02/09/2026
วันนี้จะเป็นวันที่ 7 แล้ว ที่ทาง กทม. และหน่วยงานภาครัฐ ยังมีการจัดระเบียบคนไร้บ้านบริเวณถนนราชดำเนินและใกล้เคียงอย่างเข้มข้น เข้มข้นที่เริ่มจากมีกำลังทั้ง พม. เทศกิจ ทหาร ตำรวจ อาสารักษาดินแดนนับร้อย ที่แต่งตัวจัดเต็ม
พวกเขาแบ่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ออกไปสำรวจคนไร้บ้าน เมื่อเจอ ชายในเครื่องแบบจะทำการเอ่ยวาจาชักชวนคนไร้บ้านให้เข้าสู่กระบวนการให้ความช่วยเหลือ แค่เห็นเครื่องแบบ คนไร้บ้านหลายคนสมองสั่งการอย่างรวดเร็วแล้วว่า คงต้องตอบตกลง และมันคือ “คำเชื้อเชิญที่ปฏิเสธไม่ได้”
คนไร้บ้านตอบตกลงแล้วไปไหน พวกเขาจะพามาที่บ้าน “อิ่มใจ” บ้านที่กรุงเทพมหานครเปิดขึ้นตามนโยบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติ บ้านที่สร้างไว้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหา คุณภาพชีวิตให้กับคนไร้บ้าน บ้านที่ถูกอ้างอิงว่า ดูแลเรื่องที่พักอาศัย สุขภาพ และจัดหางาน
เมื่อบ้านอิ่มใจคือเครื่องมือหลักของ กทม. ในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ในฤดูกาลจัดระเบียบคนไร้บ้านที่มาถึงอีกครั้ง (ครั้งสุดท้ายที่มีเป็นช่วง2559-60) เราจึงชวนสำรวจกันว่า “บ้านอิ่มใจ” มีสถานะของเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านได้จริงหรือไม่
บ้านอิ่มใจในส่วนของพื้นที่พักอาศัย….
1. เป็นห้องนอนรวม แบ่งเป็น ชาย และหญิง ความจุชาย 100 คน หญิง 100 คน
2. เมื่อเข้าสู่หน้าฤดูกาลการจัดระเบียบคนไร้บ้าน คนไร้บ้านทะลักเข้ามาที่บ้านอิ่มใจจากข้อมูลล่าสุด (1 ก.ย. 69) ทั้งหมด 205 คน
3. ขึ้นนอนบนอาคาร 94 คน นอนนอกพื้นที่อาคารบริเวณพื้นปูนไร้หลังคานอกตัวบ้าน 111 คน
4. ทั้ง 111 คน ที่ต้องนอนพื้นปูนไร้หลังคา ให้เหตุผลการขึ้นไปนอนบนเรือนนอนไม่ได้นั้น เนื่องจาก บางคนสูงอายุ บางคนพิการ บางคนป่วย บางคนทนไม่ไหวกับความแออัดและปัญหาทะเลาะเบาะแว้งในเรือนนอน
5. ใน 111 คน และ มีบางส่วนของ 94 คน ที่ขึ้นไปนอนบนเรือนนอนนั้น ส่วนใหญ่อพยพเข้ามาบ้านอิ่มใจ จากสาเหตุการจัดระเบียบพื้นที่ราชดำเนินของ ทางกทม. และหน่วยงานภาครัฐ ที่เกิดขึ้นในช่วง 7 วันที่ผ่านมานี้
6. สภาพของบ้านอิ่มใจ ปัจจุบัน เข้าสู่จุดของความไร้ระเบียบ ระบบรวน จัดการเคสที่มีปัญหารายกรณีไม่ได้แล้ว ทำไม่ทัน เช่น เคสที่มีปัญหาทางสุขภาพกายและจิต เป็นต้น
7. ที่บ้านอิ่มใจมีสภาพดังกล่าว เนื่องมาจาก ระบบและทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ได้ถูกออกแบบไว้รองรับ การจัดระเบียบคนไร้บ้านที่มีจุดประสงค์ต้องการความรวดเร็วในการจัดการปัญหา โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา เน้นผลเชิงปริมาณแต่ละเว้นคำว่าคุณภาพ
บ้านอิ่มใจในส่วนของการดูแลเรื่องสุขภาพ….
1. เมื่อในการจัดระเบียบครั้งนี้จะมีการตรวจสุขภาพ แต่ก็เป็นการตรวจสุขภาพแบบเบื้องต้น ซึ่งไม่ได้ทำให้เห็นโรคที่แฝงอยู่ในตัวคนไร้บ้านได้แท้จริง หลายรายเมื่อตรวจพบ แต่ก็ยังขาดกระบวนการส่งต่อ หรือ การนำพาตัวผู้ป่วยไปทำการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุ คนล้นระบบ และคนทำงานในบ้านอิ่มใจก็ทำได้ไม่ทัน
2. ในช่วงสถานการณ์ปกติ ที่ยังไม่มีการจัดระเบียบ ระบบการส่งต่อเคสคนไร้บ้านที่มีอาการเจ็บป่วยไปสู่การรักษาอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นเรื่องติดขัด ไม่สามารถส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลในสังกัดของสำนักการแพทย์ของ กทม. ได้อยู่เลย และยังไม่พูดถึง บ้านอิ่มใจไม่มี Case Manager ผู้ซึ่งต้องทำหน้าที่ประสานงานและพาคนไร้บ้านที่ป่วยให้เข้ารับการรักษา
3. ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงว่า เมื่อมีการจัดระเบียบคนไร้บ้าน และมีการเพิ่มจำนวนของคนไร้บ้านเข้ามาอีกเท่าตัว ระบบการดูแลสุขภาพของบ้านอิ่มใจ จะสามารถทำได้
บ้านอิ่มใจในส่วนของการดูแลเรื่องการจัดหางาน….
1.ตัวเลขที่บ้านอิ่มใจรายงานล่าสุด (1 ก.ย. 69) ในประเด็นการจ้างงาน ตัวเลขการส่งคนไร้บ้านให้เข้าสู่ระบบการจ้างงานได้ ยอดรวมตั้งแต่มีนาคม 69 อยู่ที่ 180 ราย แต่ที่คงอยู่และทำงานในระบบได้จริงอยู่ที่ 34 ราย คิดเป็น 18.89 % และแช่อยู่ในตัวเลขนี้มานานหลายเดือนแล้ว
2.ยิ่งเทียบกับสัดส่วนยอดสะสมรวมของคนไร้บ้านที่มาใช้บริการบ้านอิ่มใจตั้งแต่เปิดบ้าน (25 ก.พ. 69) คือ 605 คน เปรียบเทียบกับยอดคนไร้บ้านที่ยังทำงานอยู่ในระบบ 34 คนนั้น ความสำเร็จของการจ้างงานอยู่ที่ 5.62%
3.บ้านอิ่มใจที่เน้นการฝึกอาชีพ อาชีพที่ฝึกนั้น ส่วนมากจะเป็นทักษะที่ต้อง ไปเป็นผู้ประกอบการเอง เช่น การสอนชงน้ำหวานต่าง ๆ การตัดผม ช่าง ทำขนมทำอาหาร ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับคนไร้บ้านที่ไม่มีเงินทุนเริ่มต้นได้ หรือแม้ว่าในบางทักษะจะมีการจ้างงานอยู่จริง แต่ด้วยเงื่อนไขสำคัญของคนไร้บ้านที่เป็นผู้สูงอายุ ไม่แข็งแรง จึงทำให้การเข้าเป็นตัวเลือกของนายจ้าง ยิ่งมีความเป็นไปได้ต่ำ
4.คนไร้บ้านที่พักอยู่กับบ้านอิ่มใจ มาสมัครงานกับจ้างวานข้าและทำงานกับจ้างวานข้า ตั้งแต่วันเปิดบ้านอิ่มใจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 69 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 15 คน และล่าสุดคนไร้บ้านจากบ้านอิ่มใจมาสมัครงานกับจ้างวานข้าเมื่อปลายเดือน สิงหาคม 69 ที่ผ่านมาจำนวน 29 คน และเหตุผลการมาสมัครงานของพวกเขาทั้งหมดก็คือ บ้านอิ่มใจไม่มีงานให้ทำ
5.ทางออกเดียวของบ้านอิ่มใจ หรือของ กรุงเทพมหานคร ในเรื่องการสร้างงานให้กับคนไร้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด คือ กรุงเทพมหานครต้องเป็นผู้จ้างงานนั้นเอง
เราขอจบการพาสำรวจบ้านอิ่มใจเพียงเท่านี้
ข้อสรุปของเราก็คือ แม้บ้านอิ่มใจในสภาวะปกติ ยังทำงานในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านได้อย่างติด ๆ ขัด ๆ และเมื่อ กทม.และหน่วยงานอื่น ผนึกกำลังกัน และ ทำการคล้ายกวดต้อนคนไร้บ้านในฐานะเหมือนเชลยศึกเข้าสู่เครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ที่ทาง กทม.ได้สร้างขึ้นมา ลองคิดสภาพดูว่า การเพิ่มขึ้นของคนไร้บ้านในระบบบ้านอิ่มใจอีก 1 เท่าตัวในเวลาเพียง 7 วันนั้น ระบบเดิมที่ยังติด ๆ ขัด ๆ มันจะไปสู่จุดไหนได้ นอกจากระบบล่มพังในไม่ช้า
โครงการจ้างวานข้า มูลนิธิกระจกเงา