ศธ.360 องศา

ศธ.360 องศา กด​ Like​ เพจ​ ​'ศธ.360​ องศา'​ เพื่อติดตามข่าวรัฐมนตรี ผู้บริหาร​ และการศึกษา ช่องทางการสื่อสาร/สื่อ กระทรวงศึกษาธิการ
(2)

ศธ. จัดพิธีประกาศเกียรติคุณผู้เกษียณอายุราชการ ปี 2569 เสมา 1 “ประเสริฐ” ยกย่องเป็นต้นแบบอุทิศตนเพื่อยกระดับการศึกษาชาติ...
07/09/2026

ศธ. จัดพิธีประกาศเกียรติคุณผู้เกษียณอายุราชการ ปี 2569 เสมา 1 “ประเสริฐ” ยกย่องเป็นต้นแบบอุทิศตนเพื่อยกระดับการศึกษาชาติ

กระทรวงศึกษาธิการ – 7 กันยายน 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพร้อมกล่าวแสดงมุทิตาจิตในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้เกษียณอายุราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนกลาง) ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหารฝ่ายการเมือง ผู้บริหารระดับสูง ศธ. ตลอดจนผู้เกษียณอายุราชการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://moe360.blog/2026/09/07/moe-retirement-2569/

📌📌 ภาพมอบใบประกาศเกียรคุณ :
https://drive.google.com/drive/folders/1hxKQWk70qMwysLJo79pzp2uwR89M-nI_?usp=sharing

ภาพเพิ่มเติม :
https://drive.google.com/drive/folders/1wH0XVNKIn_X24eLqFT15lR_B7MM6Iqey?usp=sharing

#มุทิตาจิต #เกษียณอายุราชการ #เสมา1ประเสริฐจันทรรวงทอง #สุเทพแก่งสันเทียะ #กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงศึกษาธิการ จะนำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่มาประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไขในระดับประเทศ เพื่อให้การขับเคลื่อน ...
07/09/2026

กระทรวงศึกษาธิการ จะนำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่มาประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไขในระดับประเทศ เพื่อให้การขับเคลื่อน “All for Education” เกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย

ความตอนหนึ่งของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย “All for Education” มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ควบคู่การลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

https://www.moe.go.th/all-for-education-3/

#โรงเรียนปลอดภัย #นครพนม #เสมา1ประเสริฐจันทรรวงทอง #กระทรวงศึกษาธิการ

06/09/2026

มารู้จักวิธีใช้งาน Traffy EDU ช่องทางรับแจ้งและติดตามปัญหาด้านการศึกษา และส่งต่อการแก้ไขได้ในช่องทางเดียว เข้าใช้งานได้ที่ https://line.me/R/ti/p/

#สถานศึกษาปลอดภัย #การศึกษาไทย #กระทรวงศึกษาธิการ

การศึกษาเป็นกลไกสำคัญ ในการสร้างโอกาสและอนาคตให้กับเด็กและเยาวชน ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันดูแลไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการ...
05/09/2026

การศึกษาเป็นกลไกสำคัญ ในการสร้างโอกาสและอนาคตให้กับเด็กและเยาวชน ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันดูแลไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ภายใต้นโยบาย “โรงเรียนปลอดภัย” เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ความตอนหนึ่งของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย “All for Education” มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ควบคู่การลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

https://www.moe.go.th/โรงเรียนปลอดภัย/

#โรงเรียนปลอดภัย #นครพนม #เสมา1ประเสริฐจันทรรวงทอง #กระทรวงศึกษาธิการ

05/09/2026

🏆สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569

ศธ. เดินหน้าดูแล “ทายาทผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบในชายแดนใต้” จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้รับทุน 285 คน เติมโอกาสทางกา...
05/09/2026

ศธ. เดินหน้าดูแล “ทายาทผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบในชายแดนใต้” จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้รับทุน 285 คน เติมโอกาสทางการศึกษา สร้างพลังสู่อนาคต

ปัตตานี - 4 กันยายน 2569 / กระทรวงศึกษาธิการ โดย ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตามและพัฒนาผู้ได้รับทุนการศึกษารายปีต่อเนื่องของทายาทผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งติดตามผลการศึกษา ดูแลความเป็นอยู่ เสริมสร้างทักษะชีวิต และเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพในอนาคต โดยมีนักเรียน นักศึกษา ครู และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรวม 285 คน ณ ห้องพญาตานี 1 โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

ในการนี้ นายนิกร เซ้งเถียร ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายธนาวุฒิ ตรงนิตย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวรายงานที่มาและวัตถุประสงค์การจัดงาน

นายธนาวุฒิ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและประเมินผลการศึกษา ความประพฤติ และความเป็นอยู่ของผู้ได้รับทุนให้เป็นไปตามเงื่อนไขและเกณฑ์ที่กำหนด ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การเรียนรู้ และการเตรียมความพร้อมสู่อาชีพ รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจ เปิดพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ ตลอดจนให้คำปรึกษาแก่ทายาทผู้ได้รับผลกระทบฯ และสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือระหว่างผู้รับทุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ดูแลรับผิดชอบ

สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นักเรียนและนักศึกษา 194 คน ครู 69 คน พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย คณะทำงาน และวิทยากร รวมทั้งสิ้น 285 คน โดยตลอดการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุน ผ่านกิจกรรม Story Telling “เรื่องเล่าจากพี่...สู่น้อง” และกิจกรรม Workshop เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดประสบการณ์สู่การพัฒนาตนเอง

โอกาสนี้ นายนิกร เซ้งเถียร กล่าวในพิธีเปิดว่า ภารกิจของการจัดกิจกรรมไม่ได้มุ่งเพียงติดตามผลการเรียนและความประพฤติของผู้รับทุนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพ เสริมสร้างทักษะชีวิต และสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการดูแลและเยียวยาเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำกับผู้ได้รับทุนว่า “ทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้ คือ โอกาส” ทั้งโอกาสในการลดภาระของครอบครัว โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และโอกาสในการพัฒนาตนเอง โดยขอให้ผู้รับทุนใช้โอกาสที่ได้รับในการตั้งใจศึกษา ฝึกฝนตนเอง เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ และนำสิ่งที่ได้จากกิจกรรมไปเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวสู่อาชีพและการดำเนินชีวิตในอนาคตอย่างมั่นคง

“ทุนการศึกษา” ไม่ใช่เพียงเงินช่วยเหลือ แต่คือการส่งต่อโอกาสและความหวัง
ทุนการศึกษารายปีต่อเนื่องของทายาทผู้ได้รับผลกระทบฯ เป็นทุนที่กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องตามศักยภาพของตนเอง

ทุนดังกล่าวจัดสรรตามระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 5,000 บาทต่อคนต่อปี ระดับอนุบาลและประถมศึกษา 6,000 บาทต่อคนต่อปี ระดับมัธยมศึกษา 10,000 บาทต่อคนต่อปี การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5,000 บาทต่อคนต่อปี และระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า 20,000 บาทต่อคนต่อปี โดยมุ่งหวังให้ผู้รับทุนพัฒนาความรู้ ทักษะ และศักยภาพของตนเอง เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

การขับเคลื่อนทุนการศึกษาจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย หากแต่เป็นการใช้ “การศึกษา” เป็นกลไกสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวและชุมชน พร้อมส่งต่อ “โอกาส” และ “ความหวัง” ให้เด็กและเยาวชนสามารถเดินหน้าบนเส้นทางการศึกษาอย่างมั่นคง มีเป้าหมายในชีวิต และเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม และจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าว - ภาพ : ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

#ชายแดนใต้ #โอกาสทางการศึกษา #กระทรวงศึกษาธิการ

เสมา 1 “ประเสริฐ” นำทัพผู้บริหาร ศธ. ลุยนครพนม ขับเคลื่อน “All for Education” ครบทุกมิติ สร้างสถานศึกษาปลอดภัย ใช้ AI เพ...
04/09/2026

เสมา 1 “ประเสริฐ” นำทัพผู้บริหาร ศธ. ลุยนครพนม ขับเคลื่อน “All for Education” ครบทุกมิติ สร้างสถานศึกษาปลอดภัย ใช้ AI เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ มุ่งขยายผลทั่วประเทศ

นครพนม – 4 กันยายน 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย “All for Education” มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ควบคู่การลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://moe360.blog/2026/09/04/moe-sema1-nakhonphanom/

ภาพเพิ่มเติม https://drive.google.com/drive/folders/1Nt61mep9GCAb6V6wUKNumB8SrYLGvm_I

#แก้หนี้ครู #สถานศึกษาปลอดภัย #นครพนม #เสมา1ประเสริฐจันทรรวงทอง #กระทรวงศึกษาธิการ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เชิญชวนร่วมงาน “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ” ประจำปี 2569กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ขอเชิ...
04/09/2026

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เชิญชวนร่วมงาน “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ” ประจำปี 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ขอเชิญชวนประชาชนและบุคลากรในสังกัด ร่วมเฉลิมฉลอง “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ” ประจำปี 2569 ในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การรู้หนังสือเพื่อผู้คน โลก และความผาสุกรุ่งเรือง” (Literacy for People, the Planet, and Prosperity) เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ

ปัจจุบัน “การรู้หนังสือ” ไม่ได้จำกัดเพียงการอ่านออกเขียนได้ แต่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพได้ทุกที่ ทุกเวลา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม พร้อมพัฒนาความรู้และทักษะให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

ภายในงานพบกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่น่าสนใจ อาทิ

* ทอล์กโชว์หัวข้อ “การรู้หนังสือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน : เสริมพลังผู้คน ปกป้องโลก และสร้างความผาสุกรุ่งเรือง” โดย “ครูทอม คำไทย” อาจารย์จักรกฤต โยมพยอม ติวเตอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
* พิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่ครู สกร.
* พิธีมอบโล่รางวัลมุมหนังสือดีเด่น
* นิทรรศการจากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ซึ่งสะท้อนการพัฒนาทักษะการรู้หนังสือและการเรียนรู้ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ

ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างอนาคตที่เท่าเทียม ผาสุก และยั่งยืน พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพิธีเปิดงาน “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ” ประจำปี 2569 ในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 10.00–12.00 น. ผ่านทาง Facebook Live: ETV Channel

ศธ. รวมพลัง 5 จังหวัดอีสานตอนบน จัด “Learning City Fest 10” ชูนวัตกรรมการศึกษา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ4 กันยายน 2569 - นายส...
04/09/2026

ศธ. รวมพลัง 5 จังหวัดอีสานตอนบน จัด “Learning City Fest 10” ชูนวัตกรรมการศึกษา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ

4 กันยายน 2569 - นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมวิชาการ “Learning City Fest 10” เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาค 10 ณ โรงแรม The One อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

รองปลัด ศธ. กล่าวว่า “การจัดงานมหกรรมวิชาการ ‘Learning City Fest 10’ เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาค 10 สะท้อนพลังความร่วมมือของบุคลากรทางการศึกษาจาก 5 จังหวัด ที่ร่วมกันพัฒนาการศึกษาเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน โดยแนวคิด ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ (Learning City) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัย ไม่จำกัดเฉพาะในสถานศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้แต่ละจังหวัดแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและองค์ความรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมในระดับภูมิภาค”

รองปลัด ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และรูปแบบการเรียนรู้ การศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ การยกระดับคุณภาพการศึกษาจึงเป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานการศึกษา สถานศึกษา ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ตามแนวทาง ‘All for Education’ ของกระทรวงศึกษาธิการ”

“งาน Learning City Fest 10 จึงไม่ใช่เพียงเวทีจัดแสดงผลงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำเสนอผลงานและนวัตกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และร่วมกันหาแนวทางพัฒนาการศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงเป็นเวทีชื่นชมและเชิดชูเกียรติผู้ที่ทุ่มเทขับเคลื่อนการศึกษา เชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาภาค 10 สู่การเป็น ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ และยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน” รองปลัด ศธ. กล่าว

สำหรับงานมหกรรมวิชาการ "Learning City Fest 10" จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการต่อยอดและขยายผลนวัตกรรมทางการศึกษาของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด (อุดรธานี, เลย, หนองคาย, หนองบัวลำภู และบึงกาฬ) เพื่อถอดบทเรียนและสร้างองค์ความรู้อย่างเป็นระบบในการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น "เมืองแห่งการเรียนรู้" (Learning City) ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างฐานรากการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้นจำนวน 300 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและบุคลากรจากสำนักงานศึกษาธิการภาค 10, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด, ผู้บริหาร, ครู, บุคลากรทางการศึกษา, นักเรียน, นักศึกษา และภาคีเครือข่ายทางการศึกษาจากทุกภาคส่วน

ธรรมนารี ชดช้อย/ ข่าว
สำนักงานศึกษาธิการภาค 10/ ภาพ

#เมืองแห่งการเรียนรู้ #ลดความเหลื่อมล้ำ #การศึกษา #กระทรวงศึกษาธิการ

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการแถลงเรื่อง การจัดการศึกษาแก่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย จากที่มีประเด็นในสังคมออนไลน์ตามที่สังคมตั้งคำถา...
04/09/2026

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ
แถลงเรื่อง การจัดการศึกษาแก่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย จากที่มีประเด็นในสังคมออนไลน์

ตามที่สังคมตั้งคำถามว่า ‘ในวันที่เด็กไทยจำนวนหนึ่งยังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำ คุณภาพการเรียนรู้ และการหลุดออกจากระบบ เหตุใดกระทรวงศึกษาธิการจึงต้องจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยนั้น’ ผมในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการเข้าใจและรับฟังข้อกังวลของประชาชนทุกฝ่ายครับ

[ ผมขอยืนยันเป็นอันดับแรกว่า ‘การดูแลเด็กไทย’ เป็นภารกิจหลักและเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงศึกษาธิการ ]

เรายอมรับว่าระบบการศึกษาไทยยังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขอีกมาก และยังมีเด็กไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องการโอกาสและความช่วยเหลือ กระทรวงฯ จึงเดินหน้าติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบให้กลับมาเรียน ลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส ยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา

เสียงของประชาชนที่เรียกร้องให้กระทรวงฯ ดูแลเด็กไทยให้ดียิ่งขึ้นเป็นเสียงที่มีความหมาย เรามีหน้าที่รับฟัง นำไปสู่การปฏิบัติ และชี้แจงผลการดำเนินงานให้ประชาชนตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ มีหน้าที่บริหารจัดการเด็กที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งต้องพิจารณาตามสถานะ ข้อเท็จจริง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากการศึกษาและการคุ้มครองของรัฐ โดยต้องประเมินผลกระทบและจัดสรรทรัพยากรรองรับอย่างเหมาะสม ไม่ลดทอนสิทธิและโอกาสของเด็กไทย

สำหรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแก่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย แนวทางดังกล่าวไม่ใช่นโยบายใหม่ และไม่ใช่การเปิดรับเด็กจากต่างประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข แต่เป็นการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ตลอดจนกฎหมายไทยและพันธกรณีด้านสิทธิเด็กที่ประเทศไทยเป็นภาคี

เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยมีหลายกลุ่มและมีเงื่อนไขทางกฎหมายแตกต่างกัน ทั้งเด็กไร้สัญชาติที่เกิดหรือเติบโตในประเทศไทย บุตรแรงงานข้ามชาติ เด็กตามแนวชายแดน และเด็กในศูนย์พักพิงผู้หนีภัย จึงไม่ควรนำทุกกลุ่มมาเหมารวมเป็นกรณีเดียวกัน แต่ต้องตรวจสอบและพิจารณาตามสถานะของเด็กแต่ละกลุ่มอย่างรอบคอบ

“…การได้รับการศึกษาไม่ได้ทำให้สถานะด้านสัญชาติหรือการเข้าเมืองเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การเปิดพรมแดน และไม่ใช่การยกเว้นกฎหมายด้านความมั่นคง…” ส่วนรหัส G เป็นรหัสประจำตัวในระบบการศึกษา ใช้บันทึกข้อมูล ติดตามผู้เรียน และบริหารจัดการศึกษา ไม่ใช่เลขประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานรับรองสัญชาติไทย

สำหรับเด็กในศูนย์พักพิงผู้หนีภัย สิทธิในการได้รับการศึกษากับการได้รับอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาแยกกันตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน การกำหนดรูปแบบและสถานที่จัดการศึกษาจึงต้องหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย มีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพราะการนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษายังช่วยให้รัฐมีข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถติดตาม ดูแล และคุ้มครองเด็กได้ดีกว่าการปล่อยให้อยู่นอกระบบ ความมั่นคงจึงไม่ใช่การทำให้เด็กหายไปจากสายตาของรัฐ แต่คือการทำให้รัฐทราบว่าเด็กอยู่ที่ใด มีสถานะอย่างไร และควรได้รับการจัดการภายใต้กฎหมายอย่างไร

กระทรวงศึกษาธิการเคารพทุกคำถามและความคิดเห็นที่แตกต่าง การตั้งคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตไม่ใช่ข่าวปลอม แต่ควรแยกออกจากการผลิต ตัดต่อ หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะข้อมูลที่ทำให้เข้าใจว่า การให้เด็กเรียนเท่ากับการให้สัญชาติ หรือกระทรวงฯ นำสิทธิของเด็กไทยไปมอบให้บุคคลจากต่างประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข

กระทรวงฯ พร้อมเปิดเผยข้อมูลและรับผิดชอบต่อทุกคำชี้แจง พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายตรวจสอบแหล่งที่มา สถานะของเด็ก และบริบททางกฎหมายก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกลายเป็นความขัดแย้ง โดยมีเด็กเป็นผู้ได้รับผลกระทบ และขอยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดูแลเด็กไทยให้ได้รับโอกาสและการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการบริหารจัดการเด็กที่พำนักอยู่ในประเทศไทยตามสถานะและกฎหมายอย่างเป็นระบบ ตรวจสอบได้ และมีทรัพยากรรองรับอย่างเหมาะสม เพราะทั้งสองภารกิจสามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความขัดแย้งระหว่างเด็กกับเด็ก

นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์
โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ
4 กันยายน 2569

#โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ
#กระทรวงศึกษาธิการ
#ข่าวการศึกษา

ที่อยู่

เขตดุสิต
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศธ.360 องศาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์