กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
(2791)

รองอธิบดี กสร. ร่วมแสดงความยินดีกับ 7 หน่วยงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาต...
18/08/2026

รองอธิบดี กสร. ร่วมแสดงความยินดีกับ 7 หน่วยงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ระดับพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ.2569

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) มอบหมายให้ นายศักดิ์ศิลป์ ตุลาธร รองอธิบดี กสร. ร่วมแสดงความยินดีกับหน่วยงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ระดับพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ.2569 จำนวน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครนายก สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพะเยา สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำปาง และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการมอบโล่รางวัลและตรารับรองมาตรฐานการให้บริการของศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ประจำปี พ.ศ.2569
ทั้งนี้ ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ เบื้องหลังคำว่า “ผ่าน” : พลังคน พลังทีมสู่มาตรฐาน GECC โดยมี นางสาวสิริพร บุญเรือง สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครนายก เป็นผู้แทนกรมร่วมเสวนา ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

รองอธิบดี กสร. เป็นประธานการประชุมสัญจรเสริมพลังเครือข่ายชมรมแรงงานนอกระบบ พร้อมเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มน้ำมะดันแดดเดี...
18/08/2026

รองอธิบดี กสร. เป็นประธานการประชุมสัญจรเสริมพลังเครือข่ายชมรมแรงงานนอกระบบ พร้อมเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มน้ำมะดันแดดเดียว ณ จังหวัดนครนายก

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายสุรสิทธิ์ ศรีแก้ว รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เป็นประธานการประชุมโครงการสัญจร Onsite สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายชมรมแรงงานนอกระบบ ครั้งที่ 3 เพื่อรับทราบการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบภายใต้บทบาทและภารกิจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ความเป็นมาของชมรมแรงงานนอกระบบ แนวทางการขับเคลื่อนชมรมแรงงานนอกระบบด้วยหลัก 5ก ตลอดจนบทบาทและภารกิจด้านแรงงานนอกระบบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการเพิ่มจำนวนสมาชิกชมรมแรงงานนอกระบบ และการสร้างความเข้มแข็งของชมรมแรงงานนอกระบบ นอกจากนี้ รองอธิบดี กสร. พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มน้ำมะดันแดดเดียว รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนพูดคุยแลกเปลี่ยนและรับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการของสมาชิกกลุ่ม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ รวมทั้งสนับสนุนการรวมกลุ่มและสร้างความเข้มแข็งให้แก่แรงงานนอกระบบในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีนายสุกิจ ครุฑคง ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ นางสาวสิริพร บุญเรือง สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครนายก ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ชมรมแรงงานนอกระบบ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ วิสาหกิจชุมชนปลาเค็มน้ำมะดันแดดเดียว ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
สำหรับวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มน้ำมะดันแดดเดียว เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน โดยเฉพาะ “มะดัน” ซึ่งเป็นผลไม้พื้นถิ่นของจังหวัดนครนายก มาประยุกต์ใช้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร โดยใช้น้ำมะดันช่วยลดกลิ่นคาวของปลาและเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

อธิบดี กสร. เป็นหัวหน้าคณะศึกษาดูงานหลักสูตร นบร. รุ่นที่ 34 เรียนรู้ต้นแบบบริหารแรงงานตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เสริมแนวคิ...
18/08/2026

อธิบดี กสร. เป็นหัวหน้าคณะศึกษาดูงานหลักสูตร นบร. รุ่นที่ 34 เรียนรู้ต้นแบบบริหารแรงงานตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เสริมแนวคิดพัฒนาแรงงานนอกระบบอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดสระบุรี

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เป็นหัวหน้าคณะในการศึกษาดูงานโครงการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง (นบร.) รุ่นที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ช่วงที่ 2 การอบรมรูปแบบเข้าห้องเรียนและการศึกษาดูงาน เพื่อศึกษาเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการแรงงานในสถานประกอบกิจการตามแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินโครงการ “แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” ของบริษัท น้ำตาลสระบุรี จำกัด ซึ่งส่งเสริมให้ลูกจ้างสามารถพึ่งพาตนเองผ่านกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ การสร้างอาชีพเสริม การลดรายจ่ายในครัวเรือน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับการทำงานในสถานประกอบกิจการ อันเป็นต้นแบบการพัฒนาแรงงานอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนางสาวสุกัลยา แก้วสม ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ผู้เข้ารับการอบรม นบร. รุ่นที่ 34 จำนวน 40 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมคณะศึกษาดูงานในครั้งนี้ ณ บริษัท น้ำตาลสระบุรี จำกัด ตำบลคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี

จากนั้น เวลา 13.30 น. อธิบดี กสร. เป็นหัวหน้าคณะศึกษาดูงานการบริหารจัดการด้านแรงงานนอกระบบ ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตลาดหัวปลี ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เพื่อศึกษาเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการและการรวมกลุ่มของแรงงานนอกระบบในชุมชน การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างมูลค่าและเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจดังกล่าวเกิดจากการรวมตัวและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เป็นพื้นที่สร้างอาชีพและช่องทางจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และอาหารพื้นถิ่น ช่วยสร้างรายได้และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของคนในชุมชน อันเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในการประกอบอาชีพของแรงงานนอกระบบอย่างยั่งยืน

18/08/2026

วันนี้ผมมีอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับพี่น้องแรงงานรัฐวิสาหกิจมาแจ้งให้ทราบครับ

ขณะนี้ทาง ครม. ได้มีมติเห็นชอบในการแก้ไขร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2 ฉบับ ได้แก่

📍 ร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ..)

📍 ร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ค่าทําศพกรณีตาย อันมิใช่เนื่องจากการทํางาน (ฉบับที่ ..)

โดยเนื้อหาสำคัญคือการเปลี่ยนจากคำว่า ‘สามีหรือภรรยา’ เป็น ‘คู่สมรส’ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมและเป็นการคุ้มครองสิทธิให้คู่สมรสทุกเพศสามารถรับเงินทดแทนจากนายจ้างได้ ทั้งกรณีค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพ ซึ่งคาดว่าในปี พ.ศ. 2569 - 2573 จะมีคู่สมรสได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นประมาณ 11,064 - 12,021 คนครับ

นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันความเสมอภาคทางเพศให้เกิดขึ้นจริงในสังคม และผมขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานทุกกลุ่มให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกันต่อไปครับ

#จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #หนิมจุลพันธ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน #สมรสเท่าเทียม #ความเท่าเทียมทางเพศ

18/08/2026

ที่ผ่านมา พี่น้องคนประจำเรือมักเป็นกลุ่มแรงงานที่ทำงานอยู่ท่ามกลางความเสี่ยง แต่กลับตกหล่นจากการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐาน ทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำมายาวนาน วันนี้ผมมีข่าวดีเรื่องการยกระดับความคุ้มครองสิทธิพี่น้องแรงงานทางทะเลมาแจ้งให้ทราบครับ โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. แรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล (Maritime Labour Convention, 2006) ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO)

หัวใจสำคัญของการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้คือการดึงพี่น้องคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทัดเทียมแรงงานบนฝั่งครบทั้ง 7 กรณี ทั้งการเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ ตลอดจนกรณีว่างงาน

พร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองแรงงานเยาวชน โดยห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในช่วงกะดึก (22.00 – 06.00 น.) เว้นแต่จะเป็นการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กรมเจ้าท่ารับรองหรือเป็นลักษณะงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับเสียงสนับสนุนเห็นชอบสูงถึง 86.36% ซึ่งหลังจากนี้ จะเร่งประสานวิปรัฐบาลเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับผม หลักการสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เริ่มต้นจากการดูแลคนทำงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะทำงานบนฝั่งหรือกลางผืนน้ำ กระทรวงแรงงานจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างหลักประกันคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ปลอดภัย และคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องแรงงานทุกคนครับ

#จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน #แรงงานทางทะเล #ประกันสังคม

18/08/2026

พี่น้องแรงงานนอกระบบซึ่งเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยพยุงระบบเศรษฐกิจไทย แต่ยังต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องการถูกกดราคา เบี้ยวค่าจ้าง และสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย

วันนี้ กระทรวงแรงงานได้ผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน เข้าสู่ที่ประชุม ครม. และได้รับความเห็นชอบเรียบร้อยแล้วครับ

โดยการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้มุ่งขยายขอบเขตความคุ้มครองให้นิยามครอบคลุมทั้งการรับงานผ่านระบบออนไลน์ งานในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการ และพาณิชยกรรม พร้อมการันตีค่าตอบแทนที่เป็นธรรมโดยต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายและจ่ายเป็นเงินบาท หากนายจ้างเบี้ยวเงินหรือไม่คืนหลักประกันตามกำหนด จะต้องเสียดอกเบี้ยปรับร้อยละ 15 ต่อปี

นอกจากนี้ ยังยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยและยุติปัญหาการใช้แรงงานเด็กอย่างเด็ดขาด โดยห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงานที่บ้านโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปีหรือปรับตั้งแต่ 400,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงห้ามหญิงมีครรภ์และเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เป้าหมายสำคัญสำหรับผมคือการเปลี่ยนผ่านแรงงานนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครองที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ คุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และทำให้ทุกคนทำงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ

#จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน #แรงงานนอกระบบ #ผู้รับงานไปทำที่บ้าน

รองอธิบดี กสร. ร่วมสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายแรงงาน ยกระดับสิทธิคนทำงาน พร้อมสนับสนุนข้อมูลในการประชุมคณะร...
18/08/2026

รองอธิบดี กสร. ร่วมสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายแรงงาน ยกระดับสิทธิคนทำงาน พร้อมสนับสนุนข้อมูลในการประชุมคณะรัฐมนตรี

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดี กสร. ร่วมสนับสนุนข้อมูลต่อนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในประเด็น ร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน ครอบคลุมการเพิ่มหลักประกันแก่คนประจำเรือ การคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน และการรับรองสิทธิของคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจอย่างเท่าเทียมโดยไม่จำกัดเพศ โดยมี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนับสนุนข้อมูล ณ ห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้น เวลา 09.20 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับการเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายด้านแรงงาน เพื่อยกระดับสิทธิและหลักประกันให้แก่คนทำงานทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
และในเวลา 09.30 น. นายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดี กสร. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนับสนุนข้อมูลในประเด็นและวาระด้านแรงงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 20/2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เพื่อสนับสนุนการชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้เป็นไปด้วยความครบถ้วนและเรียบร้อย ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

18/08/2026

‘จุลพันธ์’ เผย ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ ‘คนประจำเรือ–ผู้รับงานไปทำที่บ้าน–ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจกลุ่มสมรสเท่าเทียม’

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับและหลักเกณฑ์ด้านแรงงานรวม 4 ฉบับตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและขยายสิทธิความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกลุ่มลูกจ้างรัฐวิสาหกิจกลุ่มสมรสเท่าเทียม

การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการและมาตรฐานแรงงานให้ทันต่อสภาพสังคมและรูปแบบการจ้างงานยุคใหม่ โดยแบ่งสาระสำคัญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. ยกระดับระบบสวัสดิการ คนประจำเรือ ผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้นายจ้างต้องนำคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและเงินทดแทนโดยตรง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณีตามระบบประกันสังคมและได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนหากประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน

นอกจากนี้ ยังกำหนดชัดเจนว่าห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานระหว่าง 22.00 – 06.00 น. เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมหรือการปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

2. ขยายความคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ให้ครอบคลุมรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล เช่น การรับงานผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งขยายประเภทที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และบริการ

นอกจากกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการทำงานที่ 15 ปีและห้ามผู้ว่าจ้างใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปีหรือหญิงมีครรภ์ในงานเสี่ยงอันตราย ในกรณีจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 – 800,000 บาท นอกจากนี้ ยังวางเกณฑ์อัตราค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมทั้งเพิ่มโทษหากนายจ้างเบี้ยวเงินหรือคืนหลักประกันล่าช้าต้องจ่ายดอกเบี้ยปรับร้อยละ 15 ต่อปี

3. รับรองสิทธิคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามหลักสมรสเท่าเทียม ผ่านร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อปรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทำให้คู่สมรสตามกฎหมายทุกเพศได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทน และค่าทำศพอย่างเท่าเทียม โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากสิทธิค่ารักษาพยาบาลกว่า 12,000 คน

“เป้าหมายของเราคือการปิดทุกช่องว่างทางกฎหมายและยกระดับสวัสดิการของแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งการรับรองสิทธิที่เท่าเทียมและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเยาวชน ผู้รับงานอิสระ และคู่สมรสทุกเพศ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” นายจุลพันธ์กล่าว

อธิบดี กสร. เป็นหัวหน้าคณะในการศึกษาดูงานโครงการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง (นบร...
17/08/2026

อธิบดี กสร. เป็นหัวหน้าคณะในการศึกษาดูงานโครงการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง (นบร.) รุ่นที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสระบุรี

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เป็นหัวหน้าคณะในการศึกษาดูงานโครงการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง (นบร.) รุ่นที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ช่วงที่ 2 การอบรมรูปแบบเข้าห้องเรียนและการศึกษาดูงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการองค์กรและบุคลากร ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและพัฒนาองค์กร เพื่อนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและพัฒนาองค์กร โดยมีนางสาวสุกัลยา แก้วสม ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ผู้เข้ารับการอบรม นบร. รุ่นที่ 34 จำนวน 40 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมคณะศึกษาดูงานในครั้งนี้ ณ สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากนั้น เวลา 13.30 น. อธิบดี กสร. เป็นหัวหน้าคณะศึกษาดูงานการบริหารจัดการด้านแรงงานในระบบ ณ บริษัท บีเจซี กล๊าส พรีเมี่ยม จำกัด เขตประกอบการอุตสาหกรรมเอส ไอ แอล ตำบลบัวลอย อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว โดยคณะได้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแรงงานในภาคอุตสาหกรรม การจัดระบบการทำงานและการบริหารบุคลากร ตลอดจนแนวทางการดูแลความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำแนวปฏิบัติที่ดีไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานด้านแรงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่อยู่

ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626602000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน:

ทางลัด

แชร์