21/05/2026
ทางออกขยะไทย…ไม่ใช่แค่เผา
#อ้อการดี
#พรรคประชาธิปัตย์
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (อ้อ) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า....
#ทางออกวิกฤตขยะไทย ไม่ใช่แค่ “เผาให้หมด” ท่ามกลางเงินกู้สีเขียว 4 แสนล้าน
ประเทศไทยมักมอง โรงไฟฟ้าขยะ (WTE) เป็นแค่การแก้ปัญหาขยะและพลังงาน แต่แท้จริงแล้วเรากำลังติดกับดักการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งถ้าเรามาดูโมเดลต่างประเทศที่ทำสำเร็จจริงอย่างจีน ที่ดัน Circular Economy เป็นยุทธศาสตร์ชาติ หรือแม้แต่ เม็กซิโก ที่ชูกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับใหม่ บังคับใช้ระบบ EPR ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบ อุดรอยรั่วเม็ดพลาสติกตั้งแต่โรงงานเพื่อป้องกันไมโครพลาสติก พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส
เมื่อเรามองสะท้อนกลับมาที่ไทย….
ขยะพลาสติกเมื่อเข้าเตาเผาที่ระบบกรองไม่ได้มาตรฐาน จะกลายเป็นสารพิษร้ายแรง ต่อให้มีเงินกู้สีเขียว (Green Loan) อัดฉีดถึง 4 แสนล้านบาท ก็แทบจะขยะไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ไม่เปลี่ยนกติกาเชิงโครงสร้าง อาทิ เช่น
▶︎ 1. จัดการต้นน้ำด้วย 5R และกฎหมาย EPR
เราต้องกล้าปฏิเสธ บรรจุภัณฑ์ฟุ่มเฟือย และใช้กฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบขยะพลาสติกตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เก็บคืน ไปจนถึงรีไซเคิล ไม่ใช่ผลักภาระให้สังคม
▶︎ 2. คุมเข้มมลพิษโรงไฟฟ้าขยะ (WTE) ระดับสากล
โรงไฟฟ้าขยะจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อคุมมลพิษ (อากาศ-น้ำ-ดิน) ได้แบบเด็ดขาด มีระบบ Real-time Monitoring ที่โปร่งใส และห้ามใช้ข้ออ้าง "ผ่อนผันเพื่อเร่งการลงทุน"
เพราะเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องไม่ใช้ไปเพื่อการฟอกเขียว (Greenwashing) ให้เตาเผาขยะแบบเดิมๆ แต่ต้องกล้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
โรงไฟฟ้าขยะจะดีจริง ก็ต่อเมื่อเรากล้าควบคุมมลพิษจากปล่อง และกล้าเรียกหาความรับผิดชอบจากเม็ดพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง
วันนี้อ้อต้องขอขอบคุณคุณแยมและทีมงานจากมูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม EFJ มากๆนะคะ ที่ได้เข้ามาหารือและให้ #พรรคประชาธิปัตย์ มามีส่วนร่วมในเรื่องการติดตามการตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกและขยะ ภายใต้พ.ร.ก. กู้เงิน 2569 ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของประเทศ
#อ้อการดี #การดีเลียวไพโรจน์