07/09/2026
📣 เรื่องเด่น ประเด็นดี EP. 36 ปี 69
📍การคุ้มครองผู้บริโภค (บริการสายการบิน)
📜 คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 238/2569 https://dg.th/hgu64pi3rn
🔷ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับบริการจากสายการบิน ส. ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจการบิน ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้บริโภคตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 4 (4) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
🔷เมื่อผู้ฟ้องคดีพบว่าสัมภาระได้รับความเสียหายจากการใช้บริการของสายการบินดังกล่าว จึงร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
⭐️คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สายการบิน ส. มีหน้าที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สินของผู้โดยสาร เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดี สายการบิน ส. ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจการบิน บริษัท ค. ในฐานะผู้จําหน่ายตั๋วเครื่องบินของสายการบิน และบริษัทบริการภาคพื้นการบิน ก. ในฐานะผู้รับผิดชอบการขนส่งสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
🔷ประกอบกับผู้ฟ้องคดีได้พยายามติดต่อสายการบิน และผู้เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบความเสียหายแต่ได้รับการปฏิเสธ จึงถือเป็นการจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย ไม่นําพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551
🔷จึงมีมติให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีแพ่งแทนผู้ฟ้องคดีเพื่อบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งสามรายร่วมกันคืนเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดี และเรียกค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากค่าเสียหายที่แท้จริงตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ
⭐️จึงเป็นกรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้ฟ้องคดีตามที่มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบกับมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ บัญญัติไว้โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นคุณกับผู้ฟ้องคดีแล้ว
📣 เรื่องเด่น ประเด็นดี EP. 36 ปี 69
📜 คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 238/2569 https://dg.th/hgu64pi3rn
📍การคุ้มครองผู้บริโภค (บริการสายการบิน)
🔷ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับบริการจากสายการบิน ส. ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจการบิน ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้บริโภคตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 4 (4) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
🔷เมื่อผู้ฟ้องคดีพบว่าสัมภาระได้รับความเสียหายจากการใช้บริการของสายการบินดังกล่าว จึงร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
⭐️คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สายการบิน ส. มีหน้าที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สินของผู้โดยสาร เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดี สายการบิน ส. ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจการบิน บริษัท ค. ในฐานะผู้จําหน่ายตั๋วเครื่องบินของสายการบิน และบริษัทบริการภาคพื้นการบิน ก. ในฐานะผู้รับผิดชอบการขนส่งสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
🔷ประกอบกับผู้ฟ้องคดีได้พยายามติดต่อสายการบิน และผู้เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบความเสียหายแต่ได้รับการปฏิเสธ จึงถือเป็นการจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย ไม่นําพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551
🔷จึงมีมติให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีแพ่งแทนผู้ฟ้องคดีเพื่อบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งสามรายร่วมกันคืนเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดี และเรียกค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากค่าเสียหายที่แท้จริงตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ
⭐️จึงเป็นกรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้ฟ้องคดีตามที่มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบกับมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ บัญญัติไว้โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นคุณกับผู้ฟ้องคดีแล้ว