08/12/2025
“วิสัยทัศน์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไทยสู่ปี 2030”
เมื่อ AI กลายเป็น “คู่คิด” ในโลกที่ภัยไซเบอร์พัฒนาเร็วขึ้นทุกวัน วันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนเก่งคอมฯ แต่คือยุคที่คนทำงานไซเบอร์ต้อง “บัญชาการ AI” ให้เป็น ไม่ใช่แค่ใช้ตาม แต่ต้องใช้ “วิจารณญาณของมนุษย์” ควบคุม โดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยและจริยธรรม
สกมช. จึงวางวิสัยทัศน์สู่ปี 2030 “AI Augmented NCSA เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยคน และ AI อย่างทรงพลัง”
เป้าหมายไม่ใช่การมี AI ที่ฉลาดกว่าใคร แต่คือ การสร้างทีม Human–AI ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
และนี่คือ 5 ความสามารถที่จะใช้เพื่อปกป้องประเทศในยุค AI
1️⃣ ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน (Strategic Validator) เพราะ AI ช่วยสรุปข้อมูลได้เร็ว แต่คนต้องเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ
2️⃣ ออกคำสั่งที่ชัดเจน แม่นยำ และระบุข้อจำกัด (Tactical Framing) เพราะคำสั่งคลุมเครือในโลกไซเบอร์ = ความเสียหายจริง AI ต้องถูกสั่งงานแบบชัดเจนภายใต้กรอบที่กำหนด
3️⃣ ใช้ความรู้ลึกของมนุษย์ช่วย “ปรับแต่ง” AI (Deep Domain Expertise) แม้ AI เก่งและเร็ว แต่ยังไม่เข้าใจบริบท ความรู้ลึกของผู้เชี่ยวชาญคือเกราะป้องกันที่ AI แทนไม่ได้
4️⃣ ซ้อมรับมือภัยคุกคามแบบวนลูป (Iterative Wargaming) โดยให้ AI คิดสถานการณ์ให้ เราสามารถปรับแผน แก้จุดอ่อน แล้วให้ AI ทดสอบใหม่ หมุนวนแบบไม่รู้จบ จนพร้อมที่สุด
5️⃣ ผู้นำที่เชื่อมโยงเทคนิค–นโยบาย–ประชาชน (Holistic Orchestration) แม้ AI ทำงานแทนเราได้หลายอย่าง แต่ “ผู้นำ” คือผู้ที่เชื่อมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อออกนโยบายต่อไป
เป้าหมายสุดท้ายของ NCSA 2030 ไม่ใช่ AI ที่เก่งกว่าเดิม
แต่คือ คนของเราที่เข้มแข็งขึ้น มี AI เป็นอาวุธคู่กาย และปกป้องไซเบอร์ไทยได้ฉับไว แม่นยำ และมั่นคง ประเทศไทยจะมั่นคงปลอดภัยขึ้น เมื่อ “มนุษย์ + AI” ทำงานร่วมกันอย่างถูกทาง ถูกวิธี และมีจริยธรรม
อ่านต่อ AI Security Guidelines ที่ https://www.ncsa.or.th/news/28559b1b363037fb2d000158?category=news