ถวายพระพรชัยมงคล

ถวายพระพรชัยมงคล สำหรับเผยแพร่พระบรมฉายาลักษณ์ และพระราชกรณียกิจในพระบรมวงศานุวงศ์ และรำลึกถึงบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า

วันอาทิตย์ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙   เวลา ๑๖ นาฬิกา ๐๙ นาที   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม...
16/08/2026

วันอาทิตย์ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๖ นาฬิกา ๐๙ นาที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด อาคารทศมบพิตร และทอดพระเนตรนิทรรศการ "นาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร" ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เขตธบุรี กรุงเทพมหานคร

การนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล และทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ "อาคารทศมบพิตร" (อา-คาน-ทะ-สะ-มะ-บอ-พิด) อันเป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๑๐ และเพื่อรองรับการให้บริการรักษาแก่กำลังพลและประชาชนที่เดินทาง มารับบริการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นโรงพยาบาลจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วยและยกระดับมาตรฐานการรักษา ตัวอาคารเป็นอาคารผู้ป่วยในความสูง ๑๔ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า ๒๐,๓๐๐ ตารางเมตรเพียบพร้อมด้วยระบบการให้บริการทางการแพทย์ สามารถองรับเตียงผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น ๒๒๘ เตียง (แบ่งเป็นเตียงผู้ป่วยทั่วไป ๑๘๔ เตียง และเตียงผู้ป่วยวิกฤตและกึ่งวิกฤต ๔๔ เตียง) ภายในอาคารได้รับการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระบบเพื่อการดูแลผู้ป่วยอายุรกรรมและโรคซับซ้อนโดยเฉพาะ พร้อมด้วยระบบสนับสนุนการรักษาพยาบาลอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้รับบริการทุกท่านได้รับการดูแลรักษาด้วยมาตรฐานสูงสุด รวดเร็ว และปลอดภัย

ต่อมา. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการะคุณ ตามลำดับ ทรงรับทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ในแผ่นศิลา เสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์

จากนั้น เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังอาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตรนิทรรศการ "นาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ และนำเสนอผลงานความก้าวหน้าครั้งสำคัญผ่าน ๖ โซนจัดแสดงหลักประกอบด้วย

โซนที่ ๑ : สายธารพระเมตตา – สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงแผ่พระเมตตาธรรมปกเกล้าปกกระหม่อมปวงพสกนิกรตลอดมา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงการพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) อย่างต่อเนื่อง

โซนที่ ๒ : ทศมบพิตร นามพระราชทาน – บอกเล่าความเป็นมาของ “อาคารทศมบพิตร” อาคารผู้ป่วยใน ๑๔ ชั้น นามพระราชทานอันเป็นสิริมงคลยิ่ง ที่มุ่งเน้นการยกระดับบริการทางการแพทย์ ลดความแออัด และเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงการรักษาพยาบาลมาตรฐานสากล อัน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพระราชหฤทัยห่วงใยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสุขภาพพลานามัยของประชาชนทุกหมู่เหล่า

โซนที่ ๓ : การแพทย์เชิงยุทธวิธี – จัดแสดงภารกิจการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบภัยในภาวะวิกฤต การปฏิบัติการแพทย์สนาม การส่งกลับสายแพทย์ ตลอดจนนวัตกรรมฝีมือแพทย์ทหาร

โซนที่ ๔ : ศูนย์รักษาสายตาโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า – นำเสนอความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยแสงเลเซอร์แผลขนาดเล็ก พร้อมโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงโอกาสในการมองเห็น

โซนที่ ๕ : ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง – นำเสนอเทคโนโลยีห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง พร้อมการรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง ได้มาตรฐานสากลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤตตลอด ๒๔ ชั่วโมง

โซนที่ ๖ : หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด –นวัตกรรมระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Hugo RAS จอภาพ ๓ มิติ มีความละเอียดสูงและมีความแม่นยำสูงสุด ลดความเสี่ยงในการผ่าตัด ลดการสูญเสียเลือด ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางในการดูแลประชาชน ซึ่งนวัตกรรมนี้ เปิดให้บริการเป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงลงพระปรมาภิไธย ละทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก และ ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้บริหารกองทัพเรือ ผู้มีอุปการคุณ ผู้บริหารกรมแพทย์ทหารเรือ และผู้บริหารโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตามลำดับ และเมื่อสมควรแก่เวลาเสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

#ทรงพระเจริญ

วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙   เวลา ๒๐ นาฬิกา ๐๓ นาที    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมร...
12/08/2026

วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๒๐ นาฬิกา ๐๓ นาที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต) นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และบุคคล เฝ้า และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวาย และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาจุฬาเตปิฏกํ) อ่านว่า มหาจุฬาเตปิตะกัง) เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาจุฬาเตปิฏกํ) อ่านว่า มหาจุฬาเตปิตะกัง) เป็นผลงานวิชาการชั้นสูงทางพระพุทธศาสนา และเพื่อให้พระภิกษุ สามเณร นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องสมบูรณ์ สำหรับใช้ศึกษาค้นคว้าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้อย่างทั่วถึงต่อไป

#ทรงพระเจริญ

วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙   เวลา ๑๘ นาฬิกา ๑๔ นาที   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมรา...
12/08/2026

วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๘ นาฬิกา ๑๔ นาที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
และ เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
และ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ ๙ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย
เสร็จแล้ว พระสงฆ์ ๓๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระพรหมวชิรรังษี เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ปญฺญาเสฏฐกถา” (อ่านว่า “ปัน-ยา-เสด-ถะ-กะ-ถา” หมายถึง ปัญญาเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด) จบแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร เที่ยวแรก ๑๕ ไตร แด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา พระสงฆ์สดับปกรณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา
ต่อจากนั้น ทรงทอดผ้าไตร อีก ๑๖ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เสร็จแล้ว ทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ ๙ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา และทรงกราบพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

#ทรงพระเจริญ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
12/08/2026

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ   สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง✨️วันที่ ๑๒ สิงหาคม...
12/08/2026

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
✨️วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙✨️
ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม สํานึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้จัดทำเพจถวายพระพรชัยมงคล

วันศุกร์ที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙   เวลา ๑๔.๐๐ น.   สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราช...
07/08/2026

วันศุกร์ที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๔.๐๐ น.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทอดพระเนตรการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ และทรงดนตรีไทย ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และผู้แทนครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงขับร้องเพลงไทย และการบรรเลงดนตรีไทย โดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพลง “ดอกไม้ไทร สองชั้น” และทอดพระเนตรการแสดง จำนวน ๔ ชุด ได้แก่
๑. วงปี่พาทย์ไม้นวมเครื่องใหญ่ ประกอบการแสดงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพลง “รำอาศิรวาทราชนารีศรีสยาม” โดย วงสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และวงศิษย์พระประณีตวรศัพท์ (เขียน วรวาทิน)
๒. วงดนตรีไทยเครื่องใหญ่ เพลง “มอญรำดาบ เถา” โดย วงครูอาวุโสชาย - หญิง
๓. วงเครื่องสายเครื่องคู่ผสมปี่มอญ เพลง “มอญอ้อยอิ่ง เถา” โดย วงครูอาวุโสชาย - หญิง
๔. วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ ประกอบการแสดง เพลง “เปนสิริสถาพรในนภา (ม่านมงคล)” โดย วงครูอาวุโสชาย - หญิง และวงลูกศิษย์ครูอาวุโสชาย - หญิง

จากนั้น ทรงดนตรีไทยร่วมกับวงปี่พาทย์ไม้นวม วงบ้านปลายเนิน เพลงประกอบบทพระราชนิพนธ์ เพลง “พระเสด็จสู่ฟ้าเสวยสวรรค์” ภายหลังจบการแสดง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และนายจีรพล เพชรสม ผู้แทนครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายช่อดอกไม้

วันศุกร์ ที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙   เวลา ๑๔ นาฬิกา ๓๘ นาที   สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโร...
07/08/2026

วันศุกร์ ที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๔ นาฬิกา ๓๘ นาที
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วย
เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
เพื่อทรงทำกิจกรรมจิตอาสา และประกอบอาหารเมนูข้าวผัดหมู พระราชทานแก่ประขาชนที่ไปเฝ้ารับเสด็จ ณ วัดยางกวง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การนี้ เสด็จยังวิหารลายคำโบราณเฉลิมพระเกียรติ ทรงวาง และวาง พวงมาลัย ทรงจุด และจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง บูชาพระประธานประจำวิหาร ทรงลงพระนาม ลงนามในสมุดที่ระลึก
วิหารชายคำโบราณเฉลิมพระเกียรติ เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่ขุดพบฐานรากเดิม และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ เป็นวิหารทรงล้านนาโบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธศักดิ์สิทธิ์ หรือ หลวงพ่อพระเจ้าแสนแซ่ว พระประธานเก่าแก่คู่พระวิหาร วัดยางกวง เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ วัดนี้ มีหลักฐานปรากฏในโคลงนิราศหริภุญชัย ต่อมาได้กลายเป็นวัดร้าง ก่อนจะได้รับการบูรณะอีกครั้งหลังในปี ๒๕๔๙ พระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รองเจ้าคณะภาค ๗ ฟื้นฟูและบูรณะขึ้นใหม่ ตั้งเป็นวัดอีกครั้งเมื่อปี ๒๕๕๔ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี ๒๕๕๗ ปัจจุบันพระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทธิวาที ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ และเณร จำพรรษา รวม ๘ รูป

จากนั้น เสด็จไปยังเจดีย์ วัดยางกวง ทอดพระเนตรนิทรรศการ เรื่องการขับเคลื่อนพลังจิตอาสา เพื่อพัฒนาสังคมตามแนวทาง ธรรมนาวา “วัง” ที่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน วัด สถานศึกษา และสถานพยาบาล ๑๐ หน่วยงาน ดำเนินงานดำเนินงานสนองพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำหลักธรรมพระราชทานไปประยุกต์ใช้ อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีสำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานวัฒนธรรม ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน และสำนักงานศึกษาธิการ ร่วมดำเนินงานสืบสาน สร้างเครือข่าย , มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ น้อมนำหลักธรรมพระราชทานไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาจิตใจ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และภูมิคุ้มกันทางศีลธรรมแก่คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา นักเรียน และประชาชน โดยบูรณาการหลักธรรมสู่การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมจิตอาสา , ธรรมนาวาวัง โอสถสถาน ที่ผู้ประกอบการสถานพยาบาลรวมกลุ่มกันเป็นศูนย์รวมดูแลสุขภาพ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม เรียนรู้ เข้าใจหลักธรรม ผ่านการฝึกปฏิบัติจริง , โรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ ที่จัดกิจกรรม Voice of Hope from Nawawang เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ เสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกัน และวัดยางกวง จัดโครงการโคมทัศศา พัฒนาภูมิปัญญาการทำโคมล้านนาให้เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในชุมชน

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมและมีพระปฏิสันถาร รวมทั้งพระราชทานน้ำดื่มและผ้าเช็ดมือแก่จิตอาสา และประชาชน ที่ไปเฝ้ารับเสด็จ แล้วทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดหมู บนรถประกอบอาหาร พระราชทานแก่ประขาชนที่ไปเฝ้ารับเสด็จ

การเสด็จไปทรงร่วมกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ สร้างความปลาบปลื้มปีติแก่ประชาชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเป็นพระกรณียกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงพระเมตตา ความเอาพระทัยใส่ ต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และพระวิริยะอุตสาหะในการทรงบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างใกล้ชิด นับว่าทรงเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าให้แก่เยาวชนและคนไทยทุกหมู่เหล่า ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีจิตสาธารณะ การเสียสละ และการร่วมแรงร่วมใจกันทำความดีเพื่อสังคม ที่เกิดจากความสามัคคี สอดคล้องกับพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริด้านการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม

#ทรงพระเจริญ

วันศุกร์ ที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙   เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๖ นาที   สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโร...
07/08/2026

วันศุกร์ ที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๖ นาที
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วย
เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
ไปยังทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ต้องขังหญิง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้ารับเสด็จ

ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขังหญิง ๒ ชุด ได้แก่ “ฟ้อนดอกระมิงค์” และ “โอ้ละหนอเชียงใหม่” พร้อมทรงรับฟังตัวแทนผู้ต้องขังกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงภายหลังเข้าร่วมโครงการธรรมนาวา “วัง” ซึ่งนำหลักธรรมมาใช้ขัดเกลาจิตใจและพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่สังคม

ตัวแทนผู้ต้องขังหญิงรายหนึ่งเล่าว่า เดิมเคยใช้ชีวิตตามอารมณ์จนก้าวพลาด เมื่อเข้าสู่เรือนจำกลับถูกคนใกล้ชิดทอดทิ้ง ทำให้เกิดความเศร้าและไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อ กระทั่งได้เรียนรู้แนวทางการระลึกถึงพระรัตนตรัยและการรู้เท่าทันอารมณ์จากโครงการธรรมนาวา “วัง” จึงสามารถควบคุมจิตใจและกลับมามองเห็นคุณค่าของชีวิตอีกครั้ง

โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่เป็นแห่งแรกในปี ๒๕๖๘ รุ่นแรกมีผู้เข้ารับการอบรม ๓๗๓ คน ปัจจุบันจัดอบรมแล้ว ๑๘ ครั้ง มีผู้เข้าร่วม รวม ๓,๖๖๗ คน โดยกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ผู้ผ่านการอบรมมีระเบียบวินัยมากขึ้น และช่วยลดปัญหาการทะเลาะวิวาทภายในเรือนจำ สำหรับหลักธรรมนาวา “วัง” เป็นหลักปฏิบัติพระราชทานที่มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาและนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต กรมประชาสัมพันธ์

ต่อมา ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” ซึ่งน้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาเตรียมทักษะให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเองภายหลังพ้นโทษ รวมถึงทอดพระเนตรการให้บริการทันตกรรมและครุภัณฑ์พระราชทานภายใต้โครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

จากนั้น เสด็จฯ ไปยังสถานเลี้ยงเด็ก พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ และทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพ อาทิ นวดแผนไทย การประกอบอาหาร การทอผ้าไหม และการดูไพ่ยิปซี อันเป็นการสร้างความรู้และอาชีพสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่เมื่อกลับคืนสู่สังคม

พระกรณียกิจครั้งนี้ สะท้อนถึงการสืบสานพระราชปณิธานในการมอบโอกาสแก่ผู้ก้าวพลาด ให้สามารถปรับเปลี่ยนตนเอง มีอาชีพ และกลับมาใช้ชีวิตในสังคมโดยไม่กระทำผิดซ้ำ

#ทรงพระเจริญ

06/08/2026

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
#ทรงพระเจริญ #พระองค์ที #เจ้าฟ้าทีปังกร #ทูลกระหม่อมทีปังกร #เรารักราชวงศ์จักรี

วันอังคาร ที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙    เวลา ๑๐.๐๐ น.   สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกู...
04/08/2026

วันอังคาร ที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เวลา ๑๐.๐๐ น.
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ
มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
เสด็จไปทรงทัศนศึกษาและสนทนาธรรม กับเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (เป็นการส่วนพระองค์)

ที่อยู่

ราชอาณาจักรไทย
Bangkok
99999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ถวายพระพรชัยมงคลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์