วุฒิสภา

วุฒิสภา วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่ง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้มีวุฒิสภา จำนวน 200 คน และเพื่อให้การปฏิรูปประเทศในระยะเปลี่ยนผ่านบรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงกำหนดให้มีวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลขึ้นในวาระแรก จำนวน 250 คน

สว.พบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) ลงพื้นที่ จ.นครปฐม ติดตามการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน-สิ่งแวดล้อม-คมนาคม มุ่งยกระดับคุณภาพชี...
04/09/2026

สว.พบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) ลงพื้นที่ จ.นครปฐม ติดตามการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน-สิ่งแวดล้อม-คมนาคม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) นำโดย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง และนายอะมัด อายุเคน สมาชิกวุฒิสภา (จังหวัดนครปฐม) พร้อมด้วยนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ และนายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ร่วมรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน รวมทั้งข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนและส่วนราชการในประเด็นปัญหาสำคัญในจังหวัดนครปฐม โดยมี นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หน่วยงานราชการเกี่ยวข้อง และประชาชน ในพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. ปัญหาคนไร้บ้าน มีข้อเสนอให้จัดทำตัวชี้วัดและแผนยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ไร้บ้านในจังหวัดนครปฐม พร้อมทบทวนการจัดทำแผนพัฒนาที่ใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เกิดความคุ้มค่าและสอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไข
2. ปัญหาภัยพิบัติชายฝั่งแม่น้ำนครชัยศรีและน้ำเค็มหนุนลึก ได้มีข้อเสนอแนะขอให้สร้างประตูระบายน้ำเปิด-ปิด เพื่อชะลอน้ำ กรณีน้ำทะเลหนุนสูง คาดว่าจะสามารถผลักดันน้ำ หรือชะลอน้ำทะเลหนุนได้ถึง 20-30% และขอให้กรมชลประทานช่วยเก็บข้อมูลสถิติน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 11.00 - 12.00 นาฬิกา ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวสวนกล้วยไม้ในพื้นที่นครชัยศรี -บางเลน ได้ระยะยาว
3. ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไขในระยะยาวและต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวจะพบค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจังหวัดได้มีการกำชับทุกหน่วยงานและทุกพื้นที่ฉีดน้ำลดค่าฝุ่น และให้ประชาชนลดการเผาทุกชนิด แต่ยังพบว่ามีเกษตรกรใช้โดรนขนาดใหญ่ฉีดพ่นยา ทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายทำให้ส่งผลต่อสุขภาพ จึงขอให้วุฒิสภาเร่งผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาดให้สำเร็จ
4. ปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงคลองเจดีย์บูชา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดปัญหาน้ำเสียในคลองเจดีย์บูชา ซึ่งนับว่าเป็นคลองประจำจังหวัดที่อยู่คู่กับจังหวัดนครปฐมมายาวนาน จึงมีข้อเสนอแนะให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการน้ำในคลองเจดีย์บูชา และทบทวนแผนแม่บทของจังหวัดในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองเจดีย์บูชาให้กลับมาสะอาดและอยู่คู่กับจังหวัด
ทั้งนี้ เทศบาลนครปฐม ยังมีแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองเจดีย์บูชา โดยเชื่อมท่อระบายน้ำและการตีน้ำให้เกิดตะกอน และนำตะกอนใส่ถูงบิ๊กแบ็คเพื่อไปบำบัดต่อไป
5. ปัญหาการจราจรและการสัญจรถนนเทศา อ.เมืองนครปฐม ส่วนใหญ่เกิดจากความหนาแน่นของรถยนต์ การจอดรถกีดขวาง และความปลอดภัยในการข้ามถนนบริเวณจุดสำคัญ เช่น หน้าโรงพยาบาลนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียงองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ได้ร่วมมือกันลงพื้นที่แก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยมีการบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน จัดระเบียบการเดินรถและการข้ามถนน เป็นต้น
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะกรรมการฯ มุ่งเน้นความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยวุฒิสภาพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อผลักดันทุกข้อเสนอ ทุกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำไปสู่การแก้ไข นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ในทุกมิติอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดนครปฐมอยู่ดีมีความสุขในระยะยาวต่อไป

#วุฒิสภา
#สว
#สวพบประชาชนกลุ่มภาคกลางตอนบน

🎬 “Senate Corner - มุมคิดกับวุฒิสภา”วันจันทร์ที่ 7 กันยายน  2569  เวลา 15.05 น.🎙คุยทุกเรื่อง เปิดทุกมุมมอง สไตล์ สว.Sena...
04/09/2026

🎬 “Senate Corner - มุมคิดกับวุฒิสภา”
วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 15.05 น.

🎙คุยทุกเรื่อง เปิดทุกมุมมอง สไตล์ สว.
Senate Corner EP.48 | : เปิดหน้าต่างบานสุดท้าย "สว.โสภณ" ทัพหน้าดันไทยผงาดเวที OECD กับ โสภณ มะโนมะยา สมาชิกวุฒิสภา

🕒📽🎧ติดตามได้ที่นี่
Facebook Fanpage : TP Online - สื่อรัฐสภาเพื่อประชาชน
YouTube : TPChannel
Application : TPChannel
โทรทัศน์รัฐสภา ช่อง10

#วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #สื่อรัฐสภาเพื่อประชาชน #สมาชิกวุฒิสภา

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ศึกษาดูงานระบบการรวมกลุ่มและการวางแผนผลผลิต ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์หอมมะห...
04/09/2026

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ศึกษาดูงานระบบการรวมกลุ่มและการวางแผนผลผลิต ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์หอมมะหาด และศึกษากระบวนการแปรรูป การตลาด และการบริหารจัดการวัตถุดิบทางการเกษตร ณ โครงการ LUFFALA

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.00–10.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายชูชีพ เอื้อการณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง และนายโชติชัย บัวดิษ โฆษกคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์หอมมะหาด ตำบลมาบตาพุด อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เพื่อศึกษารูปแบบการรวมกลุ่ม การวางแผนผลผลิต และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวมุ่งพัฒนาพืชและสมุนไพรท้องถิ่นตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ พร้อมนำทรัพยากรในพื้นที่มาเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้แก่สมาชิก ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูป่า และการป้องกันไฟป่า โดยมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น เวลา 10.30–12.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ โครงการ LUFFALA ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อศึกษากระบวนการแปรรูป การตลาด และการบริหารจัดการวัตถุดิบทางการเกษตร โดยนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีมูลค่าเพิ่ม อาทิ ว่านสาวหลง กิ่งชูทราย และรากหญ้าคา ซึ่งผลิตภัณฑ์บางรายการได้รับเลขจดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมทั้งได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาจาก EECi และมีการดำเนินการด้านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้งนี้ โครงการ LUFFALA มีแนวทางขยายตลาดไปยังกลุ่ม Wellness และตลาดอาเซียน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนามาตรฐาน GMP เพื่อรองรับการจำหน่ายและการส่งออกไปต่างประเทศ

จากการศึกษาดูงานพบว่า การดำเนินงานยังมีข้อจำกัดด้านความรู้และทักษะการตลาด ระบบบัญชีและการคำนวณต้นทุน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรและตลาด Wellness มีการแข่งขันสูง คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะให้ผู้ประกอบการกำหนดจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในพื้นที่ให้ชัดเจน พัฒนาระบบบัญชีและการคำนวณต้นทุน ศึกษาความต้องการของตลาด Wellness และตลาดอาเซียน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประเมินความพร้อมและค่าใช้จ่ายในการขอรับรองมาตรฐาน GMP และมาตรฐานที่จำเป็นต่อการส่งออก

#วุฒิสภา
#สว

เครือข่ายชุมชนยื่นหนังสือต่อ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ขอตรวจสอบกระบวนการสรรหา “บอร์ด-ผอ.พอช.” ย้ำต้องโปร่งใส เป็นธรรม ...
04/09/2026

เครือข่ายชุมชนยื่นหนังสือต่อ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ขอตรวจสอบกระบวนการสรรหา “บอร์ด-ผอ.พอช.” ย้ำต้องโปร่งใส เป็นธรรม และมีส่วนร่วม

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สส.) นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วยนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย โฆษกคณะกรรมาธิการฯ รับหนังสือจากนางสุมิตรา วุฒิวารี ประธานชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน และคณะเครือข่ายชุมชน เพื่อขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาและตรวจสอบกระบวนการมีส่วนร่วมในการสรรหาคณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (ชุดใหม่) และปัญหาการแต่งตั้งกรรมการสรรหาผู้อำนวยการของคณะกรรมการบริหาร (ชุดรักษาการ) ที่ขาดการมีส่วนร่วมและเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเจตจำนงของการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เนื่องจากสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ในฐานะองค์กรชุมชนที่มีส่วนร่วมกับการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. มีความกังวลต่อการสรรหาผู้อำนวยการ พอช. ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ รวมถึงความล่าช้าในการสรรหาคณะกรรมการ พอช. ชุดใหม่ ซึ่งทั้งสองเรื่องจะมีผลต่อทิศทางของ พอช. และองค์กรชุมชนในอีกหลายปีข้างหน้า โดยทางคณะฯ ไม่ได้คัดค้านบุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่ต้องการให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ขบวนองค์กรชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของ พอช.

ด้านนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า พอช. เป็นองค์การมหาชนที่ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องกลุ่มคนจนเมือง ดังนั้น ความเชื่อมั่นในกระบวนการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการทำงานในลักษณะที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาคนจนในประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะรับข้อร้องเรียนดังกล่าวไว้เพื่อพิจารณาและสืบหาข้อเท็จจริงตามกลไกของวุฒิสภาต่อไป

#วุฒิสภา
#สว

กมธ.ไอซีที จัดเสวนาเรื่อง “แนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโ...
04/09/2026

กมธ.ไอซีที จัดเสวนาเรื่อง “แนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม”

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 406–407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง “แนวทางบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย : มิติป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม” โดยมีนายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และในฐานะประธานคณะทำงาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ สมาชิกวุฒิสภา วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และนักวิชาการ เข้าร่วมงานเสวนา

นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การจัดเสวนาในครั้งนี้เพื่อหาแนวทางการบูรณาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ในมิติการป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมิจฉาชีพพยายามพัฒนาให้ก้าวล้ำกว่าภาครัฐ อีกทั้งยังมีปัญหาข้อมูลรั่วไหล ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ยกตัวอย่างกรณีภัยหลอกลวงทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจริง ผู้เกษียณอายุราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกหลอกเสียเงินกว่า 4 ล้านบาท และนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลถูกหลอกเสียเงินกว่า 8.5 แสนบาท ทั้งนี้ ต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันระดมความคิด เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ รวมทั้งติดตามและเร่งรัดมาตรการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย ตลอดจนสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศต่อไป

ด้านนางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน ทั้งการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้การพึ่งพาเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการสร้างข้อมูลหรือภาพปลอม การฟอกเงินผ่านบัญชีม้า สินทรัพย์ดิจิทัล จนเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงในหลายมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี กฎหมาย เศรษฐกิจการเงิน ความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรม ขณะที่การกระทำความผิดสามารถดำเนินการข้ามเขตอำนาจรัฐได้อย่างรวดเร็วและไร้พรมแดน ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานทุกระดับอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนากลไกการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดเสวนาในครั้งนี้ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของทุกภาคส่วน เพื่อหาแนวทางป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและสังคม นำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย เชิงกฎหมาย มาตรการต่าง ๆ และกลไกการบังคับใช้กฎหมาย โดยการเสวนาได้แบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้ ช่วงแรกเป็นการอภิปรายเรื่อง “สถานการณ์ ปัญหา และช่องว่างในการป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของประเทศไทย” และช่วงที่ 2 เป็นการอภิปรายเรื่อง “กฎหมาย เทคโนโลยี และความร่วมมือภาคเอกชน : กลไกใหม่ในการป้องปรามอาชญากรรมไซเบอร์” จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

#วุฒิสภา
#สว

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการพัฒนาระบบรางและการเชื่อมต่อการคมนาคมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววันศุ...
04/09/2026

คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการพัฒนาระบบรางและการเชื่อมต่อการคมนาคมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา โดยนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการ ได้มอบหมายให้นายพิชาญ พรศิริประทาน ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จังหวัดกระบี่ – จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับ การพัฒนาระบบรางและการเชื่อมต่อการคมนาคมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ในการนี้ คณะได้เข้ารับฟังการบรรยายและข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราง การให้บริการขนส่งทางราง และแนวทางการเชื่อมต่อระบบคมนาคมกับแหล่งท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบรางและเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ภายหลังเสร็จสิ้นการรับฟังการบรรยาย คณะได้ทดลองใช้บริการ ขบวนรถพิเศษชานเมืองปรับอากาศ SRT BANGKOK CONNEX (BNEX) ขบวน 9003 โดยออกเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังสถานีรถไฟอยุธยา เพื่อศึกษาประสบการณ์การให้บริการและการเชื่อมต่อระบบรางสำหรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้มีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

#วุฒิสภา
#สว

04/09/2026

📌(วันศุกร์ที่ 4 ก.ย.69) ร่วมเกาะติดความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของวุฒิสภาไปพร้อมกันในรายการ "เกาะติดวุฒิสภา"

🔶 ช่วงที่ 1🔶
🔷 ศิลปากรเปิดตัว ‘สิริศิลป์ ศิลปากร’ รวมพระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม ‘พระพันปีหลวง’
🔷 มท. เตรียมพร้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชน งานพระราชพิธีฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง”
🔷 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ‘พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม’
🔷 รัฐบาลเตรียมจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ พระองค์ภา

🔶ช่วงที่ 2🔶
🔷 Senate Podcast รายการ Law Talk กับ สว. ตอน SME ไทยในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดย นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา

#ทุกความเคลื่อนไหวด้านนิติบัญญัติ
#ทุกภารกิจของวุฒิสภา
#ร่วมเกาะติดไปพร้อมกันในรายการ #เกาะติดวุฒิสภา พบกันทุกวันจันทร์-วันศุกร์

กมธ.วิสามัญงบฯ 70 วุฒิสภา เห็นชอบรายงานฉบับสมบูรณ์ เตรียมเสนอต่อประธานวุฒิสภา ย้ำวินัยการคลัง–คุ้มค่า–โปร่งใส เพื่อประโย...
04/09/2026

กมธ.วิสามัญงบฯ 70 วุฒิสภา เห็นชอบรายงานฉบับสมบูรณ์ เตรียมเสนอต่อประธานวุฒิสภา ย้ำวินัยการคลัง–คุ้มค่า–โปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ครั้งที่ 34 พร้อมด้วยกรรมาธิการและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานการพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ก่อนเสนอต่อประธานวุฒิสภาตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 138 และข้อ 139 พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาและกลั่นกรองงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณอย่างละเอียดตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยยึดหลักสำคัญว่า งบประมาณแผ่นดินต้องมีความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและประชาชน ควบคู่กับการรักษาวินัยการเงินการคลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “รายงานการพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570” ซึ่งรวบรวมผลการศึกษา ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากคณะอนุกรรมาธิการทุกคณะ ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภาและประกอบการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับข้อสังเกตสำคัญ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เน้นย้ำให้การบริหารงบประมาณปี 2570 สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและฐานะการคลังของประเทศ รักษาระดับหนี้สาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ และจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความพร้อม สามารถดำเนินการและเบิกจ่ายได้ตามแผน เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้ความสำคัญกับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะด้านสวัสดิการสังคม สาธารณสุขและการศึกษา ให้เข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน เพิ่มศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน

อีกประเด็นสำคัญ คือ การยกระดับระบบติดตามและประเมินผลการใช้งบประมาณ จากการมุ่งวัดเพียงกิจกรรมหรือผลผลิต (Output) ไปสู่การประเมินผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ที่ประชาชนได้รับอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการที่ไม่บรรลุเป้าหมายหรือไม่คุ้มค่าควรได้รับการทบทวน เพื่อจัดสรรทรัพยากรไปยังภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้มากกว่า

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เตรียมความพร้อมสำหรับการชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยมอบหมายประเด็นให้รองประธานคณะกรรมาธิการฯ โฆษกคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการแต่ละคณะ นำเสนอสาระสำคัญ ผลการศึกษา และข้อสังเกตในแต่ละด้าน รวมถึงเตรียมข้อมูลประกอบการตอบข้อซักถามของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

นายสุทนต์ กล้าการขาย โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า การพิจารณาศึกษางบประมาณปี 2570 ของวุฒิสภาให้ความสำคัญกับหลักคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ โดยงบประมาณทุกบาทต้องตอบโจทย์ปัญหาของประเทศและสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษาวินัยการเงินการคลังและการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

“เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการใช้งบประมาณให้ครบตามแผน แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ประชาชนได้รับประโยชน์อะไร ประเทศได้อะไร และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่ เพราะหัวใจของงบประมาณแผ่นดินคือการนำเงินของประชาชนกลับไปสร้างประโยชน์ให้ประชาชนอย่างแท้จริง” นายสุทนต์กล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สะท้อนบทบาทของวุฒิสภาในการกลั่นกรองงบประมาณแผ่นดินอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักวินัยการเงินการคลัง ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ เพื่อให้งบประมาณปี 2570 เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

………….………….………….………….

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ได้ทางเว็บไซต์วุฒิสภา https://www.senate.go.th/view/502/main/TH-TH/

#วุฒิสภา
#สว
#กมธงบประมาณ

🎧 ขอเชิญติดตามฟัง Senate Podcast รายการ Law Talk กับ สว.ตอน ขยะต้องการธรรมาภิบาลโดย นายวีรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา📲 ค...
04/09/2026

🎧 ขอเชิญติดตามฟัง Senate Podcast รายการ Law Talk กับ สว.

ตอน ขยะต้องการธรรมาภิบาล

โดย นายวีรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา
📲 คลิกฟังได้ที่ : https://youtu.be/dLYogDTPMSU

#วุฒิสภา #ขยะ #ประเทศไทย #การบริหารจัดการขยะ #มลพิษจากขยะ #สิ่งแวดล้อม #ธรรมาภิบาล

รายการ Law Talk กับ สว. ตอน ขยะต้องการธรรมาภิบาลโดย นายวีรยุทธ สร้...

กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ศึกษาดูงานกระบวนการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าทุเรียนแช่แข็ง ณ บริษัท Siamimdee จำกัด จังหวัดระยอ...
04/09/2026

กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ศึกษาดูงานกระบวนการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าทุเรียนแช่แข็ง ณ บริษัท Siamimdee จำกัด จังหวัดระยอง

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 14.00–16.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายชูชีพ เอื้อการณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง และนายโชติชัย บัวดิษ โฆษกคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ บริษัท Siamimdee จำกัด ตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อศึกษากระบวนการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าทุเรียนแช่แข็ง การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ตลอดจนการตลาดและการส่งออกไปต่างประเทศ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้องร่วมศึกษาดูงาน

บริษัทมีทุเรียนแช่แข็งเป็นสินค้าหลัก โดยรับซื้อทุเรียนจากเกษตรกร ตรวจสอบคุณภาพและปริมาณแป้งในเนื้อทุเรียน ก่อนคัดเกรด แปรรูป แช่แข็ง และบรรจุเพื่อส่งออก โดยมีประเทศจีนเป็นตลาดสำคัญ

การส่งออกทุเรียนแช่แข็งต้องผ่านการขออนุญาตและการรับรองมาตรฐานจากหลายหน่วยงาน รวมถึงการขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนด GACC การตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และการจัดทำเอกสารประกอบการส่งออก

ผู้ประกอบการยังประสบปัญหาขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลานาน ซึ่งส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการส่งมอบสินค้าล่าช้า

คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรฐานและการป้องกันการสวมสิทธิ์ทุเรียน พร้อมลดขั้นตอนการอนุญาต เชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Single Window เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ลดต้นทุน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทย

#วุฒิสภา
#สว

ที่อยู่

เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6628319111

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วุฒิสภาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง วุฒิสภา:

ทางลัด

แชร์