24/05/2026
“ซอฟต์พาวเวอร์” หรือ “ซอฟต์คอนเสิร์ต”? เมื่อเทศกาลชุมชนกลายเป็นเวทีมหรสพงบประมาณ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “Soft Power” กลายเป็นคำมหัศจรรย์ของวงราชการไทย
ไม่ว่าจะเป็นงานวัด งานเกษตร งานของดีประจำอำเภอ งานประเพณีประจำจังหวัด หรือแม้แต่งานมหรสพพื้นบ้าน ต่างถูกแปะป้ายใหม่ว่าเป็น “การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์” แทบทั้งหมด
คำถามคือ ประเทศไทยกำลังสร้างพลังทางวัฒนธรรมจริง ๆ หรือเพียงแค่ “เปลี่ยนป้ายชื่อโครงการ” ให้ดูทันสมัยขึ้น?
จากเดิมที่เคยเรียกว่า
“งานส่งเสริมการท่องเที่ยว”
วันนี้กลายเป็น
“โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านอัตลักษณ์ท้องถิ่น”
จากเดิมที่เคยเป็น
“งานของดีประจำจังหวัด”
วันนี้กลายเป็น
“มหกรรม Soft Power ระดับภูมิภาค”
แต่เมื่อเดินเข้าไปในงาน สิ่งที่เห็นกลับยังเหมือนเดิมแทบทุกอย่าง
เวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่
ไฟ แสง สี เสียง
ร้านเช่าล็อกขายของ
เต็นท์เรียงราย
ศิลปินดังจากกรุงเทพฯ
งบประชาสัมพันธ์
และพิธีเปิดอันอลังการ
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า นี่คือการพัฒนาศักยภาพชุมชน หรือเป็นเพียง “อุตสาหกรรมอีเวนต์” ที่ใช้งบภาครัฐเป็นเชื้อเพลิง?
แน่นอน ไม่มีใครปฏิเสธว่าการจัดงานสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ร้านค้าอาจขายของได้ โรงแรมอาจมีคนพัก ผู้คนอาจออกมาใช้จ่ายมากขึ้น
แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้:
เมื่อคำว่า “Soft Power” ถูกตีความได้กว้างจนแทบหมายถึงทุกอย่าง งบประมาณจำนวนมหาศาลจึงสามารถถูกอธิบายได้สวยงามเสมอ
เวทีคอนเสิร์ตกลายเป็น “การดึงดูดนักท่องเที่ยว”
งานมหรสพกลายเป็น “การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์”
ร้านค้าตลาดนัดกลายเป็น “การยกระดับทุนวัฒนธรรมชุมชน”
ท้ายที่สุด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า “จัดงานได้ไหม”
แต่คือ
“เงินจำนวนนี้สร้างความเข้มแข็งระยะยาวอะไรให้พื้นที่บ้าง?”
ชาวบ้านได้เรียนรู้ทักษะใหม่หรือไม่?
เกิดอาชีพใหม่จริงไหม?
เยาวชนในพื้นที่เติบโตจากโครงการนี้อย่างไร?
หรือสุดท้าย ทุกอย่างจบลงพร้อมกับการเก็บเวทีในคืนสุดท้ายของงาน?
หลายจังหวัดเริ่มมีภาพที่คล้ายกันอย่างน่าประหลาด
ใช้งบหลายล้าน
จัดงานไม่กี่วัน
คอนเสิร์ตแน่น
คนถ่ายรูปเยอะ
แต่หลังงานจบ ชุมชนก็กลับไปเหมือนเดิม หรือแย่กว่าเดิมหากร้านค้าในงานเหล่านั้นมาจากนอกพื้นที่เพื่อดูดเงินจากคนในพื้นที่ออกไปผ่านผู้จัดงาน "หน้าเดิมๆ"
ไม่มีระบบพัฒนาต่อ
ไม่มีตลาดระยะยาว
ไม่มีโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
ไม่มีการต่อยอดอย่างจริงจัง
สิ่งที่เหลืออยู่ อาจมีเพียงภาพข่าว พิธีเปิด และรายงานผลโครงการหนาหลายร้อยหน้า
นี่คือจุดที่ประชาชนควรเริ่มตั้งคำถามต่อคำว่า “Soft Power” อย่างจริงจัง
เพราะ Soft Power ที่แท้จริงของประเทศ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเวทีคอนเสิร์ต หรือความอลังการของพิธีเปิด
แต่อยู่ที่ว่า ประเทศสามารถเปลี่ยนวัฒนธรรม ท้องถิ่น อาหาร ศิลปะ และภูมิปัญญา ให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืนได้หรือไม่
เกาหลีใต้ไม่ได้สร้าง K-Pop ด้วยงานออกร้านปีละครั้ง
ญี่ปุ่นไม่ได้สร้างอุตสาหกรรมอนิเมะด้วยเต็นท์เช่าล็อกขายของ
จีนไม่ได้ผลักดันวัฒนธรรมด้วยเวทีหมอลำสามคืนแล้วจบ
ประเทศเหล่านั้นลงทุนกับ “คน” ลงทุนกับ “ระบบ” และลงทุนกับ “ระยะยาว”
แต่ประเทศไทยกำลังเสี่ยงจะเข้าใจผิดว่า
การจ้างศิลปินขึ้นเวที
คือการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
และนั่นอาจเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดของคำว่า Soft Power ในสังคมไทย
เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่แข็งแรงที่สุด อาจไม่ใช่พลังวัฒนธรรมของประเทศ
แต่อาจเป็นเพียง “พลังของระบบงบประมาณ” ที่สามารถเปลี่ยนทุกเทศกาล ให้กลายเป็นโครงการได้เสมอ
แล้วคุณล่ะ เคยดูคอนเสิร์ต กินลูกชิ้น ปลาหมึกย่าง ก๋วยเตี๋ยว งาน "Soft Power" มาบ้างไหม?
เรียบเรียงโดย: สำนักข่าวกาขาว
#ซอฟต์พาวเวอร์ #คอนเสิร์ต #งานของดีประจำจังหวัด #กำแพงเพชร