04/03/2016
คุณปิ่นทอง วงษ์สกุล ประธานชุมชนกุฎีจีน
พี่ปิ่น ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวในชุมชน โดยกล่าวถึงสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งในโบสถ์ซางตาครูส นั่นคือ "ระฆังชุดการิยองร์ 16 ใบ" ที่อยู่ด้านบนของวัดซางตาครู้ซ ที่ปัจจุบันเหลืออยู่แค่เพียงสองแห่งในประเทศ คือวัดซางตาครู้ซ และที่วัดแม่พระลูกประคำ(กาลหว่าร์) สำหรับระฆังชุดการิยองร์นั้น จะใช้ตีในเทศกาลสำคัญๆ โดยผู้ที่มีทักษะเฉพาะ เพราะระฆังของที่นี่ยังเป็นแบบโบราณอยู่ ช่วงที่ผ่านมาเคยร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง
จากนั้น พี่ปิ่นก็พูดถึง ขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมเค้กก้อนแรกในประเทศไทย ปัจจุบันเหลือทำอยู่แค่ 3 บ้าน ยังใช้วิธีการแบบดั่งเดิมใช้เตาถ่าน แต่ละวันสั่งลูกค้าสั่งทำไม่ต่ำกว่าวันละหนึ่งพันชิ้น ภายในชุมชนยังมี บ้านทรงไทยวิตอเรีย อายุร้อยกว่าปี เป็นแบบน็อกดาวน์ บ้านคหบดีเก่าที่มาจากเมืองจันทบุรี เป็นเจ้าของบ่อพลอย บ้านหลังนี้ไม่มีตะปู ใช้สลัก และเป็นไม้สักทั้งหลัง ชุมชนแห่งนี้ กำลังจะมีพิพิธภัณฑ์เป็นของชุมชนเอง ให้เป็นเรื่องเล่ารับแขกไปใครมาเยี่ยมชุมชน คาดว่า จะเปิดประมาณเดือนมิถุนายนนี้
ส่วนความเป็นอยู่ของคนในชุมชน พี่ปิ่น เล่าว่า อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เห็นได้จากบ้านเรือนที่ปลูกติดๆ กัน บางบ้านผนังแทบจะเป็นอันเดียวกัน แม้หลายคนอาจมองเป็นชุมชนเล็กๆ อยู่กันแออัด แต่ด้วย จำนวน 263 หลังคาเรือน รวมกว่า 1,800 คน เธอเห็นว่า ชุมชนแห่งนี้ไม่ใช่ชุมชนแออัด แต่เป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบสงบสุข มีการตกลงกันจะสร้างบ้านอย่างไรไม่ทะเลาะกัน คนในชุมชนตกลงกันเอง ที่นี่มีคนนับถือคริสต์ 85% มีอิสลาม 2 ครอบครัว กุฎีจีน หรือกะดีจีน ประกอบด้วยชุมชนเล็กๆ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวัดประยุรวงศ์ ชุมชนบุปผาราม ชุมชนกุฎีขาว และชุมชนโรงคราม ที่ผ่านมา ประธานชุมชนฯ ชี้ว่า แต่ละชุมชนร่วมมือทำงานกันอย่างดี มีการพบปะพูดคุยเดือนละครั้ง มีการเชิญประธานชุมชนร่วมงาน รวมถึงผู้นำศาสนามาร่วมด้วยเกือบทุกครั้ง "ข้อดี ชุมชนของเราเป็นพี่น้องกันมาต้้งแต่แรก รู้จักกันหมด ทำให้การดูแลชุมชนทำได้ง่าย มีหลายโครงการทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เช่น ชุมชนสีขาว ให้รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้อง ที่ผ่านมา เราจะช่วยเหลือตัวเองก่อน ขณะที่คนที่เข้ามาเป็นอาสาสมัคร ก็ไม่ได้มีค่าตอบแทนใดๆ เราทำด้วยใจจริงๆ" พี่ปิ่นกล่าวทิ้งท้าย