พรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้

เริ่ม! MOU นครพนมโมเดล แก้หนี้-สหกรณ์ครู รวมหนี้ ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% 4 ปี ปลดล็อคผู้กู้เสียชีวิต ทายาท-ผู้ค้ำไม่ต้องชดใ...
04/09/2026

เริ่ม! MOU นครพนมโมเดล แก้หนี้-สหกรณ์ครู
รวมหนี้ ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% 4 ปี ปลดล็อคผู้กู้เสียชีวิต ทายาท-ผู้ค้ำไม่ต้องชดใช้
4 กันยายน 2569 ในการลงพื้นที่จังหวัดนครพนม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี สส. เขต 2 นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายชาญชัย คำจำปา สส. เขต 4 นครพนม เดินทางไปยังโรงเรียนนครพนมวิทยาคม เพื่อเปิด 'ศูนย์พลังสภานักเรียนสร้างโรงเรียนปลอดภัย' พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาจากปัญหาทางการเงินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมัธยมศึกษา จำกัด ความร่วมมือสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ยกระดับคุณภาพชีวิต ยกเป็น ‘นครพนมโมเดล’ ลดดอกเบี้ยจากราว 6.2% ต่อปี เหลือ 3.50% ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 ปี พร้อมคุ้มครองกรณีผู้กู้เสียชีวิต ผู้ค้ำฯและทายาทไม่ต้องชดใช้ ควบคู่กับการผลักดันกฎหมายช่วยเหลือครูที่ประสบปัญหาล้มละลายให้สามารถกลับเข้ารับราชการได้
การลงพื้นที่ ณ โรงเรียนนครพนมวิทยาคม ถือเป็นการลงพื้นที่ในจุดที่ 2 ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้าง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม โดยในการเดินทางยังโรงเรียนนครพนมวิทยาคม นายประเสริฐได้เปิด 'ศูนย์พลังสภานักเรียนสร้างโรงเรียนปลอดภัย' ซึ่งวางกลไกให้นักเรียนเป็นแกนหลักในการดูแลกันเอง (เพื่อนดูแลเพื่อน) จนคว้ารางวัลระดับประเทศ พร้อมมอบหมายให้ใช้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการขยายผลไปยังสภานักเรียนอื่นในจังหวัด เพื่อเชื่อมต่อกับระบบศูนย์พิทักษ์สิทธิ์และ Traffy Edu ตามแนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
นอกจากการจัดตั้งศูนย์ฯ และดำเนินนโยบายด้านความปลอดภัยในโรงเรียนแล้ว นายประเสริฐและคณะ ยังเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาจากปัญหาทางการเงินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมัธยมศึกษา จำกัด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
โดยในการลงนามข้อตกลงในครั้งนี้นายประเสริฐเรียกว่าเป็น ‘นครพนมโมเดล’ คือเป็นก้าวสำคัญของการลดภาระหนี้ครูด้วยการดูแลบรรเทาปัญหาภาระหนี้สหกรณ์ เนื้อสำคัญคือการรวมหนี้และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี โดยปรับลดลงจากอัตราดอกเบี้ยราว 6.2% ต่อปี พร้อมมีเงื่อนไขคุ้มครองทายาทและผู้ค้ำประกัน ควบคู่กับการผลักดันกฎหมายช่วยเหลือครูที่ประสบปัญหาล้มละลายให้สามารถกลับเข้ารับราชการได้
การเปิดการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูหรือ ‘นครพนมโมเดล’ ถือเป็นอีกการดำเนินนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขหนี้สินครูอย่างต่อเนื่อง จากการประกาศความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อลดดอกเบี้ย สู่ความร่วมมือเพื่อลดภาระหนี้สินสหกรณ์ครู โดยนอกจากเป็นการลดภาระหนี้ครูด้วยการลดดอกเบี้ยแล้ว ยังเข้าดูแลแก้ไขปัญหาสำคัญคือปัญหาการค้ำประกัน พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขเพื่อเปิดโอกาสให้ครูที่ประสบปัญหาล้มละลายสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ เป็นการคืนศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิต และแก้ปัญหาหนี้สินครูซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่เรื้อรังและยาวนานของสังคมไทย
#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #มนพรเจริญศรี #ชาญชัยคำจำปา #ศึกษาธิการ #นครพนม #แก้หนี้ครู #นครพนมโมเดล #สกสค #โรงเรียนปลอดภัย

ลุยนครพนม ติดตาม ‘ท้องฟ้าจำลองแห่งใหม่’ สู่แหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาค 4 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าก...
04/09/2026

ลุยนครพนม ติดตาม ‘ท้องฟ้าจำลองแห่งใหม่’
สู่แหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาค
4 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี สส. เขต 2 นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายชาญชัย คำจำปา สส. เขต 4 นครพนม ลงพื้นที่จังหวัดนครพนมเพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย 'All for Education' โดยได้ตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเป็นหอชมดาวศึกษาทางดาราศาสตร์ พัฒนาต่อเนื่องสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ และเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของภูมิภาค
โดยศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม เริ่มจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ด้วยงบประมาณแรกเริ่ม 50 ล้านบาท และในปี 2569 ได้รับงบประมาณ 123 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างเป็นท้องฟ้าจำลองแห่งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จปลายปี 2570 และเพื่อให้ท้องฟ้าจำลองสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้จริง
โดย กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเสนอขอจัดสรรงบประมาณปี 2571 วงเงินประมาณ 309 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อเครื่องฉายดาว ครุภัณฑ์ นิทรรศการ 5 โซนความรู้ (วิทยาศาสตร์พื้นฐาน, พลังงาน, โลกและการค้นพบ, เทคโนโลยีอนาคต และนวัตกรรม) และปรับปรุงอาคาร เพื่อยกระดับให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาค ด้วย
#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #มนพรเจริญศรี #ชาญชัยคำจำปา #ศึกษาธิการ #นครพนม #ท้องฟ้าจำลอง #ศูนย์วิทยาศาสตร์

ลุยขอนแก่น ดูแลโรงเรียนห่างไกลถึงที่ย้ำ ‘ตรวจราชการ’ ต้อง ‘ไปช่วย ไม่ใช่ไปตรวจ’ 4 กันยายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินั...
04/09/2026

ลุยขอนแก่น ดูแลโรงเรียนห่างไกลถึงที่
ย้ำ ‘ตรวจราชการ’ ต้อง ‘ไปช่วย ไม่ใช่ไปตรวจ’
4 กันยายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าติดตามการจัดการศึกษาในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านสวองหนองไผ่ล้อม โรงเรียนพล และโรงเรียนคำแคนวิทยาคม โดยเข้าพบผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน พร้อมลงดูสภาพโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่จริง เพื่อเจาะปัญหาที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการทำงานของครู พร้อมย้ำแนวคิดเปลี่ยนการตรวจราชการจาก 'ไปตรวจโรงเรียน' เป็น 'ไปช่วยโรงเรียน' ลดภาระครู และนำปัญหาที่พบไปสู่การแก้ไขจริง ไม่ใช่แค่รายงานกลับส่วนกลาง
ระหว่างการลงพื้นที่ นายอัครนันท์ได้พูดคุยกับครูและผู้บริหารโรงเรียนถึงปัญหาที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน ทั้งความพร้อมด้านอาคารสถานที่ บุคลากร งบประมาณ และทรัพยากรสำหรับการจัดการเรียนการสอน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากนักเรียนและครูถึงสิ่งที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาสนับสนุน โดยเน้นย้ำว่า ปัญหาของแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน การแก้ไขจึงต้องลงไปเห็นปัญหาจริงและตอบให้ตรงกับบริบทของพื้นที่
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ ‘ไปตรวจโรงเรียน’ เป็นการ ‘ไปช่วยโรงเรียน’ เพราะเป้าหมายของการลงพื้นที่ไม่ใช่การตรวจเอกสารหรือเพิ่มขั้นตอนให้ครู แต่ต้องทำให้เห็นว่าปัญหาอะไรสามารถแก้ได้ทันที ปัญหาใดต้องประสานหน่วยงาน และเรื่องใดต้องผลักดันในระดับนโยบาย
นายอัครนันท์ กล่าวว่า “ไปโรงเรียน เราไม่ได้ไปสร้างภาระ แต่ไปปลดภาระ การตรวจราชการต้องลดพิธีการ ลดขั้นตอน ลดความยุ่งยาก แล้วเอาเวลาและทรัพยากรกลับไปให้ครูได้ทำหน้าที่สอนเด็กอย่างเต็มที่ การตรวจราชการต้องเปลี่ยนจาก ‘ไปตรวจโรงเรียน’ เป็น ‘ไปช่วยโรงเรียน’ ลดปัญหา ต้องแก้ตรงนั้นให้เร็วที่สุด”
และกล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะนำปัญหาที่พบจากสถานศึกษามาแยกเป็นประเด็นเพื่อเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะปัญหาที่กระทบต่อการเรียนการสอนและคุณภาพชีวิตของนักเรียน รวมถึงข้อจำกัดที่ทำให้ครูต้องเสียเวลาไปกับภารกิจนอกเหนือจากการสอน เพื่อให้การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการไปถึงโรงเรียนได้ตรงจุดมากขึ้น
“สิ่งที่เราเห็นจากโรงเรียนต้องไม่จบแค่รายงานกลับส่วนกลาง แต่ต้องนำไปสู่การแก้ปัญหา ถ้าเรื่องไหนแก้ได้ต้องเร่งทำ เรื่องไหนต้องประสานหน่วยงานก็ต้องตามต่อ เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับผลจากระบบการศึกษาคือเด็ก และคนที่อยู่ใกล้เด็กที่สุดคือครู” นายอัครนันท์ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าขับเคลื่อนการลดภาระครู ควบคู่กับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมกับบริบท เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับห้องเรียนมากขึ้น และให้นักเรียนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
#พรรคเพื่อไทย #อัครนันท์กัณณ์กิตตินันท์ #ศึกษาธิการ #ขอนแก่น #ลดภาระครู #โรงเรียนห่างไกล

กระทรวงแรงงาน ผนึกกำลัง 5 สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิง ยกระดับ ‘แรงงานสร้างสรรค์’ เร่งดันสัญญากลาง–มาตรฐานความปลอดภัย ดึงการลง...
04/09/2026

กระทรวงแรงงาน ผนึกกำลัง 5 สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิง ยกระดับ ‘แรงงานสร้างสรรค์’ เร่งดันสัญญากลาง–มาตรฐานความปลอดภัย ดึงการลงทุนกองถ่ายต่างชาติ

4 ก.ย. 2569 นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางยกระดับแรงงานสร้างสรรค์ ร่วมกับ นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช และ นายสุรเกียรติ เทียนทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน

การประชุมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากตัวแทนองค์กรและสมาคมวิชาชีพชั้นนำในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะและกำหนดทิศทางขับเคลื่อนร่วมกัน ได้แก่ นายชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, นางสาวมิณราญาพร สำนองคำ เลขานุการสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, นายวิรัตน์ เฮงคงดี กรรมการสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, นายชยานนท์ อุลิศ นายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมสตูดิโอไทย และ นายธนายุทธ ฐากูรอรรถยา กรรมการสมาคมนักแสดง (ประเทศไทย)

นางสาวบุณยกร เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศที่สร้างรายได้มหาศาล อย่างไรก็ตาม แรงงานในอุตสาหกรรมนี้ยังคงประสบปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนของอาชีพ สวัสดิการ และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันวางกรอบการดำเนินงานเร่งด่วนใน 4 มิติหลัก ดังนี้

1.เร่งรวบรวมและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพเพื่ออัปโหลดขึ้นระบบการเรียนรู้กลาง One Platform ให้แรงงานและผู้สนใจสามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะได้อย่างทั่วถึง

2.วางระบบการเทียบโอนและสะสมชั่วโมงการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อออกใบรับรองมาตรฐานกลางที่ได้รับการยอมรับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานร่วมกับกองถ่ายระดับโลก

3. ผนึกกำลังระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ (สสปท.) เพื่อศึกษาจัดทำมาตรฐานกลางเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงาน ความคุ้มครอง และความปลอดภัยส่วนบุคคล นำไปสู่การจัดทำ "สัญญากลาง" ของอุตสาหกรรมบันเทิง พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการเสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงานสร้างสรรค์ในระยะยาว

4.ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนในการออกแบบหลักสูตรและเกณฑ์ความปลอดภัยเฉพาะทาง เช่น การทำงานในที่สูง การใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรหนักในกองถ่าย เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ

#พรรคเพื่อไทย #บุณยกรดำรงรัตน์ #กฤดิกรวงศ์สว่างพานิช #สุรเกียรติเทียนทอง #แรงงานสร้างสรรค์

04/09/2026

แม้ควันไฟจากโศกนาฏกรรมสถานบันเทิงในประเทศไทยจะมอดไหม้ลงแล้ว แต่หากมองย้อนไปที่เนื้อในของกฎหมายที่ชื่อ ‘พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509’ พบว่ามีหลายประเด็นที่ไม่สอดรับกับยุคสมัยและบริบทเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน

เพื่อไทย Spotlight พูดคุยกับ ‘ขัตติยา สวัสดิผล’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานบันเทิง ในฐานะผู้ยื่นแก้ พ.ร.บ.สถานบริการ

เมื่อโลกที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน กฎหมายที่ล้าหลังควรถูกรีเซ็ตระบบใหม่ เพื่อให้นิยามของสถานบริการ และระบบการกำหนดพื้นที่ (Zoning) สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง รวมถึงการการกระจายอำนาจในการกำกับดูแล เพื่อสกัดปัญหาการใช้ดุลพินิจและการเรียกรับผลประโยชน์

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยSpotlight #สถานบันเทิง #ขัตติยาสวัสดิผล

04/09/2026

ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม. นำทีม พม.อยุธยา หลังได้รับมอบหมาย ให้ลงพื้นที่เยี่ยม 'ยายช้วน' ผู้สูงวัยพับดอกบัวขาย ยืนยัน พม.พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ เพื่อให้มีชีวิตอย่างมั่นคง

#พรรคเพื่อไทย #อยุธยา #ชนกจันทาทอง

‘ชนก จันทาทอง’ ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม. นำทีม พม.อยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุพับดอกบัวขาย ณ ตลาดเจ้าพรหม ติดตามความต้องกา...
04/09/2026

‘ชนก จันทาทอง’ ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม. นำทีม พม.อยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุพับดอกบัวขาย ณ ตลาดเจ้าพรหม ติดตามความต้องการ-หนุนเข้าถึงสิทธิสวัสดิการที่เหมาะสม
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 15.00 น. นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ ณ ตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามแนวทางการช่วยเหลือผู้สูงอายุ วัย 79 ปี กรณีที่มีการนำเสนอข่าวในโลกออนไลน์เกี่ยวกับผู้สูงอายุนั่งพับดอกบัวจำหน่ายเพื่อหารายได้เลี้ยงตนเอง โดยมี พม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่
โอกาสนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม. ได้พูดคุยและสอบถามถึงความเป็นอยู่ ตลอดจนความต้องการด้านสิทธิและสวัสดิการของผู้สูงอายุ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นกำลังใจ และหารือหน่วยงาน พม. ที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการจัดบริการและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ เบื้องต้นทีม พม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะประสานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุในพื้นที่ เพื่อร่วมติดตามและดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ ได้ลงพื้นที่พูดคุยและเสนอแนวทางการคุ้มครองดูแลแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุยืนยันว่าไม่ประสงค์รับการช่วยเหลือหรือเงินบริจาคจากภาครัฐ เนื่องจากยังสามารถประกอบอาชีพและหารายได้เลี้ยงดูตนเองได้ พร้อมระบุความต้องการให้ประชาชนช่วยอุดหนุนดอกบัวที่นำมาจำหน่ายมากกว่า
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกของกระทรวง พม. ในการรับฟังความต้องการของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ พร้อมประสานความร่วมมือในพื้นที่เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และการคุ้มครองที่เหมาะสม โดยเคารพในความต้องการและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ในเฟซบุ๊กไอดี ‘ชนก จันทาทอง’ ได้โพสต์ข้อความถึงการลงพื้นที่เยี่ยมยายช้วนด้วยว่า พม.จะไม่ได้ดูแลแค่เมื่อมีกระแส แต่จะดูแลทุกชีวิตเพื่อให้อยู่ได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี โดยมีใจความดังนี้
“จากเรื่องราว ‘ยายช้วน’ ในโลกโซเชียล สู่การลงพื้นที่ดูแลทันที
จากกระแสในโลกโซเชียลเรื่อง “ยายช้วน” สู้ชีวิต พับดอกบัวขายที่ตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยความห่วงใย #รมวป๊อป มอบหมายให้มดลงพื้นที่ทันที เพื่อติดตามและส่งมอบความช่วยเหลือให้คุณยาย
ก่อนลงพื้นที่ มดได้ประชุมร่วมกับรองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ พม.จ.พระนครศรีอยุธยา ผอ.บ้านวาสนะเวศน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบการดูแลคุณยายที่ผ่านมา รวมถึงวางแนวทางช่วยเหลือทั้งระยะปัจจุบัน ระยะกลาง และระยะยาว
เมื่อได้พูดคุยกับคุณยาย มดประทับใจมากค่ะ คุณยายเป็นคนที่มีทัศนคติในการใช้ชีวิตดีมาก เป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิตที่ยังอยากทำงาน ค้าขาย และดูแลตัวเองกับครอบครัวให้ได้มากที่สุด พร้อมกันนี้เราได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ขอให้พี่น้องประชาชนอุ่นใจนะคะ คุณยายเป็นที่รักของคนในพื้นที่ ทั้งชุมชน เทศบาล และ อพม. ต่างช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด
ส่วนในระยะยาว หากวันหนึ่งคุณยายมีความประสงค์จะเข้าสถานดูแล พม. พร้อมรับคุณยายเข้าสู่บ้านวาสนะเวศน์ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ
เราไม่เพียงช่วยเมื่อเกิดกระแส แต่ต้องดูแลต่อเนื่องให้คนหนึ่งคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี”
#พรรคเพื่อไทย #นิกรโสมกลาง #ชนกจันทาทอง #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

‘สส.จักรภพ’ แนะเปิดใจยอมรับ ร่วมกันถกเถียงทางประวัติศาสตร์ แก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนใต้ ชี้ที่ผ่านมาใช้ทรัพยากรมากมาย แต...
04/09/2026

‘สส.จักรภพ’ แนะเปิดใจยอมรับ ร่วมกันถกเถียงทางประวัติศาสตร์ แก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนใต้ ชี้ที่ผ่านมาใช้ทรัพยากรมากมาย แต่ยังแก้ปัญหาไม่ได้

วันที่ 3 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และส่งเสริมการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายจักรภพ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 23 ปี ใช้งบประมาณกว่า 600,000 ล้านบาท เกือบ 8,000 ชีวิต ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความพิเศษในตัว เนื่องจากมีตัวแสดงให้ความสนใจมากขึ้น จนถึงให้ความนับถือเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ความพอดีจึงเป็นกรอบสำคัญในการมองตั้งแต่ต้น สิ่งที่รัฐบาลควรระวังเป็นพิศษ ให้ปัญหาความไม่สงบฯ เป็นปัญหาในประเทศไทย ต้องใช้แนวคิดในการจำกัดวง เพื่อไม่ให้มีมิติของเรื่องระหว่างประเทศมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดคือผลประโยชน์ของปัญหา เราไม่สามารถใช้วิธีการเดิม เพื่อแก้ปัญหาเดิม โดยหวังให้เกิดผลใหม่ ต้องมีการประเมินว่ามีการลงทุนแก้ไขปัญหาขนาดนี้ ใช้ทรัพยากรของรัฐมากมายขนาดนี้ แต่ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ หมายความว่าต้องมีอุปสรรคขัดขวางอย่างอื่น ที่ไม่ได้นำมาวิเคราะห์ร่วมด้วยหรือไม่ แล้วใครได้ประโยชน์จากปัญหาที่ยืดเยื้อนี้

นายจักรภพ กล่าวว่า ตนได้ยินสิ่งที่เรียกว่าเถื่อน ได้แก่ คนเถื่อน ของเถื่อน น้ำมันเถื่อน ยาเสพติด และสิ่งเถื่อนอื่นๆ หลายคนมีความเชื่อว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น มาจากประวัติศาสตร์และชาตินิยม มาเป็นข้ออำพรางในการรักษาพฤติกรรมความผิดไปจากกฎหมายของประเทศไทย กลายเป็นหน้ากากที่คอยอำพราง ผลประโยชน์ที่เกิดจากปัญหาที่ยือเยื้อ กลายเป็นการรักษาให้ปัญหาดำรงอยู่ต่อไป

ได้มีการส่องกล้องเข้าไปดู คนที่มาแอบใช้ประโยชน์ มาหุ้มปัญหาที่มีอยู่ โดยกลายเป็นตัวแสดงที่อยู่ภายนอกหรือภายใน เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากปัญหาอันต่อเนื่อง หลายคนใส่งบประมาณเข้าไปในผลประโยชน์ที่เกิดจากปัญหาเช่นเดียวกัน เรารู้อยู่แก่ใจว่าปัญหาที่เราแก้ไม่ได้สักที ต้องตั้งสมมติฐานว่าเพราะไม่อยากแก้หรือไม่ ตนหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

นายจักรภพ กล่าวว่า ตนอยากเห็นว่ารัฐบาลให้ความสนใจการศึกษาในระดับประถม มัธยม อุดมศึกษา ไม่ใช้ให้ความรู้ความเข้าใจเท่านั้น แต่ยังใช้ในกระบวนการตัดวงจรเพื่อไม่ให้คนบางส่วนเข้าสู่กลุ่มผิดกฎหมาย หรือท้าทายอำนาจของรัฐไทย ขณะเดียวกันเป็นการเปิดโอกาสถกเถียงทางประวัติศาสตร์ อะไรเคยเป็นความจริงต้องนำมาพูดกันได้ ไม่ให้ต่างคนต่างพูดประวัติศาสตร์คนละด้าน แล้วหยิบมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองคนละแบบ เพื่อจะทำให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป เราต้องมีการพูดคุยประวัติศาสตร์ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้ยอมรับสิ่งที่เป็นไปในเวลาต่อมา เพราะไม่มีรัฐไหนจะสามารถดำรงอยู่ได้ ถ้าหากทุกคนอ้างประวัติศาสตร์ตามที่ตนเองเห็นชอบ เพื่อมาให้ตอบโจทย์ทางด้านการเมือง

#เพื่อไทย #จักรภพเพ็ญแข #สันติภาพชายแดนใต้

20 ปีพิสูจน์แล้ว ‘ปราบให้สิ้นซาก’ ไม่ใช่คำตอบ! แนะรัฐบาลตั้งหลักศึกษาใหม่ ‘ทำไมยุทธศาสตร์ดี แต่ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ’  พ...
03/09/2026

20 ปีพิสูจน์แล้ว ‘ปราบให้สิ้นซาก’ ไม่ใช่คำตอบ! แนะรัฐบาลตั้งหลักศึกษาใหม่ ‘ทำไมยุทธศาสตร์ดี แต่ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ’ พร้อมชง Quick Win ความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี-กระบวนการยุติธรรม]
วันที่ 3กันยายน 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและส่งเสริมการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายจาตุรนต์ระบุว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการชุดที่ตนเป็นประธานที่ผ่านมา ใช้เวลา 2 ปีศึกษาเรื่องนี้ ผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน 36 เวที จนได้ข้อเสนอถึง 34 ข้อ ยืนยันว่าผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์กับฝ่ายบริหารในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้
[กวาดล้างให้สิ้นซาก: เคยใช้มาแล้ว 20 กว่าปี แต่ไฟใต้ยังไม่มอด]
นายจาตุรนต์กล่าวว่าเหตุการณ์ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเกิดขึ้น 75 จุดใน 4 จังหวัด จนถึงขั้นประกาศเคอร์ฟิว ทำให้มีการแสดงความเห็นในทางนโยบายที่แตกต่างกันอย่างมาก นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่ปิดประตูเจรจา บางส่วนอยากให้ส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพ ขณะที่ฝ่ายด้านความมั่นคงบางส่วนเน้นไปที่การปราบปราม
นายจาตุรนต์กล่าวว่า ย้อนไป 22 ปีก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่ สิ่งที่ตามมาคือการใช้กำลังปราบปรามอย่างเด็ดขาดให้สิ้นซาก สถาปนา กอ.รมน.ที่เข้มแข็งขึ้น รวมถึงส่งกำลังทหารจำนวนมากจากกองทัพภาคอื่นที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่และวัฒนธรรมลงไปในพื้นที่ จนถึงปัจจุบันพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงถึง 3 ฉบับพร้อมกัน คือ กฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งแม้จะมีความจำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ แต่ก็สร้างปัญหาตามมาเช่นกัน
[20 ปี งบเกือบ 6 แสนล้าน แต่ยิ่งปราบยิ่งไม่เป็นธรรม]
นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ 6 แสนล้านบาท มีผู้เสียชีวิตกว่า 7,700 ราย ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกศาสนา ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม ถูกกดทับสิทธิเสรีภาพ และมีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่เศรษฐกิจในพื้นที่ยังคงล้าหลังที่สุดในประเทศ รายได้ต่อหัวยังต่ำที่สุดเช่นเดียวกับเมื่อ 20 ปีก่อน และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็ยังต่ำที่สุดในประเทศเช่นกัน
[ยุทธศาสตร์ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ แต่ปฏิบัติจริงไปคนละทาง]
นายจาตุรนต์กล่าวว่า เมื่อไล่ดูยุทธศาสตร์ของรัฐบาลแต่ละยุคส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน เริ่มจากยุทธศาสตร์ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์พระราชทานที่มีมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ต่อมามีแนวคิด "การเมืองนำการทหาร" มีนโยบายที่คำนึงถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ต่อมาในปี 2556 เริ่มมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพและในระยะหลังนโยบายบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เริ่มยอมรับหลักการสากลเรื่องสิทธิมนุษยชน การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการไม่เลือกปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม นายจาตุรนต์ตั้งคำถามว่า เหตุใดยุทธศาสตร์และนโยบายที่ดีเหล่านี้จึงไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยชี้ว่าปัญหาอยู่ที่โครงสร้างการบริหาร แม้นโยบายจะถูกกำหนดจากระดับสภาความมั่นคงและมีหลายองค์กรร่วมคิด แต่เมื่อถึงขั้นนำไปปฏิบัติจริง อำนาจกลับไปอยู่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงซึ่งถือกฎหมายพิเศษ 3 ฉบับเป็นหลัก และไม่เชื่อมโยงกับระดับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่วางไว้
[เสนอ Big Quick Win 2 เรื่องเร่งด่วน]
นายจาตุรนต์เสนอว่าจากข้อเสนอ 34 ข้อ หากจะทำสิ่งที่เห็นผลเร็ว (Quick Win) มี 2 เรื่องที่ต้องรีบทำ เรื่องแรกคือความปลอดภัย โดยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าการเจรจาหรือความขัดแย้งทางการเมืองและวัฒนธรรมจะเป็นอย่างไร ประชาชนในพื้นที่ต้องมีความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน เรื่องที่สองคือกระบวนการยุติธรรมต้องรีบแก้ไข โดยนำกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพิสูจน์พยานหลักฐาน เพื่อไม่ให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ต่างเชื่อไปคนละทางโดยไม่มีข้อพิสูจน์
นายจาตุรนต์ระบุว่า ต้องการให้สภาแห่งนี้และรัฐบาลตั้งหลักใหม่ ไม่ปล่อยให้แก้ไขกันไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า และย้ำว่าหากยังคิดแก้ปัญหาด้วยการปราบปรามให้สิ้นซากเพียงอย่างเดียว จะไม่มีทางแก้ปัญหานี้ได้ เพราะ 20 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์มาแล้วว่าทิศทางดังกล่าวแก้ปัญหาไม่ได้

นายจาตุรนต์กล่าวปิดท้ายว่า ทุกฝ่ายทั้งสภาและรัฐบาลต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ได้รับความยุติธรรม ได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง โดยรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมเป็นเจ้าของประเทศนี้เช่นเดียวกับประชาชนทุกคน หากทำได้เช่นนี้ ประชาชนในพื้นที่จะร่วมมือกับภาครัฐและประชาชนทั้งประเทศในการแก้ปัญหาความไม่สงบ และนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด
#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #ปัญหาไฟใต้ #ประชุมสภา

03/09/2026

'จาตุรนต์ ฉายแสง’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ แนะรัฐบาลตั้งหลักศึกษาใหม่ ทำไมยุทธศาสตร์ดีแต่ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมชง 2 เรื่องด่วน ยกระดับความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี และเร่งแก้กระบวนการยุติธรรม

#พรรคเพื่อไทย #ชายแดนใต้ #จาตุรนต์ฉายแสง

ที่อยู่

สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรรคเพื่อไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์