สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่

💐ขอแสดงความมุทิตาจิตและแสดงความยินดี💐กับท่านรองอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่      ขอขอบพระคุณที่ท่านเมตตาและเป็นแบบอย่างที่ดีให...
27/04/2026

💐ขอแสดงความมุทิตาจิตและแสดงความยินดี💐
กับท่านรองอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่
ขอขอบพระคุณที่ท่านเมตตาและเป็นแบบอย่างที่ดี
ให้พวกเราเสมอมา ขอให้ท่านมีความสุข
และสนุกกับการทำงานในตำแหน่งใหม่นี้นะครับ

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับนายชินณวุฒิ วิลยาลัยผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่เนื่องในโอกาสได้...
21/04/2026

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
ขอแสดงความยินดีกับ
นายชินณวุฒิ วิลยาลัย
ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่

เนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
รองอธิบดีกรมศิลปากร

⚔️⚔️องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”⚔️⚔️✌️EP. 5 บันทึกการเดินทางของ Holt Samuel...
19/04/2026

⚔️⚔️องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”⚔️⚔️
✌️EP. 5 บันทึกการเดินทางของ Holt Samuel Hallett : ภาพสะท้อนการดำรงอยู่ของการทำเหล็กแบบจารีต ที่บ้านลัวะบ่อหลวง เมื่อ 142 ปีที่ผ่านมา .เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ. A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States เป็นเอกสารบันทึกการเดินทาง ของ โฮลต์ ซามูเอล ฮาลเลตต์ (Holt Samuel Hallett) วิศวกรผู้มีส่วนสำคัญในการบุกเบิกพัฒนาเส้นทางรถไฟในพม่า ซึ่งได้เดินทางสำรวจตั้งแต่พื้นที่เมืองมะละแหม่ง ดินแดนประเทศพม่า เข้าสู่ดินแดนประเทศไทยผ่านเมืองยวม (อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน) ผ่านเทือกเขาถนนธงชัยเข้าสู่เมืองฮอด (อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่) ก่อนเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ข้อมูลบันทึกการเดินทางดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States เมื่อปี พ.ศ. 2427 ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งช่วงการเดินทางผ่านเทือกเขาที่คั่นระหว่างแม่สะเรียงและฮอด (ส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัย) ได้กล่าวกลุ่มชาติพันธ์ลัวะที่บ้านบ่อหลวงและกิจกรรมการผลิตเหล็ก ดังนี้.“บ่อจี คนพม่าเรียก หรือคนไทเรียกว่า บ่อหลวง ทั้งสองคำต่างมีความหมายว่า ใหญ่ บ่อหลวงมี 3 หมู่บ้าน สองหมู่บ้านมี 30 หลัง อีกหนึ่งหมู่บ้านมี 21 หลัง ชาวบ้านเป็นชาวลัวะ ทำอาชีพช่างตีเหล็กและคนงานเหมือง พวกเขาขุดแร่เหล็ก และถลุงแร่เหล็กบนเขาลูกหนึ่งทางด้านเหนือของดอยแพ ซึ่งต้องนั่งช้างเดินทางไปไกลจากหมู่บ้านระยะเวลา 2 วัน” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.54).“กล่าวกันว่าเหมืองแร่เหล็กมีความลึกเฉลี่ย 50 ฟุต (ประมาณ 15 เมตร) เชื่อกันว่ามีผีคอยเฝ้าบ่อแร่เหล็ก ต้องทำการเซ่นไหว้ด้วยหมูหรือไก่ ถ้าหากขุดได้แร่เหล็กที่คุณภาพไม่ดี ก็ต้องเซ่นไหว้ผีอีกซ้ำ ๆ เพื่อให้ได้แร่เหล็กคุณภาพดีมากขึ้นแร่เหล็กจะถูกถลุงที่หมู่บ้านชาวลัวะชื่อ อมพาย ซึ่งอยู่ใกล้กับเหมืองแร่เหล็ก แต่ไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเฝ้าดูวิธีทำเพราะเชื่อว่า หากฝ่าฝืนจะทำให้ผีจะโกรธ เมื่อถลุงแร่เหล็กได้เป็นก้อนโลหะเหล็กแล้ว จึงบรรทุกขึ้นหลังช้างกลับมายังหมู่บ้านชาวลัวะ เพื่อผลิตเป็นอุปกรณ์หรือสินค้าต่าง ๆ ก่อนส่งขายทั่วเมือง แร่ที่ขุดได้ คือแร่เหล็กมีออกไซด์สีแดงทั่วไป” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.54-55).นอกจากเนื้อความข้างต้นจะกล่าวถึงกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงเดินทางไปทำเหมืองแร่เหล็กและถลุงเหล็กบริเวณดอยแพ (ดอยแม่โถ) และบริเวณหมู่บ้านอมพายแล้ว ยังกล่าวถึงกิจกรรมการตีเหล็กของชาวลัวะที่บ้านบ่อหลวงเพิ่มเติม ดังนี้.“เราพบชายหลายคนกำลังทำโซ่ แต่เมื่อเราเดินไปถึง พวกเขากลับวางมือ เราต้องเจรจาพูดคุยกันครู่ใหญ่พวกเขาถึงยอมสาธิตวิธีทำให้ดู ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี นำเหล็กไปเผาให้ร้อน แล้วใช้ค้อนทุบเป็นห่วงโซ่ด้วยความชำนาญและรวดเร็วเหมือนกับผู้ใหญ่ ชายชราคนหนึ่งนำก้อนแร่เหล็กมาให้ดูหลายชิ้น แต่ไม่อนุญาตให้เอาไป เพราะกลัวผีบ่อเหล็กจะโกรธ” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.55).“อุปกรณ์สูบลมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาดูน่าแปลกตา ทั่งสำหรับตีเหล็กเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง ยาว 3 นิ้ว สูง 2 นิ้ว ทำจากแท่งเหล็กขนาดใหญ่ ตอกฝังเข้าไปในท่อนไม้ ทั่งอีกชิ้นรูปร่างเหมือนจอบสามเหลี่ยม ข้างบนกว้างยาว 5 นิ้ว ข้างล่างกว้างยาวหนึ่งนิ้วครึ่ง ก็ถูกตอกเข้าไปในท่อนไม้ด้วยเช่นกัน ทั่งนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับตีขึ้นรูปทำตะขอและ โซ่ล่ามช้าง” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.55).“มีกระบอกสูบลม 2 อันอยู่ข้างเตาตีเหล็ก จำนวน 2 ชุด กระบอกสูบลมทำด้วยไม้ไผ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว สูงขึ้นมาจากพื้น 2 ฟุต มีลูกสูบหุ้มด้วยผ้าขี้ริ้วอยู่ภายใน ทำงานโดยการเป่าลมออกจากรูเล็ก ๆ บริเวณฐาน ที่สูบลมแต่ละคู่ตั้งห่างกัน 3 ฟุต ควบคุมการทำงานโดยใช้เด็กหนุ่มคนหนึ่ง” (Holt Samuel Hallett, 1980, pp.55).จากเนื้อความในเอกสารข้างต้น สามารถตีความเกี่ยวกับกิจกรรมด้านโลหกรรมและสถานะสังคมของกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ที่ดำรงอยู่ในช่วงราวปี พ.ศ. 2427 (ตรงกับช่วงพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ ลำดับที่ 7) ตามประเด็นสำคัญได้ ดังนี้.1) ประเด็นกิจกรรมด้านโลหกรรม ในห้วงเวลาปี พ.ศ. 2427 กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ยังคงทำกิจกรรมด้านโลหกรรมผลิตเหล็กแบบโบราณ ในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การเดินทางไปทำเหมืองแร่เหล็กที่ภูเขาลูกหนึ่งในดอยแม่โถ หลังจากนั้นทำการถลุงเหล็กในพื้นที่ใกล้เคียงเหมืองแร่เหล็ก บริเวณดอยแม่โถและบ้านอมพาย ทั้งนี้เมื่อถลุงได้ก้อนโลหะเหล็กแล้ว จึงขนผลผลิตกลับมาแปรรูปเป็นเครื่องมือเหล็กที่บ้านบ่อหลวง ดังนั้นกิจกรรมด้านโลหกรรมทำเหล็กที่เกิดขึ้นในบ้านบ่อหลวง ช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 25 นี้ น่าจะเป็นการแปรรูปตีเครื่องมือเหล็กเป็นหลัก โดยมีการผลิตเครื่องมือรูปแบบที่ค่อนข้างหลากหลายกว่าในอดีต ตามความต้องการของตลาด หนึ่งในนั้นคือ โซ่ล่ามช้าง ซึ่งนิยมใช้ในอุตสาหกรรมทำไม้และการเดินทางในช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ เนื้อความในบันทึกข้างต้นยังสะท้อนให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงและความเคารพที่มีต่อจิตวิญาณผู้ดูแลแหล่งทรัพยากรแร่เหล็กอีกด้วย.2) ประเด็นสถานะทางสังคม เดิมทีในช่วงครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 24 กลุ่มชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวงยังคงมีสถานะเป็น “ไพร่ส่วย” ตามกฎหมายจารีตรัฐโบราณอย่างชัดเจน ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์เรื่องราวในเอกสาร A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States ซึ่งมีห้วงเวลาห่างจากเรื่องราวในจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวง พระเจ้ามโหตรประเทศ ประมาณ 3 ทศวรรษ พบนัยสำคัญว่า ลัวะบ้านบ่อหลวง สามารถผลิตเครื่องมือเหล็กเพื่อทำการค้าขายทั่วไปได้โดยอิสระได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถผลิตได้ตามความต้องการของตลาดทั่วไป บ่งชี้ว่าอำนาจจากเชียงใหม่อาจมีอิทธิพลต่อชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวงน้อยลง และระบบศักดินาในฐานะ “ไพร่ส่วย” อาจค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป ซึ่งสอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญในระดับภูมิภาค เมื่อรัฐบาลกลางของสยามเริ่มส่งพระนรินทรราชเสนี (พุ่ม ศรีไชยยันต์) เป็น “ข้าหลวงสามหัวเมือง” ประจำการที่เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2417 เพื่อควบคุม ดูแล และแนะนำให้เจ้าหลวงปฏิบัติตามสนธิสัญญาเชียงใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 มีการส่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร มาจัดการปฏิรูปการปกครองในล้านนา ผลของการปฏิรูปการปกครองทำให้จารีตท้องถิ่นล้านนาในทุก ๆ ด้าน ซึ่งเคยเป็นอัตลักษณ์สืบต่อกันมาหลายร้อยปี ค่อย ๆ สลายตัว (สรัสวดี อ๋องสกุล, 2566, น. 294-303)
เอกสารอ้างอิง
- สรัสวดี อ๋องสกุล. (2566). ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 13. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
- วิชญา มาแก้ว. (2559). ระบบเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคทองของอาณาจักรล้านนา (ค.ศ.1355-1525). (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สาขาวิชาประวัติศาสตร์.
- Hallett, H. S. (1890). A thousand miles on an elephant in the Shan States. Edinburgh, London: W. Blackwood and sons.
ที่มาของภาพ
- Hallett, H. S. (1890). A thousand miles on an elephant in the Shan States. Edinburgh, London: W. Blackwood and sons.
- สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่
#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา

🌸💦 สระเกล้าดำหัว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ๒๕๖๙ 🌸💦 🌺วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น.ข้าราชการ ลูกจ้างประ...
17/04/2026

🌸💦 สระเกล้าดำหัว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ๒๕๖๙ 🌸💦

🌺วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น.
ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ
เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
และเครือข่ายกรมศิลปากรในเขตภาคเหนือตอนบน
พร้อมใจเข้ารดน้ำดำหัว นายชินณวุฒิ วิลยาลัย
ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
เพื่อแสดงความเคารพ และขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล
เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่เมือง

🌼 “สืบฮีตต๋ามฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง”
ร่วมสืบสานรากเหง้าวัฒนธรรมล้านนา
งดงามด้วยศรัทธาและความผูกพัน
ในบรรยากาศปีใหม่เมืองที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ความเคารพ และความหมายแห่งการเริ่มต้นใหม่

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับนายวิทยา ขันทยศ นายช่างโยธาชำนาญงานเนื่องในโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยก...
17/04/2026

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
ขอแสดงความยินดีกับ
นายวิทยา ขันทยศ นายช่างโยธาชำนาญงาน
เนื่องในโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน
สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี

🌸💦 สระเกล้าดำหัว ป้อเมืองเจียงใหม่ ๒๕๖๙ 🌸💦 🌼วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น.นางสาวณัฐพัชร์ แสนมหาทรัพย์  หัวหน้าฝ่ายบ...
16/04/2026

🌸💦 สระเกล้าดำหัว ป้อเมืองเจียงใหม่ ๒๕๖๙ 🌸💦

🌼วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น.
นางสาวณัฐพัชร์ แสนมหาทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป
ตัวแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
พร้อมด้วยนางเกษราภรณ์ กุณรักษ์
หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติฯ เชียงใหม่
และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
เข้ารดน้ำดำหัว นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
และนางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่
เพื่อแสดงความเคารพ และขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล
เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่เมือง

🌼 อีกทั้งยังเป็นการร่วมกัน อนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม
ประเพณีอันดีงามของล้านนา “สืบฮีต ต๋ามฮอย”
ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่
ให้คงอยู่คู่ท้องถิ่น สร้างความรัก ความสามัคคี
และความผูกพันอันดีระหว่างหน่วยงานและชุมชนสืบไป

วันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น.นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ กาญจนะคูหะ ผู้อำนวยก...
10/04/2026

วันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ น.
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร
พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ กาญจนะคูหะ
ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม
นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการติแตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างโบราณสถานเวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
และโบราณสถานเวียงกุมกาม

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรอธิบดีกรมศิลปากรเนื่องในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง (สงกรานต์) ๒๕๖๙บรรยากาศอบอุ่น เ...
10/04/2026

สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรอธิบดีกรมศิลปากร
เนื่องในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง (สงกรานต์) ๒๕๖๙

บรรยากาศอบอุ่น เปี่ยมด้วยความเคารพและความผูกพัน
เมื่อคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรจาก
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร
เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๙

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงการสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย ที่แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ความเคารพต่อผู้ใหญ่ และการเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความเป็นสิริมงคล โดยอธิบดีฯ ได้มอบพรอันเป็นมงคล ให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีสุขภาพแข็งแรง และมีกำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง

นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความผูกพันในองค์กร

วันพุธที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น.นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ กาญจนะคูหะ ผู้อำนวยการสำน...
09/04/2026

วันพุธที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น.
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร
พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ กาญจนะคูหะ
ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม
นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการประดับไฟบริเวณ
เมืองโบราณเชียงแสน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยว
ยามค่ำคืน ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน
และโบราณสถานเมืองเชียงแสน

9-15 เมษายน 2569 นี้เชิญชวนแอ่วงานสงกรานต์ ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตแต่งชุดพื้นเมืองถ่ายภาพกับวิหารวัดอินทราวาส (วั...
04/04/2026

9-15 เมษายน 2569 นี้
เชิญชวนแอ่วงานสงกรานต์ ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
แต่งชุดพื้นเมืองถ่ายภาพกับวิหารวัดอินทราวาส (วัดต้นเกว๋น) จำลอง
พร้อมรับชมนิทรรศการภาพถ่ายในอดีต “ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่”
ได้ที่บูธ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่
แล้วมาป๊ะกั๋นเน้อเจ้า

03/04/2026

ที่อยู่

451 ถ. ซุปเปอร์ไฮเวย์ หมู่ 2 ต. ช้างเผือก อ. เมือง จ. Chiang Mai
Changwat Chiang Mai
50300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6653222262

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่:

แชร์