23/05/2026
"ข่าวประชาสัมพันธ์" สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (ส.จ.ท.)"
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ผนึก สช. ขับเคลื่อนระบบสุขภาพท้องถิ่น เตรียมจัดมหกรรมใหญ่โชว์นวัตกรรม รพ.สต. ถ่ายโอน
นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายเตชิต วัชรเมธาพงษ์ รองปลัด อบจ.นนทบุรี และนางสาวบุญตา บางใย ผู้อำนวยการส่วนเลขานุการและประสานงานสมาคมฯ ได้ร่วมหารือกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) พร้อม นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และนางสาวปรานอม โอสาร หัวหน้าศูนย์วิชาการนโยบายระบบสุขภาพท้องถิ่น เพื่อวางแนวทางการทำงานร่วมกันในการยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิของท้องถิ่น โดยมีประเด็นสำคัญและทิศทางการดำเนินงาน ดังนี้
(1.)การสร้างมาตรฐานและนวัตกรรมสุขภาพ
• กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ สช. จะสนับสนุนการจัดทำ "มาตรฐานบริการปฐมภูมิ" เพื่อให้ อบจ. ทุกแห่งมีเกณฑ์พื้นฐานในการดูแลประชาชนอย่างมีคุณภาพ ไม่ให้เกิดความลักลั่นในการบริหารงาน
• ต่อยอดเทคโนโลยี Telehealth สนับสนุนการนำระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) มาใช้ใน รพ.สต. ที่ถ่ายโอน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนและเพิ่มการเข้าถึงบริการ โดยใช้โมเดลความสำเร็จจากพื้นที่เกาะใน จ.กระบี่ จ.ลำพูน และ จ.ลำปาง เป็นต้นแบบ
(2.)การบูรณาการภาคีเครือข่าย 8-9 องค์กร
• เน้นการทำงานโดย "เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง" ผ่านความร่วมมือขององค์กรด้านสุขภาพหลัก (สปสช., สสส., สพฉ. ฯลฯ) เพื่อให้การสนับสนุน อบจ. เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดความซ้ำซ้อนของงบประมาณและโครงการ
(3.)การแก้ปัญหาบุคลากรในระยะยาว
• หารือร่วมกับสถาบันพระบรมราชชนกเพื่อ "วางแผนผลิตบุคลากรสาธารณสุข" (พยาบาลและวิชาชีพอื่น) ให้ตรงตามความต้องการของ อบจ. โดยเน้นการคัดเลือกเด็กในพื้นที่กลับมาทำงานที่บ้านเกิด เพื่อแก้ปัญหาการโยกย้ายและขาดแคลนเจ้าหน้าที่ใน รพ.สต.
(4.)แนวทางการทำงานต่อจากนี้
• จัดงานมหกรรมใหญ่ (11-13 พฤศจิกายน 2569) เตรียมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "โชว์ แชร์ เชื่อม" ที่ จ.ชลบุรี เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและผลงานเด่นของ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนมาอยู่กับ อบจ. ซึ่งจะช่วยสร้างการยอมรับในระดับนโยบาย
• ตั้งคณะทำงานร่วม สมาคม อบจ. และ สช. จะตั้งทีมงานร่วมกันเพื่อออกแบบเกณฑ์การสร้างแรงจูงใจและพัฒนาระบบสุขภาพท้องถิ่นให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน
การหารือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการใช้กลไกการกระจายอำนาจเพื่อปฏิรูประบบสุขภาพ โดยเชื่อมั่นว่าศักยภาพของท้องถิ่นจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด