สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. Bureau of International Cooperation, MOE

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. Bureau of International Cooperation, MOE สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ.
อาคาร สพฐ.
(2)

(อาคาร 5)
และชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก 1 (ศูนย์เอกสารนานาชาติ)

Bureau of International Cooperation
Office of the Permanent Secretary, Ministry of Education

Tel. 02 628 5646 - 9, 02 281 0565

โครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาไทย–ญี่ปุ่น ประจำปี 2569 เสริมสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระดับสถานศึกษา 21 สิงหาคม 2569 – ส...
21/08/2026

โครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาไทย–ญี่ปุ่น ประจำปี 2569 เสริมสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระดับสถานศึกษา

21 สิงหาคม 2569 – สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก (ACCU) ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนมางดารศึกษาระหว่างประเทศไทยแฃะญี่ปุ่น ประจำปี 2569 (2026 Thailand–Japan International Educational Exchange Programme) ระหว่างวันที่ 16–21 สิงหาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานครและจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างครูและสถานศึกษาของทั้งสองประเทศ

ตลอดโครงการ คณะครูจากประเทศญี่ปุ่นได้เรียนรู้การจัดการศึกษาของไทยผ่านการเยี่ยมชม โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนพญาไท และโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้บริหาร ครู และนักเรียนไทย รวมถึงเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทยผ่านแหล่งเรียนรู้สำคัญในกรุงเทพมหานคร อาทิ พระบรมหาราชวัง วัดโพธิ์ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของโครงการในปีนี้ คือ การพัฒนาแนวคิดริเริ่มความร่วมมือระดับโรงเรียน (Thailand–Japan School Partnership Initiative) ซึ่งส่งเสริมให้ครูญี่ปุ่นนำประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการมาสะท้อนคิดและพัฒนาเป็นข้อริเริ่มสำหรับความร่วมมือระหว่างโรงเรียนไทยและญี่ปุ่น โดยให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การเคารพความหลากหลาย การจัดการศึกษาที่ครอบคลุม ความเป็นพลเมืองโลก ความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
โดยในวันสุดท้ายของโครงการ ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอ Thailand–Japan School Partnership Initiative ซึ่งสะท้อนการนำประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่ได้รับตลอดการเข้าร่วมโครงการมาพัฒนาเป็นแนวคิดสำหรับกิจกรรมความร่วมมือในระดับสถานศึกษา โดยข้อริเริ่มดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถนำกลับไปหารือกับสถานศึกษาต้นสังกัดและพัฒนาร่วมกับสถานศึกษาไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนของทั้งสองประเทศได้เรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันในอนาคต

ในโอกาสดังกล่าว นางสาวรัชนินท์ พงศ์อุดม ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก ได้กล่าวในพิธีปิดโครงการถึงความสำเร็จของการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่า แม้ประเทศไทยและญี่ปุ่นจะมีบริบทและแนวทางการจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายร่วมกันในการจัดการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้พัฒนาศักยภาพ เคารพและเข้าใจความแตกต่าง ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่สงบสุขและยั่งยืน พร้อมแสดงความหวังว่า ประสบการณ์ มิตรภาพ และเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการจะได้รับการต่อยอดไปสู่ความร่วมมือระหว่างครูและสถานศึกษาของทั้งสองประเทศในอนาคต

โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น โดยมุ่งให้การแลกเปลี่ยนมิได้สิ้นสุดเพียงการศึกษาดูงาน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ เครือข่ายระหว่างครู การเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษา และความร่วมมือที่สร้างโอกาสในการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

สรุป/เรียบเรียง: พนิดา ทวีลาภ
รัชนินท์ พงศ์อุดม
กลุ่มความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก
21 สิงหาคม 2569

การประชุมหารือข้อราชการด้านความร่วมมือด้านอุปกรณ์การศึกษากับบริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569...
21/08/2026

การประชุมหารือข้อราชการด้านความร่วมมือด้านอุปกรณ์การศึกษากับบริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ นางกุสุมา นวพันธ์พิมล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนานโยบายความร่วมมือต่างประเทศ รักษาการผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. เป็นผู้แทนประชุมหารือข้อราชการด้านความร่วมมือด้านอุปกรณ์การศึกษากับบริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด (ZTE) ได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาและลดภาระงานครูผู้สอนผ่านการบูรณาการระบบนิเวศดิจิทัล และระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ๓ โซลูชันหลัก ได้แก่ 1) ระบบห้องเรียนอัจฉริยะ 2) ระบบประมวลผลบนคลาวด์และอุปกรณ์ปลายทาง และ 3) แพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้อัจฉริยะห่าวเค่อ (AI Haoke) โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างพัฒนาระบบภาษาไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาไทยและบริบทไทย อีกทั้ง ยังให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและการรักษาอธิปไตยของข้อมูลทางการศึกษาในประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติในการปฏิบัติตามขั้นตอนนำร่องเพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มภาระครู ด้วยการนำร่องผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งสถานศึกษาที่สนใจสามารถทดลองใช้ต่อไป

เขียนโดย หงษ์ฟ้า วีระนพรัตน์
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569

กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม...
20/08/2026

กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นายอภิชาต สุดแสวง กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายวีระ แข็งกสิการ) รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายวิทวัต ปัญจมะวัต) คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์) ผู้แทนสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวแสดงความยินดีและต้อนรับกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ฯ ด้วยมิตรภาพ พร้อมยืนยันว่า แม้การติดต่อในระดับทวิภาคีระหว่างไทยและเลโซโทที่ผ่านมาจะยังมีจำนวนไม่มากนัก แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศกลับเป็นไปด้วยความราบรื่นและมีไมตรีจิตต่อกันเสมอมา ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีความเชื่อมั่นว่าการศึกษาและวัฒนธรรมถือเป็นรากฐานอันมั่นคงในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน และเป็นกลไกสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระยะยาว พร้อมทั้งเสนอแนะให้สถานกงสุลราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ ทั้งในมิติการศึกษา วัฒนธรรม และการพัฒนาศักยภาพเยาวชน

ด้านนายอภิชาต สุดแสวง กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย ได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ และได้ยกประเด็นหารือเพิ่มเติมถึงแนวทางและหัวข้อความร่วมมือใหม่ ๆ ที่ทั้งสองประเทศควรขยายผลแลกเปลี่ยนร่วมกัน เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากความร่วมมือทางการศึกษาและการผลักดันโครงการ "โขนเยาวชนไทยไปแอฟริกา ซีซั่น 2" ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยจากหลากหลายพื้นที่ได้สร้างเครือข่ายและเรียนรู้ในเวทีระดับนานาชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวว่า นอกเหนือจากมิติทางด้านศิลปการแสดงและภาษาแล้ว ทั้งสองประเทศยังสามารถขยายความร่วมมือไปสู่มิติวัฒนธรรมอาหาร (Gastronomy Culture) ซึ่งเป็น Soft Power ที่โดดเด่นของไทย โดยอาจนำเสนอและสอดแทรกความรู้เรื่องอาหารไทยยอดนิยมที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของเยาวชน ซึ่งทางกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ฯ ได้แสดงความยินดีและพร้อมที่จะเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในเลโซโท เพื่อร่วมกันวางรากฐานและต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

เขียนโดย นัศรูน เปาะมะ
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569

UNESCO เปิดรับสมัครผู้บริหารระดับสูง 2 ตำแหน่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่...
19/08/2026

UNESCO เปิดรับสมัครผู้บริหารระดับสูง 2 ตำแหน่ง

องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง จำนวน 2 ตำแหน่ง ได้แก่ Executive Secretary, Intergovernmental Oceanographic Commission (IOC) และ Assistant Director-General for Sciences (ADG/SC) ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ผู้สนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถสมัคร ได้ที่

-ตำแหน่ง SCS001 (สมัครภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2569): https://careers.unesco.org/job/Paris-Assistant-Director-General-for-Sciences-%28Readvertisement%29/1367408957/

-ตำแหน่ง IOC001 (สมัครภายในวันที่ 6 กันยายน 2569): https://careers.unesco.org/job/Paris-Executive-Secretary%2C-Intergovernmental-Oceanographic-Commission/1365766657/

กลุ่มความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมนูโว ซิตี้ กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศ...
18/08/2026

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมนูโว ซิตี้ กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ นางสาวรุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือทวิภาคี สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกล่าวเปิด ในพิธีเปิดโครงการอบรมนักเรียนทุนรัฐบาลราชอาณาจักรโมร็อกโกก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนและนักศึกษาไทยที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับทุนการศึกษาจากรัฐบาลราชอาณาจักรโมร็อกโก ประจำปีการศึกษา ค.ศ. 2026 – 2027 ในปีนี้ รัฐบาลราชอาณาจักรโมร็อกโกจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาชาวไทย ครอบคลุมหลากหลายสาขา อาทิ แพทยศาสตร์ การแพทย์ฉุกเฉิน การค้าและการจัดการ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การเกษตร สัตวแพทยศาสตร์ ภาษาและอาหรับศึกษา อิสลามศึกษา และนิติศาสตร์ โดยในปีนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น 52 ราย ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้สมัครทุนตัวจริง จำนวน 15 ราย

การอบรมครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่จำเป็นต่อการศึกษาและการดำรงชีวิตในประเทศโมร็อกโก โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านภาษาอาหรับและภาษาฝรั่งเศส ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม การปรับตัว การดูแลตนเอง และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้มีประสบการณ์ศึกษาและใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างมั่นใจ

การดำเนินโครงการได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักร โมร็อกโกประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงราบัต และศูนย์ภาษาอาหรับกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเกริก สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนา ศักยภาพเยาวชนไทยในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ นักเรียนทุนชาวไทยจะมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวแทนของประเทศไทยในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ทางวิชาการและวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต

ข้อมูล โดย นัศรูน เปาะมะ
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ — นายวีระ แข็งกสิการ รอง...
17/08/2026

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ — นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้มอบหมายให้นางกุสุมา นวพันธ์พิมล รักษาการผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับคณะครูและผู้แทนศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก (Asia-Pacific Cultural Centre for UNESCO: ACCU) ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 11 คน ในโอกาสเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ประจำปี 2569 (2026 Thailand–Japan International Educational Exchange Programme) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างสองประเทศ

รองเลขาธิการฯ กล่าวว่า ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนาน ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันจากรุ่นสู่รุ่น โครงการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการเยี่ยมชมสถานศึกษาหรือเรียนรู้ระบบการศึกษาของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้จากกันและกัน และสร้างความสัมพันธ์ทางวิชาชีพที่อาจนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอนาคต

สำหรับโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2558 จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น (MEXT) และศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก (ACCU) โดยเริ่มจากการนำครูไทยไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยจะเริ่มเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะครูญี่ปุ่นเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา โครงการมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างครูและบุคลากรทางการศึกษาของทั้งสองประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาไทยและญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ รองเลขาธิการฯ ได้ขอบคุณศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก (ACCU) ตลอดจนหน่วยงาน สถานศึกษา ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดโครงการครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือทางการศึกษาที่ยั่งยืนมิได้เกิดขึ้นจากเอกสารหรือข้อตกลงเพียงอย่างเดียว หากเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ระหว่างครูกับครู และระหว่างโรงเรียนกับโรงเรียน โดยครูผู้เข้าร่วมโครงการจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมโยงเยาวชนไทยและญี่ปุ่น และขยายผลจากประสบการณ์การแลกเปลี่ยนไปสู่ความร่วมมือทางการศึกษาที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในอนาคต

สรุป/เรียบเรียง: พนิดา ทวีลาภ
รัชนินท์ พงศ์อุดม
กลุ่มความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก
17 สิงหาคม 2569

ประชาสัมพันธ์รับสมัครเข้าร่วมโครงการ Tsunami United 2026 ศูนย์ข้อมูลสึนามิมหาสมุทรอินเดีย (IOTIC) ภายใต้คณะกรรมาธิการสมุ...
14/08/2026

ประชาสัมพันธ์รับสมัครเข้าร่วมโครงการ Tsunami United 2026 ศูนย์ข้อมูลสึนามิมหาสมุทรอินเดีย (IOTIC) ภายใต้คณะกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาลแห่งยูเนสโก (UNESCO-IOC) สำนักงานภูมิภาคองค์การยูเนสโก ประจำกรุงจาการ์ตา ร่วมกับ UNDRR, U-INSPIRE Indonesia และ Pacifico

ขอเชิญชวนเชิญชวนโรงเรียน ASPnet หรือโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสมัครเข้าร่วมโครงการ Tsunami United 2026 ภายใต้แนวคิด “Be Tsunami Ready: Resilience Begins with You” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย มีความรู้ ความตระหนัก และทักษะในการเตรียมพร้อมรับมือสึนามิ ผ่าน กิจกรรมออนไลน์แบบมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบรรยายสร้างแรงบันดาลใจ และกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยสึนามิในโรงเรียน จำนวน 5 ครั้ง โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างเดือน กันยายน - ตุลาคม 2569

นอกจากนี้ นักเรียนจะมีโอกาส สร้างเครือข่ายเยาวชนในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บทเรียน และแนวปฏิบัติที่ดีในการสร้างความปลอดภัยและความเข้มแข็งต่อภัยสึนามิ

ผู้สนใจ สามารถสมัครได้ที่ลิ้งก์ https://shorturl.at/rIEfr โดยแต่ละโรงเรียนสามารถเสนอชื่อผู้แทนเข้าร่วม ประกอบด้วย ครู 2 คน และนักเรียน 5 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม หมดเขตรับสมัคร: 27 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้แทนการหารือร่วมกับนา...
14/08/2026

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้แทนการหารือร่วมกับนายหยาง โจว (Mr. YANG Zhou) รองผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (Center for Language Education and Cooperation: CLEC) ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม

ในการนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวขอบคุณ CLEC ที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ การจัดส่งอาสาสมัครชาวจีน การสนับสนุนสถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อ โดยกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาทักษะ “3+1” ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน + ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของโลกในอนาคตด้านนายหยาง โจว ได้กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาจีน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือด้านการศึกษาและภาษาจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โดย CLEC ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ AI ในการศึกษา การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ และการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนควบคู่กับการพัฒนาทักษะวิชาชีพ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกรอบความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและ CLEC ให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะการบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับการเรียนการสอนภาษา การพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนทุกช่วงวัยตลอดชีวิต ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการมีงานทำของเยาวชนไทยในอนาคต

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานประสานหลักในการจัดทำ MOU และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับ CLEC โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาจีนการพัฒนาทักษะ AI และการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานในอนาคตต่อไป

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
เขียนโดย หงษ์ฟ้า วีระนพรัตน์
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี

11/08/2026

๑๒ สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการจัดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำแผนพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่...
07/08/2026

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการจัดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำแผนพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศ พ.ศ. 2569–2573 ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานด้านความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า พร้อมวาง “โรดแมป” การขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล

ในการประชุมครั้งนี้ นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม โดยเน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญในการยกระดับการศึกษาไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมนานาชาติ ผ่านการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างเป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจนร่างแผนพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศ พ.ศ. 2569–2573 ได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีการศึกษาระดับนานาชาติ โดยมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ประเด็นสำคัญของร่างแผน ประกอบด้วย

• การขับเคลื่อนการศึกษาในยุคดิจิทัลและ AI ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีของครูและบุคลากรทางการศึกษา

• การยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความต้องการของตลาดแรงงานโลก พร้อมส่งเสริมสมรรถนะด้านภาษาต่างประเทศของผู้เรียน

• การพัฒนาฐานข้อมูลกลางด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดทำแพลตฟอร์มและระบบฐานข้อมูลกลาง
เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการติดตามผลการดำเนินงาน

• การเตรียมกำลังคนสู่อนาคต สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) การศึกษาสีเขียว (Green Education) และการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลกที่มีสมรรถนะรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่พร้อมต่อยอดการพัฒนา ขณะเดียวกัน (ร่าง) แผนฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร โดยกำหนดแนวทางการแสวงหาแหล่งทุนและการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน การจัดทำแผนครั้งนี้ยึดหลักการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้แผนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยฝ่ายเลขานุการจะนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปปรับปรุงร่างแผน และกำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เพื่อพิจารณาร่างแผนฉบับสมบูรณ์ ก่อนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาประกาศใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศของประเทศต่อไป

กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศต่างประเทศ
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ที่อยู่

อาคาร สพฐ 5
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626285646

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. Bureau of International Cooperation, MOEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์