25/08/2026
เลขาธิการ ป.ป.ส. หารือเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย เดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านยาเสพติด สกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง เภา สารสิน สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานให้การต้อนรับนายฮารี ปราโบโว (H.E. Mr. Hari Prabowo) เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแนะนำตัวเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือข้อราชการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างสองประเทศ โดยมีนายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนสำนักการต่างประเทศ สำนักพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และสำนักปราบปรามยาเสพติด ร่วมให้การต้อนรับด้วย
ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ และกล่าวขอบคุณสำหรับการหารือข้อราชการร่วมกันในครั้งนี้ พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือของฝ่ายอินโดนีเซียในการประสานงานด้านยาเสพติดกับสำนักงาน ป.ป.ส. มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคุณโอลิเวีย เซมบิริง (Ms. Olivia Sembiring) ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการอัยการ และพันตำรวจเอก เอนดอน นูร์จาโย (Pol.Col. Endon Nurcahyo) อดีตผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงสานต่อความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นต่อไป
ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. เห็นพ้องกับฝ่ายอินโดนีเซียในการให้ความสำคัญกับการต่ออายุบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะกรรมการยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ และการใช้ยาในทางที่ผิด (Memorandum of Understanding between the Office of the Narcotics Control Board of the Kingdom of Thailand and the National Narcotics Board of the Republic of Indonesia on the Cooperation in Controlling Narcotic Drugs, Psychotropic Substances, their Precursors and Chemicals, and Drug Abuse: MOU) ซึ่งได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2559 โดยฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินการดังกล่าวเช่นเดียวกัน เนื่องจากเห็นว่าการต่ออายุ MOU ฉบับดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศให้มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และยินดีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทวิภาคีไทย–อินโดนีเซีย ครั้งที่ 3 ในห้วงปี 2570 โดยจะมอบหมายให้สำนักการต่างประเทศประสานหารือในรายละเอียดร่วมกันต่อไป
นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวว่า ไทยและอินโดนีเซียต่างเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะการใช้เส้นทางทางทะเล ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. จึงเห็นควรส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว การประสานงานด้านการสืบสวน การขยายผล การติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ และเป้าหมายหลบหนีหมายจับของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนชื่นชมและสนับสนุนความร่วมมือภายใต้กลไกคณะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ ท่าเรือสากลในอาเซียน (ASEAN Seaport Interdiction Task Force: ASITF) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ฝ่ายอินโดนีเซียเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อร่วมกันลดทอนขีดความสามารถของเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้เส้นทางทะเลและท่าเรือสากลในการลำเลียงยาเสพติด อันจะนำไปสู่การสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับความร่วมมือในระดับพหุภาคี เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้กล่าวขอบคุณถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (Commission on Narcotic Drugs: CND) ซึ่งทั้งไทยและอินโดนีเซียเป็นสมาชิก CND โดยได้ร่วมกันผลักดันจุดยืนของอาเซียนในเวที CND อีกทั้งฝ่ายอินโดนีเซียได้ให้การสนับสนุนข้อมติที่ประเทศไทยเสนออีกด้วย
สำหรับความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน สำนักงาน ป.ป.ส. ขอขอบคุณฝ่ายอินโดนีเซียที่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด (ASEAN Senior Officials Meeting on Drug Matters: ASOD) ครั้งที่ 47 เมื่อวันอังคารที่ 4–วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติด โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งด้านการป้องกันยาเสพติด การปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดทุกระดับ การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดอย่างครบวงจร ตลอดจนการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน และยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อลดแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่ประเทศ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาข้ามชาติที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง หากแต่จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันความพร้อมในการให้ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกับฝ่ายอินโดนีเซีย โดยขอให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้โดยตรง เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานการดำเนินงาน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้นต่อไป