ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้

ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ ประชาสัมพันธ์สาระน่ารู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
โรคและแมลงป่าไม้ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้ มีหน้าที่ในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และเสนอข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพประกอบด้วย พืช สัตว์ แมลง เห็ดรา ไลเคน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และรูปแบบวิธีการจัดการป่าร่วมกับชุมชนจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทั้งในรูปแบบเอกสารเผยแพร่และระบบฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ กรมป่าไม้ รวมทั้งให้บริการวิชาการทางด้านโรคและแมลงศัตรูพืชป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ และให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้ความรู้และตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพจนี้จะเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนางานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อไป

ภาพทั้งหมดนี้เป็นลิขสิทธิ์ของส่วนความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

03/09/2026

🥥 “เชื้อราในเปลือกมะพร้าว” อาจช่วยย่อยพลาสติก-สารกันแดด
ปัญหาขยะพลาสติกและสารเคมีปนเปื้อนในมหาสมุทร โดยเฉพาะ "ไมโครพลาสติก" และสารเคมีตกค้างจาก "ครีมกันแดด" ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อแนวปะการัง แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามคิดค้นระบบกรองน้ำทะเลมากมาย แต่จุดอ่อนสำคัญคือการจัดการและกำจัดขยะที่ดักจับมาได้อย่างยั่งยืน
Vera Wang นักเรียนมัธยมปลายจากฮาวาย พบว่าวัสดุธรรมชาติใกล้ตัวอย่าง "เปลือกมะพร้าว" ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแต่ใช้ดักจับขยะ แต่ยังสามารถย่อยสลายสารพิษได้ด้วย
ทีมวิจัยพบว่า รูพรุนเล็ก ๆ ในเส้นใยมะพร้าวช่วยให้อากาศและน้ำหมุนเวียนดี เหมาะเป็นบ้านของเชื้อราธรรมชาติ ซึ่งสามารถผลิตเอนไซม์มากัดกร่อนและย่อยสลายไมโครพลาสติก รวมถึงเคมีในครีมกันแดดได้ โดยมีสาร "แทนนิน" ในเปลือกมะพร้าวเป็นตัวเร่งการเติบโต และจากการตรวจ DNA ยังพบว่ามีเชื้อราหลายสายพันธุ์ที่ไม่เคยปรากฏในฐานข้อมูลพันธุกรรมของโลกมาก่อน ซึ่งอาจเป็นเชื้อราสายพันธุ์ใหม่ที่กำจัดมลพิษได้โดยเฉพาะ
เทคโนโลยีทางชีวภาพนี้ช่วยประหยัดต้นทุนและพลังงานในการจัดการขยะพลาสติกได้อย่างมหาศาล เนื่องจากใช้กระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ ที่ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์หรือกระบวนการความร้อนสูงใด ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อย่างเปลือกมะพร้าวที่มีอยู่มากมายในประเทศเขตร้อน เปลี่ยนภาพจำของขยะการเกษตรให้กลายเป็นปราการด่านสำคัญในการกู้คืนความสะอาดให้กับมหาสมุทร
📌 อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในลิงก์ใต้คอมเมนต์ 👇
--------------------------
🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ขยะพลาสติก #ไมโครพลาสติก

02/09/2026

#ด้วงน้ำมันแดงหัวโต (Red blister beetle)
ชื่อวิทยาศาสตร์ 𝘚𝘺𝘯𝘩𝘰𝘳𝘪𝘢 𝘮𝘢𝘹𝘪𝘭𝘭𝘰𝘴𝘢 (Fabricius, 1801) (Coleoptera: Meloidae)

จัดเป็นแมลงอันตรายจากการสัมผัส เนื่องจากภายในลำตัวมีสารแคนทาริดิน (cantharidin) ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน

ถึงจะพบได้ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์มากกว่าในชุมชนเมือง ก็ต้องหมั่นดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น น้องหมา น้องแมว อย่าให้เค้าไปเล่นกับแมลงอันตรายนะครับ

1 กันยายน วันสืบ นาคะเสถียรรำลึกถึง “สืบ นาคะเสถียร” นักอนุรักษ์ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าไทย และสานต่อเ...
01/09/2026

1 กันยายน วันสืบ นาคะเสถียร
รำลึกถึง “สืบ นาคะเสถียร” นักอนุรักษ์ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าไทย และสานต่อเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ผืนป่า สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย 🌳🦌🐘

การจากไปของท่านได้จุดประกายให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความมุ่งมั่นในการดูแลผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

#วันสืบนาคะเสถียร #1กันยายน #สืบนาคะเสถียร #อนุรักษ์ผืนป่า #อนุรักษ์สัตว์ป่า #ความหลากหลายทางชีวภาพ #กรมป่าไม้

🌏 ภายใต้กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป้าหมายที่ 3 ประเทศไทยมุ่งเพิ่มพื้นที่คุ้มครองทั้งบนบก แห...
28/08/2026

🌏 ภายใต้กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป้าหมายที่ 3 ประเทศไทยมุ่งเพิ่มพื้นที่คุ้มครองทั้งบนบก แหล่งน้ำในแผ่นดิน และทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ให้ได้อย่างน้อย 30% ภายในปี ค.ศ. 2030

🌿 ล่าสุด คณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (กอช.) มีมติเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 รับรองพื้นที่ป่านันทนาการ จำนวน 5 แห่ง และป่าชุมชน จำนวน 9 แห่ง เป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) พื้นที่รวม 131.46 ตร.กม. คิดเป็น 0.0256% ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย 🌱

ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.forest.go.th/fbd/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-oecms/

#ความหลากหลายทางชีวภาพ #กรมป่าไม้

27/08/2026

ทำไม Mycorrhiza ถึงช่วยพืชทนแล้ง
ทั้งที่มันสร้างน้ำไม่ได้?
เมื่อพูดถึง Mycorrhiza (ไมคอร์ไรซา) หลายคนคงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่ามัน “ช่วยให้พืชทนแล้งได้” จนกลายเป็นความเชื่อที่บอกต่อกันมา
แต่คำถามที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เชื้อราชนิดนี้ช่วยให้พืชทนแล้งได้อย่างไร?
เพราะในความเป็นจริง ไมคอร์ไรซาไม่สามารถขอฝน หรือเสกน้ำในดินให้เพิ่มขึ้นมาได้ สิ่งที่มันทำได้จริงและทรงพลังมาก คือการช่วยให้พืช “เข้าถึง” และ “ดึงน้ำ” ที่ซ่อนอยู่ในดินมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหากครับ
บทความนี้ IFARM จะพาทุกคนมาเจาะลึกกลไกธรรมชาติเบื้องหลังความสามารถนี้ พร้อมคำตอบว่าทำไมไมคอร์ไรซาจึงกลายเป็น "พันธมิตรคนสำคัญ" ของพืช ในยุคที่เราต้องรับมือกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
1. ภัยแล้งไม่ได้เกิดเพราะขาดฝน... แต่เกิดเพราะรากขาดน้ำ
หลายคนมักเข้าใจว่า ปัญหาภัยแล้งคือเรื่องของ “การไม่มีน้ำในดิน” แต่ถ้ามองผ่านมุมมองของ สรีรวิทยาพืช (Plant Physiology) ปัญหาที่แท้จริงกลับเป็นเรื่องของ “รากพืชไม่สามารถดูดน้ำที่ยังเหลืออยู่ มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ในยามที่ดินเริ่มแห้ง แท้จริงแล้วยังมีน้ำซ่อนอยู่ในรูพรุนขนาดเล็กของชั้นดิน เพียงแต่น้ำเหล่านั้นเคลื่อนตัวเข้าหาผิวรากได้ช้าลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่พืชดูดน้ำขึ้นไปไม่ทันกับปริมาณน้ำที่คายออกทางใบ ผลลัพธ์คือพืชจะเริ่มเกิด ภาวะเครียดจากการขาดน้ำ (Water Stress) ทั้งๆ ที่ในดินยังมีน้ำเหลืออยู่ก็ตาม
ดังนั้น ปริมาณน้ำในดินเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบ... แต่ ความสามารถในการ "เข้าถึง" น้ำที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ต่างหาก คือหัวใจสำคัญของการรอดชีวิตของพืช
2. ไมคอร์ไรซา: "เครือข่ายส่วนขยาย" ที่ช่วยพืชหาแหล่งน้ำได้ไกลกว่าเดิม
เชื้อราไมคอร์ไรซาชนิด AMF (Arbuscular Mycorrhizal Fungi) จะสร้างเส้นใยขนาดจิ๋วที่เรียกว่า Hyphae ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ารากพืชหลายเท่า เส้นใยเหล่านี้สามารถชอนไชและแผ่ขยายออกไปในชั้นดินได้ไกลเกินกว่าที่รากพืชตามธรรมชาติจะแทรกซึมไปถึง
เส้นใยจิ๋วเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือน "เสาอากาศรับน้ำ" หรือระบบรากส่วนขยาย คอยส่องสำรวจชั้นดิน ค้นหาโมเลกุลน้ำที่ซ่อนอยู่ แล้วลำเลียงกลับมาส่งให้ต้นพืช แถมยังช่วยเชื่อมประสานระหว่างเนื้อดินกับผิวราก ทำให้การไหลเวียนของน้ำเข้าสู่ลำต้นเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
งานวิจัยเชิงทบทวนในวารสาร Journal of Experimental Botany สรุปไว้อย่างชัดเจนว่า ไมคอร์ไรซาช่วยเพิ่มศักยภาพการนำน้ำของดิน ขยายรัศมีการดูดน้ำของระบบราก และช่วย ชะลอไม่ให้พืชเข้าสู่ภาวะเครียดจากการขาดน้ำ (Stress Onset) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
พูดง่ายๆ คือ ไมคอร์ไรซาไม่ได้เสกน้ำเพิ่มในดิน... แต่มันช่วยให้พืชดึงน้ำทุกหยดที่มีอยู่ออกมาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุดต่างหากครับ
3. พืช "เครียดช้าลง" ไม่ใช่เพราะประหยัดน้ำ... แต่เพราะดึงน้ำได้เก่งขึ้น
เมื่อพืชมีไมคอร์ไรซาเข้ามาช่วย มันจึงยังคงดูดน้ำได้อย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่ดินเริ่มแห้ง ส่งผลให้กระบวนการเติบโตที่สำคัญไม่หยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็น
✔ การเปิดปากใบ ให้พืชหายใจและรับคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างเป็นปกติ
✔ การสังเคราะห์แสง ที่ยังทำงานได้อย่างราบรื่น
✔ การลำเลียงธาตุอาหาร จากรากขึ้นสู่ลำต้น
✔ การเจริญเติบโต ที่ไม่หยุดชะงักไปทันทีเมื่อเจอแล้ง
ข้อเท็จจริงนี้สอดคล้องกับงานวิจัยวิเคราะห์อภิมาน (Meta-Analysis) โดย Liu และคณะ (2024) ในวารสาร Plant and Soil ซึ่งระบุว่า ภายใต้สภาวะแห้งแล้ง พืชที่มีไมคอร์ไรซาจะสามารถรักษา ระดับน้ำภายในต้น มี ประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Use Efficiency) และ อัตราการสังเคราะห์แสง ที่สูงกว่าพืชทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
พูดง่ายๆ คือ แม้จะมีปริมาณน้ำเท่าเดิม... แต่ไมคอร์ไรซาช่วยให้ระบบภายในของพืชยังคงทำงานได้ตามปกติ แทนที่จะช็อกหรือชะงักไปจากภาวะแล้ง
4. หลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยทั่วโลกยืนยันตรงกัน
ประโยชน์ของไมคอร์ไรซาในการช่วยพืชรับมือภัยแล้ง ไม่ใช่เพียงข้อสมมติฐานหรือผลการทดลองเล็กๆ แค่ไม่กี่ชิ้นนะครับ
งานวิเคราะห์อภิมาน (Meta-Analysis) ที่รวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่จาก 122 งานวิจัย และชุดการทดลองมากถึง 3,534 ชุด ยืนยันชัดเจนว่า ไมคอร์ไรซาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม ไนโตรเจน และ ฟอสฟอรัส พร้อมทั้งส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชในสภาวะแห้งแล้งได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ งานวิจัยรวบรวมข้อมูลระดับโลกอีกหลายฉบับยังให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า เชื้อราชนิดนี้ช่วยบรรเทาความเสียหายจากภัยแล้งได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้าน การเจริญเติบโต อัตราการสังเคราะห์แสง ตลอดจนประสิทธิภาพการดูดน้ำและธาตุอาหาร
แม้ระดับความสำเร็จจะแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช สายพันธุ์เชื้อรา ค่า pH และสภาพดินในแต่ละพื้นที่ แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างมองตรงกันว่า ไมคอร์ไรซาคือกลไกทางธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดชนิดหนึ่ง ในการช่วยให้พืชรอดชีวิตและเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนน้ำ
🟢🔴 IFARM INSIGHT
เมื่อพูดถึงการรับมือภัยแล้ง คนส่วนใหญ่มักโฟกัสไปที่ “การเพิ่มปริมาณน้ำ” ไม่ว่าจะเป็นการขุดสระเก็บน้ำ การขยายระบบชลประทาน หรือการเพิ่มรอบการให้น้ำ ซึ่งนับเป็นแนวทางพื้นฐานที่สำคัญ
ทว่างานวิจัยเกี่ยวกับไมคอร์ไรซากำลังสะท้อนให้เห็นอีกมุมมองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ “การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำที่มีอยู่เดิม” เพราะในความเป็นจริง การจัดการน้ำในแปลงเกษตรอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่คำถามที่ว่า “เรามีน้ำพอไหม?” แต่ควรถามลึกลงไปอีกขั้นว่า “พืชของเราสามารถเข้าถึงน้ำที่มีอยู่นั้นได้ดีแค่ไหน?”
ด้วยเหตุนี้ การรักษาสุขภาพดิน การลดการไถพรวนเพื่อไม่ให้โครงสร้างดินเสียหาย การเติมอินทรียวัตถุอย่างเหมาะสม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของไมคอร์ไรซา จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรับมือภัยแล้งอย่างยั่งยืน เพราะในยามที่น้ำกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากขึ้นทุกวัน... การช่วยให้พืช “ใช้น้ำทุกหยดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด” อาจสำคัญไม่แพ้การพยายามหาน้ำมาเติมให้มากขึ้นเลยครับ
สำหรับสมาชิก IFARM ที่สนใจนำ มาเป็นอีกหนึ่งผู้ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงน้ำของพืช โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนหรือฝนทิ้งช่วง ทาง IFARM มีหัวเชื้อ Mycorrhiza คุณภาพสูงพร้อมให้คำแนะนำในการใช้งานอย่างถูกต้อง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถทัก Inbox เพื่อสอบถามรายละเอียดได้เลยครับ
เขียนและเรียบเรียงโดย IFARM
IFARM
๐ ๐ ๐ → ⏺︎
เสริมสร้าง "ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร"
ขับเคลื่อนคุณค่า สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

🐞แมลงในกลุ่มด้วง (Order Coleoptera) 📍ที่สำรวจพบในพื้นที่ป่าชุมชน ตำบลย่านรี อำเภอสามเงา (พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ตื่...
25/08/2026

🐞แมลงในกลุ่มด้วง (Order Coleoptera)
📍ที่สำรวจพบในพื้นที่ป่าชุมชน ตำบลย่านรี อำเภอสามเงา (พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ตื่น) จังหวัดตาก
🌿
#ความหลากหลายทางชีวภาพ #แมลง #ด้วง

24/08/2026
20/08/2026
🌳"รัง” 𝑃𝑒𝑛𝑡𝑎𝑐𝑚𝑒 𝑠𝑖𝑎𝑚𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠 (Miq.) Kurz 🌿พรรณไม้สำคัญที่พบได้ในป่าเต็งรัง มีลักษณะเด่นทั้งรูปทรงของต้น ใบ ดอก และผล สะท้อน...
18/08/2026

🌳"รัง” 𝑃𝑒𝑛𝑡𝑎𝑐𝑚𝑒 𝑠𝑖𝑎𝑚𝑒𝑛𝑠𝑖𝑠 (Miq.) Kurz 🌿
พรรณไม้สำคัญที่พบได้ในป่าเต็งรัง มีลักษณะเด่นทั้งรูปทรงของต้น ใบ ดอก และผล สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของพรรณไม้ในระบบนิเวศป่าไม้

🌱ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 10–20 เมตร เปลือกหนาแตกเป็นสะเก็ดตามยาว สีเทา หูใบรูปไข่ ยาว 1–2 เซนติเมตร ติดทน ใบรูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 6.5–20 เซนติเมตร ปลายแหลมหรือมน โคนเว้าลึก แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขนสั้นนุ่ม เส้นแขนงใบข้างละ 12–20 เส้น ก้านใบยาว 1.5–4 เซนติเมตร ช่อดอกยาว 5–15 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร มีขนละเอียด ดอกสีขาวครีมหรือเหลืองอ่อน กลีบดอกรูปรี เรียงเวียนพับลง กว้าง 1–1.3 เซนติเมตร ยาว 1.5–2 เซนติเมตร ด้านนอกมีขนละเอียด เกสรเพศผู้ 15 อัน ขนาดไม่เท่ากัน เกลี้ยง รังไข่เกลี้ยง ยอดเกสรเพศเมียจัก 3 พู ปลายมีขนครุย ผลเกลี้ยง รูปรีเกือบกลม ยาว 1.5–2 เซนติเมตร ปลายมีติ่งแหลม ยาว 2–3 มิลลิเมตร ปีกยาว 3 ปีก ยาว 5–9 เซนติเมตร ปีกสั้น 2 ปีก ยาว 3–6 เซนติเมตร ผลอ่อนปีกสีแดง

🌱 ขึ้นตามป่าเต็งรังหรือป่าเต็งรังผสมสนเขา ความสูงถึงประมาณ 1,300 เมตร ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ พบบนเขาหินปูนหรือโขดหินริมทะเล
การกระจายพันธุ์ : พบที่พม่า ภูมิภาคอินโดจีนจนถึงทางตอนบนของคาบสมุทรมลายู ในไทยพบทุกภาค

🖋️ไม้หวงห้ามประเภท ก ไม้หวงห้ามธรรมดา

#ต้นรัง #รัง #ป่าเต็งรัง #พรรณไม้ #ความหลากหลายทางชีวภาพ #พฤกษศาสตร์ #ทรัพยากรป่าไม้

แมลงศัตรูพืช ? 🌿🐛 #ความหลากหลายทางชีวภาพ      #กรมป่าไม้  #แมลงศัตรูพืช
17/08/2026

แมลงศัตรูพืช ? 🌿🐛

#ความหลากหลายทางชีวภาพ #กรมป่าไม้ #แมลงศัตรูพืช

ที่อยู่

Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625792814

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ส่วนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้:

ทางลัด

แชร์