04/09/2026
“สส.จินณ์ตวรรณ” เดินหน้าขับเคลื่อน กยศ. ทบทวนเกณฑ์ Waterfall Model เร่งช่วย 7.75 แสนเด็กกู้ยืมต่อ หนุนสาขา New S-Curve สร้างอนาคตประเทศ
โฆษก กมธ.การศึกษา เดินหน้าขับเคลื่อนแก้ปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประสบปัญหาสภาพคล่องจากหนี้ NPL สูงถึง 50% (ผู้กู้เดิม 4 ล้านคน ชำระคืนเพียง 2 ล้านคน) พร้อมเสนอ 6 แนวทางสำคัญ
1. ทบทวนหลักเกณฑ์และรายได้ขั้นต่ำ: เสนอให้ กยศ. ทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา กว่า 775,000 คน โดยเฉพาะเกณฑ์รายได้ครอบครัวขั้นต่ำ 360,000 บาทต่อปี เพื่อให้ผู้เดือดร้อนจริงได้รับสิทธิกู้ยืมต่อ
2. แจ้งสิทธิระบบ Pre-approve ชัดเจน: เร่งให้ กยศ. ทำความเข้าใจและแจ้งผลการอนุมัติสิทธิจัดสรรโควตาแก่นักศึกษาผ่านระบบ Pre-approve เพื่อให้ผู้กู้ใช้ตัดสินใจเรื่องอนาคตทางการศึกษาได้อย่างถูกต้อง
3. ผ่อนผันชำระค่าธรรมเนียมกับสถานศึกษา: ประสานงานขอผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาไปยังสถานศึกษาและมหาวิทยาลัยในสังกัดกว่า 4,000 แห่ง เพื่อยืดระยะเวลาออกไปในระหว่างปรับเปลี่ยนระบบ
4. ปรับสัดส่วนวงเงินกู้ยืมระยะสั้น: ปรับเจียดเงินหมวดค่าใช้จ่าย/ค่าครองชีพ (สัดส่วน 80:20 และ 70:30) ไปเพิ่มในส่วนของค่าเล่าเรียนแทน เพื่อกระจายงบประมาณให้รองรับจำนวนเด็กได้มากขึ้น
5. หนุนกู้ยืมกลุ่มวิชา New S-Curve: ขับเคลื่อนตามแนวทาง "เรียนดี มีงานทำ และพร้อมชำระหนี้" โดยเน้นสนับสนุนสาขาที่ขาดแคลนและเป็น New S-Curve ของประเทศ ได้แก่ AI, EV, Semiconductor, สาธารณสุข และ Green Economy
6. ติดตามงบประมาณและการเร่งรัดหนี้สิน: รับทราบการขอแปรญัตติและงบกลางเพิ่ม 4,800 ล้านบาท (จากงบปกติ 9,000 ล้านบาท) พร้อมติดตามบริษัท Outsource ตาม TOR เพื่อดึงสัดส่วนการชำระหนี้คืนจากพี่ 2 คน ต่อน้อง 1 คน ให้กลับมาเป็นสัดส่วนพี่ 4 คน ชำระหนี้ช่วยน้องได้ 1 คน (ประมาณ 700,000 ราย)
น.ส.จินณ์ตวรรณกล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า
“การศึกษาคือการลงทุนของรัฐเพื่ออนาคตประเทศ” การผลิตบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐต้องลงทุน เพื่อไม่ให้ปัญหาทางการเงินมาหยุดยั้งความฝัน ความหวังในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม
#จินณ์ตวรรณ #พรรคภูมิใจไทย #พูดแล้วทำพลัส #กยศ #เรียนดี #มีงานทำ