28/05/2026
“อ.เชน” ชู Thailand Next เปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจฐานขีดความสามารถ ย้ำ AI–Semiconductor–Frontier Research คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แสดงวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ บนเวทีเสวนาครบรอบ 50 ปี ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ หัวข้อ “Thailand Next : THE SUCCESSOR — เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต” โดยชี้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่แข่งขันด้วยต้นทุน ไปสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันด้วย “ขีดความสามารถ” (Capability-driven Economy)
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การแข่งขันของโลกในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และกำลังคนสมรรถนะสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ เช่น Semiconductor, AI, Biotechnology, Clean Energy, Advanced Materials และ Frontier Technology
“ประเทศไทยต้องไม่เพียงรับการลงทุน แต่ต้องเปลี่ยนการลงทุนเหล่านั้นให้กลายเป็น capability ของประเทศ” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
พร้อมระบุว่า หากประเทศไทยมีอุตสาหกรรม Semiconductor ก็ต้องมีกำลังคนไทยที่สามารถออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และต่อยอดเทคโนโลยีได้จริง ขณะที่ AI จะต้องไม่เป็นเพียงเครื่องมือใช้งาน แต่ต้องนำไปสู่การสร้าง AI Ecosystem ของประเทศ ทั้งในมิติ Infrastructure, Platform, Talent และ Industrial Applications
ในการบรรยายครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังได้นำเสนอแนวคิด “Strategic Ecosystem” ซึ่งเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และการลงทุน เข้าด้วยกัน โดยย้ำว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนไปสู่ Ecosystem Mechanism ที่สามารถผลักดันประเทศในระยะยาวได้จริง
พร้อมชูบทบาทของหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยเฉพาะหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ในฐานะกลไกสำคัญของประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า กำลังคนสมรรถนะสูง โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือการพัฒนา “Frontier Brainpower” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านกลไก Industrial Postdoc, Upskill/Reskill รวมถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลิตบุคลากรที่ “ทำงานได้จริง” ในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
ทั้งนี้ ยังมีการกล่าวถึงกรอบความร่วมมือด้าน Semiconductor ซึ่งมุ่งยกระดับจาก Cooperation สู่ Integration ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา การวิจัย และอุตสาหกรรม ตลอดห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ IC Design, Photonics, Wafer Fabrication ไปจนถึง Startup Ecosystem
รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการขับเคลื่อน AI Industry ของประเทศ โดยมอง AI เป็น “Economic Infrastructure” ใหม่ของโลก พร้อมผลักดันการใช้ AI ในภาคการผลิต การแพทย์ เกษตรกรรม โลจิสติกส์ และบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับผลิตภาพเศรษฐกิจไทย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการพัฒนา Medical AI Platform และ AI for Manufacturing ซึ่งมุ่งเชื่อมข้อมูล ระบบบริการ และ AI เข้ากับเศรษฐกิจจริง รวมถึงการพัฒนา AIoT platform เพื่อสนับสนุน Ecosystem ของผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทย และผลักดัน AIoT Products ของไทยเข้าสู่ Global Value Chain
ในด้านการพัฒนากำลังคน AI มีการนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการ Super AI Engineer ซึ่งสร้างบุคลากร AI ตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานจนถึง AI Engineer และ AI Innovator รวมถึงการพัฒนากำลังคน AI กว่า 45,000 คน ผ่านเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุค EV และ Future Mobility โดยชี้ว่า รถยนต์ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจาก “Mechanical Product” ไปสู่ “Intelligent Digital Platform” ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีด้าน Battery Systems, Embedded AI, Electronics และ Software-defined Vehicle เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
พร้อมทั้งยกตัวอย่างโครงการ E-Boat Prototype และโครงการ Digital xEV ซึ่งมุ่งพัฒนาทักษะกำลังคนด้าน EV ครอบคลุมทั้งระบบ Charger, Battery Maintenance, Embedded Systems และ AI Integration เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ในส่วนของ Frontier Research รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า งานวิจัยขั้นแนวหน้าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็น Strategic Investment ของประเทศ ทั้งในด้าน Proton CT สำหรับรักษามะเร็ง, Brain–Computer Interface, Precision Medicine, Space Technology และความร่วมมือระดับโลกกับเครือข่ายวิจัยชั้นนำ เช่น CERN, ITER, IceCube, JST และ DESY
รวมถึงการพัฒนาโครงการดาวเทียม TSC-1 โดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ภายใต้ความร่วมมือของ Thai Space Consortium เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและระบบ Hyperspectral Imaging สำหรับการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ในช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า Thailand Next ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการสร้างอนาคตร่วมกัน ผ่านการเชื่อมคน งานวิจัย มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และความร่วมมือระดับโลก เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Capability, Technology, Innovation และ Brainpower อย่างแท้จริง
#บพค #รวพ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว