27/03/2025
[ 2-minute Read]
“หมดไปแล้วอีก 1 วัน ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
ประโยคยอดฮิตที่หลายคนมักพูดในช่วงเย็น ๆ หรือค่ำ ๆ ในแต่ละวัน
ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคุณเอง ก็อาจเคยพูดประโยคนี้หรืออาจจะพูดอยู่เป็นประจำเลยก็ได้
“ฮ่า ๆ ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งคนในนั้น และบางครั้ง! (เสียงสูง) ก็ยังเป็นอยู่บ้าง”
คุณอาจกำลังคิดว่า มันมีวิธีการอะไรมั้ยนะ?
ที่สามารถใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่า หรือได้ผลลัพธ์มากกว่าที่เป็นอยู่
เวลาในแต่ละวันผ่านไปเร็วมาก เราอาจจะกำลังยุ่งอยู่กับอะไรซักอย่าง
ยุ่งอยู่กับการทำงาน งานราช งานหลวง งานเร่ง และอาจเผชิญกับเรื่องที่ว่า
งานที่ออกมายังไม่ดีพอ หรืออาจจะยังไม่เสร็จ แม้จะเร่งทำแค่ไหนก็ตาม
วันนี้ผมมีสรุปเทคนิคสั้น ๆ 4 ขั้นตอน จากหนังสือ “Make Time” ของ Jake Knapp และ John zeratsky มาเล่าสู่กันฟังครับ
4 ขั้นตอนเริ่มจาก
Highlight > Laser > Energize >Reflect
ไม่รีรอ!
เริ่มที่ขั้นแรก
“Highlight” หรือ “ไฮไลท์” (ที่ใช้ทับศัพท์ในภาษาไทย)
1 หมายถึงการที่คุณเรื่องที่จะโฟกัสกับ 1 สิ่ง ที่อาจเป็นที่ สำคัญที่สุด หรือ ด่วนที่สุด หรือแม้กระทั่งชอบที่สุด และรู้สึกกับสิ่งนั้นมากที่สุด สำหรับของตัวผมเองก็อาจจะเป็น การเขียนรายงานส่งหัวหน้า ออกแบบโมเดลธุรกิจ หรือวางแผนโปรเจคต่าง ๆ
2 ให้คุณสิ่งสิ่งสำคัญนี้มา 1 อัน เมื่อคุณสามารถระบุสิ่งนี้ได้แล้ว ให้คุณจัดระเบียบสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวคุณ เพื่อให้สามารถทำสิ่งที่สำคัญนั้นได้
3 ไม่ว่าจะเป็น การลงเวลาใน Calendar เพื่อบล็อกเวลา, ปิดแจ้งเตือนจากมือถือ, ตั้งเวลาการงดเล่นโซเชียลมีเดีย และให้คุณคิดว่าที่เป็น Win (ชัยชนะ) ของ ”วันนี้” ที่คุณจะทำให้ได้ โดยที่จะไม่ยอมให้อะไรมาขวางคุณได้
4 ผมชอบที่จะเขียนเจ้า “ไฮไลท์” อันนี้ในแต่ละวันลงบนโพสอิสแปะไว้บนโต๊ะ ตั้งแต่ตอนเริ่มทำงาน เพื่อให้มันคอยเตือนผมทุกครั้งที่ผมเหลือบไปมองมัน
ขั้นที่สอง
“Laser”
5 ให้จินตนาการถึงการที่คุณใช้รีโมทหรือ Clicker ยิงแสงชี้ไปที่อะไรซักอย่าง
เจ้า Laser นี้ คือการที่คุณยังคง “มีสมาธิ” อยู่กับงานที่เป็นไฮไลท์
6 โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการกำจัดสิ่งดึงดูด สิ่งล่อใจ (distractions) เจ้า Noti จาก Facebook, IG หรือแม้กระทั้ง Line ออกไป อาจเป็นปิดแจ้งเตือนหรือตั้ง Do not Disturb ไปก่อน หรือไม่แน่ใจว่ามีเพียงการโทรที่”ฉุกเฉิน”เท่านั้นที่จะติดต่อคุณได้
ขั้นที่สาม
“Energize” หรือ “การบูทพลัง”
7 การกระทำทุกอย่างในชีวิตเราล้วนแล้วแต่ต้องใช้ “พลังงาน” ทั้งสิ้น แต่การพิ่มพลังนั้น ผมไม่ได้หมายถึงคุณต้องไปดื่มเครื่องดื่มชูกำลังแต่อย่างใด แต่หากเป็นเพียงการดูแลสุขภาพของคุณให้ดี
8 ในหนังสือกล่าวว่า การนอนหลับที่ดี การกินอาหารที่เป็น real food (ไม่แปรรูป) รวมถึงการขยับระหว่างวัน แม้กระทั่งการเดินระหว่างที่คุณกำลังคุยโทรศัพย์ก็มีส่วนช่วยเช่นเดียวกัน
และไม่เพียงแค่ช่วยบูทพลังให้เราเท่านั้น การเดินยังช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นอีกด้วย ผมลองทำจนกลายเป็นต้องตั้งนาฬิกาให้เตือนมาเดินเลยแหล่ะ
ขั้นที่สี่
“Reflect” หรือ การสะท้อนผลลัพธ์ของมัน
9 เมื่อจบวัน ให้คุณลองใช้เวลาซัก 2-3 นาที โน๊ตลงสมุดหรือกระดาษ ไม่ก็ในโทรศัพท์ของคุณก็ได้ ว่าอะไรบ้างที่คุณได้ทำลงไปตลอดทั้งที่ให้ผลดี หรือไม่ดี เหมือนเป็นการทบทวนผลลัพธ์ของวันนี้ว่าโอเคหรือยังจากสิ่งที่ทำลงไป เพื่อให้คุณสามารถนำมาปรับปรุงได้ในวันถัดไปนั้นเอง
….
จบแล้วกับขั้นตอนทั้งสี่
ลองนำ Framework ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ไปทำดูนะครับ
[ Highlight เลือกสิ่งที่จะทำให้เสร็จ 1 อย่าง ]
[ Laser มีสมาธิ กำจัดสิ่งรบกสนออกให้หมด ]
[ Energize บูทพลัง นอนให้พอ กินให้ดี ออกกำลัง (นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอแล้ว)]
[ Reflect ทบทวน ว่าอะไรที่"เวิร์ค" และอะไรไม่"เวิร์ค" ]
หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะช่วยทำให้คุณไม่ต้องเร่งรีบทำงาน และทำงานเสร็จแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่ผมได้เลยลอง
นอกจากนีั มันจะทำให้ เวลาใช้โทรศัพทํเพื่อไถหน้าฟีดในโซเชียลมีเดียของคุณลดลง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย
“ไปลองทำดูนะ”
[I glad I did] is better that [ I wish I had]
ดีใจที่ได้ทำ ดีกว่า หวังไว้แต่ไม่ได้ทำนะ
ดีใจที่ได้เขียน ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
….