สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก

สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก Office of the Army Comptroller, Royal Thai Army. Official Page

พล.ท. กมล  กฤษวงศ์ ปช.ทบ. เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การทบทวนและปรับปรุงเป้าหมาย ผลผลิต/โครงการ กิ...
01/09/2026

พล.ท. กมล กฤษวงศ์ ปช.ทบ. เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การทบทวนและปรับปรุงเป้าหมาย ผลผลิต/โครงการ กิจกรรม ตัวชี้วัดผลสำเร็จ ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของ ทบ. เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 0900 ณ ห้องประชุม สปช.ทบ.(ชั้น 5) โดยมีผู้อำนวยการกองประเมินผล 1 เป็นผู้แทนสำนักงบประมาณ เป็นวิทยากรมาบรรยาย และมีผู้แทน กรม ฝสธ. และ นขต.ทบ. ร่วมเข้ารับการสัมมนา

สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก จัดการฝึกทบทวนบุคคลท่ามือเปล่าให้แก่กำลังพล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ส...
28/08/2026

สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก จัดการฝึกทบทวนบุคคลท่ามือเปล่าให้แก่กำลังพล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. 69 เวลา 0830 - 1000 โดยทำการฝึกให้กับกำลังพล สังกัด กธก.สปช.ทบ. และ กจก.สปช.ทบ. นายทหาร, นายสิบ, ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
🔰รวมผู้เข้ารับการฝึกจำนวนทั้งสิ้น 50 นาย
💂การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า คือการฝึกระเบียบวินัยและท่าทางพื้นฐานของร่างกายโดยไม่ใช้อาวุธ โดยมีท่าหลักที่สำคัญ ได้แก่ ท่าตรง ท่าพัก และท่าหัน และท่าเคารพ เพื่อสร้างบุคลิกภาพที่สง่างามและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️รวย...ไม่ผิด แต่ "ร่ำรวยผิดปกติ" อาจเข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมาย? 🤔หลายคนอาจเคยได้ยินคำนี...
24/08/2026

📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
รวย...ไม่ผิด แต่ "ร่ำรวยผิดปกติ" อาจเข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมาย? 🤔
หลายคนอาจเคยได้ยินคำนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า..การมีทรัพย์สินมาก ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติเสมอไป
ตามกฎหมาย ป.ป.ช. คำนี้ไม่ได้หมายถึง "คนรวย" แต่หมายถึง การมีทรัพย์สินหรือฐานะทางการเงินเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดปกติ จนไม่สามารถอธิบายที่มาของทรัพย์สินได้ตามกฎหมาย
ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ในไม่กี่ภาพ เกี่ยวกับ...
📌 บทบาทของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
💰ใครบ้างที่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน?
🗓️ระยะเวลาในการเปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
#ปปช #โปร่งใส #การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน #ร่ำรวยผิดปกติ

ป.ป.ช. ควง ป.ป.ท. ฟันข้าราชการทุจริต⚫️🔴ในการปราบปรามทุจริตของไทย หลายคนอาจเคยสงสัยว่าเวลามีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น ใครเป็นค...
24/08/2026

ป.ป.ช. ควง ป.ป.ท. ฟันข้าราชการทุจริต⚫️🔴
ในการปราบปรามทุจริตของไทย หลายคนอาจเคยสงสัยว่าเวลามีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น ใครเป็นคนรับผิดชอบกันแน่? ระหว่าง "ป.ป.ช." ที่เป็นองค์กรอิสระ กับ "ป.ป.ท." ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หากต่างคนต่างทำ งานก็จะซ้ำซ้อนและล่าช้า ราชกิจจานุเบกษา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ฉบับนี้ จึงออกกฎเพื่อทำงานให้ชัดเจนว่า คดีไหนเป็นหน้าที่ของใคร
รายละเอียดเข้าใจง่ายแบ่งใจความสำคัญ ดังนี้
📍1. ป.ป.ช. ลุยรับผิดชอบคดีทุจริตระดับใหญ่ มีความเสียหายสูง
ป.ป.ช. ทำหน้าที่เป็นแกนหลัก รับผิดชอบคดีทุจริตระดับใหญ่ มีความเสียหายสูง หรือเป็นคดีสำคัญของประเทศ กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า ป.ป.ช. จะเป็นผู้ดำเนินการเอง หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลสำคัญ เช่น นักการเมือง รัฐมนตรี ส.ส.ส.ว., ผู้พิพากษา อัยการ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการระดับสูง (ระดับอำนวยการสูงขึ้นไป) รวมถึงคดีที่มีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท หรือมีความเสียหายเกิน 500,000 บาทขึ้นไป
📍2. ป.ป.ท. ลุยรับผิดชอบคดีทุจริตระดับอำนวยการต้นไล่ลำดับลงมา
ป.ป.ท. ทำหน้าที่รับมอบหมายเรื่องจาก ป.ป.ช. เพื่อไปดำเนินการต่อเฉพาะคดีทุจริตของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างหรือระดับปฏิบัติการ เช่น ข้าราชการระดับอำนวยการต้นลงมา คดีที่ไม่ซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง และงบประมาณไม่สูง เพื่อให้การสอบสวนทำได้รวดเร็ว ไม่ค้างท่อ และไม่ปล่อยให้คดีหมดอายุความ โดย ป.ป.ท. ต้องสอบสวนให้เสร็จตามกรอบเวลา แล้วรายงานผลกลับให้ ป.ป.ช. ทราบภายใน 30 วัน
3. ป.ป.ช. มีอำนาจเรียกคืนคดีมาฟันได้ตลอดเวลา
โดยระเบียบนี้กำหนดเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า หาก ป.ป.ท. กำลังสอบสวนคดีอยู่ แล้วพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูง หรือข้าราชการระดับใหญ่ ร่วมกระทำผิดหรือเกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. มีอำนาจเรียกคืนคดีได้ตลอดเวลา แม้จะมอบหมายงานให้ ป.ป.ท. ไปแล้ว แต่ ป.ป.ช. ก็ยังมีอำนาจกำกับดูแล หากพบว่าคดีที่ส่งไปเริ่มมีความไม่โปร่งใส ผู้ร้องเรียนอาจไม่ได้รับความยุติธรรม หรือคดีเริ่มมีความซับซ้อนและร้ายแรงขึ้น ป.ป.ช. สามารถมีมติเรียกสำนวนคดีนั้นกลับมาดำเนินการไต่สวนเองได้ทันทีภายใน 15 วัน
4. เชื่อมระบบดิจิทัล ปิดช่องโหว่ความล่าช้า
การทำงานร่วมกันในปัจจุบันเน้นความรวดเร็ว โดยกฎหมายกำหนดให้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เชื่อมโยงฐานข้อมูลสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานระหว่างหน่วยงานอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องค้างท่อ หรือใช้ช่องโหว่ทางเอกสารในการถ่วงเวลาคดี
สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ ✍👍
1. คดีเดินหน้าไว ไม่ปล่อยหมดอายุความ การแบ่งคดีชัดเจนช่วยกระจายภาระงาน ไม่ให้คดีไปแออัดอยู่ที่ ป.ป.ช. ทำให้กระบวนการไต่สวนรวดเร็วขึ้น
2. ขจัดข้าราชการทุจริตออกจากระบบได้ทันท่วงที เมื่อ ป.ป.ท. เร่งสืบสวนคดีระดับพื้นที่ได้ไว ข้าราชการที่เรียกรับผลประโยชน์จะถูกลงโทษเร็วขึ้น ประชาชนได้รับบริการที่โปร่งใส
3. รักษาเงินงบประมาณแผ่นดิน การเชื่อมโยงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีระหว่างสองหน่วยงาน ช่วยสกัดการทุจริตได้ทันเวลาก่อนเกิดความเสียหาย
หลักเกณฑ์การทำงานระหว่าง ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ฉบับนี้ ช่วยตัดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ทำให้กระบวนการสอบสวนทุจริตรวดเร็วขึ้น และป้องกันการล้มคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นระบบ ช่วยให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีผลชัดเจนขึ้น คดีไม่ดอง และส่งมอบความยุติธรรมถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
#ปปช #ข้าราชการ #ทุจริต #โกง #สำนักงานปปช

ป.ป.ช. ควง ป.ป.ท. ฟันข้าราชการทุจริต⚫️🔴
ในการปราบปรามทุจริตของไทย หลายคนอาจเคยสงสัยว่าเวลามีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น ใครเป็นคนรับผิดชอบกันแน่? ระหว่าง "ป.ป.ช." ที่เป็นองค์กรอิสระ กับ "ป.ป.ท." ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หากต่างคนต่างทำ งานก็จะซ้ำซ้อนและล่าช้า ราชกิจจานุเบกษา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ฉบับนี้ จึงออกกฎเพื่อทำงานให้ชัดเจนว่า คดีไหนเป็นหน้าที่ของใคร

รายละเอียดเข้าใจง่ายแบ่งใจความสำคัญ ดังนี้

📍1. ป.ป.ช. ลุยรับผิดชอบคดีทุจริตระดับใหญ่ มีความเสียหายสูง
ป.ป.ช. ทำหน้าที่เป็นแกนหลัก รับผิดชอบคดีทุจริตระดับใหญ่ มีความเสียหายสูง หรือเป็นคดีสำคัญของประเทศ กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า ป.ป.ช. จะเป็นผู้ดำเนินการเอง หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลสำคัญ เช่น นักการเมือง รัฐมนตรี ส.ส.ส.ว., ผู้พิพากษา อัยการ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการระดับสูง (ระดับอำนวยการสูงขึ้นไป) รวมถึงคดีที่มีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท หรือมีความเสียหายเกิน 500,000 บาทขึ้นไป
📍2. ป.ป.ท. ลุยรับผิดชอบคดีทุจริตระดับอำนวยการต้นไล่ลำดับลงมา
ป.ป.ท. ทำหน้าที่รับมอบหมายเรื่องจาก ป.ป.ช. เพื่อไปดำเนินการต่อเฉพาะคดีทุจริตของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างหรือระดับปฏิบัติการ เช่น ข้าราชการระดับอำนวยการต้นลงมา คดีที่ไม่ซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง และงบประมาณไม่สูง เพื่อให้การสอบสวนทำได้รวดเร็ว ไม่ค้างท่อ และไม่ปล่อยให้คดีหมดอายุความ โดย ป.ป.ท. ต้องสอบสวนให้เสร็จตามกรอบเวลา แล้วรายงานผลกลับให้ ป.ป.ช. ทราบภายใน 30 วัน
3. ป.ป.ช. มีอำนาจเรียกคืนคดีมาฟันได้ตลอดเวลา
โดยระเบียบนี้กำหนดเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า หาก ป.ป.ท. กำลังสอบสวนคดีอยู่ แล้วพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูง หรือข้าราชการระดับใหญ่ ร่วมกระทำผิดหรือเกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. มีอำนาจเรียกคืนคดีได้ตลอดเวลา แม้จะมอบหมายงานให้ ป.ป.ท. ไปแล้ว แต่ ป.ป.ช. ก็ยังมีอำนาจกำกับดูแล หากพบว่าคดีที่ส่งไปเริ่มมีความไม่โปร่งใส ผู้ร้องเรียนอาจไม่ได้รับความยุติธรรม หรือคดีเริ่มมีความซับซ้อนและร้ายแรงขึ้น ป.ป.ช. สามารถมีมติเรียกสำนวนคดีนั้นกลับมาดำเนินการไต่สวนเองได้ทันทีภายใน 15 วัน
4. เชื่อมระบบดิจิทัล ปิดช่องโหว่ความล่าช้า
การทำงานร่วมกันในปัจจุบันเน้นความรวดเร็ว โดยกฎหมายกำหนดให้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เชื่อมโยงฐานข้อมูลสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานระหว่างหน่วยงานอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องค้างท่อ หรือใช้ช่องโหว่ทางเอกสารในการถ่วงเวลาคดี
สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ ✍👍
1. คดีเดินหน้าไว ไม่ปล่อยหมดอายุความ การแบ่งคดีชัดเจนช่วยกระจายภาระงาน ไม่ให้คดีไปแออัดอยู่ที่ ป.ป.ช. ทำให้กระบวนการไต่สวนรวดเร็วขึ้น

2. ขจัดข้าราชการทุจริตออกจากระบบได้ทันท่วงที เมื่อ ป.ป.ท. เร่งสืบสวนคดีระดับพื้นที่ได้ไว ข้าราชการที่เรียกรับผลประโยชน์จะถูกลงโทษเร็วขึ้น ประชาชนได้รับบริการที่โปร่งใส

3. รักษาเงินงบประมาณแผ่นดิน การเชื่อมโยงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีระหว่างสองหน่วยงาน ช่วยสกัดการทุจริตได้ทันเวลาก่อนเกิดความเสียหาย
หลักเกณฑ์การทำงานระหว่าง ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ฉบับนี้ ช่วยตัดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ทำให้กระบวนการสอบสวนทุจริตรวดเร็วขึ้น และป้องกันการล้มคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นระบบ ช่วยให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีผลชัดเจนขึ้น คดีไม่ดอง และส่งมอบความยุติธรรมถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

#ปปช #ข้าราชการ #ทุจริต #โกง #สำนักงานปปช

24/08/2026

ตัวอย่างมีความจริงในมือ ไม่ต้องกลัวผู้มีอำนาจ📍📍
เวลาที่ประชาชนหรือคนทำงานพบเห็นความผิดปกติในโครงการก่อสร้างของรัฐ หลายคนอยากลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวข้าราชการที่โกง แต่คือการโดนฟ้องกลับด้วยคดีความต่างๆ เพื่อบีบให้กลัวและยอมเงียบไปเอง การใช้อำนาจกฎหมายข่มขู่แบบนี้แหละคือสิ่งที่เราต้องรู้เท่าทัน
1. เริ่มต้นเฝ้าระวัง จับตาโครงการรัฐ
จุดเริ่มต้นของการหยุดยั้งการโกง เกิดจากการสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใกล้ตัว เช่น โครงการก่อสร้างของภาครัฐที่ดูไม่โปร่งใส สเปกไม่ตรง หรือสร้างเสร็จแล้วใช้งานไม่ได้จริง การช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้วส่งต่อให้หน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. คือขั้นตอนแรกที่สำคัญมากในการจุดประกายกระบวนการยุติธรรม
2. มรสุมการฟ้องปิดปาก
เมื่อผู้มีอำนาจหรือผู้ทุจริตถูกตรวจสอบ สิ่งที่พวกเขามักจะทำเพื่อปกป้องตัวเองคือการใช้เทคนิค "ฟ้องปิดปาก" หรือฟ้องคดีหมิ่นประมาทกลับ เป้าหมายของคดีพวกนี้ไม่ได้ต้องการชนะคดีเป็นหลัก แต่ทำเพื่อสร้างภาระ เสียเวลา เสียเงิน และสร้างความหวาดกลัว เพื่อกดดันให้ผู้แจ้งเบาะแสยอมถอยและเลิกดำเนินคดี
3. กลไกคุ้มครอง ตัดความกลัวของประชาชน
ภาครัฐไม่ได้ปล่อยให้ประชาชนที่ออกมาปกป้องประโยชน์ส่วนรวมต้องรับความเสี่ยงเพียงลำพัง ปัจจุบันมีกฎหมายและกองทุนเข้ามาทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสโดยตรง เพื่อให้คนที่ทำดีมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองอย่างรอบด้าน ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย
สู้คดีฟ้องปิดปาก: แจ้งเบาะแสด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องกลัวโดนฟ้องกลับ เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง พร้อมมีรัฐสนับสนุนเงินทุนสู้คดีและจัดหาทนายความให้
4. รัฐช่วยจัดทนาย ออกค่าใช้จ่ายสู้คดี
หากผู้มีอำนาจยังดันทุรังฟ้องคดีมาจริงๆ ผู้แจ้งเบาะแสสามารถขอความช่วยเหลือจากกองทุนภาครัฐได้เลย โดยรัฐจะเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี จัดหาทนายความสู้คดีให้ และมีหนังสือยื่นยืนยันสถานะการเป็นผู้ได้รับการคุ้มครองต่อศาล เพื่อให้ศาลเห็นพฤติการณ์บริสุทธิ์ใจทันที
5. เดินหน้าคดีโกงจนถึงที่สุด
เมื่อผู้แจ้งเบาะแสมีเกราะป้องกันตัวที่มั่นคง กระบวนการ ตรวจสอบการทุจริตก็สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นโดยไม่โดนขัดขวาง นำไปสู่การชี้มูลความผิดและการดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ทุจริตตัวจริงได้จนถึงที่สุด
"เมื่อประชาชนกล้าพูดความจริง และกฎหมายพร้อมปกป้อง คนโกงก็ไม่มีที่ยืนอีกต่อไป"
ความสำเร็จในการปราบปรามการทุจริต เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างภาคประชาชนที่กล้าหาญ กับกลไกกฎหมายที่พร้อมเป็นหลังพึ่งพา ถ้ารู้กฎหมายตัวนี้ไว้ ผู้มีอำนาจก็ไม่สามารถใช้อำนาจหรือคดีความมาข่มขู่ปิดปากคุณได้อีกต่อไป
#ปปช #สำนักงานปปช #กฎหมายฟ้องปิดปาก

24/08/2026

โดนฟ้องขู่ให้เงียบ รู้กฎหมายนี้ไว้สู้ผู้มีอำนาจ
เวลาที่มีคนกล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราวการทุจริต หลายครั้งเรามักจะเห็นฝั่งผู้มีอำนาจเลือกใช้คดีความมาตอบโต้ เพื่อทำให้คนที่ออกมาพูดเกิดความกลัวและยอมเงียบไปเอง กระบวนการแบบนี้เรียกว่าการ "ฟ้องปิดปาก" หรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation)
1. ฟ้องปิดปาก เครื่องมือหยุดคนพูดความจริง📍
การฟ้องปิดปาก คือ การนำกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่และปิดกั้นคนที่กล้าเปิดเผยข้อมูลทุจริต โดยมักมาในรูปแบบการฟ้องคดีหมิ่นประมาท การเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก หรือการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อสร้างภาระและความกลัวจนผู้ให้ข้อมูลต้องยอมถอย
2. กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 132 คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส📍
เพื่อไม่ให้ผู้แจ้งเบาะแสต้องรับความเสี่ยงเพียงลำพัง ปัจจุบันมีกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 132 เข้ามาทำหน้าที่คุ้มครองคนที่ให้ข้อมูลเรื่องการทุจริตด้วยความสุจริตและจริงใจ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองเมื่อทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
3. คุ้มครองรอบด้าน ทั้งแพ่ง อาญา และวินัย
ตามมาตรา 132 หากคุณแจ้งเบาะแสการทุจริตด้วยความสุจริต กฎหมายจะคุ้มครองทันที โดยคุณจะไม่มีความผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย ทำให้ผู้ที่คิดจะใช้คดีความมาข่มขู่ฟ้องร้องไม่สามารถนำกฎหมายมาเล่นงานคุณได้
• แนวทางคุ้มครอง✍👍
เมื่อแจ้งเบาะแสด้วยความสุจริต ได้รับความคุ้มครองทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัย พร้อมมีรัฐเข้าช่วยเหลือหากถูกฟ้องร้อง
4. รัฐช่วยจัดทนายและออกค่าใช้จ่ายประกันตัว
หากถูกฟ้องร้องคดีจริงๆ มาตรา 132 มีกลไกช่วยเหลือชัดเจน โดย ป.ป.ช. จะช่วยประสานงานจัดหาทนายความ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสู้คดี รวมถึงดูแลเรื่องการประกันตัวให้อีกด้วย
5. สั่งระงับการสอบวินัยทันทีหากโดนกลั่นแกล้ง
กรณีที่ผู้แจ้งเบาะแสเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งด้วยการตั้งกรรมการสอบวินัย ทาง ป.ป.ช. มีอำนาจแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้ยุติการสอบสวนทางวินัยนั้นทันที เพื่อป้องกันการใช้ระเบียบภายในมาบีบบังคับคนทำดี
"การเปิดเผยข้อมูลทุจริตคือสิ่งสำคัญของสังคม และกฎหมายมีกลไกปกป้องไม่ให้คนดีต้องสู้เพียงลำพัง"
การออกมาให้ข้อมูลเรื่องทุจริตเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความโปร่งใสให้สังคม กฎหมายมาตรา 132 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันว่า ทุกคนที่ทำหน้าที่ด้วยความสุจริตจะได้รับความคุ้มครอง และไม่ต้องกลัวการถูกฟ้องปิดปากอีกต่อไป
#ปปช #สำนักงานปปช #กฎหมายฟ้องปิดปาก

24/08/2026

เปิดขั้นตอนยื่นขอความคุ้มครอง ป.ป.ช.
เมื่อโดนฟ้องปิดปากเพราะแฉเรื่องโกง
การลุกขึ้นมาเปิดโปงเรื่องทุจริตอาจทำให้หลายคนต้องเจอคดีฟ้องปิดปากจากผู้มีอำนาจ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้เราต้องสู้คนเดียว เพราะ ป.ป.ช. มีมาตรา 132 เป็นกลไกคุ้มครองประชาชนที่แจ้งเบาะแสด้วยความสุจริต ซึ่งมีขั้นตอนการขอรับความคุ้มครองที่ทำตามได้ง่ายและชัดเจน
1. ยื่นขอความคุ้มครองได้หลายช่องทาง
หากโดนฟ้องร้องหรือโดนกลั่นแกล้ง คุณสามารถยื่นคำร้องขอรับความคุ้มครองได้ทันที โดยเลือกวิธีที่สะดวกได้ ทั้งการทำเป็นหนังสือเอกสาร หรือการเดินทางไปแจ้งด้วยวาจาที่สำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งส่วนกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด หรือระดับภาค
2. ยื่นเรื่องผ่านหลายช่องทางรวมถึงช่องทางออนไลน์ได้
กรณีที่คดีความถูกส่งไปถึงชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว คุณสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความคุ้มครองตามมาตรา 132 ผ่านพนักงานสอบสวนในคดีนั้นๆ ได้เลย หรือหากไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ของ ป.ป.ช. ได้เช่นกัน
3. เตรียมข้อมูลส่วนตัวและเบาะแสเดิมให้พร้อม
เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาและอนุมัติความช่วยเหลือได้รวดเร็ว คำร้องควรระบุข้อมูลให้ชัดเจน เริ่มจากชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ที่ติดต่อได้จริง พร้อมกับรายละเอียดเรื่องทุจริตที่เคยแจ้งไว้เดิม เลขรับเรื่อง และหลักฐานประกอบที่เคยส่งให้ ป.ป.ช.
• วิธียื่นคำร้องขอความคุ้มครอง
ระบุตัวตน > แนบหลักฐานเรื่องโกงที่เคยแจ้ง > ระบุรายละเอียดคดีที่โดนฟ้องกลั่นแกล้ง ยื่นได้ทั้ง ป.ป.ช. พนักงานสอบสวน หรือระบบออนไลน์
4. แจ้งพฤติการณ์การถูกกลั่นแกล้งให้ครบถ้วน
ส่วนสำคัญที่สุดในคำร้องคือการระบุรายละเอียดว่าคุณถูกผู้มีอำนาจหรือผู้ถูกกล่าวหาเล่นงานด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องคดีอาญา คดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย หรือการถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย โดยต้องแนบหมายศาล เอกสารฟ้องร้อง หรือหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาทางวินัยประกอบไปด้วย
5. หัวใจสำคัญ ต้องทำด้วยความสุจริต
เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการใช้มาตรา 132 เป็นเกราะสู้คดี คือคุณต้องให้ข้อมูลเบาะแสเรื่องทุจริตด้วย "ความสุจริต" และบริสุทธิ์ใจเท่านั้น หากทำถูกต้องตามเงื่อนไข กฎหมาย Anti-SLAPP ฉบับนี้จะทำงานทันที เพื่อเซฟคุณจากการโดนฟ้องปิดปาก
"เมื่อเราพูดความจริงด้วยความสุจริต กฎหมายพร้อมเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้คดีความมาข่มขู่เราได้"
การถูกฟ้องร้องไม่ใช่จุดจบของคนแจ้งเบาะแส เพียงแค่เรารู้ขั้นตอนการใช้กฎหมายมาตรา 132 ยื่นเรื่องขอความคุ้มครองให้ถูกต้อง เราก็จะมีทั้งรัฐ ทนายความ และกองทุนคอยสนับสนุน ช่วยให้เราสู้คดีกับผู้มีอำนาจได้อย่างมั่นใจ
#ปปช #สำนักงานปปช #กฎหมายฟ้องปิดปาก

📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️💰 ก่อนหน้านี้ได้รู้กันไปแล้วว่าผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีตำแหน่งใดบ้างแต่รู้...
24/08/2026

📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
💰 ก่อนหน้านี้ได้รู้กันไปแล้วว่าผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีตำแหน่งใดบ้าง
แต่รู้หรือไม่ว่า? ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่ได้มีแค่ “ตัวผู้มีหน้าที่ยื่น” เท่านั้น
ยังรวมไปถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย 👨‍👩‍👧
และหลักเกณฑ์ของ “คู่สมรส” ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
📌 สัปดาห์นี้เรารวมหลักเกณฑ์สำคัญไว้ให้แล้วในโพสต์นี้ค่ะ
#บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน #ปปช #การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน #ความโปร่งใส #คู่สมรส #ร่ำรวยผิดปกติ

พล.ต. เสิมศักดิ์ แก้วฉาย ผอ.สบท.สปช.ทบ. เป็นผู้แทน ปช.ทบ. ให้การต้อนรับ คุณชมนาถ พรสมผล รองผู้ว่าการ (การเงิน) การประปาส...
21/08/2026

พล.ต. เสิมศักดิ์ แก้วฉาย ผอ.สบท.สปช.ทบ. เป็นผู้แทน ปช.ทบ. ให้การต้อนรับ คุณชมนาถ พรสมผล รองผู้ว่าการ (การเงิน) การประปาส่วนภูมิภาค และคณะ ในโอกาสเข้าหารือแนวทางการเบิกจ่ายค่าน้ำประปาค้างชำระของหน่วยในกองทัพบก เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69, 1430 ณ ห้องประชุม สปช.ทบ. ชั้น 5

สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก จัดการฝึกทบทวนบุคคลท่ามือเปล่าให้แก่กำลังพล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ส...
20/08/2026

สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก จัดการฝึกทบทวนบุคคลท่ามือเปล่าให้แก่กำลังพล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. 69 เวลา 0830 - 1000 โดยทำการฝึกให้กับกำลังพล สังกัด สพร.สปช.ทบ. นายทหาร, นายสิบ, ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
🔰รวมผู้เข้ารับการฝึกจำนวนทั้งสิ้น 28 นาย
💂การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า คือการฝึกระเบียบวินัยและท่าทางพื้นฐานของร่างกายโดยไม่ใช้อาวุธ โดยมีท่าหลักที่สำคัญ ได้แก่ ท่าตรง ท่าพัก และท่าหัน และท่าเคารพ เพื่อสร้างบุคลิกภาพที่สง่างามและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ที่อยู่

78 Thanon Ratchadamnoen Nok
Bangkok
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622978500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์