สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จะปิดทอง หลังองค์พระปฏิมา

03/06/2026
ภ.7 เร่งคลี่คลายคดี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุสั่งบูรณาการทุกฝ่ายเร่งรัดคดี "น้ององุ่น" คืนความยุติธรรมให้ครอบครัววันที...
02/06/2026

ภ.7 เร่งคลี่คลายคดี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
สั่งบูรณาการทุกฝ่ายเร่งรัดคดี "น้ององุ่น" คืนความยุติธรรมให้ครอบครัว

วันที่ 2 มิ.ย. 2569
เวลา 11.00 น.
ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ม.4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย
พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7
พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7
พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี

โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม
ณ ห้องประชุม สภ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี

ได้เดินทางมาประชุมเร่งรัดคดีและลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบุคคลสูญหายเสียชีวิต (น้ององุ่น) อายุ 7 ขวบ ในพื้นที่ สภ.สังขละบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 69

ทั้งนี้ ประธาน ฯ ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

#ผบชภ7 #พลตำรวจโทพิสิฐตันประเสริฐ #ตำรวจภูธรภาค7 #ภาค7ปลอดภัยคืนความอุ่นใจให้ประชาชน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจจิตอาสาภาค 7 จัดกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พั...
02/06/2026

ตำรวจจิตอาสาภาค 7 จัดกิจกรรม
จิตอาสาบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

วันที่ 2 มิ.ย. 2569 เวลา 10.30 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 ประธานในพิธี
คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย
รอง ผบช.ภ.7 ผบก.ในสังกัด ภ.7 จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน
เจ้าหน้าที่จากภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จังหวัดราชบุรี เหล่ากาชาด จังหวัดนครปฐม คณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 และประชาชนจิตอาสา
ร่วมกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ศฝร.ภ.7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จว.นครปฐม

มีผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 93 คน รวมปริมาณโลหิตทั้งสิ้น 37,200 ซีซี

#ผบชภ7 #พลตำรวจโทพิสิฐตันประเสริฐ #ตำรวจภูธรภาค7 #ภาค7ปลอดภัยคืนความอุ่นใจให้ประชาชน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีวันที่ 2 มิ.ย...
02/06/2026

ตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันที่ 2 มิ.ย. 2569 เวลา 09.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย
พล.ต.ท.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล ผทค.พิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7
พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยะวนิชกูล รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.บรรจง อมฤทธิ์ ผบก.อก.ภ.7
คณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.7
ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ณ ห้องเอนกประสงค์ ภ.7 ชั้น 4

#ผบชภ7 #พลตำรวจโทพิสิฐตันประเสริฐ #ตำรวจภูธรภาค7 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน แนะสถานศึกษาคัดกรองบุคลากรเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองร่วม...
02/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน แนะสถานศึกษาคัดกรองบุคลากรเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองร่วมสอดส่องภัยเงียบใกล้ตัว ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเพื่อปกป้องเยาวชน

วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยผลการติดตามจับกุมตัวชายชาวแคนาดา อายุ 68 ปี อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยผู้ต้องหาได้หลบหนีระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวไปกบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและการคุกคามทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา และการปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังกับบุคคลที่เราคิดว่าสามารถไว้ใจได้อันควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสูงสุด จึงขอเน้นย้ำและเสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ดังนี้

1. แนวทางเฝ้าระวังสำหรับสถาบันการศึกษา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือสถานศึกษาทุกระดับโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการจ้างบุคลากรชาวต่างชาติให้ยกระดับมาตรฐานการคัดกรองบุคลากรอย่างเข้มงวด ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียดรวมถึงต้องมีระบบการประเมินพฤติกรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของครูผู้สอน เพื่อป้องกันบุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนหรือเป็นภัยต่อเยาวชนแฝงตัวเข้ามาในระบบการศึกษา

2. แนวทางการเฝ้าระวังสำหรับสถาบันครอบครัว : ผู้ปกครองถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการปกป้องบุตรหลาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแนะนำให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตและพูดคุยกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอด้วยความเข้าใจ เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้บุตรหลานมีความกล้าเปิดเผยเรื่องราวที่พบเจอให้แก่ผู้ปกครองทราบ โดยมีแนวทางที่สำคัญ ได้แก่

​- สังเกต "สัญญาณเตือน" ทางพฤติกรรม : โดยเฝ้าระวังพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน เช่น การแยกตัวเก็บตัวเงียบ อาการหวาดระแวงผิดปกติ ปฏิเสธการไปโรงเรียน แสดงความหวาดกลัวต่อครูหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจน มีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ

​- เฝ้าระวัง "ความลับในสื่อออนไลน์" : โดยสังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์หรืออุปกรณ์สื่อสาร โดยเฉพาะหากบุตรหลานมีท่าทีรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ หรือรีบปิดแอปพลิเคชันทันทีเมื่อผู้ปกครองเดินเข้ามาใกล้ ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการพบเจอของผู้ปกครองเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง

​ - รู้ทันภัยใกล้ตัวและสถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญ : จากสถิติคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กที่ผ่านมา พบข้อเท็จจริงว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นบุคคลที่เด็กให้ความไว้วางใจ มีความใกล้ชิดหรือเป็นคนรู้จักมักคุ้น ในบางกรณีผู้ก่อเหตุคือคนใกล้ชิด เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน หรือแม้แต่พ่อ แม่ พี่น้อง ของเด็กเอง ซึ่งอาศัยความเชื่อใจและโอกาสที่อยู่ตามลำพังในการกระทำความผิด ดังนั้น ผู้ปกครองจึงไม่ควรปล่อยเด็กไว้ลำพังกับคนแปลกหน้าหรือแม้แต่บุคคลที่คุ้นเคยในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใหญ่อื่นอยู่ด้วย การปลูกฝังให้เด็กเข้าใจถึงขอบเขตของร่างกายตนเอง และกล้าที่จะสื่อสารหรือบอกกล่าวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือถูกล่วงเกิน จึงถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีอีกประการหนึ่ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด หากประชาชน ผู้ปกครอง หรือสถานศึกษา พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดต่อเด็กและเยาวชน สามารถแจ้งข้อมูลมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ อังคาร ที่   2  มิถุนายน  2569เวลา 10.30น.พ.ต.ท.ไชยชนม์ อรุณโรจน์รังษีสวป.(ชส.) สภ.ชะอำประชาสัมพันธ์ชาวบ้านในชุมช...
02/06/2026

วันนี้ อังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2569
เวลา 10.30น.

พ.ต.ท.ไชยชนม์ อรุณโรจน์รังษี
สวป.(ชส.) สภ.ชะอำ

ประชาสัมพันธ์ชาวบ้านในชุมชนบ้านสระต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
แนะนำ แอปพลิเคชัน (Application)
Police care และ Cyber check แนะนำการใช้งาน ข้อดีของแอปพลิเคชั่น วิธีการติดตั้ง เพื่อใช้ให้ชาวบ้านนำไปใช้งานได้
ผู้รับฟังการบรรยาย จำนวน 20 คน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ  สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569ว...
02/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) เป็นประธานพิธีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีต่าง ๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา 3 มิถุนายน 2569 ด้วยความจงรักภักดีของข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ณ ห้องสารสิน, พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 49 รูป ณ ห้องศรียานนท์, พิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีลงนามถวายพระพร ณ ห้องโถง ชั้น 1

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2569

ปิดคดีฆ่าแท็กซี่เกาะสมุย ตำรวจจับครบ 12 รายวันนี้ (1 มิถุนายน 2569) ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยความคืบหน้าคดีคน...
02/06/2026

ปิดคดีฆ่าแท็กซี่เกาะสมุย ตำรวจจับครบ 12 ราย

วันนี้ (1 มิถุนายน 2569) ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายร่วมกันฆ่าคนขับแท็กซี่เสียชีวิต พื้นที่บ่อผุด เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ นายศิขรินทร์ พรหมเจริญ อายุ 30 ปี เสียชีวิต

คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดรวมทั้งสิ้น 12 ราย โดยจับกุมได้แล้ว 11 ราย ล่าสุดวันนี้ นายธวัชชัยฯ ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิชล โดยได้แจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน" และจะนำตัวส่งพนักงานสอบสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานผลการปฏิบัติของทุกชุดปฏิบัติการ ซึ่งสืบสวน
สอบสวนจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกำชับแนวทางการดำเนินคดีในขั้นตอนต่อไปให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ รัดกุม เน้นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างสูงสุด

ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ย้ำว่า ได้กำชับให้ หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหมั่นลงพื้นที่พบปะประชาชน รับฟังปัญหา ข้อร้องเรียน และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและคลี่คลายข้อขัดแย้ง หรือปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีให้ลุกลามหรือบานปลายจนส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) ทลายแก๊งกดเงินสแกมเมอร์รวบ 21 รายยึดเงินสด 2.5 ล้าน พร้อมกางสถิติ “หลอกขายสินค้า” ค...
02/06/2026

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) ทลายแก๊งกดเงินสแกมเมอร์รวบ 21 ราย
ยึดเงินสด 2.5 ล้าน พร้อมกางสถิติ “หลอกขายสินค้า” ครองแชมป์โกงอันดับ 1
ย้ำเตือนภัย! แก๊งประมูลทิพย์ ลวงเหยื่อโอนเงิน ก่อนชิ่งหนี

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 24-30 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,574 คดี มูลค่าความเสียหาย 137,773,929 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 17-23 พ.ค.69 จำนวน 11 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 76.60 ล้านบาท
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ในรอบสัปดาห์ดังกล่าว พบประเด็นสำคัญเกี่ยวกับพฤติการณ์ของคนร้ายในการเลือกใช้แพลตฟอร์มและช่องทางต่างๆ ในการติดต่อสื่อสารเพื่อหลอกลวงประชาชน โดยมีรายละเอียดจำนวนคดีที่เกิดขึ้นในแต่ละแพลตฟอร์ม ดังนี้
- Facebook จำนวน 3,992 เคส (ช่องทางที่พบการหลอกลวงสูงที่สุด)**
- ไม่ระบุช่องทาง จำนวน 613 เคส
- Line จำนวน 577 เคส
- โทรศัพท์ จำนวน 171 เคส
- TikTok จำนวน 157 เคส
- ช่องทางอื่นๆ จำนวน 149 เคส
- Instagram จำนวน 77 เคส
- แอปพลิเคชันหาคู่ จำนวน 11 เคส
- Telegram จำนวน 1 เคส
- SMS จำนวน 1 เคส
และยังพบว่าการหลอกลวงด้านสินค้าและบริการเป็นคดีอันดับ 1 ที่ประชาชนโดนหลอกมากที่สุดกว่า 4,735 คดีต่อสัปดาห์ (คิดเป็น 84.9% ของคดีทั้งหมด) และเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุดในสัปดาห์นี้ ถึง 136.44 ล้านบาท (คิดเป็น 99.06% ของคดีทั้งหมด) ขณะที่การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน และการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น คดีสองประเภทนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกันการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง เมื่อจำแนกตามประเภทคดีพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ และอันดับ 3 คดีหลอกลวงโดนแอบอ้างบุคคลอื่น
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมขบวนการกดเงินสดให้แก๊งสแกมเมอร์ จำนวน 5 เคส ผู้ต้องหา 21 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 13 ราย และชาวต่างชาติ 8 ราย (เป็นสัญชาติไนจีเรีย 6 ราย และจีนจีน 2 ราย) พร้อมตรวจยึดเงินสดได้กว่า 2.5 ล้านบาท ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 2 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 191,905 บาท
โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ ดังนี้
เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเพียง จ.น่าน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 71 ปี ที่ตั้งใจซื้อเครื่องฟอกอากาศทางออนไลน์ ราคาประมาณ 1,800 บาท ก่อนจะถูกมิจฉาชีพหลอกให้ไปพูดคุยต่อในไลน์ ชื่อ “ศูนย์บริการ Bitkub” ที่อ้างว่าหากซื้อเครื่องฟอกอากาศ จะมีโพรโมชันให้คล้ายกับการเล่นเกมเพื่อลงทุนและได้รับผลตอบแทน โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 5 แสนบาท แต่ห้ามโอนให้ครั้งเดียว ให้แบ่งโอนครั้งละ 1 แสนบาท เป็นจำนวน 5 ครั้ง ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เมื่อเหยื่อหลงกลโอนไปแล้ว ครั้งแรกได้เงินตอบแทนจริง จึงตัดสินใจโอนเพิ่มอีก 4 ครั้ง เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกมา กลับถูกอ้างว่าไม่ครบจำนวนตามที่บัญชีกำหนดไว้ และบอกให้โอนเพิ่มไปอีก 5 แสนบาท เพื่อให้ครบ 1 ล้านบาท จึงจะถอนเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงหยุดโอนเงินและหยุดติดต่อกับผู้ใช้บัญชีไลน์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้โทรศัพท์อายัดบัญชีและแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป ความเสียหายเคสนี้รวมแล้วกว่า 5 แสนบาท
เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 6 และสภ.เขาค้อ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 39 ปี ที่มีการโอนเงินไปยังบัญชีม้าที่เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ เมื่อตรวจสอบไปยังผู้เสียหายทำให้ทราบว่า ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว เพื่อเป็นค่าสั่งสินค้า โดยไม่ทราบว่าเป็นบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ยุติการโอนเงินและรีบให้โทรแจ้งอายัดบัญชีทันที ก่อนแนะนำให้เข้าแจ้งความต่อไป
พบความเสียหายเบื้องต้น 5.4 แสนบาท
นอกจากนี้ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังเพจ ”ประมูลทิพย์” หลอกแข่งราคา สินค้าแบรนด์เนม-พระเครื่อง สุดท้ายสูญเงินหลักหมื่น หลังพบผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวงจากเพจเฟซบุ๊กที่จัดกิจกรรม “ประมูลสินค้า” เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และพระเครื่องยอดนิยม เบื้องต้นพบสร้างความเสียหายต่อเคสสูงถึงหลักหมื่นบาท
จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มิจฉาชีพจะเปิดเพจปลอมขึ้นมาและนำภาพสินค้าแบรนด์เนมหรือสิ่งของมีค่ามาลงประมูลในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่าท้องตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจ จากนั้นจะใช้บัญชีหน้าม้า (ของScammer) หรือหน้าม้าอวตาร เข้ามาคอมเมนต์ร่วมประมูลแข่ง เพื่อปั่นราคาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าสินค้าดังกล่าวเป็นที่ต้องการและยอมทุ่มเงินประมูลแข่งจนชนะในที่สุด แต่เมื่อโอนเงินไปแล้ว กลับได้รับของปลอม หรือของไม่ตรงปก หรือถูกบล็อกช่องทางติดต่อหนีทันที
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบให้ดีก่อนโอนเงินหรือประมูลสินค้าใดๆทุกครั้ง
โดยมีวิธีตรวจสอบเพจปลอมเบื้องต้น สามารถเข้าไปที่เมนู ความโปร่งใสของเพจ” (Page Transparency) โดยคลิกที่ชื่อเพจ จากนั้นจะมี popup ขึ้นมา จากนั้นให้เลือก “นโยบายความโปร่งใสและความเป็นส่วนตัว” แล้วตรวจสอบ 3 จุดสำคัญ ดังนี้​
1.ประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจ ตรวจสอบว่าเพจนี้เคยเปลี่ยนชื่อบ่อยครั้งหรือไม่ หรือเคยเปลี่ยนจากชื่ออื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้ามาก่อน เช่น จากเพจคำคม เปลี่ยนมาเป็นเพจประมูลพระเครื่อง
2.ผู้ดูแลเพจ (Admin) ตรวจสอบว่าแอดมินผู้จัดการเพจอยู่ประเทศใด หากพบว่าแอดมินส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นเพจของมิจฉาชีพ
3.วันเวลาที่สร้างเพจและการปิดคอมเมนต์ ตรวจสอบว่าเพจเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ไม่นานหรือไม่ และที่สำคัญ หากเพจนั้นมีการปิดไม่ให้แสดงความคิดเห็น ไม่ให้กล่าวถึงหรือแท็กเพจ หรือจำกัดคนคอมเมนต์ ให้สันนิษฐานเลยว่าเป็นเพจปลอมแน่นอน
ดังนั้น ขอเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบอย่างรอบคอบทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจโอนเงินซื้อสินค้าหรือร่วมประมูลสินค้าออนไลน์ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากพบเบาะแสหรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความออนน์ไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

01/06/2026

คลิปเตือนภัย บช.ก.

บัญชีเรา อย่าให้ใครยืม คิดว่าแค่ช่วยเพื่อน…สุดท้ายเสี่ยงเป็นบัญชีม้า

key message

-ถ้ามีใครมาขอยืมเลขบัญชีธนาคาร อย่าให้ยืมเด็ดขาด

-บุคคลนั้นอาจเอาเลขบัญชีธนาคารของเรา ไปรับโอนเงินจากมิจฉาชีพ

-หากมียอดจำนวนเงินโอนเข้าบัญชี โดยที่เราไม่ทราบที่มาของจำนวนเงิน ให้รีบแจ้งธนาคารทันที

https://www.facebook.com/share/r/1BcbFVSZfM/
https://vt.tiktok.com/ZSxvLMY63/
#เตือนภัยออนไลน์ #รู้ทันมิจฉาชีพ #ภัยไซเบอร์
#มิจฉาชีพ #ยืมบัญชี #บัญชีม้า

ที่อยู่

เลขที่ 35
Cha-Am
76120

เบอร์โทรศัพท์

032 471 000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์