เครือข่าย ทสม.

เครือข่าย ทสม. สังกัดกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ทสม. เกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 ในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม ให้สามารถจัดการตนเอง เกี่ยวกับความเป็นอยู่ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การปกครองและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

26/03/2026
ในนามตัวแทนเพจ เครือข่าย ทสม. ขอแสดงความเสียใจการจากไปของป๋าดิเรก พูลเพิ่ม ประธาน ทสม.จังหวัดลพบุรี ด้วยความอาลัยยิ่ง
12/02/2026

ในนามตัวแทนเพจ เครือข่าย ทสม. ขอแสดงความเสียใจการจากไปของป๋าดิเรก พูลเพิ่ม ประธาน ทสม.จังหวัดลพบุรี ด้วยความอาลัยยิ่ง

"โดมิโนแห่งความหายภัย" (The Climate Domino Effect) ความน่ากลัวของระบบนิเวศที่พังทลายต่อเนื่องกัน เมื่อจุดหนึ่งพัง ทุกอย่...
28/01/2026

"โดมิโนแห่งความหายภัย" (The Climate Domino Effect) ความน่ากลัวของระบบนิเวศที่พังทลายต่อเนื่องกัน เมื่อจุดหนึ่งพัง ทุกอย่างจะล้มตามแบบฉุดไม่อยู่
"รู้ไหมว่า... แค่ปะการังตาย อาจทำให้คุณไม่มีข้าวกิน?"
ตัวที่ 1: มหาสมุทรเดือด อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นจน ปะการังฟอกขาว และตายลงอย่างถาวร
ตัวที่ 2: บ้านของสัตว์น้ำล่มสลาย ปะการังคืออนุบาลสัตว์น้ำ เมื่อไม่มีบ้าน ปลาเล็กก็ไม่มีที่อยู่ ส่งผลให้ปลาใหญ่ลดลง ระบบห่วงโซ่อาหารในทะเลเริ่มพัง
ตัวที่ 3: กระทบปากท้องมนุษย์ ชาวประมงหาปลาไม่ได้ ราคาอาหารทะเลพุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นของฟุ่มเฟือยที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง
ตัวที่ 4: พายุที่รุนแรงขึ้น เมื่อไม่มีแนวปะการังช่วยลดแรงคลื่น พายุและน้ำหนุนจะซัดเข้าทำลายเมืองชายฝั่งได้รุนแรงกว่าเดิม (เช่น กรุงเทพฯ หรือสมุทรปราการ)
ตัวสุดท้าย: ผู้อพยพทางภูมิอากาศ พื้นที่เกษตรชายฝั่งถูกน้ำเค็มรุกราน คนต้องทิ้งถิ่นฐาน เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมขนานใหญ่
"นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของปลา หรือเรื่องของน้ำแข็งขั้วโลก แต่มันคือ 'ปฏิกิริยาลูกโซ่' ที่กำลังคืบคลานมาถึงโต๊ะอาหารของคุณ เมื่อเราทำลายจุดสมดุลจุดหนึ่ง ระบบโลกจะค่อยๆ ล้มลงเหมือนโดมิโน... และเราอาจเป็นโดมิโนตัวสุดท้ายที่ไม่มีใครประคองไว้"
#โลกร้อน #ฝุ่นPM2.5 #วิกฤติสิ่งแวดล้อม

27/01/2026

“เมืองจมน้ำ” วิกฤตระดับโลก สัญญาณเตือนที่ประเทศไทยต้องรับมืออย่างจริงจัง
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกำลังกลายเป็นภัยใกล้ตัวมากขึ้น สาเหตุหลักมาจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลาย และน้ำทะเลขยายตัวเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวชายฝั่งทั่วโลกมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมถาวร
หากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเพียง 50–100 เซนติเมตร ระบบระบายน้ำและโครงสร้างพื้นฐานในหลายเมืองอาจไม่สามารถรองรับได้ ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีแนวชายฝั่งยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร พื้นที่เสี่ยงครอบคลุมทั้งชุมชนดั้งเดิมและศูนย์กลางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ไปจนถึงกรุงเทพมหานคร พื้นที่เหล่านี้เป็นที่ลุ่มต่ำ ดินอ่อน และมีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 1–2 เมตร
เมื่อเผชิญกับปัญหาแผ่นดินทรุดควบคู่กัน จึงมีแนวโน้มที่บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ เช่น ย่านธุรกิจและชุมชนริมแม่น้ำ จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังบ่อยครั้งมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “น้ำท่วมที่ก่อความรำคาญ” ซึ่งแม้ไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่ แต่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ข้อมูลสถานการณ์น้ำเค็มรุกในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ปี 2567 ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงฤดูแล้งบางช่วง ค่าความเค็มของน้ำเกินเกณฑ์สำหรับการผลิตน้ำประปา สะท้อนถึงการรุกคืบของน้ำทะเลที่ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเกษตรกรรมและการใช้น้ำอุปโภคบริโภค
การรับมือกับวิกฤต “เมืองจมน้ำ” จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการ ประเทศไทยได้เริ่มขับเคลื่อนแนวทางการปรับตัวอย่างรอบด้าน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม การใช้ธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวช่วยจัดการน้ำ และการบูรณาการด้านนโยบายและผังเมือง ภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan: NAP)
ทางรอดของไทยในยุคเมืองจมน้ำ จึงไม่ใช่เพียงการสร้างกำแพงกั้นน้ำที่แข็งแรงที่สุด แต่คือการวางแผนเมืองและการพัฒนาที่เรียนรู้จะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างชาญฉลาด เคารพระบบนิเวศ และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของประชาชนในระยะยาว
อ้างอิง
1. IPCC. (2021). IPCC Sixth Assessment Report, Working Group I: Chapter 9 – Ocean, Cryosphere and Sea Level Change.
เข้าถึงได้จาก https://www.ipcc.ch/report/ar6/wg1/chapter/chapter-9/
2. สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน). (2567). รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2567.
เข้าถึงได้จาก https://www.thaiwater.net/uploads/contents/current/YearlyReport2024/salinity.html
3. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2567). รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 (เผยแพร่ปี 2568).
เข้าถึงได้จาก https://www.onep.go.th/book/soe2567/
4. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม. (2568). แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan: NAP).
เข้าถึงได้จาก https://www.dcce.go.th/datacenter/6553/adaptation/national-adaptation-plan-nap-2568/
5. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม. (2568). รองนายกรัฐมนตรี “ประเสริฐ” ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งและการเตรียมความพร้อมรับมือการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน.
เข้าถึงได้จาก https://www.dcce.go.th/7419/
6. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (ไม่ปรากฏปี). อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: พื้นที่สีเขียวเพื่อการจัดการน้ำและการปรับตัวของเมือง.
เข้าถึงได้จาก http://www.sustainability.chula.ac.th/th/report/2702/

"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"

#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

21/01/2026

รู้ลึก! รู้จริง! พ.ร.บ. โลกร้อน

ชวนทุกคนมาร่วมสนุกและตอบคำถาม จากบทความเรื่อง จับตา พ.ร.บ.โลกร้อน ขับเคลื่อนการปรับตัวต่อภัยธรรมชาติ เสริมสร้างการลดก๊าซเรือนกระจก และวางกฎเกณฑ์แนวทางซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อลุ้นรับของรางวัล

คำถามคือ จากเนื้อหาของ พ.ร.บ. โลกร้อน ข้อใด คือ กลไกภาคบังคับในการจัดตั้งระบบกลไกราคาคาร์บอน?

1.​ภาษีคาร์บอน

2.​กลไกปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดนของไทย

3.​ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

4.​ถูกทุกข้อ

อ่านบทความจับตา พ.ร.บ.โลกร้อน ได้ที่นี่: https://www.facebook.com/share/p/1aiyx5WgiP/

กติกา
1. ตอบคำถามที่ถูกต้องใต้โพสต์นี้
2. กดไลก์ กดแชร์ โพสต์นี้ พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ
3. หมดเขตร่วมสนุกในวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569
4. ประกาศผลในวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569

ร่วมกิจกรรมทาง Facebook กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เท่านั้น!!!

"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#โลกร้อน #ลดก๊าซเรือนกระจก

ที่อยู่

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม 49 พระราม 6 ซอย 30 พญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622985649

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เครือข่าย ทสม.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์