10/01/2013
ถนนยางพาราทางรอดใหม่ของ..ชาวสวน
ความผันผวนของราคายางธรรมชาติที่ปรับตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว และไม่มี เสถียรภาพ ประกอบกับมีปัญหาราคายาง ตกต่ำเกิดขึ้นแทบทุกปี กระทรวงเกษตร และสหกรณ์จึงเร่งหาทางออกเพื่อช่วยยก ระดับราคายางพาราให้สูงขึ้น ซึ่งการสร้าง “ถนนยางพารา”โดยใช้ยางมะตอยผสมกับยางพาราราดถนน เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศเพิ่มขึ้นได้ ทั้งยังช่วยพยุงและผลักดันราคายางให้ขยับตัวสูงขึ้นด้วย ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจโดยเฉพาะ ช่วงราคายางตกต่ำ..นอกจากจะสามารถ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราแล้ว ยังได้ถนนหนทาง ดีๆ ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกต่างหาก...
นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการ กลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า สถาบัน วิจัยยางมีความพร้อมที่จะสนับสนุนการทำถนนยางพาราตามนโยบายรัฐบาล โดย สถาบันวิจัยยางมีเทคโนโลยีการใช้ยางธรรมชาติผสมยางมะตอยราดถนนที่ได้คิด ค้นขึ้นและสามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคสนาม มี3เทคโนโลยี ได้แก่เทคโนโลยี การใช้ยางพาราผสมยางมะตอยในงานสร้างทางเครื่องต้นแบบผสมยางมะตอย กับยางพาราชนิดน้ำยางข้นแบบเคลื่อนที่ได้และเครื่องต้นแบบผสมยางมะตอยกับ ยางพาราชนิดยางแห้งซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถใช้เป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน นำไปประยุกต์ใช้ในการใช้ยางธรรมชาติผสม ยางมะตอยราดถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม
เครื่องต้นแบบผสมยางมะตอยกับยางพาราชนิดน้ำยางข้นแบบเคลื่อนที่ได้ของสถาบันวิจัยยาง มีกำลังการผลิต ประมาณ20ตัน/วัน ขณะที่การผสมยางมะตอยกับยางแห้ง มีกำลังผลิตวันละไม่น้อยกว่า40ตัน ซึ่งจะนำไปใช้ในโครงการนำร่องทำถนนยางพารา เส้นทางหัวควนช่องดิน-คอกช้าง ระยะทาง19กิโลเมตร แต่หากจะดำเนินการสร้างถนนยาง พาราหลายเส้นทางมากขึ้นหรือในระดับเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องพัฒนาเครื่องผสม มะตอยกับยางพาราที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีของสถาบันวิจัยยางเป็นต้นแบบได้
ขณะนี้สถาบันวิจัยยางได้ประสานความร่วมมือกับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเร่งกำหนดมาตรฐานถนนยางพารา พร้อม ออกแบบถนนยางพารา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างถนน ยางมะตอยผสมยางพาราที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้ถนนมีความทนทาน ใช้ งานได้ยาวนานขึ้น คุ้มค่างบประมาณภาครัฐและยังช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงถนนได้ค่อนข้างมาก อนาคตหากมีการนำยางพาราผสมกับยางมะตอยราดถนนแพร่หลายมากขึ้น คาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตยางพาราและทำให้ราคายางขยับตัวสูงขึ้น
ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยยางได้ทดลอง ผสมน้ำยางข้นอัตรา5%กับยางมะตอย แบบผสมร้อน แล้วนำไปราดถนน3 แห่ง ตั้งแต่ปี2544ได้แก่ ถนนหน้าสถาบัน วิจัยยาง ถนนหน้ากรมวิชาการเกษตร และราดถนนสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบัน ทุกถนนยังอยู่ในสภาพดีและไม่มีการซ่อมแซม นอกจากนั้น ยังได้สาธิตการผสมยาง พารากับยางมะตอยและราดผิวถนนในพื้นที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร จำนวน35แห่ง คิดเป็นพื้นที่160,000 ตารางเมตร ซึ่งใช้งานได้ดี
“จากการที่สถาบันวิจัยยางได้ศึกษา วิจัยพบว่า การราดถนนแบบผสมร้อนมาตรฐานความหนา5เซนติเมตร ถ้าใช้ ยางพารา อัตรา5% ของยางมะตอยจะใช้ปริมาณเนื้อยางแห้ง (ยางพารา) 0.305กิโลกรัม/ตารางเมตร หรือประมาณ2,745กิโลกรัมต่อระยะทาง1 กิโลเมตร ถึงแม้ต้นทุนรวมจะเพิ่มขึ้นจากเดิม10-17%แต่ความทนทานของถนน ที่มีอายุการใช้งานนานขึ้นถือว่าคุ้มค่าการลงทุน” นางณพรัตน์ กล่าว
ทางด้านนายธีรวัฒน์ ศรีวิกาญจน์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหินซ้อนอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรากล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่อง จากเกษตรกรในพื้นที่ตำบลเขาหินซ้อนส่วนหนึ่งมีการปลูกยางพารา ซึ่งบางช่วงประสบปัญหาราคายางตกต่ำทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน อบต.เขาหินซ้อนได้มีแนวคิดส่งเสริมการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต จึงเข้าร่วมโครงการนำร่องถนนยางพาราผสมยางมะตอย โดย ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยยางและองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรานำยางพาราผสมยางมะตอยราดถนนในพื้นที่รับผิดชอบ ของ อบต.ระยะทางประมาณ 2,300 เมตร ซึ่งเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ และใช้งานได้แล้ว
“ได้ทดลองใช้ถนนยางพาราในเบื้องต้น พบว่า ถนนมีความยืดหยุ่น และเนื้อผิวถนนเนียนละเอียดกว่าถนน ราดยางมะตอย ถึงแม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมตารางเมตรละ30บาท ก็คุ้มค่ากว่าหากมองถึงการใช้งานถนนที่ยาวนานขึ้นกว่าปกติ ทั้งยังช่วยลดการ นำเข้ายางมะตอยจากต่างประเทศได้ และเป็นช่องทางช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงราคายางตกต่ำได้ด้วย อนาคตถ้าได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ อบต.เขาหินซ้อนมีแผนที่จะสร้างถนนยางพาราเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความ ยินดีเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับ อบต.อื่นๆ ที่สนใจถนนยางพารานี้”
ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ (ฉบับที่ 1353 ประจำวันที่ 17-1-2013 ถึง 20-1-2013)