28/08/2026
กมธ.งบประมาณปี 70 สรุปผลพิจารณา 35 วัน วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ปรับลดวงเงิน 11,162 ล้านบาท เสนอ 4 ข้อสังเกต เดินหน้างบตอบโจทย์ประชาชน – ใช้ AI ลดภาระภาครัฐ
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน และนายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 แถลงข่าวสรุปผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ภายหลังคณะกรรมาธิการพิจารณาและลงมติครบทุกมาตราแล้ว
นายกรวีร์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการในวันนี้เป็นวันสุดท้าย โดยได้พิจารณาและลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ครบทุกมาตราแล้ว เตรียมนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการใช้เวลาพิจารณารวม 35 วัน ครอบคลุมงบกลาง 12 รายการ 3 แผนงานบูรณาการ หน่วยรับงบประมาณ 3,280 หน่วยงาน และ 35 กองทุน รวมกรอบวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,788,000 ล้านบาท
สำหรับคณะอนุกรรมาธิการข้อสังเกต ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมาธิการคณะที่ 8 ได้รายงานผลการพิจารณาข้อสังเกตต่อคณะกรรมาธิการ โดยข้อสังเกตดังกล่าวจะเสนอให้หน่วยงานที่ผ่านการพิจารณางบประมาณนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณในปีต่อไป
นางสาวณัฐธิดา และนายณัฐชาติ กล่าวว่า ข้อสังเกตสำคัญที่คณะกรรมาธิการให้ความสนใจ มี 4 ประเด็น ได้แก่
1. เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อนจัดทำงบประมาณ
เสนอให้รัฐบาลกำหนดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการงบประมาณ เพื่อนำความคิดเห็นมากำหนดทิศทางและกรอบวงเงินเบื้องต้น ก่อนที่หน่วยรับงบประมาณจะจัดทำคำของบประมาณ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดลำดับความสำคัญของโครงการและรายการขอรับการจัดสรรงบประมาณ
2. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ
เสนอให้หน่วยงานภาครัฐนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการกำหนดเป้าหมายลดภาระงานและกำลังคน เพื่อลดภาระงบประมาณ รวมถึงบูรณาการและแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ลดความซ้ำซ้อนในการจัดหาและจัดเก็บข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐ
3. ทบทวนภารกิจหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณ
เสนอให้รัฐบาลทบทวนความจำเป็น ความคุ้มค่า และบทบาทภารกิจของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการสนับสนุนและกำหนดนโยบาย หรือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ขึ้นอยู่กับการมอบหมายจากรัฐบาลเป็นหลัก รวมถึงหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานรัฐอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและประหยัดงบประมาณภาครัฐ
4. เตรียมความพร้อมสู่การเป็นสมาชิก OECD
เสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศในระยะยาว โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคเอกชนและไม่สร้างภาระต่อผู้ประกอบการและประชาชนจนกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
นายกรวีร์ กล่าวสรุปว่า ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการให้ความสนใจในการพิจารณางบประมาณปี 2570 สำหรับขั้นตอนต่อไป ในสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเตรียมเอกสารเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยคาดว่าจะมีการบรรจุระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ในวันที่ 7–9 กันยายน 2569
สำหรับร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ยังคงกรอบวงเงิน 3,788,000 ล้านบาท โดยคณะกรรมาธิการมีมติปรับลดงบประมาณรวม 11,162 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่าการพิจารณาจัดสรรงบประมาณมุ่งเน้นความคุ้มค่า ให้ทุกบาททุกสตางค์ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศ รวมถึงเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ภาพ : ธารินี
#สำนักประชาสัมพันธ์ #สำนักสารสนเทศ #สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร #สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร #สภาผู้แทนราษฎร #รัฐสภา #ประชาธิปไตย