06/12/2022
สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 6 ธ.ค. 65 เวลา 7.00 น.
+ ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนเล็กน้อยบางแห่งเกิดขึ้นได้ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
+ ปริมาณฝนตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักมากบริเวณ จ.ชุมพร (143 มม.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (116 มม.) และ จ.ระนอง (113 มม.)
+ น้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 43,571 ล้าน ลบ.ม. (75%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 35,609 ล้าน ลบ.ม. (74%)
+ คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก อยู่ในเกณฑ์ปกติทุกสถานี
+ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ประกาศฉบับที่ 56/2565
วันที่ 5 ธ.ค. 65 เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
ในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงวันที่ 8 - 11 ธ.ค. 65
พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ดังนี้
1. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำท่วมขัง บริเวณ จ.ชุมพร
ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่ง บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำชุมพร คลองหลังสวน แม่น้ำตาปี แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำตรัง คลองชะอวด แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำบางนรา และ
แม่น้ำโก-ลก
3. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีแนวโน้มปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการเก็บกักน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve) รวมทั้งอ่างฯ ขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปริมาตรน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่ด้านท้ายน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนบางลาง ให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุดบริเวณท้ายเขื่อน
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์
+กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์อุทกภัย
จากฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 3-5
ธ.ค. 65 เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่รวม
8 อำเภอ ได้แก่ อ.สิชล เมืองนครศรีธรรมราช ขนอม พรหมคีรี
ท่าศาลา นาบอน ทุ่งใหญ่ และร่อนพิบูลย์ รวม 23 ตำบล
73 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,554 ครัวเรือน ปัจจุบัน
ระดับน้ำลดลง ซึ่ง ปภ. ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารในพื้นที่ อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ และหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง
พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ