โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา

  • Home
  • โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา

โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา, .

“วันที่ธรรมดา ในช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดา”ก่อนถึงวันทำกิจกรรม ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาเรานั่งคิด นั่งออกแบบกิจกรร...
02/04/2026

“วันที่ธรรมดา ในช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดา”

ก่อนถึงวันทำกิจกรรม ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา
เรานั่งคิด นั่งออกแบบกิจกรรมนี้ด้วยความตั้งใจ
ทบทวนซ้ำไปซ้ำมา ปรับคำถาม เปลี่ยนวิธีนำเสนอเล็ก ๆ น้อย ๆ
เพราะอยากให้มันไม่ใช่แค่ “กิจกรรมทั่วไป”
แต่อยากให้มันเป็นพื้นที่เล็ก ๆ
ที่ผู้ป่วยจะได้หยุดมองตัวเอง…และเห็น “คุณค่า” ที่อาจหลงลืมไป

กิจกรรม “ฉันทำได้ดี” จึงค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้น
จากความเชื่อเล็ก ๆ ในใจว่า
แท้จริงแล้ว…ทุกคนต่างมีจุดแข็งของตัวเอง เพียงแค่บางครั้ง ยังไม่เคยมีโอกาสได้มองเห็นมันเท่านั้น
แต่เมื่อกิจกรรมเริ่มต้นขึ้น เรานำหัวข้อ”สิ่งที่ฉันทำได้ดี”ที่ถูกพิมพ์ลงไป บนกระดาษเอสี่ แล้วนำไปแปะผนัง เพื่อให้ทุกคนรวบรวมกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆ ที่ผ่านการเขียนสิ่งที่ “ฉันทำได้ดี” “มีคนเคยชมฉันในเรื่องนี้” ลงไป แล้วนำมาแปะรวมกัน

ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือ
สายตาของทุกคนจดจ่อ
มือที่ค่อย ๆ จับปากกา
เขียนกระดาษลงไปอย่างตั้งใจ
บางคนเริ่มเขียนทันทีโดยไม่ลังเล
เหมือนมีคำตอบอยู่ในใจมานานแล้ว

บางคนค่อย ๆ วาดทีละเส้น
ราวกับกำลังถ่ายทอดบางสิ่งที่ลึกเกินคำพูด
และสิ่งที่ทำให้เรายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวคือ
“ความกล้า” ที่ค่อย ๆ ส่งต่อกันในกลุ่ม

เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มเขียน เริ่มเล่า
เริ่มเปิดเผยตัวเองเล็ก ๆ แล้วนำกระดาษไปแปะ
มันเหมือนเป็นสัญญาณบางอย่าง
ที่ทำให้คนอื่น ๆ ค่อย ๆ เปิดใจตาม แล้วทยอยลุกจากเก้าอี้ไปแปะที่ผนัง
บรรยากาศที่เราเคยกลัวว่าจะเงียบ
กลับกลายเป็นความเงียบที่ “เต็มไปด้วยความหมาย” และค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วห้อง

ช่วงหนึ่งของกิจกรรม
คือช่วงที่ทำให้เราประทับใจที่สุด
เราได้เห็น “ความสามารถ” ที่ซ่อนอยู่
มีผู้ป่วยคนหนึ่ง เขียนตัวหนังสืออย่างบรรจง
ลายมือสวย เป็นระเบียบ เรียงเต็มบรรทัดอย่างตั้งใจ
ทุกตัวอักษรเหมือนถูกใส่ใจลงไปทีละนิด เขาเขียนว่า
“ขับรถเก่ง กินเก่ง นอนเก่ง”
ประโยคสั้น ๆ ที่ดูธรรมดา
แต่กลับทำให้เรายิ้มออกมา
เพราะมันเต็มไปด้วย “การยอมรับตัวเอง” อย่างเรียบง่ายและจริงใจ

อีกคนหนึ่ง
วาดรูปตัวการ์ตูนที่ยืนอยู่บนอวกาศ ที่มีข้อความถูกเขียนเพิ่มว่า "วาดรูปเก่ง"
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถูกเติมเต็ม ตัวลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความคิดสร้างสรรค์

เมื่อได้ฟังเรื่องราว
เขาเล่าว่าเคยนำความสามารถนี้ไปทำ “สติกเกอร์ไลน์ขาย”
ในวินาทีนั้น เรารู้สึกได้ทันทีว่า
“ผู้ป่วย” พวกเขาไม่ใช่แค่ผู้รับการดูแล แต่คือคนที่มีความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ มีเรื่องราว และมีตัวตนที่น่าค้นหา
ยิ่งไปกว่านั้น
หลายคนที่ตอนแรกดูเงียบ ๆ
กลับกลายเป็นคนที่คุยเก่ง ยิ้มง่าย และเป็นกันเอง โดยเฉพาะความกล้าที่ค่อย ๆ เติบโตในกลุ่ม ด้วยรอยยิ้มและสายตาที่เปิดรับกัน
มันจึงกลายเป็นวันที่งดงามเกินกว่าที่เราคาดไว้ และยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขารู้คุณค่าในตนเอง

นางสาวอโณชา จันทรบุตร
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักศึกษาฝึกงานโครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา

01/04/2026

“โจซี่” กับห้องเรียนสองวัย เติมรอยยิ้มให้ผู้สูงอายุ 🤍
เด็กหญิง “โจซี่” เรียนอยู่ในโรงเรียนที่เชื่อมกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยความจำเสื่อม โดยเด็กๆ จะได้เข้าไปใช้เวลาร่วมกับคุณตาคุณยายในทุกวัน

กิจกรรมเล็กๆ อย่างการพูดคุยและเล่นร่วมกัน กลายเป็นการเรียนรู้ระหว่างวัย ที่ช่วยสร้างทั้งความผูกพันและพลังใจให้กันและกัน

ผู้ปกครองเผยว่า การได้เห็นลูกสาวนำความสุขไปสู่ผู้สูงอายุ และเติบโตผ่านความสัมพันธ์เหล่านี้ คือของขวัญที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ใช่เป็นเพียงการใช้เวลาร่วมกัน แต่เป็นการเรียนรู้และเติมเต็มซึ่งกันและกัน

เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องความเข้าใจและความอ่อนโยนขณะที่ผู้สูงอายุเองก็ได้รับทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังใจกลับคืนมา

ทุกวันอังคารตอนช่วงบ่ายโมง เรามีนัดกันที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าที่วอร์ดผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมีย วันนี้เราชวนเด็ก ๆ จำแลงตัว...
27/03/2026

ทุกวันอังคารตอนช่วงบ่ายโมง
เรามีนัดกันที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ที่วอร์ดผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมีย
วันนี้เราชวนเด็ก ๆ จำแลงตัวเองเป็นเหล่าแฟรี่ตัวน้อย
รวมพลังกันร่ายมนต์แปลงโฉมกล่องนมที่เป็นวัสดุเหลือใช้
ให้กลายเป็นที่ใส่ดินสอสุดสร้างสรรค์
เหล่าแฟรี่ของเราพากันร่ายเวทมนต์ รังสรรค์ออกมา
กลายเป็นผึ้งและหอยทากสุดฟรุ้งฟริ้ง

ภายในห้องสี่เหลี่ยม ที่รายล้อมไปด้วยเก้าอี้หลากสี
บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับทำสิ่งประดิษฐ์
วันนี้เป็นวันพิเศษ เราเตรียมตุ๊กตามาสองตัว
นำมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ
เพื่อเป็นของรางวัลสำหรับกิจกรรมถัดไป
เริ่มเล่นเกมที่ทุกคนมีความคุ้นชิน กติกาเข้าใจง่าย
ไม่ซับซ้อน นั่นก็คือเกม “บิงโก”
บรรยากาศภายในห้องเงียบลง
ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านผิวหนัง
ตอนนี้มีเพียงเสียงขยับดินสอ มือน้อยค่อย ๆ บรรจง
เขียนตัวเลข 1 ถึง 40 สลับกันไปมาสามตารางอย่างตั้งใจ
บางคนก้มหน้าจดจ่อกับกระดาษตรงหน้า
บางคนเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสลับไปมา
ก่อนจะกลับไปจดจ่อกับตารางของตนเอง
จนกระทั่งถึงเวลาแห่งการรอคอย
วงล้อค่อย ๆ หมุนตัวเลขออกมาทีละตัว
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่วงล้อ
สลับกับก้มไปมองหาตัวเลขของตัวเองในกระดาษ
ทันที่ที่มีการขานตัวเลข เสียงพูดคุย
และเสียงแห่งความตื่นเต้นดังขึ้นทั่วทั้งห้อง
บรรยากาศที่เงียบเต็มไปตอนนี้
ถูกแทนที่ไปด้วยความคึกคัก
จนบางคนตื่นเต้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้

ตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เด็กแต่ละคนต้องใช้เวลาโฟกัสกับตัวเอง
การเล่นเกมบิงโก เปรียบเสมือนพื้นที่ ให้พวกเขาได้มีช่วงเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน กับเพื่อนคนอื่น ๆ ในขณะเดียวกันก็ยังได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม และทักษะทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเคารพ กฎกติกา การรู้แพ้ รู้ชนะ รวมถึงการยอมรับความผิดหวังประสบการณ์เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ ที่จะช่วยให้ เด็ก ๆ โอบกอดทุกความรู้สึกของตัวเอง เพื่อเข้าใจตนเอง และผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

นางสาว นัยนา เอกกันหา
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักศึกษาฝึกงานโครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา

“เรื่องเล่าจากโต๊ะเรียนของสายรุ้ง”ในบ้านไม้หลังหนึ่ง ที่มีโต๊ะญี่ปุ่นตัวยาวตั้งอยู่เพื่อวางแบบฝึกหัด ดินสอ และยางลบเอาไว...
16/03/2026

“เรื่องเล่าจากโต๊ะเรียนของสายรุ้ง”

ในบ้านไม้หลังหนึ่ง ที่มีโต๊ะญี่ปุ่นตัวยาวตั้งอยู่เพื่อวางแบบฝึกหัด ดินสอ และยางลบเอาไว้เรียบร้อย เด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าเรา น้องมีชื่อว่าชื่อว่า “สายรุ้ง”

เราได้ถูกมอบหมายให้ดูแลน้องและออกแบบฝึกหัด เพื่อส่งเสริมพัฒนาการน้อง ครั้งแรกที่เราได้พบกัน การนั่งทำแบบฝึกหัดดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับน้องไม่น้อย สายรุ้งนั่งได้เพียงไม่นานก็เริ่มขยับตัว ลุกขึ้นเดินบ้าง มองไปรอบห้องบ้าง และบางครั้งก็พูดสั้น ๆ ว่า
“ไม่เอา ไม่อยากทำ”

ในตอนนั้นสิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การทำแบบฝึกหัดให้เสร็จ แต่เป็นการค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคย ชวนพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ให้กำลังใจน้องทีละเล็กทีละน้อย และให้ของขวัญเป็นรางวัล ซึ่งบางครั้งก็เพียงแค่นั่งคุย เล่น หรือหัวเราะด้วยกัน ก่อนจะค่อย ๆ ชวนน้องกลับมาจับดินสออีกครั้ง โดยกระบวนการจะค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้เสมอ

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เมื่อได้กลับมาเจอกับสายรุ้งอีกครั้ง ภาพตรงหน้ากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย น้องยังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม แต่ครั้งนี้สายรุ้งสามารถนั่งทำแบบฝึกหัดได้นานขึ้น ดวงตาที่เคยมองไปรอบห้อง เริ่มจดจ่ออยู่กับกระดาษตรงหน้า

แม้ว่าบางข้อ โดยเฉพาะการบวกเลข หรือการลากเส้นที่มีความซับซ้อนมากกว่าปกติ จะยังเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับน้อง แต่สายรุ้งก็ยังพยายามฟังคำอธิบาย และค่อย ๆ ทำตามขั้นตอนที่เราชวนคิดไปด้วยกัน รวมถึงการลองผิดลองถูก พัฒนาการเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งที่กำลังพยายามเรียนรู้ มันคือก้าวสำคัญของความพยายาม

ช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้เราได้ตระหนักว่า บทบาทของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กไม่ได้มีเพียงการเป็น “ผู้สอน” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นเพื่อนเล่น เพื่อนพูดคุย และผู้ที่คอยนั่งอยู่ข้าง ๆ ในช่วงเวลาที่เด็กกำลังพยายามก้าวผ่านความยากของการเรียนรู้

บางครั้งการพัฒนาไม่ได้เกิดขึ้นจากบทเรียนที่ยากขึ้น แต่อาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความอดทน และกำลังใจ

และในวันนั้น
ก้าวเล็ก ๆ ของสายรุ้ง
ก็ทำให้เราเห็นว่า การเรียนรู้ของเด็กคนหนึ่งสามารถเติบโตขึ้นได้ เมื่อมีใครสักคนจับมือเคียงข้างกัน

นางสาวอโณชา จันทรบุตร
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักศึกษาฝึกงานโครงการโรงพยาบาลมีสุข

จาก “แมวจรจัดบนท้องถนน”สู่ตำแหน่งพนักงานสร้างกำลังใจในบริษัท 🐾ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเพียงแมวส้มตัวเล็กๆ ที่หิวโหยและใช้ชีว...
12/03/2026

จาก “แมวจรจัดบนท้องถนน”
สู่ตำแหน่งพนักงานสร้างกำลังใจในบริษัท 🐾

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเพียงแมวส้มตัวเล็กๆ ที่หิวโหยและใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวอยู่ข้างถนน จนกระทั่งบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโกตัดสินใจช่วยเหลือและรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม
พวกเขาตั้งชื่อให้เจ้าส้มว่า Engineer Miauricio หรือ เหมียวริซิโอ พร้อมตำแหน่ง “ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนทางอารมณ์” มีหน้าที่ยิ้มให้เพื่อนร่วมงานและร้องเหมียวๆ เพื่อทำให้คนที่ทำงานรู้สึกดีขึ้น 🐱

เรื่องราวของแมวตัวเล็กๆ ตัวนี้แสดงให้เห็นว่า ความสุขอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเรา❤️🐈

Before he had a title, he was just another little orange cat on the streets — hungry, scared, and invisible to most of the world. 🐾

Then a Mexican company did something simple… but powerful. They didn’t just rescue him — they welcomed him. They gave him a name: Engineer Miauricio. And a job: Director of Emotional Support.

Now, instead of dodging danger, he spends his days doing what he does best — reminding stressed workers to breathe, to smile, to feel seen. Every soft meow, every tiny paw on a desk became proof that kindness changes lives… even the smallest ones.

In a world that moves fast and forgets the gentle, this little cat became a symbol of something bigger:
That compassion is leadership.
That love is a qualification.
And that sometimes the best coworker is the one who simply shows up with a warm heart. ❤️🐈

From the streets to the office — Miauricio didn’t just find a job. He found a family.

เมื่อไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มีจริงไหม ‘น้องพิม’ เด็กป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย จึงเอ่ยปากถึงความฝัน ‘อยากไปชะอำ’ เด็กหญิงอายุ 15 ใน...
12/03/2026

เมื่อไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มีจริงไหม ‘น้องพิม’ เด็กป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย จึงเอ่ยปากถึงความฝัน ‘อยากไปชะอำ’ เด็กหญิงอายุ 15 ในชุดโรงพยาบาลพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
เกือบ 7 เดือนเต็ม ที่น้องพิมต้องให้คีโมต่อเนื่องเพื่อรักษามะเร็งโพรงจมูก จนเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วทีมแพทย์วินิจฉัยและลงความเห็นให้ครอบครัวทำใจ น้องพิมอาจอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน
“น้องพิมตรวจเจอมะเร็งตอนอายุ 14 อาการแรกๆ น้องจะปวดหัวมากตลอดเวลา ไปหาหมอก็ได้ยาตามอาการ จนระยะนึงน้องเริ่มลิ้นบวมพูดไม่ชัด คราวนี้หมอส่งตรวจหูคอจมูกแล้วเรียกเรากับแม่เข้าไปคุย หมอบอกว่าน้องพิมตรวจเจอก้อนเนื้อมะเร็งนะ เป็นระยะที่ 4 ระยะประคับประคอง ต้องให้คีโม
“ให้คีโมครั้งแรก พฤษภาคม 2568 พากันนั่งรถไฟจากสถานีบ้านโป่งไปลงกรุงเทพอภิวัฒน์แล้วต่อแท็กซี่ไปโรงพยาบาล ตอนนั้นทั้งบ้านเราไม่เคยเข้ากรุงเทพกันมาก่อน แต่ก็สู้กันไปเพราะคิดว่ารักษาแล้วมันจะหาย อย่างน้อยให้คีโมแล้วก้อนเนื้อมันต้องหมด ช่วงแรกน้องพิมก็ถาม ว่าหนูจะเป็นอะไรไหม เราก็บอกน้องไปว่าให้ยารักษาเดี๋ยวก็หาย แต่ยาบางตัวมันก็แรง น้องซูบลงเรื่อยๆ เรารู้สึกใจหายมาก จากเด็กน้ำหนัก 80 กว่า ตอนนี้เหลืออยู่ 34
“เรากับน้องโตมาด้วยกันมีอะไรเขาจะเปิดใจคุยกับเราตลอด มีวันนึงเขาบอกเราว่า ‘ร่างกายหนูน่าจะไม่ไหวแล้ว’ เขาปวดกระดูก ปวดตามตัวมาก ‘ถ้าหนูไม่ไหว จัดงานให้หนูด้วยนะ เอาเป็นธีมวันเกิดแบบเพื่อนมานั่งกินกัน’ เราตอบเขาไปว่า ‘พี่เข้าใจนะ ให้พิมสู้เท่าที่ไหว’ บอกเสร็จ เราต้องออกไปร้องไห้ข้างนอก
“จนเดือนพฤศจิกายน หมอบอกว่าก้อนเนื้อมันกระจายไปหมดแล้ว ให้เราทำใจนะ น้องอยู่กับเราได้น่าจะไม่เกิน 6 เดือน ตอนนี้ผ่านมา 4 เดือนแล้ว บางคืนนอนคิดว่าถ้าเกิดพรุ่งนี้น้องเป็นอะไรไปจะทำยังไง เรากลัว มันทำใจไม่ได้หรอก
“ปกติน้องพิมเขาเป็นเด็กชอบเที่ยวทะเล ชอบแต่งหน้าแต่งตัว ก่อนจะรู้ว่าน้องเป็นมะเร็ง เดือนนึงแม่จะพาพวกเรามาเที่ยวชะอำกันตลอด แต่พอต้องรักษาน้อง มีค่ายานอกบัญชีที่เหนือจากสิทธิบัตรทองครั้งละ 2,000 - 3,000 บาท การเงินในบ้านเริ่มสะดุด ต้องกู้ยืมมาจ่าย ก็ไม่ได้มาชะอำกันอีกเลย
“ตอนเจอพี่ๆ กระจกเงาครั้งแรก น้องพิมเขาเลยบอกว่าอยากไปเที่ยวชะอำ เราก็ถามน้องว่าไม่อยากไปที่อื่นบ้างเหรอ ชะอำนี่เราไปกันบ่อยจนพ่อค้าแม่ค้าเขาจำหน้าได้แล้ว น้องบอกว่าเขาอยากไปชะอำ อยากกินหอยหวาน กินหอยคราง กินหมูหัน อยากเล่นน้ำเล่นทราย แล้วยังบอกเราด้วยนะ ว่าวันไปเที่ยวช่วยซื้อเครื่องสำอางให้เขาด้วย เขาจะแต่งหน้าแต่งตัวถ่ายรูป”
เราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ของเด็กป่วยระยะสุดท้ายจะมีจริงไหม… แต่วันนั้นภารกิจเติมความสุขเป็นกำลังใจให้เด็กป่วยได้เกิดขึ้น โครงการโรงพยาบาลมีสุข ส่งรถตู้ไปรับน้องพิมและครอบครัวที่บ้านจากราชบุรีถึงชะอำ ทีมงานจองที่พักริมหาดไว้รอ ทะเลตัดขอบฟ้า คลื่นซัดฝั่งเป็นระลอก ทรายนิ่งสงบรอต้อนรับเธอ
ความสุขรอบนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย น้องพิมนั่งวีลแชร์ลงจากรถตู้ เธอลงสัมผัสทะเลไม่ไหวทำได้แค่นั่งมองทะเลจากในบ้านพัก ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกัน 2 วัน 1 คืนเต็มที่น้องพิมได้ตื่นมารับแสงแรกตอนเช้า และบอกลาแสงสุดท้ายของวันริมทะเล
———————————————-
ขอขอบคุณ Airbnb.org สนับสนุนงบประมาณที่พัก เพื่อดูแลเด็กป่วยเรื้อรัง จนทำให้ครั้งนี้สามารถมีบ้านพักส่วนตัวติดชายทะเลชะอำให้เด็กป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัวเข้าพัก รวมถึงมีที่พักเพื่อดูแลครอบครัวเด็กป่วยรายอื่นๆ ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล
หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร
ที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่เติมความสุขแห่งอื่นๆ
ที่อยากร่วมกันทำหนึ่งวันของเด็กป่วยให้สมดั่งใจ
และยินดีต้อนรับพวกเรา
ให้ได้พาเด็กป่วยไปมีความสุขในพื้นที่ของคุณ
สามารถติดต่อเราได้ที่ 061-909-1840
หรือสนับสนุนสร้างความสุขให้เด็กป่วยเรื้อรัง
ผ่านบัญชีโครงการโรงพยาบาลมีสุข
ได้ที่ บัญชี 202-258-2860 ธ.ไทยพาณิชย์
#สร้างความสุขลดความทุกข์
#โครงการโรงพยาบาลมีสุข
#มูลนิธิกระจกเงา

งานศิลปะอย่างการวาดภาพและระบายสี ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กใ...
11/03/2026

งานศิลปะอย่างการวาดภาพและระบายสี ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กในหลายมิติ การจดจ่อกับผลงานช่วยฝึกสมาธิและการควบคุมตนเอง

การจับพู่กันหรือดินสอสี ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ให้แข็งแรงและทำงานประสานกันได้ดีมากยิ่งขึ้น ในมิติการแก้ไขปัญหาบางครั้งเด็กมักเจอสถานการณ์ที่ไม่เป็นตามที่คิด สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้การหาสาเหตุและฝึกแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และที่สำคัญการที่เด็กสามารถปลดปล่อยจินตนาการความคิดของตนเองได้อย่างอิสระ จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความรู้สึกภูมิใจ และเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น ความรู้สึกภูมิใจในตนเองจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้าเป็นตัวของตัวเอง

ช่วงบ่ายในวอร์ดผู้ป่วยเด็กทาลัสซีเมีย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โต๊ะเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยเก้าอี้หลากสี กลายเป็นมุมกิจกรรม
ที่เต็มไปด้วยความสดใส เด็กแต่ละคนตั้งใจเลือกสีที่ชอบ ค่อย ๆระบายสีอย่างประณีต แต่งเติมลวดลาย ผีเสื้อและค้างคาว
ตามจินตนาการอย่างสนุกสนาน ปีกผีเสื้อและค้างคาวค่อย ๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาทีละข้าง บรรยากาศบนโต๊ะกิจกรรมอบอวนไปด้วยความตั้งใจ และความสดใสที่ค่อย ๆ กระจายไปทั่วห้องกิจกรรม

อ้างอิงข้อมูลประกอบบทความ https://www.366q-kids.com/articles-2229/

นางสาวนัยนา เอกกันหา
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักศึกษาฝึกงานโครงการโรงพยาบาลมีสุข

เปิดรับสมัครคำอธิษฐานของเด็กป่วยในกิจกรรม วันมีสุข ‘ขอหนึ่งวันให้สมดั่งใจ‘ ปีที่2 ☁️💫✨ความเจ็บป่วย เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉุด...
10/03/2026

เปิดรับสมัครคำอธิษฐานของเด็กป่วย
ในกิจกรรม วันมีสุข ‘ขอหนึ่งวันให้สมดั่งใจ‘ ปีที่2 ☁️💫✨
ความเจ็บป่วย เป็นเหตุผลหนึ่ง
ที่ฉุดรั้งให้เด็กป่วย
ไม่สามารถใช้ชีวิตวัยเด็กได้เต็มที่
เพราะเวลาชีวิตส่วนใหญ่
วนอยู่กับการรักษาตัวที่บ้าน
เข้า-ออกโรงพยาบาล
แอดมิทบนเตียงคนไข้
เล่น เรียนไปพร้อมกับสายน้ำเกลือ
โครงการโรงพยาบาลมีสุข
จึงอยากชวนน้องๆ เด็กป่วย
ลุกขึ้นมาหยิบกระดาษ จับดินสอ
ทิ้งความป่วยไข้ไว้ข้างหลัง
แล้วหลับตาจินตนาการ
เขียนถึงความฝัน ความหวัง
ให้เต็มแผ่นกระดาษ
จากนั้นส่งมาที่โครงการโรงพยาบาลมีสุข
เราจะอ่านทุกข้อความจากจดหมาย
เพื่อคัดเลือกคำอธิษฐาน มาเสกให้มันเป็นจริง
**ไม่จำกัดประเภทคำอธิษฐาน
อยากกิน อยากเที่ยว อยากมี หรืออยากทำ
อะไรก็ได้ ที่เด็กป่วยอยากให้เกิดขึ้นสักครั้งในชีวิต**
กติกา
- เขียนจดหมาย เล่าคำอธิษฐาน, ความฝัน, ความหวัง
หรือสิ่งที่อยากทำ
- พร้อมระบุชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ
- แล้วส่งจดหมายที่เต็มไปด้วยคำอธิษฐาน
มาได้ที่ โครงการโรงพยาบาลมีสุข
ระบุชื่อกิจกรรม ‘วันมีสุข ขอหนึ่งวันให้สมดั่งใจ’
ที่อยู่ Mirror art (สำนักงานมูลนิธิกระจกเงา)
143/19 ซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 6
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210
- ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง
เช่น โรคหัวใจ โรคธาลัสซิเมีย โรงมะเร็ง
โรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน
ออทิสติก และอื่นๆ
สอบถามเพิ่มเติม Inbox เพจเฟซบุ๊ก
โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา
หรือ Line id : 085-196-6102
#วันมีสุข
#โครงการโรงพยาบาลมีสุข
#มูลนิธิกระจกเงา

09/03/2026

อีกหนึ่งโครงการเพื่อเด็กพิการ ที่ช่วยเติมโอกาสให้ได้ก้าวออกไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจมากขึ้น 😊

ที่โรงพยาบาล AHN Saint Vincent Hospital
เด็กๆ ที่มีความพิการหลายคนในเมืองอีรี ประเทศสหรัฐอเมริกา

ได้มีโอกาสทดลองใช้ จักรยานและรถเข็นแบบปรับพิเศษ คันใหม่ของเหล่าเด็กๆเป็นครั้งแรก

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน

เพื่อช่วยให้เด็กๆมีทั้งความปลอดภัย อิสระในการเคลื่อนไหว และเพิ่มโอกาสในการใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ

โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ
Variety – The Children’s Charity
และองค์กรการกุศลอีกหลายแห่ง

เรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า

“โอกาส” สามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของใครบางคนได้จริงๆ 💝

แม่แต๋ว แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้เป็นทั้งชีวิตและโลกทั้งใบของน้องโบ๊ท เด็กป่วยเรื้อรัง #สร้างความสุขลดความทุกข์เพื่อเด็กป่วยใน...
05/03/2026

แม่แต๋ว แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้เป็นทั้งชีวิตและโลกทั้งใบของน้องโบ๊ท เด็กป่วยเรื้อรัง
#สร้างความสุขลดความทุกข์เพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาล
#โครงการโรงพยาบาลมีสุข
#มูลนิธิกระจกเงา

“ตอนรู้ว่าท้องน้องโบ๊ท หมอก็บอกว่าลูกเราแข็งแรงสมบูรณ์นะ เป็นลูกผู้ชาย แม่ก็พยายามดูแลตัวเองกินนมบำรุงไม่ให้ขาด แต่ช่วงนั้นแม่ไม่ค่อยได้พักผ่อน ไม่ได้กินของดีๆ มากเท่าไร เพราะพ่อน้องโบ๊ทป่วยมะเร็งพอดี พ่อมีอาการหอบไม่มีแรง ทำงานอะไรไม่ได้ แม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียว รับจ้างอยู่ร้านขายของหวาน เข้างาน 6 โมงเช้า เสร็จงานร้านของหวานตอนบ่าย 2 ก็ไปรับจ้างล้างกระติกน้ำต่อจนถึง 2 ทุ่ม กลับถึงบ้านมืดค่ำทุกวัน
“พอก่อนจะคลอด เกิดรกพันคอน้องแน่นจนขาดออกซิเจน ระบบหายใจเรรวนไปหมดต้องส่งตัวไปรักษาฉุกเฉินอยู่เกือบครึ่งเดือน น้องกลายเป็นเด็กพูดไม่ได้ เป็นโรคหัวใจ พัฒนาการช้า สงสารลูกมากเลยตอนนั้นออกมาตัวเล็กมากแค่ 1.8 กิโลเอง
“น้องโบ๊ทต้องรักษาต่อเนื่องมาเรื่อยๆ หมอทางไหนนัดพ่อกับแม่ก็จะต้องพาเขาไปเป๊ะๆ ไม่เคยขาดช่วงให้ลูก พอน้องโบ๊ทใกล้ 3 ขวบแม่ก็กลับไปทำงาน เราต้องพยายามเซฟเงินกัน เป็นค่าไปหาหมอ ค่าแพมเพิส นมผง ส่วนพ่อช่วยเลี้ยงน้องโบ๊ทอยู่บ้าน
“จนวันนั้นจำได้ว่าพ่อเริ่มกินข้าวไม่ได้แล้ว กินอะไรไปก็พุ่งออกหมด แม่กลับจากทำงานถึงบ้านตอน 2 ทุ่ม เรียก 1669 พาพ่อไปส่งโรงบาล ไปถึงหมอบอกว่าอาการมะเร็งเข้าระยะที่ 4 พ่อต้องอยู่โรงบาลยาวเลย หมอพยายามช่วยเจาะแขนขาจนไม่มีที่จะเจาะ แต่อาการมันหนักมาก สุดท้ายพ่อก็เสีย
“แม่กับพ่ออยู่กันมาตั้งแต่อายุ 20 วันที่พ่อไม่อยู่แล้วชีวิตมันยากสุดยอดเลย มันรู้สึกเคว้งคว้างโดดเดี่ยวมาก ไม่มีที่ปรึกษา เงินเก็บก็ไม่เหลือแล้ว ลูกเราเป็นเด็กพิการอย่างนี้จะกลับไปทำงานรับจ้างก็ไม่ได้ นั่งคิดหนักอยู่หลายวันคิดถึงว่าจะกรอกยาตัวเองแล้วจะกรอกลูกไปด้วยกันเลยจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนใครเขา
“แต่พอมองหน้าลูกเห็นเขานั่งตาดำๆ จะไปทำเขาลงได้ยังไง แม่เลยพยายามสู้ สู้ไปให้มันสุดๆ เอาความรู้ทำขนมหวานที่พอมีมาตั้งหลักนับจาก 0 เริ่มสตาร์ทเครื่องทำของหวาน พวกขนมต้ม ถั่วแปบ ขนมมันม่วงมะพร้าวอ่อน จูงแขนลูกออกไปเดินขายกล่องละ 20 ฝนตกแดดออกก็หิ้วกันไป แม่ไม่มีทุนทำของเยอะทำวันละ 7-10 กล่อง ก็พอได้ค่านมค่าแพมเพิส และทยอยจ่ายค่าน้ำไฟ ค่าเช่าบ้าน
“ตอนนี้น้องโบ๊ทเขาฟังรู้เรื่องหมดนะ เรียกแม่ได้แต่พูดออกเสียงเป็นประโยคไม่ได้ เวลาไปขายของเขาก็ช่วยหิ้วตะกร้า หยิบของให้ลูกค้า สวัสดีผู้คนที่มาซื้อ ทุกอาทิตย์แม่จะพาน้องไปฝึกพัฒนาการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ เวลามีคนใจดีให้ค่าขนมน้องแม่ก็จะเก็บไว้เป็นค่ารถแท็กซี่ไปหาหมอ พยายามให้เขาได้กินข้าวกินเนื้อ กินยาสม่ำเสมอตามที่หมอแนะนำ
“มูลนิธิกระจกเงามีค่าเดินทางไปหาหมอช่วย เอาข้าว ปลากระป๋อง แพมเพิส มาให้ แล้วก็พาไปซื้อของไว้ขาย มันเบาขึ้นเหมือนมีคนมาช่วยดึงชีวิตเราเลย ที่ผ่านมาเราอยู่กันตามลำพังไม่เคยมีใครมาช่วยเราแบบนี้ แม่ดีใจมากเลย ลูกก็ดีใจเหลือเกิน ยิ่งวันที่ทีมงานมาเยี่ยมพาน้องโบ๊ทนั่งรถเก๋งไปซื้อของขายให้แม่ แล้วก็ซื้อเคเอฟซีให้เขาน่ะ เขามีความสุขมาก เด็กเขาไม่เคยไปไหนไม่เคยได้สัมผัสแบบนี้ เขาอุ้มถุงไก่ไว้ดีใจใหญ่เลย“
ทุกสัปดาห์สองแม่ลูกจะช่วยกันหิ้วตะกร้าสีฟ้าที่มีขนมหวาน ออกไปเดินขายตามปั๊มน้ำมันเป็นรายได้ ล่าสุดนี้ทีมงานโรงพยาบาลมีสุขจึงขออนุญาตผู้บริจาคนำแต้ม BigC ที่ทุกคนสะสมให้ มาแลก แป้ง กะทิ ไข่ น้ำตาลทราย เป็นวัตถุดิบตั้งต้นทำขนมให้แม่แต๋ว และหลังจากนี้โครงการจะช่วยดูแลเรื่องค่าเดินทางไปหาหมอ แพมเพิส ของกินของใช้แบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัว ให้น้องโบ๊ทสามารถเข้าถึงการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อเนื่องได้ตามนัด
———————————————-
แม่แต๋ว แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้เป็นทั้งชีวิตและโลกทั้งใบของน้องโบ๊ท เด็กป่วยเรื้อรัง
———————————————-
เปลี่ยนการบริโภคเป็นการช่วยเหลือสังคม
ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาได้
เพียงทุกครั้งที่คุณจับจ่ายใช้สอย
กรุณาแจ้งหมายเลขสะสมแต้มทุกระบบ
ร้านสะดวกซื้อ ห้าง ปั้มน้ำมัน
ด้วยเบอร์มูลนิธิกระจกเงา 0639316340
และคุณสามารถสนับสนุน ดูแลเด็กป่วยเรื้อรังได้ที่
โครงการโรงพยาบาลมีสุข โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-258286-0 ธ.ไทยพาณิชย์
#สนับสนุนค่าเดินทางเด็กป่วย
#สร้างความสุขลดความทุกข์
#โครงการโรงพยาบาลมีสุข #มูลนิธิกระจกเงา

บางครั้ง การเยียวยาหัวใจเริ่มต้นจากความจริงใจของคนรอบข้าง 🤍คุณครูเล่าว่า มีนักเรียนคนหนึ่งกำลังรู้สึกไม่มั่นใจเพื่อนๆ ใน...
26/02/2026

บางครั้ง การเยียวยาหัวใจ
เริ่มต้นจากความจริงใจของคนรอบข้าง 🤍

คุณครูเล่าว่า มีนักเรียนคนหนึ่งกำลังรู้สึกไม่มั่นใจ
เพื่อนๆ ในห้องจึงช่วยกันคิดไอเดียให้กำลังใจ
โดยนำกระดาษโพสต์อิทมาแปะเต็มโต๊ะและเก้าอี้
เขียนข้อความที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและการสนับสนุน
และเตือนใจว่าเธอเป็นคนที่มีคุณค่า
เมื่อเธอกลับเข้ามาและได้อ่านข้อความทั้งหมด
เธอซึ้งใจจนวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนที่เป็นคนเริ่มไอเดียนี้ทันที

เรื่องเล็กๆ ในห้องเรียน
แต่เป็นพลังใจที่ช่วยฟื้นฟูหัวใจได้อย่างงดงาม 🌱

ป่วยจิตเวช การรักษา และโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตในสังคม ในสังคมปัจจุบัน  “ผู้ป่วยจิตเวช”  มักถูกภาพจำบางอย่างที่ทำให้เกิด...
24/02/2026

ป่วยจิตเวช การรักษา และโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตในสังคม

ในสังคมปัจจุบัน “ผู้ป่วยจิตเวช” มักถูกภาพจำบางอย่างที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ภาพความคลุมคลั่ง ความน่ากลัว พูดคนเดียว ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ และต้องพึ่งพาผู้คนรอบข้าง

สิ่งที่เป็นอุปสรรคอาจไม่ใช่อาการของโรคทางใจที่กำลังเผชิญอยู่ แต่คือทัศนคติของสังคม การมองด้วยความกลัวหรือการตัดสิน อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่กล้าที่จะก้าวออกมาใช้ชีวิต การเปลี่ยนแปลงจึงอาจเริ่มต้นได้จากเรื่องเล็ก ๆ เช่น การรับฟังอย่างไม่ตัดสิน การพูดคุยกันอย่างเคารพศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ และการยอมรับว่าทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่เปราะบางในชีวิต

ระหว่างการทำกิจกรรมอาสาสร้างสุข ครั้งนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “พี่ไทย” ระหว่างที่กำลังทำขนมแซนด์วิช สังเกตเห็นว่าพี่ไทย สามารถจัดเตรียมและทำเสร็จได้คล่องแคล่วกว่าเพื่อนๆ เมื่อได้พูดคุยจึงทราบว่าพี่ไทยเคยทำงานในโรงแรม และชื่นชอบงานบริการ ทำให้มีทักษะการจัดการและการทำงานที่คล่องตัวติดตัวมาอยู่แล้ว ทำให้เห็นได้ว่า เบื้องหลังคำว่า “ผู้ป่วยจิตเวช” ผู้ป่วยแต่ละคนยังมีทักษะ ความสามารถ และยังมีศักยภาพ ที่หวังให้มีคนเข้าใจและช่วยดึงศักยภาพนั้นออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม

การมองเห็นศักยภาพของแต่ละคน และสนับสนุนให้เขาได้ใช้ชีวิตตามความสามารถของตนเอง เช่น การส่งเสริมทักษะอาชีพ การเปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคม หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยจิตเวชค่อย ๆ กลับมามีความมั่นใจในตนเอง และเห็นคุณค่าในชีวิตอีกครั้ง

เมื่อสังคมเปิดพื้นที่ให้ผู้ป่วยจิตเวชได้เป็น ส่วนหนึ่งของสังคม แทนที่จะเป็น คนนอก การฟื้นฟูจะไม่ใช่แค่การลดอาการของโรค แต่คือการได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าในโลกใบนี้บางครั้ง สิ่งที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่ง อาจไม่ใช่การแก้ไขทุกปัญหาให้เขา แต่คือการยื่นโอกาส และเชื่อว่าเขาสามารถก้าวต่อไปได้ด้วยตัวเอง

นางสาวนัยนา เอกกันหา
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักศึกษาฝึกงานโครงการโรงพยาบาลมีสุข

Address


10210

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Organization

Send a message to โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา:

  • Want your organization to be the top-listed Government Service?

Share