พรรคประชาชาติ Prachachat Party

พรรคประชาชาติ Prachachat Party ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ

01/09/2026

พลังแห่งความร่วมมือจากท้องถิ่น... สู่ความคืบหน้าครั้งสำคัญของ "รถไฟรางคู่ หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก"

เพราะไม่มีใครรู้ปัญหาของคนในท้องถิ่นได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่เอง โครงการรถไฟทางคู่ภาคใต้ในระยะที่ 3 (ช่วงสถานีหาดใหญ่ - สถานีสุไหงโก-ลก) จึงขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง จากการร่วมแรงร่วมใจผลักดันของ สส.สุไลมาน บือแนปีแน และกลุ่มผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ที่มีความเข้มแข็งและสามัคคี

ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางจริงแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำแผนงานเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เพื่อส่งต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและตรงจุดให้กับพี่น้องทุกคนในพื้นที่

#พรรคประชาชาติ
#สุไลมานบือแนปีแน
#รถไฟทางคู่สายใต้
#พัฒนาโดยคนในพื้นที่
#การรถไฟแห่งประเทศไทย

“ทวี สอดส่อง” ค้านไล่ล่าคนปล่อยเอกสารคดี สว. ชี้รัฐต้องคุ้มครองผู้ให้เบาะแส ไม่ใช่ปกป้องการทุจริตพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง...
01/09/2026

“ทวี สอดส่อง” ค้านไล่ล่าคนปล่อยเอกสารคดี สว. ชี้รัฐต้องคุ้มครองผู้ให้เบาะแส ไม่ใช่ปกป้องการทุจริต

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ออกมาแสดงความเห็นต่อกระแสข่าวการติดตามหาตัวผู้เผยแพร่ เอกสารผลการสืบสวนสอบสวนของคณะทำงานชุดที่ 26 ซึ่งหลุดออกสู่สาธารณะ ท่ามกลางข้อเรียกร้องจากฝ่ายรัฐบาลให้ตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ที่นำเอกสารออกมาเผยแพร่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ระบุว่า สิ่งที่สังคมควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการตามหาว่า “ใครเป็นผู้ปล่อยเอกสาร” แต่ควรให้ความสำคัญกับ เนื้อหาและข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและความไม่โปร่งใส

พร้อมย้ำว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 กำหนดหน้าที่ของรัฐในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความคุ้มครองประชาชนผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต

“รัฐมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องปกป้องและคุ้มครองประชาชนผู้ให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต”

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยังเน้นว่า เป้าหมายของรัฐควรเป็น “การปราบปรามการทุจริต ไม่ใช่ปกป้องการทุจริต” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการใด ๆ ที่อาจมีลักษณะทำให้ประชาชนหรือผู้ให้ข้อมูลเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบการทุจริตของสังคม

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคดีว่า มีผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวรวม 229 คน โดยในจำนวนนี้มี สมาชิกวุฒิสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 138 คน รวมถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและแกนนำทางการเมือง

ที่สำคัญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ระบุว่า ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา มีบุคคลในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันอยู่เกือบครึ่งหนึ่งของ ครม. รวมถึงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นคำถามสำคัญว่า เมื่อมีบุคคลระดับสูงในฝ่ายบริหารและฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี การติดตามหาตัวผู้เผยแพร่เอกสาร รวมถึงกระบวนการดำเนินคดีหลังจากนี้ จะสามารถดำเนินไปอย่าง เป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากการแทรกแซง ได้มากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสังเกตต่อกรณีที่ อัยการมีคำสั่งคืนสำนวนให้ DSI ซึ่งถูกนำมาตั้งคำถามในทางสาธารณะว่า กระบวนการดังกล่าวมีเหตุผลและขั้นตอนอย่างไร และจะส่งผลต่อทิศทางการดำเนินคดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ประเด็นข้อกล่าวหาและข้อสงสัยทั้งหมด ยังต้องผ่านการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม และผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังคงได้รับสิทธิในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จึงเสนอว่า แทนที่จะมุ่งไล่ล่าหาตัวผู้เปิดเผยข้อมูล รัฐควรหันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเนื้อหาของข้อมูล และสร้างหลักประกันว่า ผู้ที่นำข้อมูลการทุจริตมาเปิดเผยจะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

#พรรคประชาชาติ
#ทวีสอดส่อง
#ฮั้วสว

รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาชายแดนใต้ นายกฯ ควง “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” รับฟังข้อเสนอประชาชน สู่การพัฒนายั่งยืน นายกรัฐมนตรี และ นา...
31/08/2026

รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาชายแดนใต้ นายกฯ ควง “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” รับฟังข้อเสนอประชาชน สู่การพัฒนายั่งยืน

นายกรัฐมนตรี และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชนชายแดนใต้ รับข้อเสนอแก้ปัญหา–ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การศึกษา สู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

ที่หอประชุมจังหวัดสงขลา ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ในฐานะ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และในฐานะ ที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ผู้นำศาสนา รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 150 คน จาก 7 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากพื้นที่สู่การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้แจงวัตถุประสงค์ จากนั้น ที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 2 คน นำเสนอประเด็นปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาสั่งการหรือมอบหมายให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงและตอบข้อซักถามในประเด็นต่าง ๆ

สำหรับประเด็นสำคัญที่ผู้แทนจากพื้นที่นำเสนอ เริ่มจาก จังหวัดปัตตานี โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระโด อำเภอยะรัง เสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยสะท้อนว่าการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีระบบบำบัด ฟื้นฟู และติดตามผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างงานและอาชีพเพื่อป้องกันการกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดซ้ำ พร้อมเสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดตำบลกระโด” เพื่อเป็นศูนย์กลางการบำบัด ฟื้นฟู อบรมคุณธรรมจริยธรรม ฝึกอาชีพ และติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัด โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมและภาครัฐสนับสนุนด้านอาคาร งบประมาณ เครื่องมือ องค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับสถานประกอบการเพื่อสร้างโอกาสในการมีงานทำ

ขณะที่ ผู้แทนกลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอแนวทาง การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวที่มีภาระพึ่งพิง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หญิงม่าย ผู้ป่วย และครอบครัวที่มีปัญหาซ้ำซ้อนทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม และคุณภาพชีวิต พร้อมเสนอให้จัดทำฐานข้อมูลรายครัวเรือน และบูรณาการการช่วยเหลือแบบรายกรณี หรือ “Case Management” โดยมีหน่วยงานเจ้าภาพติดตามตั้งแต่การช่วยเหลือระยะเร่งด่วนไปจนถึงการฟื้นฟูระยะยาว ตลอดจนพัฒนาระบบ “หนึ่งครอบครัว หนึ่งแผนการช่วยเหลือ” เพื่อให้การดูแลครอบคลุมและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

ส่วน จังหวัดยะลา นายกสมาคมการศึกษาจังหวัดยะลา นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการศึกษา โดยมุ่งลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสถานศึกษาแต่ละสังกัด ทั้งการจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันโดยยึด “ตัวนักเรียนเป็นฐาน” การให้ครูโรงเรียนเอกชนสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลผ่านระบบเบิกจ่ายตรงอย่างทั่วถึง การเปิดโอกาสให้โรงเรียนเอกชนเข้าถึงงบประมาณและมาตรการสนับสนุนด้านนวัตกรรมการศึกษาอย่างเท่าเทียม ตลอดจนการพัฒนาครู โดยเฉพาะครูตาดีกาและครูอิสลามศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผู้แทนจากจังหวัดยะลาเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่ผู้แทนจากจังหวัดนราธิวาสได้นำเสนอแนวทางยกระดับเมืองชายแดนสู่ศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดนราธิวาส สะท้อนถึงความต้องการของพื้นที่ในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่

ทางด้าน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนโดยตรง โดยในวันนี้ได้เดินทางมายังจังหวัดสงขลา และหากสถานการณ์เอื้ออำนวย มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปจังหวัดยะลา พร้อมยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่ ส่วนข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาล โดยจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก หากสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบและสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้ จะเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า มีความผูกพันกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา และได้เห็นศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัด โดยจังหวัดยะลามีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและองค์ความรู้ จังหวัดปัตตานีมีศักยภาพด้านการค้าและการประมง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสมีศักยภาพจากพื้นที่ชายแดนและสามารถเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซียได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุมดังกล่าวสะท้อนแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงจากประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นฐาน โดยนำปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอที่เกิดขึ้นจริงจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันแนวทางต่าง ๆ ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่

#พรรคประชาชาติ

“สุไลมาน บือแนปีแน” สส.ยะลา ต้อนรับ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ยะลา ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4065 และ 408...
29/08/2026

“สุไลมาน บือแนปีแน” สส.ยะลา ต้อนรับ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ยะลา ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4065 และ 4089 เพื่อเร่งรัดงานให้เป็นไปตามแผน

นายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 1 ร่วมต้อนรับ นายสรรเพชร บุญญมนี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมกับคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่

เพื่อติดตามงานในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ 2 จุดสำคัญ จุดที่ 1 โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4065 สายบ้านเนียง–ยะหา เป็นการตรวจดูการดำเนินงานและสภาพพื้นที่จริง พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรค เพื่อร่วมกันหาแนวทางเร่งรัดการก่อสร้างให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดที่ 2 โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4089 เป็นการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า ตลอดจนประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมติดตามอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, นายแวรุสลัน มะสาแล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายมนตรี เสฏฐปัญโญ นายอำเภอยะหา, นายพิสุทธิ์ สุทธิพูน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 11 และนายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 18

#พรรคประชาชาติ
#จังหวัดยะลา
#สุไลมานบือแนปีแน

ท่ามกลางกระแสข่าวร้อนในแวดวง “วุฒิสภา” จากมหากาพย์คดีฮั้วเลือก สว. ล่าสุด กกต. เตรียมดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. กว่า 1...
27/08/2026

ท่ามกลางกระแสข่าวร้อนในแวดวง “วุฒิสภา” จากมหากาพย์คดีฮั้วเลือก สว. ล่าสุด กกต. เตรียมดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. กว่า 1,767 ราย กรณี “ไม่มีสิทธิสมัคร” โดยมีโทษสูงสุดตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และจำคุกสูงสุด 10 ปี

เปิดมุมมองกับ กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ พูดคุยกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ

เจาะลึกทุกมิติของคดีฮั้วเลือก สว. จากผู้ที่ติดตามและเผชิญกับประเด็นนี้มาตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม พร้อมมุมมองต่อแรงกดดันและความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังร้อนแรง รวมถึงแนวทางรับมือวิกฤตชายแดนภาคใต้ และการยกระดับความปลอดภัยเพื่อประชาชนในพื้นที่

https://www.youtube.com/live/qFLh3Xuri6M?si=3kOTPKAO4hNgrlsE

#พรรคประชาชาติ

-----------------------------------------------------🔔 กด Subscrib...

26/08/2026

ก้าวสำคัญของการฟื้นฟูเยียวยาชายแดนใต้ด้วยความร่วมมือรอบด้าน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีเป้าหมายทำลายเศรษฐกิจและทรัพย์สินของประชาชน แต่การเยียวยาและฟื้นฟูในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เงินจากรัฐบาลเหมือนในอดีต แต่มีมิติใหม่ที่บริษัทประกันภัยเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล พร้อมกับพลังประสานงานของคนในพื้นที่ในการดูแลร้านสะดวกซื้อเซเว่นทั้ง 136 แห่งใน 3 จังหวัด เพื่อให้ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

#พรรคประชาชาติ
#เยียวยาและฟื้นฟู
#ร่วมใจพัฒนาภาคใต้
#เศรษฐกิจชุมชน
#ความมั่นใจจากพื้นที่

26/08/2026

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! 14 สส. ชายแดนใต้จับมือข้ามขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้าน แถลงจุดยืนร่วมแก้ปัญหาความไม่สงบกว่า 20 ปี

#พรรคประชาชาติ

สส.พรรคประชาชาติ จับมือ สส.ชายแดนใต้ จี้ฝ่ายความมั่นคงเลิกผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรู หวังดับไฟใต้ 20 ปี ผู้สื่อข่าวรายงานจา...
26/08/2026

สส.พรรคประชาชาติ จับมือ สส.ชายแดนใต้ จี้ฝ่ายความมั่นคงเลิกผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรู หวังดับไฟใต้ 20 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภา ว่า เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญทางการเมืองขึ้นในวันแรกของการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 14 คน ประกอบด้วย สส.เขต 13 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ได้รวมพลังตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงจุดยืนร่วมกันต่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภาพความร่วมมือที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อคณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ และคณะ กมธ.การกระจายอำนาจฯ ในส่วนของพรรคประชาชาติ นำโดย นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา เขต 2 ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาชาติ , นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา เขต 1, นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 และ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พร้อมด้วย กลุ่ม สส. ชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนถึงข้อสงสัยของสังคมที่มองว่าบทบาทของ สส. เงียบหายไปในช่วงที่สถานการณ์ในพื้นที่มีความรุนแรงขึ้นว่า เป็นเพราะกลไกของรัฐสภาปิดทำการ ทันทีที่สภาเปิดในวันนี้ สส. ชายแดนใต้ทุกคนจึงพร้อมใจกันออกมาแสดงจุดยืนเพื่อยืนยันว่า ในฐานะผู้แทนราษฎร ไม่มีใครนิ่งดูดายต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และทุกคนล้วนมีความมุ่งหวังที่จะยุติปัญหาความรุนแรงที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ยังชี้ให้เห็นถึงแก่นแท้ของการแก้ปัญหา โดยระบุว่า งบประมาณไม่ใช่ปัญหาอุปสรรคในการจัดการวิกฤต เพราะรัฐบาลได้จัดสรรงบลงพื้นที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่หัวใจสำคัญคือ "การรับฟัง" โดยเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนให้มากขึ้น

”สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คือ เวลาที่ประชาชนมีความคิดเห็นแตกต่างจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความมั่นคง พวกเขากลับถูกผลักให้กลายเป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 คณะของสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่ชายแดนใต้ เข้ามาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยน และบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อสร้างบรรยากาศความร่วมมือที่ดีและขับเคลื่อนการแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน“ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่ม 14 สส. ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงสังคมว่า ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการบริโภคสื่อและรับฟังข้อมูลข่าวสาร พร้อมวิงวอนไม่ให้มีการผลักไสคนในพื้นที่ออกไป เพราะทุกคนคือคนที่เกิด เติบโต และต้องการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตลอดไป โดยพร้อมจะร่วมมือกันทุกวิถีทางเพื่อนำพาสันติสุขกลับคืนสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในที่สุด

#พรรคประชาชาติ
#ชายแดนใต้

26/08/2026

"อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันและอนาคตเราต้องทำอย่างไรให้ทุกคนลุกขึ้นสู้ได้"

การแก้ปัญหาภาคใต้หากยังคงใช้วิธีการและมิติความมั่นคงแบบเดิม ๆ ทางออกก็อาจจะยังคงอีกยาวไกล และส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ต้องลำบากมากขึ้น

ความมั่นคงที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ความมั่นคงทางทหารหรือการปกครองเท่านั้น แต่ต้องควบคู่ไปกับ "ความมั่นคงของประชาชน" ด้วย ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ที่เห็นต่างและคนในพื้นที่ จะได้หันหน้ามาพูดคุย เปิดใจรับฟัง และร่วมกันออกแบบรูปแบบการบริหารและการพัฒนาที่เหมาะสมที่สุด เพราะปัญหาระดับประเทศที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปีเช่นนี้ ไม่ควรถูกเก็บไว้ที่หน่วยงานใดหน่วยงานเดียว แต่ต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกคนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา

#พรรคประชาชาติ
#ความมั่นคงของประชาชน
#เปิดใจรับฟัง
#ร่วมสร้างอนาคตภาคใต้
#สันติภาพชายแดนใต้

ที่อยู่

สรงประภา 30
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66659858695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรรคประชาชาติ Prachachat Partyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง พรรคประชาชาติ Prachachat Party:

ทางลัด

แชร์