30/04/2026
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี อเมริกายกให้เป็นวัน National Honesty Day ค่ะเพื่อชวนให้เราพูดความจริงต่อกันให้มากขึ้น คู่กับวันโกหก หรือ April's fool day ในวันที่ 1 เมษายนค่ะ
วันนี้เลยอยากชวนทุกคนคุยเรื่องความจริงกันค่ะ และบางครั้ง ความจริงที่ยากที่สุด คือ ความซื่อสัตย์ต่อตัวเองนี่แหละคะ
เคยไหมคะ บางครั้งมีคนพูดอะไรกับเรา แล้วเราหงุดหงิดเป็นฟืนเป็นไฟที่เค้าพูดจาไม่เข้าหู
ความหงุดหงิดนั้นอาจจะไม่ได้เป็นเพราะความผิดของเขาเสมอไป
แต่อาจเป็นเพราะความจริงบางอย่างที่เรายังไม่พร้อมจะเผชิญ และใจเรากำลังป้องกันตัวเองอยู่ก็ได้ค่ะ
แนวคิดเรื่อง กลไกป้องกันตัว (defense mechanisms) ได้รับการพูดถึงในวงการจิตวิทยามาเกือบ 200 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ยุคของซิกมุนด์ ฟรอยด์
กลไกป้องกันตัวเป็นการทำงานของจิตใต้สำนึกที่ช่วยปกป้องเรา ด้วยการปัดป้องความรู้สึกเชิงลบ เช่น ความผิดหวัง ความอับอาย ความเสียใจ ออกไปจากการรับรู้ในตอนนั้น ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพจิตของเรามากนะคะ เพราะช่วยไม่ให้เรารู้สึกเจ็บปวดเกินไป ครั้งหนึ่งหรือช่วงชีวิตหนึ่งที่เรารอดพ้นจากบาดแผลทางอารมณ์มาได้ก็ด้วยกลไกเหล่านี้นี่เองค่ะ
เราทุกคนมีกลไกป้องกันตัวเองกันทั้งนั้นค่ะ และแสดงออกมาได้หลายรูปแบบเลยค่ะ เช่น
- โดนวิจารณ์ โกรธ แล้วประชดกลับ
- เครียด แต่บอกทุกคนว่า ไม่เป็นไร
- อารมณ์เสียเรื่องงาน แล้วพาลไปลงคนที่บ้าน
- ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์กระทบใจ ไม่เคยจำรายละเอียดได้เลย
จริงๆ กลไกป้องกันตัวเองเกิดขึ้นบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันเลยค่ะ แถมยังส่งผลต่อตัวเราเองและคนรอบข้างมากกว่าที่คิด เพราะเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ซึ่งต่อมาจะเป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของเรา และสะท้อนว่าเราจะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตอย่างไรค่ะ
กลไกป้องกันตัวแบบที่พัฒนาแล้ว (mature defenses) เป็นวิธีจัดการปัญหาอย่างสร้างสรรค์นะคะ เพราะยังอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นทางอารมณ์ แต่บางกลไกที่เคยช่วยเราในอดีตอาจจะไม่ตอบโจทย์ในปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันเริ่มกระทบความสัมพันธ์กับผู้อื่น หรือเป็นกำแพงขวางไม่ให้เราเข้าถึงความรู้สึกของตัวเอง
บางครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดีของเราหรือคนอื่น จริงๆ อาจเป็นตัวช่วยที่ใจใช้ปกป้องความเปราะบางข้างในใจก็ได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ใจกำลังส่งเสียงว่า “เรื่องนี้จี้จุดบางอย่างที่สำคัญกับฉันนะ”
กลไกป้องกันตัวถือเป็นหัวใจสำคัญในจิตวิเคราะห์เลยค่ะ ในงาน counseling เราไม่ได้มุ่งกำจัด defense mechanisms หรือขอให้คุณเปลี่ยนตัวเองทันทีทันใดนะคะ แต่เราชวนทำความเข้าใจตัวเองว่า การแสดงออกหรือบางพฤติกรรมที่เราเคยชินกำลังปกป้องอะไรอยู่ และวันนี้เรายังจำเป็นต้องใช้มันอยู่ไหม โดยเฉพาะในโลกทุกวันนี้ที่กระตุ้นความเครียดและความกดดันอย่างต่อเนื่อง จนเราหยิบกลไกป้องกันตัวเองออกมาใช้ตลอดเวลา
เมื่อเราเริ่มเห็นกลไกป้องกันตัวเอง และเรียนรู้ที่จะรับมือแบบใหม่ด้วยวิธีที่เหมาะสมมากขึ้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในใจแล้วค่ะ
ถ้าคุณอยากรู้ว่า กลไกป้องกันตัวเองที่คนส่วนใหญ่ใช้กันบ่อยๆ มีอะไรบ้าง ติดตามโพสต์ถัดไปนะคะ
และถ้าคุณรู้สึกว่ากลไกป้องกันตัวเองหลายๆ อย่างอาจจะทำร้ายตัวเราเองอยู่ ติดต่อรับบริการ here to heal ได้นะคะ
บทความโดย: ดลพร รุจิรวงศ์
-----------------------------------------------------------------------
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Here to Heal
โครงการให้บริการแชทพูดคุยกับอาสาสมัครนักจิตวิทยา ฟรี
สามารถลงทะเบียนและเข้ารับบริการได้ทาง https://chat.here2healproject.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line official https://lin.ee/P77s2bW
ในเวลาทำการ 10.00-22.00 น.