26/08/2026
💧 การเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลเพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำ💧
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบคุณลักษณะทางกายภาพ คุณลักษณะทางเคมี คุณลักษณะที่เป็นพิษ และคุณลักษณะทางบัคเตรี/แบคทีเรีย สำหรับวางแผนปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลตามกิจกรรมใช้ประโยชน์ รวมทั้งวิเคราะห์สภาพและปัญหาคุณภาพน้ำ ค้นหาสาเหตุของการปนเปื้อน ติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเก็บตัวอย่างต้องดำเนินการตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล เพื่อให้ผลวิเคราะห์สะท้อนคุณภาพน้ำที่แท้จริง
🧪 [ ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างน้ำบาดาล ]
1. เตรียมบ่อก่อนเก็บตัวอย่าง
🕒 บ่อเจาะใหม่ สูบทิ้งไม่น้อยกว่า 15 นาที
🕒 บ่อที่ใช้งานประจำ เก็บตัวอย่างหลังการสูบใช้ 15 นาที
2. เตรียมภาชนะเก็บตัวอย่าง
ควรใช้ภาชนะที่สะอาด เช่น
🫙 ขวดพลาสติก
🫙 ขวดแก้ว
3. เก็บตัวอย่างน้ำ
ล้างภาชนะด้วยน้ำตัวอย่าง 2–3 ครั้ง ก่อนเก็บน้ำ
จากนั้นเติมน้ำให้เต็มขวด โดยมีปริมาณตัวอย่าง ไม่น้อยกว่า 1.5 ลิตร
4. ติดฉลากตัวอย่าง
ระบุข้อมูลให้ครบถ้วน ได้แก่
📍 หมายเลขบ่อ
📍 พิกัดบ่อ
📍 สถานที่ตั้ง
📍 ความลึกของบ่อ
📍 ชื่อผู้เก็บตัวอย่างน้ำ
📍 วันที่เก็บตัวอย่างน้ำ
📩 [ การส่งตัวอย่างน้ำบาดาลตรวจวิเคราะห์ 5 ขั้นตอน ]
ขั้นตอนที่ 1
ยื่นคำขอตรวจวิเคราะห์ พร้อมส่งตัวอย่างน้ำบาดาล ปริมาณไม่น้อยกว่า 1.5 ลิตร
💰 ค่าตรวจตัวอย่างละ 1,200 บาท
ติดต่อ สำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล
ขั้นตอนที่ 2
สำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาลตรวจสอบเอกสาร และส่งตัวอย่างไปยังกองวิเคราะห์น้ำบาดาล
ขั้นตอนที่ 3
กองวิเคราะห์น้ำบาดาลรับตัวอย่าง และลงทะเบียนรับตัวอย่าง
ขั้นตอนที่ 4
เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลในห้องปฏิบัติการ
ขั้นตอนที่ 5
แจ้งผลการตรวจวิเคราะห์แก่ผู้รับบริการ
🔬 มาตรฐานที่ใช้ในการเก็บและวิเคราะห์
การเก็บตัวอย่างและการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงตามมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 17025 และ USEPA เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ และได้รับการยอมรับ
#ลึกไม่ลับกับGDF #รู้ใช้รู้รักษารู้คุณค่าร่วมพัฒนาน้ำบาดาล
#กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล #กรมทรัพยากรน้ำบาดาล