิลาแลง
“พญาพรหม” เมื่อได้เห็นพระพุทธรูปที่ล้มนอนอยู่กับพื้นดินพื้นทรายในที่ไม่ห่างจากซุ้มประตูโขงเท่าไหร่ก็สันนิษฐานได้ทันทีว่า ณ ที่นี้เป็นวัดร้าง จึงเร่งถากถางบริเวณวัดออกจนสว่าง จึงได้พบซากวิหารเก่าซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาแลงมาเก่า ท่านพญาพรหมจึงประชุมคณะผู้แสวงที่ทำกินทั้งหลายว่า
“พระพุทธรูปนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงกระทำให้ผู้ที่ทำพระเศียรหักเกิดอาเจียรเป็นโลหิต ควรที่เราจะได้ทำการขอขมาและอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วิหาร เพื่อจะสร้างโบสถ์ให้เป็น พระประธานต่อไป เพื่อการกราบไหว้ของชาวบ้านที่เราจะได้นำอพยพกลับมาอยู่ที่นี้จะได้มีความสุข ความเจริญต่อไปภายหน้า มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นบ้าง”
ที่ประชุมครั้งนั้นไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอื่น ต่างเห็นว่าควรพร้อมใจกันกู้พระพุทธรูปองค์นี้กลับขึ้นประดิษฐานที่ วิหารก่อนเพื่อให้เป็นที่เคารพสักการะของชาวพุทธจะได้มาปฏิบัติบูชา
การกู้พระครั้งแรกที่ยังไม่มีเครื่องบูชาอย่างถูกต้องนั้น คนทั้งหลายจะพากันยก หรืออุ้มอย่างไรก็ยกไม่ขึ้นกู้ไม่ได้ ต่อเมื่อพญาพรหมได้นำเอาครอบครัวชาวบ้าน ทั้งหลายที่อพยพมาเพื่อจะทำกินอยู่อาศัยในที่นี้มาพร้อมกัน แล้วนำเอาดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาอย่างถูกต้อง พญาพรหม เป็นผู้อ่านคำอัญเชิญว่า
“ข้าแต่หลวงพ่อศิลาแลงอันศักดิ์สิทธิ์ กรรมใดที่ ข้าเจ้าทั้งหลายได้ล่วงเกินไปด้วยกาย ก็ดี ด้วยวาจาก็ดี หรือด้วยใจก็ดี ขอหลวงพ่อศิลาแลงท่านได้โปรดอภัยให้ข้าเจ้า ทั้งหลายที่รู้ไม่เท่าถึงการณ์ด้วยเถิด แลข้าเจ้าเป็นผู้รักการ ถือศีลบำเพ็ญธรรม บำรุงพระพุทธศาสนาเยี่ยงเดียวกับพระแม่เจ้าจามเทวีที่ทรงบำเพ็ญมา ข้าเจ้าต่างปรารถนาที่ จะอัญเชิญหลวงพ่อขึ้นประดิษฐานขึ้นเป็นพระประธานในวัดประตูโขงแห่งนี้ เพื่อเป็นที่สักการะของผู้จะสืบทอดพระศาสนาต่อไปชั่วกาลนาน ขอหลวงพ่อจงอนุญาตให้ข้าเจ้า ทำพิธีหล่อพระเศียรของหลวงพ่อได้เรียบร้อย และขออัญเชิญหลวงพ่อขึ้นเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านประตูโขง เป็นที่พึ่งอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวประตูโขงตั้งแต่บัดนี้ต่อไปชั่วกาลนานเทอญ.”
เมื่อได้กล่าวคำทำพิธีเรียบร้อยแล้ว พญาพรหม ก็นำช่างหล่อพระมาหล่อพระเศียรที่หักออกให้ต่อกันสนิทสวยงามตามรูปทรงเดิม ครั้นแล้วก็ช่วยกันอุ้ม กู้กลับให้ ประทับนั่งได้โดยไม่มีความหนักเหมือนเมื่อครั้งแรกแต่ อย่างใดเลยจากนั้นก็นำขึ้นประดิษฐานในพระวิหารเก่าไปก่อน แล้วจึงปฏิสังขรบูรณะวิหารให้มีหลังคา มีผนัง มีประตูหน้าต่าง ครบถ้วน
ครั้นเรียบร้อยทุกประการแล้ว ก็ให้มีการสมโภช 7 วัน ๗ คืน
ปรากฏว่าการกลับขึ้นมาประดิษฐานของพระพุทธรูปศิลาแลงในวิหารที่ซ่อมแซมแล้วนี้ ทำให้ชีวิตใหม่กลับคืนมาสู่ชาวบ้านประตูโขงทุกหลังคาเรือนตั้งแต่นั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำนา ออกป่าหาไม้หรือกระทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการดำรงชีพอย่างไร เมื่อได้อธิษฐานจิตบูชาท่านแล้วก็ปรากฏว่าจะได้รับความสำเร็จโดยง่าย
เหมือนกับการกู้องค์พระครั้งหลังนี้ ทุกคนยกขึ้นได้อย่างเบาสบาย ไม่มีความขัดข้อง หรือรู้สึกหนักหนาอย่างใดเลยแม้แต่น้อย
ความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปศิลาแลงจึงประจักษ์ แจ้งแก่ชาวประตูโขงมาตั้งแต่บัดนั้น จนถึงปัจจุบันนี้
วัดประตูโขงจึงได้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอาณาบริเวณ มีวิหาร และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือ“หลวงพ่อศิลาแลง” ครบองค์แห่งที่เคารพบูชาทางพระพุทธศาสนาสืบมาจนทุกวันนี้
ที่มา : พระนวกภิกษุ พ.ศ. ๒๕๒๙ และ คณะ น.ส.พ. นครไทยเบื้องหลังข่าว