กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง อยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูล เร็วๆนี้

กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สนับสนุนพันธุ์หอยตลับ 2 แสนตัว ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งบางสะพาน สร้างแหล่งพ่อแ...
26/08/2026

กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สนับสนุนพันธุ์หอยตลับ 2 แสนตัว ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งบางสะพาน สร้างแหล่งพ่อแม่พันธุ์โดยชุมชนมีส่วนร่วม
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง สนับสนุนพันธุ์หอยตลับ จำนวน 200,000 ตัว ให้แก่สำนักงานประมงอำเภอบางสะพาน เพื่อนำไปปล่อยเสริมทรัพยากรในแหล่งธรรมชาติ บริเวณชายทะเลดอนสำราญ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเพิ่มปริมาณทรัพยากรหอยตลับในพื้นที่ และเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มจำนวนหอยตลับในธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการสร้างกลไกการอนุรักษ์ในระดับพื้นที่ โดย กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบางสะพาน ร่วมกับสำนักงานประมงอำเภอบางสะพาน และกลุ่มเหล็กสหวิริยา ได้ร่วมกันจัดทำ แนวเขตอนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์หอยตลับ เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับพักฟื้นและเพิ่มจำนวนประชากรพ่อแม่พันธุ์ ลดแรงกดดันจากการใช้ประโยชน์ และเอื้อต่อการแพร่ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติไปยังพื้นที่โดยรอบ
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งแบบมีส่วนร่วม โดยนำองค์ความรู้และศักยภาพด้านการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำของกรมประมงมาเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการทรัพยากรในระดับพื้นที่ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในการดูแลแหล่งทรัพยากรร่วมกัน เพื่อให้หอยตลับสามารถเพิ่มจำนวนและสร้างประชากรในธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง

กพช. ติดตาม “ปูไทยสร้างชาติ” จ.ตรัง หลังปล่อยลูกพันธุ์ 56 วัน มุ่งยกระดับการเลี้ยงปูทะเล สร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกรวั...
26/08/2026

กพช. ติดตาม “ปูไทยสร้างชาติ” จ.ตรัง หลังปล่อยลูกพันธุ์ 56 วัน มุ่งยกระดับการเลี้ยงปูทะเล สร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกร
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง ภายใต้กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ลงพื้นที่ติดตามการเลี้ยงปูทะเลของเกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการปูไทยสร้างชาติ ปี 2569 ในพื้นที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จำนวน 5 ราย ภายหลังเกษตรกรได้รับมอบลูกพันธุ์ปูทะเลและนำลงเลี้ยงเป็นระยะเวลา 56 วัน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นางสาวพัชรี ซุ่นสั้น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง มอบหมายให้นางสาวนลินี สิงหบุญ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ พร้อมด้วยนางกาญจนา คงพล พนักงานผู้ช่วยประมง ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ติดตามการเจริญเติบโตและสภาพการเลี้ยง ให้คำแนะนำด้านการจัดการเลี้ยง รวมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทั้งในภาคสนามและห้องปฏิบัติการของศูนย์ฯ เพื่อใช้ประกอบการประเมินผลและแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรอย่างเหมาะสม
โครงการปูไทยสร้างชาติ เป็นหนึ่งในแนวทางส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปูทะเลของกรมประมง ที่มุ่งนำองค์ความรู้ด้านการผลิตลูกพันธุ์และเทคโนโลยีการเลี้ยงไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยไม่ได้มุ่งเพียงการสนับสนุนลูกพันธุ์แก่เกษตรกร แต่ให้ความสำคัญกับ การติดตามตลอดกระบวนการเลี้ยง การจัดการคุณภาพน้ำ การเพิ่มอัตรารอดและการเจริญเติบโต ตลอดจนการลดความเสี่ยงในการผลิต เพื่อพัฒนาให้เกิดรูปแบบการเลี้ยงปูทะเลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสามารถสร้างผลตอบแทนแก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลจากการติดตามเกษตรกรในแต่ละช่วงการเลี้ยงจะนำมาใช้ประเมินผลการดำเนินงาน ทั้งด้านการเจริญเติบโต อัตรารอด ระยะเวลาการเลี้ยง ต้นทุน และผลผลิต เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับปรับปรุงแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเล และขยายผลสู่เกษตรกรและพื้นที่ที่มีศักยภาพต่อไป
“ผลิตลูกพันธุ์คุณภาพ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ติดตามถึงฟาร์ม สร้างการเลี้ยงปูทะเลที่มั่นคงและยั่งยืน”
#กรมประมง #กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง #ปูไทยสร้างชาติ #ปูทะเล #เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง #ตรัง

กองวิจัยฯ ขับเคลื่อน “Data-Driven Aquaculture” ใช้ข้อมูลจริง–AI เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงกุ้งระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม...
24/08/2026

กองวิจัยฯ ขับเคลื่อน “Data-Driven Aquaculture” ใช้ข้อมูลจริง–AI เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงกุ้ง
ระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “พัฒนาศักยภาพเกษตรกรและเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและพัฒนาการผลิตสัตว์น้ำด้วย Data-Driven Aquaculture และปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและเจ้าหน้าที่กรมประมงเข้าร่วมจำนวน 50 คน
การฝึกอบรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและบุคลากรกรมประมงให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยุคดิจิทัล ตามแนวทางที่ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง มอบไว้ โดยมุ่งให้การนำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ องค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและข้อมูลจริงจากฟาร์ม เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผน และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กล่าวว่า หัวใจของ Data-Driven Aquaculture ไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์มากขึ้น แต่อยู่ที่ “การเปลี่ยนข้อมูลจากการเลี้ยงให้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ” เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งเป็นระบบที่มีปัจจัยต่าง ๆ เชื่อมโยงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งคุณภาพน้ำ สภาพแวดล้อม การให้อาหาร สุขภาพสัตว์น้ำ การเจริญเติบโต ต้นทุน และผลผลิต การเข้าใจความสัมพันธ์และพลวัตของข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ
การฝึกอบรมจึงเริ่มจากการสร้างความเข้าใจ “ข้อมูลและระบบการเลี้ยง” ก่อน “เทคโนโลยี” โดยให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้พลวัตของคุณภาพน้ำและความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ ในบ่อเลี้ยง ฝึกการตั้งคำถามจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และพิจารณาว่าต้องใช้ข้อมูลใดในการวิเคราะห์ ก่อนนำเครื่องมือดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยจัดระบบ ประมวลผล วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของเกษตรกรและเจ้าหน้าที่
ภาคปฏิบัติได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้การประยุกต์ใช้ Generative AI และ AI-assisted Coding เพื่อพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลหรือ Web Application เบื้องต้นจากโจทย์และข้อมูลด้านการเพาะเลี้ยง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมในระดับสูง เช่น ระบบบันทึกข้อมูลการเลี้ยง การติดตามคุณภาพน้ำ เครื่องมือคำนวณและประเมินข้อมูล และ Dashboard สำหรับติดตามผลการผลิต ทั้งนี้ เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเป็น ต้นแบบสำหรับการเรียนรู้และนำไปปรับใช้ มิใช่รูปแบบสำเร็จรูปที่ใช้แทนกันได้ในทุกฟาร์ม เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีระบบการเลี้ยง สภาพแวดล้อม และข้อจำกัดแตกต่างกัน
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการฝึกอบรม คือ การเชื่อมโยง “ประสบการณ์การเลี้ยง” กับ “ทักษะด้านข้อมูลและเทคโนโลยี” ผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกรที่มีประสบการณ์ เกษตรกรรุ่นใหม่ เจ้าหน้าที่กรมประมง และวิทยากรจากสถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้องค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์จริงในฟาร์มสามารถถ่ายทอดและต่อยอดด้วยข้อมูลและเครื่องมือสมัยใหม่ โดยยังคงให้ความสำคัญกับความรู้และการตัดสินใจของผู้เลี้ยงเป็นหลัก
จุดสำคัญของการฝึกอบรมจึงไม่ใช่การส่งเสริมเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนา “กระบวนการคิดจากข้อมูล” ตั้งแต่การรู้ว่าควรเก็บข้อมูลอะไร เข้าใจว่าข้อมูลบอกอะไร เชื่อมโยงข้อมูลกับองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยง และเลือกใช้ AI หรือเครื่องมือดิจิทัลเท่าที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การตัดสินใจมีข้อมูลรองรับมากขึ้น
กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งคาดหวังว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยพัฒนาทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ให้สามารถนำข้อมูลจากการผลิตมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ตั้งแต่ระดับฟาร์มในการติดตามและปรับการจัดการ ไปจนถึงระดับเจ้าหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่เกษตรกรได้ตรงกับสถานการณ์ โดยต้นแบบเครื่องมือที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมสามารถนำไปทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอดตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อวางพื้นฐานการขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจาก “การเลี้ยงด้วยประสบการณ์” สู่ “การใช้ประสบการณ์ร่วมกับข้อมูล” และนำไปสู่ Data-Driven Aquaculture และ Precision Aquaculture ที่เหมาะสมกับบริบทการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย
#กรมประมง
#กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

 #สถานการณ์กุ้งทะเลของประเทศไทยข้อมูลเดือนกราคมถึงกรกฎาคม2569
24/08/2026

#สถานการณ์กุ้งทะเลของประเทศไทยข้อมูลเดือนกราคมถึงกรกฎาคม2569

 #สถานการณ์สินค้ากุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ของไทยประจำเดือนกรกฎาคมปี2569
24/08/2026

#สถานการณ์สินค้ากุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ของไทยประจำเดือนกรกฎาคมปี2569

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้...
23/08/2026

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสาคร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเล โดยมี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ รองอธิบดีกรมประมง นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง นายไวทัศน์ หนูกล่ำ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่กรมประมง ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานด้านการเพาะเลี้ยงปูทะเล
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งผลักดัน “ปูทะเล” ให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการและมีราคาจำหน่ายสูง พร้อมส่งเสริมการนำบ่อกุ้งร้างกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างทางเลือกอาชีพและเพิ่มมูลค่าให้พื้นที่ชายฝั่ง สอดคล้องกับนโยบายยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงโดยใช้หลัก “ตลาดนำการผลิต” ควบคู่กับการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ภายใต้แนวทางเชื่อมโยงระบบ “ลูกพันธุ์–พื้นที่เลี้ยง–การผลิต–ตลาด” เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผลผลิตปูทะเลจากการเพาะเลี้ยง 3,963.66 ตัน มูลค่า 1,343.36 ล้านบาท มีเกษตรกร 4,710 ฟาร์ม พื้นที่เลี้ยงรวม 55,127.99 ไร่ โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นแหล่งเลี้ยงปูทะเลสำคัญของประเทศ ทั้งด้านจำนวนฟาร์ม พื้นที่ ผลผลิต และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครอยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศ ปูทะเลมีราคาจำหน่ายประมาณ 230–600 บาทต่อกิโลกรัม ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4–5 เดือน และสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยประมาณ 60,000 บาทต่อไร่ต่อรุ่น
กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (กพช.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงปูทะเลตลอดห่วงโซ่การผลิต ปัจจุบันมีศักยภาพผลิตลูกปูระยะ Young crab ได้ถึง 3 ล้านตัวต่อปี พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร สถาบันการศึกษา และผู้สนใจ รวมทั้งขยายผลการเลี้ยงปูทะเลในหลายพื้นที่ อาทิ โครงการปูไทยสร้างชาติ จังหวัดตรัง ส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลในพื้นที่บ่อกุ้งร้าง โดยสนับสนุนองค์ความรู้ ลูกพันธุ์ และปัจจัยการผลิต และ โครงการเสริมความเข้มแข็งสู่เกษตรอัจฉริยะในพื้นที่บ่อกุ้งร้าง จังหวัดปัตตานี ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ IoT ในการเลี้ยงปูทะเลและปูคอนโด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและอัตรารอดของลูกปู
นอกจากนี้ กพช. ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ดำเนิน โครงการขยายผลองค์ความรู้และนวัตกรรมการเลี้ยงปูขาว เพื่อเพิ่มรายได้และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนอาชีพอย่างยั่งยืน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเกษตรกรเป้าหมาย 100 ราย ในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร มุ่งเพิ่มอัตรารอด ลดต้นทุน เพิ่มรายได้สุทธิ พัฒนาระบบการเลี้ยงแบบผสมผสาน เชื่อมโยงตลาด และสร้างผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรุ่นใหม่
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตลูกปูทะเลของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสาคร ตั้งแต่การขุนเลี้ยงแม่พันธุ์ การเพาะและอนุบาลลูกปูทะเล ไปจนถึงการเลี้ยงปูทะเลในบ่อดิน เพื่อศึกษาการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ พร้อมประชุมผ่านระบบออนไลน์กับหน่วยงานในสังกัด กพช. ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์พัฒนาประมงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคด้านการผลิตปูทะเล ตลอดจนมอบนโยบายและแลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ภายหลังการตรวจเยี่ยม นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง พร้อมคณะ ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปูทะเลในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรวบรวมปัญหา ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะจากผู้เลี้ยงโดยตรง สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงแนวทางการวิจัย พัฒนา และส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลให้สอดคล้องกับสภาพการผลิตจริงในพื้นที่
ทั้งนี้ กพช. พร้อมนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนไปต่อยอดการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตั้งแต่การผลิตลูกพันธุ์ การเพิ่มอัตรารอดและประสิทธิภาพการเลี้ยง ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด เพื่อผลักดัน “ปูทะเล” ให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูงและเป็นอาชีพทางเลือกที่สร้างรายได้มั่นคงแก่เกษตรกร ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนชายฝั่งไทยอย่างยั่งยืน

กรมประมงหนุนวิชาการ การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็ม สร้างอาหาร–สร้างรายได้ชุมชนกรมประมงเดินหน้าสนับสนุนการใช้ประโยชน์พื้นที...
21/08/2026

กรมประมงหนุนวิชาการ การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็ม สร้างอาหาร–สร้างรายได้ชุมชน

กรมประมงเดินหน้าสนับสนุนการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามศักยภาพและความต้องการของพื้นที่ โดย นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการดำเนินงาน และให้กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (กพช.) สนับสนุนองค์ความรู้และวิชาการแก่สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา ในการส่งเสริมการเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ดินเค็ม เพื่อเพิ่มทางเลือกในการผลิตสัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหารโปรตีน และสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือนและชุมชน

การดำเนินงานมีพื้นที่เป้าหมาย ณ บ้านหนองกราด ตำบลหนองกราด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่พิจารณาจากสภาพปัญหา ศักยภาพของพื้นที่ และความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาดินเค็มและมีข้อจำกัดต่อการทำเกษตรกรรมบางประเภท จึงนำปลากะพงขาว ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่สามารถปรับตัวได้ในช่วงความเค็มที่หลากหลาย มาเป็นทางเลือกในการส่งเสริมการเลี้ยง โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 11 ราย

ในการสนับสนุนด้านวิชาการ นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้มอบหมายให้ นายชัยวุฒิ สุดทองคง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง นายประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และกลุ่มวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งและพัฒนาธุรกิจ ร่วมสนับสนุนสำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา โดยลงพื้นที่ศึกษาสภาพการเลี้ยงจริง รับทราบความพร้อมและข้อจำกัดของแต่ละฟาร์ม และให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการในการเตรียมบ่อและการจัดการเลี้ยงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งจัดทำ “คู่มือการเลี้ยงปลากะพงขาว” เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้

ก่อนเริ่มการเลี้ยง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ทีมวิชาการ กพช. ได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำด้านการเตรียมบ่อให้สอดคล้องกับสภาพของแต่ละฟาร์ม และวันที่ 20 เมษายน 2569 ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้หลักสูตร “การเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่ดินเค็ม” ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานการเลี้ยง การเตรียมความพร้อมก่อนและระหว่างการเลี้ยง ตลอดจนการใช้จุลินทรีย์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง จากนั้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ได้ร่วมลงพื้นที่ให้คำแนะนำในขั้นตอนการลงลูกพันธุ์และการจัดการอาหาร เพื่อให้การเริ่มต้นเลี้ยงเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

การสนับสนุนด้านวิชาการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดรอบการเลี้ยง โดย กพช. ทำหน้าที่เป็น พี่เลี้ยงทางวิชาการ ให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมาและเกษตรกร ทั้งจากการลงพื้นที่และการให้คำปรึกษาผ่าน Line Application เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาที่พบจากการเลี้ยงจริง อาทิ การปรับปริมาณและวิธีการให้อาหาร การติดตามคุณภาพน้ำและปริมาณออกซิเจน การลดอาหารเหลือ การใช้จุลินทรีย์ การเตรียมน้ำในบ่อพัก ตลอดจนวิธีการชั่งวัดปลา พร้อมนำข้อมูลการเจริญเติบโตมาใช้ประกอบการให้คำแนะนำด้านการจัดการเลี้ยงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในแต่ละช่วง

ผลการดำเนินงานเบื้องต้นพบว่า ปลากะพงขาวสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ในสภาพน้ำที่มีความเค็มต่ำ โดยข้อมูลด้านการเจริญเติบโต อัตราการรอด และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR) อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เกษตรกรสามารถจับผลผลิตปลากะพงขาวจากโครงการได้สำเร็จ ก่อนนำผลผลิตออกจำหน่ายในงานตลาดธงฟ้า บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการนำองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาประยุกต์ใช้ภายใต้สภาพและข้อจำกัดเฉพาะของพื้นที่

การดำเนินงาน “ปลากะพงโคราช” ครั้งนี้ สะท้อนการบูรณาการทำงานของหน่วยงานกรมประมง โดย สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานร่วมกับเกษตรกรตามบริบทและความต้องการของพื้นที่ ขณะที่ กพช. สนับสนุนองค์ความรู้และคำแนะนำทางวิชาการด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตั้งแต่การพิจารณาสภาพและข้อจำกัดของฟาร์ม การเตรียมบ่อ การจัดการเลี้ยง ไปจนถึงการติดตามและให้คำปรึกษาระหว่างการเลี้ยง เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

ผลที่ได้จากการดำเนินงานครั้งนี้จึงเป็น รูปแบบประกอบการพิจารณา (Model) ของการนำองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาประยุกต์ใช้ภายใต้บริบทของพื้นที่ดินเค็ม ซึ่งพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียงอาจนำองค์ความรู้และบทเรียนที่ได้ไปพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้ การดำเนินการจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายพื้นที่ ทั้งด้านสภาพแวดล้อม แหล่งน้ำ ระบบการเลี้ยง และการบริหารจัดการ รวมถึงดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่โดยรอบ และสามารถสร้างประโยชน์ด้านอาหารและรายได้แก่ครัวเรือนและชุมชนได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. นางสาวปริศนา คลิ้งสุขคล้าย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่ง...
20/08/2026

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. นางสาวปริศนา คลิ้งสุขคล้าย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมกับ นายเกียรติศักดิ์ นารีเลิศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่ นายเจริญไชย ศรีสุวรรณ์ ประมงจังหวัดกระบี่ นายสามารถ เดชสถิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา นายพงษ์ศรันย์ รัตนพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลกระบี่ นางศิริพร ชัยจักร หัวหน้าด่านตรวจประมงกระบี่ นายสุวัฒน์ สุขศิริ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลฝั่งอันดามัน และแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจประมงมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยคณะฯ ได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับภารกิจด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปูม้าและปูทะเล ตลอดจนการพัฒนากระบวนการอนุบาลและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง เพื่อเพิ่มอัตราการรอดและพัฒนาคุณภาพพันธุ์สัตว์น้ำ รวมถึงการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะการผลิตพันธุ์ปูม้าเพื่อปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดกระบี่และพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อันเป็นการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ ฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง และเสริมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล
ทั้งนี้ ศูนย์ฯ มีภารกิจสำคัญในการผลิตและอนุบาลพันธุ์ปูม้าและปูทะเล โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ศูนย์ฯ สามารถผลิตพันธุ์ปูม้าระยะ Crab 2-3 จำนวน 2,680,000 ตัว ระยะ Zoea จำนวน 14,900,000 ตัว สำหรับปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงชายฝั่ง ขณะเดียวกันยังดำเนินการผลิตพันธุ์ปูทะเลคุณภาพระยะ Crab 4-5 จำนวน 289,915 ตัว เพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกร อันเป็นการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปู สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชน ตลอดจนดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพ
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ มุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตพันธุ์ปูในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่งและรักษาสมดุลของระบบนิเวศป่าชายเลน ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการประมงและการเลี้ยงปูเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างแหล่งอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชน รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาและพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยงปู โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงปู ตลอดจนสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เกษตรกร เยาวชน และประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน
นอกจากนี้ การศึกษาดูงานยังเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งให้มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และเติบโตอย่างยั่งยืน

🦐 กรมประมง ร่วมขับเคลื่อน “ต้มยำกุ้ง” สู่มรดกอาหารไทยอย่างยั่งยืน ชูฐานทรัพยากรกุ้ง “มี–ดี–ปลอดภัย–ยั่งยืน”วันที่ 20 สิง...
20/08/2026

🦐 กรมประมง ร่วมขับเคลื่อน “ต้มยำกุ้ง” สู่มรดกอาหารไทยอย่างยั่งยืน ชูฐานทรัพยากรกุ้ง “มี–ดี–ปลอดภัย–ยั่งยืน”
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ร่วมบรรยายในเวทีสาธารณะ “แผนขับเคลื่อนการส่งเสริมและรักษาต้มยำกุ้ง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนกับ UNESCO” ภายใต้หัวข้อ “ความมั่นคงทางอาหารและฐานทรัพยากรกุ้งปลอดภัย” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในการรักษาฐานวัตถุดิบสำคัญของอาหารไทยให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน
การบรรยายเน้นถึงความสำคัญของ “กุ้ง” ในฐานะทรัพยากรอาหารที่เชื่อมโยงทั้งความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจของเกษตรกร และวัฒนธรรมอาหารไทย โดยการสืบสาน “ต้มยำกุ้ง” ในฐานะมรดกอาหารที่มีชีวิต ไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาสูตรหรือภูมิปัญญาการปรุงอาหารเท่านั้น แต่ต้องรักษาทั้งองค์ความรู้ของคนและฐานทรัพยากรที่ทำให้อาหารจานนี้เกิดขึ้นได้
ข้อมูลปี 2567 ประเทศไทยมีผลผลิตกุ้งทะเลรวม 417,242 ตัน โดยมาจากการเพาะเลี้ยง 389,793 ตัน หรือร้อยละ 93.42 และจากการจับจากธรรมชาติ 27,449 ตัน หรือร้อยละ 6.58 สะท้อนว่า กุ้งทะเลไทยมากกว่า 9 ใน 10 มาจากการเพาะเลี้ยง ดังนั้น ความมั่นคงของทรัพยากรกุ้งไทยจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับความเข้มแข็งของระบบเพาะเลี้ยงของประเทศ
สำหรับทิศทางการพัฒนาในอนาคต ภาคการเพาะเลี้ยงกุ้งจำเป็นต้องปรับจาก “ผลิตมาก” สู่ “ผลิตดี” (Produce More → Produce Better) โดยไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มปริมาณผลผลิต แต่เพิ่มคุณค่าของทุกกิโลกรัมที่ผลิต ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในระบบ Smart Aquaculture การยกระดับ Biosecurity และการจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ การพัฒนามาตรฐานและ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตลอดจนการส่งเสริม Low-Carbon Aquaculture เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน “ความปลอดภัยของอาหารไม่ได้เริ่มที่ครัว แต่เริ่มตั้งแต่แหล่งผลิต” ตั้งแต่การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์และลูกพันธุ์ที่มีคุณภาพ อาหารและสุขภาพสัตว์น้ำ การจัดการคุณภาพน้ำ การใช้ยาและสารเคมีอย่างถูกต้อง การจับและขนส่ง ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของกุ้งตลอดห่วงโซ่การผลิต
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การรักษาความหลากหลายของกุ้งไทย ทั้งกุ้งก้ามกราม กุ้งกุลาดำ กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งแชบ๊วย ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณลักษณะ เนื้อสัมผัส และรสชาติที่แตกต่าง และเชื่อมโยงกับเมนูและภูมิปัญญาอาหารของแต่ละพื้นที่ การรักษาฐานทรัพยากรจึงไม่ควรมองเฉพาะปริมาณ แต่ต้องรักษาความหลากหลายที่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์อาหารไทยด้วย
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการยกระดับจาก Commodity Shrimp สู่ Cultural & High-value Shrimp โดยเชื่อมโยง “กุ้งไทย × อาหารไทย × แหล่งกำเนิดท้องถิ่น” เพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยคุณภาพ อัตลักษณ์ แหล่งที่มา และเรื่องราว ตลอดจนสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ชุมชนและผู้เพาะเลี้ยง นักวิจัยและสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ ไปจนถึงตลาดและการท่องเที่ยว
การรักษา “ต้มยำกุ้ง” ให้เป็นมรดกอาหารที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้ง “มี” ทรัพยากรเพียงพอและผลิตได้ต่อเนื่อง “ดี” มีคุณภาพและความหลากหลาย “ปลอดภัย” ตั้งแต่แหล่งผลิตถึงผู้บริโภค และ “ยั่งยืน” โดยเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแล และผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการสืบสานคุณค่าของ “ต้มยำกุ้ง” และวัฒนธรรมอาหารไทยอย่างยั่งยืน
#กรมประมง
#กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
#ต้มยำกุ้ง
#ความมั่นคงทางอาหาร
#ฐานทรัพยากรกุ้งปลอดภัย
#กุ้งไทย
#มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

กพช. ร่วมแถลงข่าว “ภูษา ธัญญา ราชินี” นำผลงานสาหร่ายทะเลจากฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ร่วมจัดแสดงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กองวิจัย...
18/08/2026

กพช. ร่วมแถลงข่าว “ภูษา ธัญญา ราชินี” นำผลงานสาหร่ายทะเลจากฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ร่วมจัดแสดง
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ร่วมกับกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมประมง เข้าร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” งานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้อง 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานแถลงข่าว
งาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ณ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดย กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเสนอพระราชกรณียกิจและผลสำเร็จจากการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน ตลอดจนองค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในการนี้ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง มอบหมายให้ นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เป็นผู้แทนกรมประมงเข้าร่วมงานแถลงข่าว พร้อมด้วย นายประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี นางสาวเรณุมาศ สุขกล่ำ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ร่วมจัดแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์สาหร่ายทะเลจากฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดเพชรบุรี
ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงสะท้อนการนำองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งมาต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรสาหร่ายทะเล ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายผักกาดทะเล ทั้งในรูปผลิตภัณฑ์สดและผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาเพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากสาหร่ายทะเล สร้างมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดเป็นโอกาสในการพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรและชุมชนชายฝั่ง
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญ คือ “ผ้าทอจากสาหร่ายเส้นใย (Filamentous Algae)” ซึ่งเป็นการนำสาหร่ายเส้นใยที่พบในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเดิมไม่มีมูลค่า มาต่อยอดเป็นวัตถุดิบผสมกับเส้นใยฝ้าย ผลิตเป็นเส้นด้ายและทอเป็นผืนผ้า ก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ เสื้อผ้า หมวก กระเป๋า และของใช้ต่าง ๆ สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ และใช้ทรัพยากรในระบบการผลิตอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับแนวทาง Bio-Circular-Green Economy (BCG)
การนำผลงานจากฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ มาร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ผลสำเร็จจากการ สืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานด้านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยนำองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การแปรรูป และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมการสร้างอาชีพและความเข้มแข็งของเกษตรกรและชุมชนชายฝั่งอย่างยั่งยืน
ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมผลงานและผลิตภัณฑ์จากฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ในงาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ณ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ที่อยู่

50 เกษตรกลาง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง:

ทางลัด

แชร์