Thailand Carbon Neutral Network

Thailand Carbon Neutral Network A government organization for Thailand's stand in carbon markets and finance

Thailand signed the United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) in June 1992 and ratified the Convention in March 1995. Realizing the seriousness of climate change as a global threat, the country has been contributing to international efforts to address climate change issues, as a Non- Annex I country. In February 1999, Thailand signed the Kyoto Protocol, and ratified it on 28th

August 2002. As a Non-Annex I country, Thailand promotes the implementation of Clean Development Mechanisms (CDM) under the Kyoto Protocol in order to encourage clean and environmental friendly technologies for greenhouse gas reduction in the country, as well as to promote the country's capability by developing sustainable business practices. Ministry of Natural Resources and Environment (MNRE), as a result of the Cabinet Resolution, is the responsible agency for the implementation of the UNFCCC and the Kyoto Protocol in Thailand. In 2007, MNRE redesigned the institutional framework for Thailand’s implementation to the UNFCCC and the Kyoto Protocol
Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization)

✨ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมพลังรัฐสภาไทย ขับเคลื่อนสู่องค์กร Net Zero ภายในปี 2032 ✨ตามเป้าหมายสำคัญของรัฐสภา ที่มุ่งสู่กา...
21/08/2026

✨ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมพลังรัฐสภาไทย ขับเคลื่อนสู่องค์กร Net Zero ภายในปี 2032 ✨

ตามเป้าหมายสำคัญของรัฐสภา ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2032 โดยต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ปีละ 14% ซึ่งในปี 2568 แม้เราจะสามารถลดการปล่อยลงได้ 3.87% เมื่อเทียบกับปี 2567 แต่ปริมาณส่วนที่เหลือยังคงต้องอาศัยการชดเชย โดยได้รับการสนับสนุนคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้จาก มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ "ปลูกป่า ปลูกคน" ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี มาใช้ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน โดยเปลี่ยนกลไกคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้มาตรฐาน T-VER ให้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจและสังคมเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็น High-Integrity Carbon Credits ที่สร้างประโยชน์ครอบคลุมในทุกมิติ:

🌲 ฟื้นฟูธรรมชาติ: ปกป้อง ป้องกันไฟป่า และคืนความสมบูรณ์ให้ผืนป่าอนุรักษ์กว่า 83,515 ไร่ พร้อมขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ในพื้นที่ 57,480 ไร่

👥 ยกระดับชุมชน: ดูแลคุณภาพชีวิตชาวบ้านดอยตุง 29 หมู่บ้าน กว่า 11,000 คน ด้านการศึกษา เยาวชน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

💡 ต่อนวัตกรรมยั่งยืน: สนับสนุนงานวิจัยวิชาการ และนำเทคโนโลยี Tokenization มาใช้บริหารจัดการคาร์บอนเครดิตเพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

การได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นและกำลังใจสำคัญ หลังจากนี้ขอเชิญชวนบุคลากรทุกท่านมาร่วมมือร่วมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้พลังงาน พร้อมเปิดรับการเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่อง "คาร์บอนเครดิตจากการอนุรักษ์ป่าไม้" ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะเรื่องโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเข้าใจกลไกธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของพวกเราทุกคน คือพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรและประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน 💚

#รัฐสภาไทย #สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา #สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
#คาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้

🌎 วันที่ 17-18 ส.ค. 69 TGO  เครือข่าย TCNN ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดกิจกรรมศึกษางานด้านการดำเนินงานคาร์บอนเครดิต ภาค...
19/08/2026

🌎 วันที่ 17-18 ส.ค. 69 TGO เครือข่าย TCNN ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดกิจกรรมศึกษางานด้านการดำเนินงานคาร์บอนเครดิต ภาคป่าไม้ และด้าน co-benefit ณ จังหวัดเชียงราย ภายใต้โครงการ Climate Partner Fund🌳
🌿 สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์
🔸 เรียนรู้การดำเนินงานคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้และ Co-benefit
🔸 ศึกษาการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ และการกลับมาของสัตว์ป่า
🔸 สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
💬 นอกจากนี้ ยังมีการจัด Focus Group สำหรับองค์กรสมาชิก TCNN และชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และบทเรียนจากการศึกษางาน โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ อาทิ การสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน การสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนจากคาร์บอนเครดิต ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ ข้อจำกัดด้านความรู้และความเข้าใจ ตลอดจนแนวทางการเสริมสร้างองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
👥 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 50 คน ประกอบด้วยองค์กรสมาชิกเครือข่าย TCNN ผู้นำชุมชน 14 ชุมชนในจังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ 🤝🌳
✨ ร่วมเรียนรู้จากพื้นที่จริง เพื่อเชื่อมโยง “คาร์บอนเครดิต – ธรรมชาติ – ชุมชน” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 🌏💚
#ชุมชนคาร์บอนต่ำ #ภาคป่าไม้และการเกษตร #เชียงราย

📢 ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero Emissions✨🌐 เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ได้จัดทำ "ข้...
14/08/2026

📢 ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero Emissions✨
🌐 เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ได้จัดทำ "ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกและการลดก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ Net Zero Emissions ของประเทศไทย"
💡โดยหนึ่งในภารกิจหลักของเครือข่าย TCNN คือ การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา ศักยภาพ เสริมสร้างความรู้ให้ข้อมูลกับองค์กรสมาชิกในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการดำเนินกิจกรรมโครงการลดก๊าซเรือนกระจก 🌎
📝โดยข้อเสนอนโยบายมีประเด็นสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก และมาตรการการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมให้ความเห็นและพิจารณาร่วมกันจากสมาชิกเครือข่ายฯ เพื่อผลักดันให้ภาครัฐพิจารณาและนำข้อเสนอแนะ ไปสู่การกำหนดนโยบายและปฏิบัติจริง เพื่อสร้างกลไกและมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมที่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว ตลอดจนเสนอแนะแนวทางและมาตรการจัดการผลกระทบและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน 📈
📝 ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร ได้ที่ : https://tinyurl.com/vsfyhbcs

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก #ก๊าซเรือนกระจก #เทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก

🌍 Thailand Carbon Neutral Network ขอเชิญสมาชิกเครือข่ายและผู้สนใจเข้าร่วมงานเผยแพร่ความรู้ฯ“Carbon Contract Clinic การทำ...
14/08/2026

🌍 Thailand Carbon Neutral Network ขอเชิญสมาชิกเครือข่ายและผู้สนใจเข้าร่วมงานเผยแพร่ความรู้ฯ

“Carbon Contract Clinic การทำสัญญา การจัดสรรความเสี่ยง และการระงับข้อพิพาทในธุรกิจคาร์บอน”

จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) TGO ในฐานะฝ่ายเลขานุการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย TCNN ร่วมกับสถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) เพื่อเรียนรู้เทคนิคการทำสัญญาให้ปลอดข้อพิพาท ขั้นตอนกฎหมาย และข้อตกลง ระงับข้อพิพาทอย่างชาญฉลาดในตลาดคาร์บอนเครดิต

📍หัวข้อสำคัญ
การบรรยาย “Carbon Contract Clinic การทำสัญญา การจัดสรรความเสี่ยง และการระงับข้อพิพาทในธุรกิจคาร์บอน”
• Contract Map: สัญญาอะไรบ้าง? ที่อาจพบใน Carbon Business
• Risk Allocation: ก่อนเซ็น ใครควรรับความเสี่ยงอะไร ควรระวังตรงไหน
• เมื่อเกิดข้อพิพาท จะไปทางไหน?
• ทำความรู้จักสถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) และ service

📍รายละเอียดการสัมมนา
• วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569
• เวลา 13.00 – 16.00 น.
• ณ ห้องแซฟไฟร์ 1-2 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
• ไม่มีค่าใช้จ่าย!!

📝 ลงทะเบียนที่: https://shorturl.asia/ge9aj

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก #ก๊าซเรือนกระจก

04/08/2026

สรุปไฮไลท์ 6 ประเด็นสำคัญ: TGO อัปเดตเกณฑ์การรับรอง Net Zero ฉบับใหม่
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ได้ปรับปรุงข้อกำหนดและแนวทางการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ฉบับกรกฎาคม 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น SBTi และ ISO 14068-1 โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่องค์กรต้องรู้และปรับตัว ดังนี้
1. การเลือกปีฐาน (Base Year) ที่ยืดหยุ่นขึ้น
✅ องค์กรสามารถเลือกใช้ ปีปฏิทิน ปีงบประมาณ หรือรอบปีบัญชี ในการติดตามและเปรียบเทียบข้อมูลได้ตามความเหมาะสม และต้องได้รับการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย CFO กับ อบก.
✅ ยกเลิกการใช้ค่าเฉลี่ยจากหลายปีเป็นปีฐาน เพื่อให้การกำหนดปีฐานมีความชัดเจนและสอดคล้องกับข้อมูลปัจจุบันขององค์กร
✅ เพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกปีฐาน โดยยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลก่อนปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) องค์กรจึงสามารถเลือกใช้ข้อมูลของปีใดก็ได้เป็นปีฐาน ตราบเท่าที่ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวแทนที่เหมาะสมของการดำเนินงานในปัจจุบัน
2. การกำหนด "ปีเริ่มต้น" (ปีที่ 1) ที่ชัดเจน
✅ ปีเริ่มต้นของแผนลดก๊าซเรือนกระจก (Net Zero Pathway) สามารถกำหนดเป็น ปีเดียวกับปีที่ยื่นขอรับรองแผน ได้ โดยในปีดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกตามแผน
✅ กำหนดปีเริ่มต้นได้ไม่เกิน 1 ปี นับจากปีที่ยื่นขอรับรองแผน กล่าวคือ องค์กรต้องเริ่มดำเนินการ ภายในปีที่ยื่นขอรับรอง หรือไม่เกินปีถัดไป
3. การกำหนดขอบเขตและเป้าหมาย (Target Boundary)
✅ ปรับรูปแบบการตั้งเป้าหมาย โดยยกเลิกการแบ่งเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว กำหนดให้ตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ทุก ๆ 5 ปีอย่างต่อเนื่อง และต้องบรรลุ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)
✅ การคำนวณและรายงาน Scope 3 ให้เป็นไปตามข้อกำหนด Carbon Footprint for Organization (CFO) ฉบับล่าสุดของ อบก.
✅ กำหนดขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ชัดเจน
i. ปีฐาน (Base Year) ต้องครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 อย่างครบถ้วน
ii. Net Zero Pathway สามารถเลือกกำหนดเป้าหมายครอบคลุม Scope 1+2 หรือ Scope 1+2+3 ได้
iii. เป้าหมาย Net Zero ต้องครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ทั้งหมด
4. เกณฑ์การลดก๊าซเรือนกระจกรายปี (Annual Reduction Rate)
• สิ่งที่ปรับปรุง: ยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่กำหนดให้ลดอัตราคงที่ร้อยละ 4.2 ต่อปี และยกเลิกเกณฑ์จำกัดระยะห่างระหว่างปีฐานถึงปีเป้าหมายที่ห้ามเกิน 21 ปี
• เกณฑ์ใหม่: องค์กรสามารถกำหนดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบสัมบูรณ์ Absolute Contraction Approach หรือ ACA) ตามแนวทางการตั้งเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ (Science Based Target) หรือกำหนดอัตราการลดก๊าซเรือนกระจกต่อปีตามวิธีขององค์กร โดยปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 5 ปี ของ Net Zero Pathway ต้องไม่ต่ำกว่าปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 5 ปี ตามวิธี Absolute Contraction
5. ปรับหลักเกณฑ์การชดเชยกรณีไม่บรรลุเป้าหมายตาม Net Zero Pathway ในแต่ละปี
• จากเดิม องค์กรไม่สามารถนำส่วนต่างของผลการดำเนินงานที่ดีกว่าค่าเป้าหมาย ไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงกว่าค่าเป้าหมายในปีอื่นได้
• เกณฑ์ใหม่ :
1) กรณีที่องค์กรมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่ำกว่า เป้าหมาย Net Zero Pathway สามารถนำปริมาณส่วนเกินที่ทำได้ดีกว่าค่าเป้าหมายไปหักล้างกับปีที่ปล่อยสูงกว่าค่าเป้าหมายได้
2) กรณีที่องค์กรมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สูงกว่า เป้าหมาย Net Zero Pathway ต้องนำปริมาณการปล่อยส่วนเกินไปหักล้างกับปีที่ปล่อยต่ำกว่าค่าเป้าหมาย หรือชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต
6. ขยายความแนวทางการบรรลุ Net Zero
• การขอรับรอง Net Zero องค์กรต้องจัดทำ “รายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และ Net Zero” พร้อมผลการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อยร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับปีฐาน สำหรับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังคงเหลือ องค์กรสามารถใช้ผลการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกแบบถาวร (Permanent Removal) ขององค์กรมาหักลบ หรือจัดหาคาร์บอนเครดิตประเภทการดูดกลับ (Removal) มาชดเชย
ข้อกำหนดฉบับปรับปรุง (กรกฎาคม 2569) นี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับองค์กรที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารคู่มือฉบับเต็มได้ที่ เว็บไซต์ฉลากคาร์บอน (https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/)
----------------------------------------

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก #องค์การมหาชน
#ก๊าซเรือนกระจก

#คาร์บอนเครดิต

03/08/2026

5 ความแตกต่างหลักระหว่าง Science Based Targets initiative (SBTi) V1 และ V2
อัปเดตมาตรฐานเวอร์ชันล่าสุดจาก SBTi ถือเป็นก้าวที่สำคัญที่จะเปลี่ยนเป้าหมายระดับโลกให้เป็น "แผนการลงมือทำจริง" เพื่อยกระดับความเข้มงวด ความโปร่งใส และเพิ่มความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติให้กับภาคธุรกิจ สอดรับกับเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส โดยมีโครงสร้างความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Corporate Net-Zero Standard Version 1.0 (และ v1.2) กับ Version 2.0 (Draft/Upcoming) สรุปได้ดังนี้
1. ระบบประเมินผลแบบวนลูป (Continuous Accountability vs One-off Validation)
Version 1: เมื่อบริษัทส่งเป้าหมายและผ่านการอนุมัติ (Validation) จาก SBTi แล้ว จะถือเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ (เว้นแต่จะมีการทบทวนทุก ๆ 5 ปี) ทำให้เกิดปัญหา "ตั้งเป้าแล้วปล่อยทิ้งไว้บนหิ้ง"
Version 2.0: เปลี่ยนเป็น Cyclical Validation Model คือการันตีความโปร่งใสต่อเนื่อง มีระบบตรวจเช็กสถานะตั้งแต่แรก (Entry Check) การตรวจสอบเป้าหมาย (Initial Validation) และมี Renewal Validation ทุก ๆ 5 ปี ร่วมกับการส่งรายงานความคืบหน้าประจำปี (Annual Progress Reporting) หากทำไม่ได้ตามเป้าต้องชี้แจงแนวทางแก้ไขเชิงรุก
2. การแบ่งกลุ่มบริษัทตามศักยภาพ (Tiered Approach: Category A & B)
SBTi V2 เลิกมองว่าทุกบริษัทมีกำลังเท่ากัน โดยแบ่งองค์กรออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน ได้แก่
Category A (บริษัทขนาดใหญ่ / ประเทศรายได้สูง) มีเกณฑ์ที่เข้มงวดมาก ต้องเปิดเผยแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) ภายใน 12 เดือน และต้องผ่านการทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกปีฐานแบบจำกัด (Limited Assurance) จากผู้ประเมินภายนอกซึ่งเป็นบุคคลที่สาม (Third-party)
Category B (SMEs / บริษัทในประเทศกำลังพัฒนา) ได้รับความยืดหยุ่นสูงขึ้น ทั้งในแง่ระยะเวลาการดำเนินงานและการผ่อนปรนข้อกำหนดบางประการ เพื่อให้เข้าถึงมาตรฐานดังกล่าวได้ง่ายขึ้น
3. แยกเป้าหมาย Scope 1 และ Scope 2 อย่างเด็ดขาด พร้อมเกณฑ์ไฟฟ้าที่เข้มงวด
Version 1: อนุญาตให้บริษัทตั้งเป้าหมายของ Scope 1 และ Scope 2 รวมกันได้ (Combined Targets)
Version 2.0: บังคับ แยกเป้าหมายออกจากกัน เพื่อความชัดเจนในการลดก๊าซเรือนกระจก
Scope 1 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง) เพิ่มทางเลือก Asset Decarbonization Plan (ADP) ให้บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามรอบอายุของเครื่องจักรหรือวัฏจักรการลงทุน (Capex) ได้ ไม่จำเป็นต้องลดเป็นเส้นตรงทุกปี ซึ่งสะท้อนความจริงทางธุรกิจมากขึ้น
Scope 2 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้าและพลังงานที่ซื้อมา) ยกระดับเกณฑ์ 100% Low-carbon electricity ภายในปี 2040 และเริ่มบังคับใช้การจับคู่สัญญาซื้อพลังงานสะอาดตามพื้นที่ (Geographic Matching) และตามช่วงเวลาจริง (Temporal/Hourly Matching) เพื่อป้องกันการใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (RECs) แบบไร้ทิศทาง
4. ปรับแนวคิด Scope 3 มุ่งเน้นไปที่จุดวิกฤต (Focused & Flexible Scope 3)
Version 1: กำหนดเกณฑ์ครอบคลุมที่ค่อนข้างตึงและตายตัว (เช่น ต้องครอบคลุม 67% ของ Scope 3 สำหรับเป้าหมายในระยะสั้น และ 90% ในระยะยาว)
Version 2.0: หันมาเน้น "Priority Emissions" หรือหมวดหมู่ที่มีนัยสำคัญต่อโลกร้อนจริง ๆ (>5% ของ Scope 3 รวม) และเปิดช่องให้ทำ Supplier Engagement Targets (เช่น บังคับให้คู่ค้า Tier 1 ตั้งเป้า Net-Zero) รวมถึงยอมรับแนวคิด Insetting (การลดคาร์บอนภายในห่วงโซ่อุปทานตัวเอง) และแนวคิด "Supply Shed" ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ได้ 100%
5. ความชัดเจนเรื่องการใช้คาร์บอนเครดิต และการรับผิดชอบระหว่างทาง (Beyond Value Chain Mitigation (BVCM) & Neutralization)
Version 1: มีจุดเน้นไปที่การดักจับและกักเก็บคาร์บอนเพื่อชดเชยการปล่อยในส่วนที่เหลือทั้งหมด (Neutralization) ณ ปีเป้าหมาย Net-Zero เท่านั้น โดยช่วงเวลาระหว่างทางนั้นยังไม่มีกรอบที่ชัดเจน
Version 2.0: นำแนวคิด Beyond Value Chain Mitigation (BVCM) มาจัดหมวดหมู่ใหม่เป็น "ความรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างทาง (Ongoing Emissions Responsibility)" มีการให้สถานะแก่บริษัทที่ร่วมลงทุนในคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงตั้งแต่ตอนนี้ เช่น ระดับ Recognized หรือ Leadership และระบุชัดเจนว่าหลังปี 2035 บริษัท Category A จะถูกบังคับให้รับผิดชอบต่อคาร์บอนที่เหลือปล่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 100% ณ ปี Net-Zero แต่สำหรับ Scope 3 ก็มีการเปิดช่องให้ใช้เครื่องมือทางการตลาด (เช่น Environmental Attribute Certificates: EACs) ภายใต้ขอบเขตที่จำกัดเพื่อช่วยขับเคลื่อนตลาด
จะเห็นได้ว่า V2 ไม่ได้เน้นแค่การ "ตั้งเป้าหมาย" อีกต่อไป แต่จะเน้นเรื่อง "การรายงานความก้าวหน้าและการลงมือทำจริง" (Implementation) เพื่อป้องกันปัญหา Greenwashing รวมทั้งมองว่า Scope 3 เป็นเรื่องใหญ่และท้าทายขึ้น โดยมาตรฐานใหม่บีบให้บริษัทขนาดใหญ่ต้องลงไปจัดการกับ Supply Chain ของตนเองอย่างจริงจังมากขึ้น ตลอดจน V2 ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกับมาตรฐานการรายงานระดับโลกอื่น ๆ ได้ดีขึ้น เช่น GHG Protocol ที่กำลังปรับปรุงใหม่ และมาตรฐาน ISSB (IFRS S2) ส่วนข้อกำหนดและแนวทางการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ของ อบก. ที่อ้างอิงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ (SBT) ด้วยนั้น ก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสากล โดยจะประกาศฉบับปรับปรุงประมาณเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้สาระสำคัญที่ปรับปรุง อบก. จะมาสรุปให้ทราบในบทความฉบับถัดไป
ที่มา
https://files.sciencebasedtargets.org/production/files/Net-Zero-Standard.pdf
https://standards.sciencebasedtargets.org/
--------------------------------------------

#องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก #อบก
#ก๊าซเรือนกระจก

03/08/2026

🌍 Carbon Markets Club ขอเชิญสมาชิกและผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์

ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) Community of Practice
“Spurring Corporate Demand in Voluntary Carbon Markets”

จัดโดย Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ในฐานะประธาน ACCF เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองของภาคธุรกิจต่อการขับเคลื่อนอุปสงค์ของตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market: VCM) ท่ามกลางพัฒนาการของมาตรฐานและแนวทางระดับสากลด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการใช้คาร์บอนเครดิต

📍หัวข้อสำคัญ
• แนวโน้มความต้องการใช้คาร์บอนเครดิตของภาคธุรกิจในอาเซียน
• แนวทางและมาตรฐานสากลที่มีผลต่อการตัดสินใจขององค์กร เช่น Singapore Guidance on Carbon Credits in Corporate Decarbonisation, Coalition to Grow Carbon Markets Shared Principles, ISO และ SBTi
• การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทาง มาตรฐาน และกลไกสนับสนุนที่จำเป็นต่อการขยายตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในอาเซียน

📍รายละเอียดการสัมมนา
• วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569
• เวลา 14.00–15.30 น. (เวลาไทย)
• รูปแบบ Microsoft Teams
• ดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษ
• ไม่มีค่าใช้จ่าย

📝 ลงทะเบียนที่: https://share-na2.hsforms.com/2-w5nDK2mRbWLUpFvM8esYQ42g10w

📲 เข้าร่วมการสัมมนา (Microsoft Teams): https://teams.microsoft.com/meet/463319821404035?p=3iBXBXzszY7lWON1GI

Meeting ID: 463 319 821 404 035
Passcode: VD6wL7s8

การสัมมนาครั้งนี้เหมาะสำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านความยั่งยืน ผู้เกี่ยวข้องกับการวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจก การจัดซื้อ และการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

02/08/2026
🌍  จบลงไปแล้ว สำหรับกิจกรรม TCNN Study Trip 2026: “Climate Technology & Innovation for Net Zero”📌 วันที่ 23 – 24 กรกฎาคม...
02/08/2026

🌍 จบลงไปแล้ว สำหรับกิจกรรม TCNN Study Trip 2026: “Climate Technology & Innovation for Net Zero”

📌 วันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2569 กิจกรรม TCNN Study Trip 2026: “Climate Technology & Innovation for Net Zero” ณ จังหวัดสระบุรี สำหรับองค์กรสมาชิกเครือข่าย TCNN เพื่อศึกษา ดูงาน เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมลดก๊าซเรือนกระจกไปประยุกต์ใช้จริงในภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

🍀 โดยได้เข้าร่วมศึกษาดูงาน 4 แห่ง
🔹 เรื่องการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นความร้อน และพลังงานที่ปราศจากคาร์บอน ณ โครงการแบตเตอรี่ความร้อน (Rondo Heat Battery) แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ โรงงานปูนซีเมนต์ของ SCG Cleanergy
🔹ระบบ AI Automation ณ บริษัท สยามอุตสาหกรรมวัสดุทนไฟ จำกัด
🔹โครงการโรงไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Floating) ณ พื้นที่ SCG โรงงานท่าหลวง 4
🔹กระบวนการผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement) และ Unmanned Truck งานเหมือง ณ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด (โรงงานเขาวง)

🌿 ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณศาณิต เกษสุวรรณ ผอ. โครงการ Go together SCG รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ TGO และองค์กรสมาชิก TCNN เข้าร่วม trip ดังกล่าว

01/08/2026

[รับชมย้อนหลัง]
งานแถลงข่าว The 2026 ThailandsVoluntary CarbonMarket Outlook
📅 จัดขึ้นเมื่อ วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569
🕘 เวลา 09.00 – 12.30 น.
────────────────────
📊 การสรุปประเด็นสำคัญที่ได้รับจากการสำรวจตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจประเทศไทยปี 2569
📈 ทิศทางและแนวโน้มของตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ
⚖️ นโนยาย/กฎระเบียบที่ส่งผลต่อตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ
────────────────────
🎤 เสวนาพิเศษ
"ยกระดับมาตรฐานคาร์บอนไทย และเปิดรับโอกาสใหม่สู่ตลาดสากล"
💎 ประเด็นสำคัญ
📍 การยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยผ่านมาตรฐาน Premium T-VER
📍 บทบาทที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในอนาคต
📍 การเชื่อมโยงเพื่อขับเคลื่อนมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดคาร์บอนอาเซียน
----------------------------------------

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ก๊าซเรือนกระจก

ที่อยู่

แจ้งวัฒนะ
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+6621419790

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand Carbon Neutral Networkผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Thailand Carbon Neutral Network:

ทางลัด

แชร์