กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว

กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว (Division of Family Institution Promotion) - สำหรับจัดเก็บข้อมูล

20/08/2026

"แค่เอาตัวเองให้รอดแต่ละวันก็เหนื่อยแทบขาดใจ จะเอาเวลาและเรี่ยวแรงที่ไหนไปดูแลลูก?"

ประโยคนี้สะท้อนความจริงของคนวัยทำงานยุค "เดอะแบก"

และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วิกฤติ "เด็กเกิดน้อย" ลุกลามไปทั่วโลก!
🇸🇬 แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง "สิงคโปร์" ที่ทุ่มงบประมาณอุดหนุนคนมีลูกมหาศาล ก็ยังต้องเผชิญกับอัตราการเกิดที่ดิ่งลงต่ำสุดในประวัติศาสตร์ จนรัฐบาลต้องออกมายอมรับว่า "เงินอุดหนุน" ไม่ใช่คำตอบเดียว

แต่ต้นตอที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน "วัฒนธรรมและบรรทัดฐานในที่ทำงาน"
🇹🇭 หันกลับมามองประเทศไทย ในยุคที่คนทำงานต้องแบกรับความเครียด และองค์กรเผชิญปัญหาขาดแคลน "คนที่ใช่"

📌 ถอดบทเรียนจากสิงคโปร์ สู่แนวทางปฏิบัติสำหรับองค์กรไทย

👉 คลิกอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

#วัยทำงาน #งานยืดหยุ่น #สสส

15/08/2026

Free Play การเล่นอิสระ กับ Self-Directed Learning การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถกำกับนำตัวเองได้

สองคำนี้เป็นคำที่น่าสนใจ นักวิจัยอย่าง Peter Gray จาก Boston College และ Stuart Brown นักจิตวิทยาจาก National Institute for Play ชี้ให้เห็นว่า การเล่นอิสระของเด็ก แบบที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยกำกับว่าต้องเล่นยังไง เล่นอะไร ไม่ใช่การเล่นที่เสียเวลาเปล่า อย่างที่เราชอบเข้าใจกัน กลับเป็นห้วงเวลาสำคัญ ที่สมองของเด็กกำลังเกิดกระบวนการพัฒนา ทั้งการวางแผน ยืดหยุ่นความคิด ควบคุมอารมณ์เมื่อไม่เป็นอย่างใจ ได้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และได้สำแดงพลังแห่ง “แรงจูงใจจากภายใน” อันเป็นสิ่งล้ำค่า เพราะว่ามันคือพลังที่ทำให้เด็กสามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องมีใครบอกหรือบังคับ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มีงานวิจัยในแถบสแกนดิเนเวียและฟินแลนด์ ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาคุณภาพดี แสดงให้เห็นว่า ระบบการศึกษาที่ให้เด็กประถมมีเวลาเล่นและสำรวจมากกว่า กลับให้ผลลัพธ์ทางการเรียนในระยะยาวที่ดีกว่า

ฟังแล้วก็ชวนให้คิดว่า บางทีการเร่ง อาจจะไม่ได้ทำให้ไปถึงเร็วกว่าเสมอไป หรือเปล่านะ

TK Park ชวนมาเปิดใจอ่านแล้วเรียนรู้เส้นทางอีกแบบที่สร้างให้เด็กเป็น "นักเรียนรู้" ที่สนใจใคร่รู้ไปตลอดชีวิต ติดตามอ่านกันได้ทาง https://www.tkpark.or.th/tha/articles_detail/1785659022283/Learning-Through-Boredom

#พื้นที่แห่งการเรียนรู้ #เลี้ยงลูก #จิตวิทยาเด็ก #เวลาว่าง

หมายเหตุ: บทความนี้เรียบเรียงเพื่อชวนคิดและแลกเปลี่ยนมุมมอง งานวิจัยที่อ้างถึงบางส่วนเป็นการศึกษาในบริบทต่างประเทศ การนำไปปรับใช้ควรพิจารณาบริบทของเด็กแต่ละคนและครอบครัวประกอบด้วย

15/08/2026

🧡สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สำนัก 4) ร่วมกับ สำนัก 9 สำนัก 2 สำนัก 11 และภาคีเครือข่าย สสส. ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วม เวทีเสวนาเชิงวิชาการ และหารือข้อเสนอการป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว
📌 หัวข้อ: “อย่ารอให้เกิดเหตุ: เห็นสัญญาณ เชื่อมการดูแล สร้างความปลอดภัย สังคมไทยไร้ความรุนแรง”
📅 วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569
⏰ เวลา 13.00 – 16.30 น. (เริ่มลงทะเบียน 12.30 น.)
📍 ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.)
🎥 ภายในงานมี Live สด ติดตามได้ทาง FB : Happy Child Hub

💡
HIGHLIGHTS ที่ไม่ควรพลาด:
🧡💚บทบาทของ สสส. กับการป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว
โดย นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
📌ช่วงที่ 1 เวลา 13.15 - 14.15 น. เวทีเสวนาเชิงวิชาการ “จากเหตุการณ์ความรุนแรง สู่ การป้องกันก่อนเกิดเหตุ”
หยุดโศกนาฏกรรมในโรงเรียน: รื้อฟื้นระบบดูแลช่วยเหลือเด็กอย่างยั่งยืน โดย นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์
บทบาทครอบครัว & ชุมชน: ความปลอดภัยของเด็กที่ไม่ใช่แค่หน้าที่โรงเรียน โดย คุณฐาณิชชา ลิ้มพานิช
สร้างพื้นที่ปลอดภัย Offline & Online: ปกป้องเด็กในยุคดิจิทัล โดย คุณวีเจจ๋า ณัฐฐาวีรนุช
📌ช่วงที่ 2 เวลา 14.30 - 16.30 น. เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และระดมความเห็น เพื่อจัดทำ "ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเด็กและครอบครัวปลอดภัย"
😊การมาร่วมรับฟังและให้ข้อเสนอแนะของท่านจะเป็นพลังสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและพัฒนาระบบปกป้องดูแลเด็กและครอบครัวอย่างยั่งยืนครับ/ค่ะ🙏🏻🫶🏻
#สสส #สื่อสารสุข #สุขภาวะเด็กและเยาวชน #ความรุนแรง

15/08/2026

🏫 เด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิต...ครูจะรับมืออย่างไร?

ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยเรียนเป็นเรื่องที่ทุกคนช่วยกันได้ 💙

ขอเชิญ ครู อาจารย์ นักศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และผู้สนใจ เข้าร่วมอบรมออนไลน์ฟรี

📚 School Health Well-being EP.22/2569
เทคนิคและแนวทางในการรับมือ เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิตในโรงเรียน

📅 วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
🕘 เวลา 09.00–12.00 น.
💻 อบรมผ่าน Zoom Application
🎓 ลงทะเบียนฟรี!

✨ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการดูแล ช่วยเหลือ และส่งต่อเด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม

📌 เรียนย้อนหลังได้ถึง 26 กันยายน 2569
📜 รับประกาศนียบัตรเมื่อเรียนครบตามเกณฑ์
(ค่าธรรมเนียม e-Certificate 100 บาท / ฉบับกระดาษ 250 บาท)

📲 สแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนได้เลย
หรือสมัครได้ที่ : https://nicfd-member.mahidol.ac.th/course/detail/1050
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
092-9557118 (ในเวลาราชการ)
#สุขภาพจิตเด็ก #สุขภาพจิตในโรงเรียน

15/08/2026

องค์กรมักมองว่าการมีลูก คือ จุดสะดุดในชีวิตการทำงานของผู้หญิง

งานวิจัยพบว่า ประสบการณ์การเป็นแม่ คือการฝึกฝน Executive Skills ที่ถูกมองข้าม

📌 ทักษะ "ผู้นำ" ที่มาจากการเป็นแม่

Crisis Management & Agility - รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดตลอดเวลา เสริมความยืดหยุ่นสูง และการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เด็ดขาด

Deep Empathy - ทักษะความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารทีมและการซื้อใจคนในยุคปัจจุบัน

Hyper-Prioritization - เมื่อเวลาเป็นทรัพยากรที่จำกัด การจัดลำดับความสำคัญต้องแม่นยำ มุ่งผลลัพธ์ขั้นสุด

ถึงเวลาที่องค์กรต้องปรับตัวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพื่อดึงศักยภาพ และรักษาบุคลากร ได้อย่างไร ..ไปติดตาม

📌 "แม่มนุษย์งาน" ทักษะผู้บริหาร ที่ MBA ไม่ต้องสอน - จากลิงก์ในคอมเมนต์

#มนุษย์แม่ #ลาคลอด #สสส

05/08/2026

บาดแผลของการทำผิดพลาดแล้วถูกประจานให้อับอายนั้นร้ายแรง เด็กบางคนอาจจะเสียความมั่นใจในตัวเองไป และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับโลกใบนี้

ทุกคนแตกต่างกัน แต่ละคนเติบโตมาด้วยต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การรับมือกับปัญหาและความไวต่อความรู้สึกไม่เท่ากัน

บางคนรู้สึกมาก เพราะเขาอาจจะรับเรื่องราวมามากพอแล้ว
บางคนรู้สึกน้อย เพราะเขาอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนั้น
บางคนข้ามผ่านความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นไปไม่ได้
แต่บางคนยังมีความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นติดตัวมาจนถึงวันนี้

ดังนั้นดีที่สุดคือการไม่สร้างบาดแผลให้กับใครโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับเด็กๆ เพราะพวกเขาควรจะมีโอกาสใช้ชีวิตบนโลกใบนี้อีกนาน

ถ้าสิ่งที่เด็กทำนั้นผิดจริง ผู้ใหญ่ควรสอนเขา ไม่ใช่ลงโทษให้อับอายหรือหวาดกลัว

การประจานไม่ใช่การสอนที่ทำให้เด็กเรียนรู้ แต่การประจานทำร้ายจิตใจและละเมิดความเป็นมนุษย์ของเด็กเสียด้วยซ้ำ บาดแผลที่ผู้ใหญ่สร้างในหัวใจเด็กในวันนั้นไม่เคยจางหายไปไหน ดังนั้นอย่าทำเช่นนั้นเลย

เมื่อเด็กทำผิดพลาด แล้วทำให้ผู้ใหญ่มีอารมณ์โกรธ เราควรถอยออกตั้งสติ ขอเวลานอกให้ตัวเองก่อนจะกลับไปสอนเด็กอีกครั้ง

ยกตัวอย่าง เมื่อเด็กทำผิดต่อผู้อื่น เราควรสอนให้เด็ก ‘ขอโทษ’ ‘รับผิดชอบต่อการกระทำ’ และ ‘ไม่ทำผิดซ้ำสอง’

‘การขอโทษ’ คือขั้นแรกของการรับรู้ว่า ‘สิ่งที่ทำลงไปนั้นเป็นสิ่งที่ผิด’ แต่ ‘การรับผิดชอบต่อการกระทำ’ คือการรู้สึกสำนึกผิดและพยายามชดเชยอย่างสุดความสามารถเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น แม้การรับผิดชอบต่อการกระทำด้วยการทำอะไรบางอย่างเพื่อชดเชยในสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ทำลงไปแล้วได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ความรู้สึกผิดในใจเราและความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นของอีกฝ่ายเบาบางลงไปบ้างเท่าน้ันเอง

ขั้นสุดท้ายที่สำคัญที่สุดของการสำนึกผิดอย่างแท้จริงคือ ‘การไม่ทำผิดซ้ำสอง’ นั่นเอง

ที่สำคัญคือเราไม่ควรลงโทษอย่างรุนแรงเพื่อให้เด็กหยุดทำสิ่งที่ผิด!

แม้การลงโทษที่รุนแรงจะทำให้เด็กหยุดทำพฤติกรรมในทันที แต่เด็กไม่ได้หยุดเพราะเรียนรู้ เขาหยุดด้วยความกลัวถูกลงโทษ ดังนั้นการลงโทษที่รุนแรงทำได้ เพียงหยุดไว้ชั่วคราว เขาอาจจะไม่ทำพฤติกรรมนั้นต่อหน้าเรา พอไม่มีเราอยู่ตรงนั้น ลับหลังเขาอาจจะแอบทำเมื่อมีโอกาส ที่สำคัญการลงโทษที่รุนแรงนำไปสู่การเลียนแบบพฤติกรรมที่รุนแรง เด็กอาจจะนำไปใช้กับเพื่อนหรือคนที่มีอำนาจน้อยกว่าเขาได้

สิ่งที่ดีที่สุดคือ การสอนเด็กให้ทำพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยทำให้ดู พาเขาทำ ทำด้วยกัน ปล่อยเขาทำเอง ฝึกฝนเป็นประจำ และเมื่อทำได้ด้วยตัวเองแล้วอย่าลืมชื่นชมเขา

อยากให้เด็กเป็นเช่นไร เราควรเป็นเช่นนั้นก่อน
อยากให้เขาเคารพเรา เราควรเคารพเขาเช่นกัน
อยากให้เขาฟังเรา เราก็ควรฟังเขาด้วย

ไม่ใช่ให้ตามใจหรือปล่อยปละละเลย แต่ให้เป็นแบบอย่าง ทำไปกับเขา และสอนเขาเมื่อทำผิด
เด็กเรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยมั่นคง

เด็กทุกคนมีชีวิตและจิตใจ การเป็นเด็กไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกน้อยกว่าผู้ใหญ่

ดังนั้นอย่ามองข้ามและเหยียบย่ำความรู้สึกของพวกเขา เพราะเด็กทุกคนต้องการความรักและโอกาสในการเรียนรู้ ผู้ใหญ่ทุกคนควรช่วยกันปกป้องหัวใจของเด็กทุกคน

อ่านบทความ เข้าใจลูกในวันที่เขาเปลี่ยนไป EP.9 บาดแผลของการทำผิดพลาดแล้วถูกประจานให้อับอาย https://thepotential.org/family/making-mistakes-and-be-condemned/

เรื่อง เมริษา ยอดมณฑป
Illustrator ninaiscat

05/08/2026

▶︎ แค่จำกัดเวลาหน้าจออาจไม่พออีกต่อไป... ถึงเวลาสร้างขอบเขตดิจิทัลที่ยั่งยืนให้ลูกรัก
ในยุคที่เทคโนโลยีอยู่รอบตัวเราแบบนี้ การตั้งกฎเหล็กว่าลูกต้องเล่นไม่เกินกี่นาทีอาจกลายเป็นยาขมที่สร้างความตึงเครียดให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และตัวเด็กเอง เพราะยิ่งเราเข้มงวด ยิ่งจ้องจะยึดเครื่อง ยิ่งกลายเป็นแรงผลักให้บ้านเต็มไปด้วยการปะทะอารมณ์
รายงานล่าสุดจากสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ยืนยันว่าการ จำกัดเวลาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาพิษภัยจากเทคโนโลยีได้อีกต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างขอบเขตดิจิทัลที่ดีให้เกิดขึ้นจริงในครอบครัว
ดังนั้น เราควรเริ่มต้นจากการเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการนั่งนับนาที มาเป็นการคัดกรองคุณภาพเนื้อหา เพราะการปล่อยให้ลูกไถดูคลิปสั้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย ส่งผลเสียต่อสมาธิมากกว่าการใช้หน้าจอเพื่อเรียนรู้หรือสร้างสรรค์ผลงานอย่างการวาดรูปดิจิทัล และที่สำคัญที่สุดคือการไม่ปล่อยให้หน้าจอกลายเป็นพี่เลี้ยงไฟฟ้าแต่เพียงลำพัง การที่คุณพ่อคุณแม่เข้าไปนั่งลงข้างๆ ชวนคุย หรือตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกกำลังดู จะเปลี่ยนหน้าจอจากสิ่งที่ทำให้ลูกเงียบ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสนทนาและการเรียนรู้ร่วมกัน
นอกจากนี้ เราต้องเข้าใจด้วยว่าแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดสมองเด็กให้เสพติด ดังนั้นการเดินไปดึงเครื่องออกจากมือลูกกะทันหันย่อมนำมาซึ่งการระเบิดอารมณ์ ลองเปลี่ยนมาเป็นการให้สัญญาณล่วงหน้าและให้สิทธิลูกในการตัดสินใจว่าจะปิดเครื่องเองตอนไหน จะช่วยลดแรงปะทะได้มหาศาล พร้อมกับการกำหนดพื้นที่ปลอดหน้าจออย่างโต๊ะอาหารหรือก่อนเข้านอน เพื่อคืนเวลาให้สมาชิกในครอบครัวได้สบตาและสื่อสารกันจริงๆ และอย่าลืมว่าลูกคือกระจกเงาของพ่อแม่เสมอ หากเราอยากให้ลูกวางมือถือ เราเองก็ต้องเริ่มจากการเป็นตัวอย่างที่ทำให้ลูกเห็นว่า การเชื่อมต่อกับคนตรงหน้ามีค่ามากกว่าโลกในหน้าจอเพียงใดค่ะ
📍ลิงก์อ่านบทความฉบับเต็มในคอมเมนต์
📍ติดตามคอนเทนต์เพิ่มเติมได้ที่ M.O.M

05/08/2026
17/06/2026

ข้อคิดวันพุธ😊

17/06/2026

ที่อยู่

1034 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
Bangkok
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6626596730

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองส่งเสริมสถาบันครอบครัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว:

ทางลัด

แชร์