PMU-B บพค. หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

บพค. ร่วมปล่อยคาราวานรถลำเลียงสิ่งของบริจาค เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ศาสตราจ...
03/09/2026

บพค. ร่วมปล่อยคาราวานรถลำเลียงสิ่งของบริจาค เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. คณะผู้บริหาร อว. และ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว. ร่วมปล่อยคาราวานรถส่งมอบสิ่งของบริจาคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภายใต้ศูนย์ปฎิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม “อว. เพื่อประชาชน” ณ บริเวณหน้าอาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี) และลำเลียงไปยัง อว. ส่วนหน้า ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพื่อจัดส่งมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป

#บพค #รวพ #กระทรวงอว ​ #อวพาปันน้ำใจสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม #ช่วยเหลือน้ำท่วม #น้ำท่วม69

บพค. เยี่ยมชม True Innovation Center เปิดมุมมอง Deep Tech และ AI เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมเมื่อวันท...
02/09/2026

บพค. เยี่ยมชม True Innovation Center เปิดมุมมอง Deep Tech และ AI เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าเยี่ยมชม True Center of Excellence Digital & AI Lab เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และศึกษารูปแบบการขับเคลื่อนนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่การประยุกต์ใช้จริง รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ณ ชั้น 2 True Digital Park (ฝั่ง West) กรุงเทพฯ

โอกาสนี้ คณะ บพค. ได้รับฟังการนำเสนอภาพรวมบทบาท แนวทางการดำเนินงาน และระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของ True Innovation Center โดย คุณเอกราช ปัญจวีณิน Head of Research & Innovation บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น รวมถึงการนำเสนอโครงการและเทคโนโลยีที่อยู่ใน Active Portfolio ของ True Innovation Center โดย คุณณรงค์ฤทธิ์ พูนทรัพย์เจริญ Specialist, True Innovation Center เพื่อให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงการผลักดันสู่การใช้งานจริง

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังการนำเสนอเทคโนโลยีด้าน Deep Tech ในหัวข้อ Humanoid Expertise Model (HEM) และ Tech Architecture โดย ดร.ณัฏฐกฤตย์ สงวนดีกุล Senior Leader, Digital Lab ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถสนับสนุนการทำงานและตอบโจทย์การใช้งานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น คุณเอกราช นำคณะ บพค. เข้าเยี่ยมชมโครงการ True Digital Park ฝั่ง East ชั้น 6-7 ศูนย์กลางนวัตกรรมและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ที่รวบรวมระบบนิเวศดิจิทัลไว้อย่างครบวงจร ทั้ง Co-working Space ขนาดใหญ่, องค์กรเทคระดับโลกอย่าง Google Academy, Canva, AJ Commerce by Alibaba Cloud และสื่อชั้นนำอย่าง Techsauce กับ Beartai พร้อม Auditorium ขนาด 400 ที่นั่ง และ Ecosystem Wall ที่เชื่อมโยงเครือข่ายกว่า 6,000 ราย ทั้ง Startups, VCs, สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐอย่าง Depa และ NIA เพื่อร่วมขับเคลื่อนศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ทางคณะฯ ยังได้เยี่ยมชม True Center of Excellence Digital & AI Lab ณ ชั้น 2 True Digital Park ฝั่ง West โดยเริ่มจากสัมผัสนวัตกรรมที่ Experience Zone ซึ่งรวบรวมเทคโนโลยีพร้อมใช้งานไว้ 6 โซนหลัก ได้แก่

1. Autonomous Intelligent Infrastructure: นวัตกรรมโครงข่ายการสื่อสารจาก 5G สู่ LEO Satellite (ดาวเทียมวงโคจรต่ำ) ที่ยกระดับการเชื่อมต่อครอบคลุมทุกพื้นที่ 100% แม้ในพื้นที่ห่างไกลหรือยามเกิดภัยพิบัติ
2. B2B Solutions: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับองค์กรและ SME ครอบคลุม Cloud, SIM For Business, Cybersecurity และการใช้ AI เสริมประสิทธิภาพด้าน Computer Vision พลังงาน และโลจิสติกส์
3. Digital Home: บ้านอัจฉริยะที่เรียนรู้พฤติกรรมผู้อยู่อาศัย (Personalize) พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบไร้สัมผัส (Touchless) เพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด
4. Digital Health: ระบบสุขภาพดิจิทัลครบวงจรผ่านแอปพลิเคชัน MorDee (หมอดี) ครอบคลุมการตรวจเช็คสุขภาพด้วย AI (Magic Mirror/rPPG), การรักษาผ่าน Telemedicine และการดูแลต่อเนื่องเพื่อสุขภาพที่ดี
5. 3D Printing: พื้นที่แสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี 3D Printing ขึ้นโครงสร้าง ผลิตสิ่งประดิษฐ์ จากการใช้ 3D Printing ด้วยวัสดุที่หลากหลาย ตัวอย่างที่ใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ (Bioprinting) อุตสาหกรรมโครงสร้างและสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการเครื่องประดับ เป็นต้น
6. Social Commerce: พื้นที่ Live Pod สนับสนุนการทำ Live Commerce ผ่าน TrueID Creator App พร้อม AI MC Script Generator ที่ช่วยสร้างสคริปต์ไลฟ์ขายของให้อัตโนมัติ

ต่อด้วย พื้นที่ R&D Lab ซึ่งเปรียบเสมือนสนามทดลองแห่งอนาคตสำหรับการทำงานและลงมือปฏิบัติจริง โดยภายในแลปมีการจัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่กำลังทดลองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติ พร้อมโดรน True Skybridge จากโครงการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ ที่มีการใช้งานจริง ณ พื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน, หุ่นยนต์ Humanoid ที่สามารถทักทายผู้คนได้เสมือนพนักงาน สามารถต้อนรับ ทักทาย ตอบคำถาม และให้การช่วยเหลือได้, เทคโนโลยี Quantum นวัตกรรมแห่งอนาคต และกระจกอัจฉริยะ Smart Try-on ที่ผู้ใช้สามารถทดลองเสื้อผ้าโดยผ่านกระจกอัจฉริยะ ซึ่งนับเป็นพื้นที่นวัตกรรมต้นแบบที่ช่วยยกระดับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมได้อย่างแท้จริง

การเยี่ยมชมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานบริหารจัดการทุนกับภาคเอกชนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะแนวทางการเชื่อมโยง งานวิจัย เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า กำลังคนทักษะสูง และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือในการผลักดันเทคโนโลยี Deep Tech, AI และ Digital Technology ให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

#บพค #รวพ #กระทรวงอว

บพค. ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้าน IC Design–Advanced PCB–Cyber Security เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนด...
02/09/2026

บพค. ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้าน IC Design–Advanced PCB–Cyber Security เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ไทย

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะทำงานแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ นำโดย ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล คุณอภิเนตร อูนากูล คุณตติยะ หลิมวิจิตร และเจ้าหน้าที่ บพค. ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเด็น “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี ใน 3 อุตสาหกรรม (Semiconductor, EV และ AI)” ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ

โอกาสนี้ คุณนิวัตน์ พันธุศิลปาคม หัวหน้าโครงการ “การพัฒนากำลังคนด้านการออกแบบวงจรรวม (IC Design) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Advanced PCB) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” ได้นำเสนอความก้าวหน้าการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงระดับวิศวกรและนักออกแบบ รวม 60 คน ให้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในเทคโนโลยีสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ ด้าน IC Design จำนวน 20 คน โดยเน้นทักษะด้านการสังเคราะห์วงจร (RTL Synthesis) และด้าน Advanced PCB Design จำนวน 40 คน โดยเน้นทักษะด้านการออกแบบแผงวงจรความเร็วสูง (High-Speed PCB) เพื่อยกระดับทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ คณะวิจัยฯ ได้ร่วมหารือกับคณะติดตามโครงการฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนากำลังคนในทั้งสองสาขา ตลอดจนแนวทางสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคการศึกษา เพื่อพัฒนากลไกการผลิตกำลังคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะเฉพาะทางและประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย ซึ่งกำลังเติบโตและมีความต้องการบุคลากรทักษะสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านคุณพงศ์พัฒน์ พันธุ์เพียร หัวหน้าโครงการ “การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะด้าน Cyber Security” ได้นำเสนอความก้าวหน้าการยกระดับทักษะบุคลากรจากภาคเอกชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานวิจัย รวม 50 คน จาก 17 หน่วยงาน ซึ่งเข้ารับการอบรมด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ Consumer IoT (CIoT) ตามมาตรฐาน ETSI EN 303 645 พร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์ CIoT จำนวน 25 ผลิตภัณฑ์ เข้ารับการทดสอบตามมาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้ ETSI EN 303 645 เป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ CIoT ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ดังนั้น การเตรียมผลิตภัณฑ์ให้ผ่านมาตรฐานดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อการรักษาตลาดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ CIoT ของไทยในตลาดโลก

นอกจากนี้ คุณณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยบุคลากรของสถาบันฯ นำคณะติดตามโครงการฯ เข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการในสถาบันฯ เพื่อแสดงถึงศักยภาพและความพร้อมในการรองรับการทดสอบมาตรฐานสำคัญ อาทิ ห้องปฏิบัติการทวนสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้าน Cyber Security ตามมาตรฐาน ETSI EN 303 645 ห้องปฏิบัติการทดสอบสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ห้องปฏิบัติการทดสอบความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) และห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น พร้อมกันนี้ คณะวิจัยฯ ได้รับฟังข้อเสนอแนะจากคณะติดตามโครงการฯ และร่วมหารือถึงแนวทางการใช้ศักยภาพและความพร้อมของสถาบันฯ ในการเชื่อมโยงกับภาคเอกชนและภาคการศึกษา เพื่อการพัฒนาหลักสูตรและกลไกการพัฒนาทักษะเดิม และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Upskill/Reskill) ของบุคลากรในอุตสาหกรรม และสร้างกำลังคนรุ่นใหม่ให้ตรงกับระดับเทคโนโลยีและมาตรฐานตามที่ภาคการผลิตต้องการ

การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงในอุตสาหกรรม Semiconductor, EV และ AI ถือเป็นกลไกสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและข้อกำหนดในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ บพค. จึงมุ่งสนับสนุนการพัฒนากำลังคนผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อให้การ Upskill/Reskill เชื่อมโยงกับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและระบบทดสอบมาตรฐานสากล เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

#บพค #รวพ #กระทรวงอว #กองทุนววน

บพค. ร่วมเสวนาขับเคลื่อนทุนวิจัยตอบโจทย์ Climate Change ผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงเมื่อวันที่ 31 ส...
02/09/2026

บพค. ร่วมเสวนาขับเคลื่อนทุนวิจัยตอบโจทย์ Climate Change ผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรร่วมเสวนาและอภิปราย เรื่อง Funding for impact : จัดสรรทุนวิจัยให้ตอบโจทย์ Climate Change ภายในงานสัมมนาเผยแพร่กรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศของประเทศ พ.ศ. 2570 - 2575 ซึ่งจัดโดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค.

เวทีเสวนาดังกล่าวเป็นการเปิดพื้นที่ให้หน่วยบริหารจัดการทุนร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้กลไกทุนวิจัยและนวัตกรรมในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิจัย และผู้ทรงคุณวุฒิ กว่า 200 คน

ดร.ณิรวัฒน์ ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทุนวิจัยนำไปสู่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เริ่มจากการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า การสร้างต้นแบบและ Technology Platform การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ตลอดจนการเชื่อมโยงภาควิจัย ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริงและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดย บพค. มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีพลังงานเปลี่ยนผ่านเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เช่น เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS), เทคโนโลยีไฮโดรเจน เทคโนโลยีฟิวชั่นและพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)

ขณะเดียวกัน บพค. ยังสนับสนุนการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้าง Climate Resilience โดยบูรณาการเทคโนโลยี Earth–Space เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และการเกษตร มุ่งพัฒนาฐานข้อมูล ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และกำลังคนที่สามารถนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาเชิงพื้นที่ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อรับมือวิกฤตการปนเปื้อนสารหนูในลุ่มน้ำกก จังหวัดเชียงราย ซึ่งผสานการวิเคราะห์ระดับจุลภาคด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ข้อมูลภาคสนาม ข้อมูลดาวเทียม และ GIS เพื่อระบุพิกัด ชนิดและความเสี่ยงของสารหนู รวมถึงจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเชิงพื้นที่และเวลา มากไปกว่านั้นข้อมูลจากการวิจัยสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาและกำหนดมาตรการเชิงนโยบาย ช่วยเพิ่มเติมข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจของภาครัฐ พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาวัสดุดูดซับและระบบกรองต้นแบบสำหรับลดการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในแหล่งน้ำเพื่อการใช้งานจริงในชุมชน

ในมิติด้านการต่างประเทศ บพค. ขยายความร่วมมือในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น Thailand–Germany Bilateral Calls for Research Proposals ด้าน Renewable Energy, Hydrogen & Fuel Cells, Battery Technologies และ Energy Grids เพื่อเชื่อมศักยภาพงานวิจัยของไทยกับเครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติ

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.อำนาจ ชิดไธสง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและเผยแพร่การวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ได้มุ่งเน้นการสนับสนุนทุนวิจัยในแผนงาน "การปรับตัวและการรับมือภัยพิบัติ" (Adaptation) เพื่อประเมินมูลค่าความสูญเสีย (Loss and Damage) ของธรรมชาติ พร้อมเสนอโมเดล "IPCC เมืองไทย" ที่สนับสนุนและป้อนข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ (Science-based Evidence) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานนโยบายภาครัฐและเครือข่ายนักวิจัย เพื่อนำข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีทิศทาง

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์ ที่ปรึกษาแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) กล่าวถึงภารกิจในการเป็น "ตัวกลางและปลายน้ำ" เพื่อผลักดันผลงานวิจัยที่มีความพร้อมจากห้องปฏิบัติการ (ตั้งแต่ TRL 4 ขึ้นไป) สู่นวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม โดยขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือและการร่วมลงทุนร่วมกับภาคเอกชน ตัวอย่างโครงการที่เห็นผลชัดเจนและสามารถสร้างผลประโยชน์ร่วมได้อย่างเป็นธรรมคือ ซีรีส์ "เลิกเผา เป๋าตุง" ที่เข้ามาเปลี่ยนวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 ทางภาคเหนือ โดยนำนวัตกรรมมาแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน พร้อมสร้างกลไกจับคู่ธุรกิจรับซื้อชีวมวลจากชาวบ้านเพื่อรับประกันรายได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านพฤติกรรม นอกจากนี้ บพข. ยังได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อร่วมกับ SCG สร้าง "ระบบกักเก็บพลังงานความร้อน" (Thermal Battery) ขนาด 33 เมกะวัตต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนโดยใช้วัตถุดิบในประเทศกว่า 80% รวมถึงแพลตฟอร์มตรวจทวนสอบคาร์บอนเครดิตอัจฉริยะ AI Carbon Auditor เพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประกอบการไทย

การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำในการสร้างองค์ความรู้ กลางน้ำในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปจนถึงปลายน้ำในการนำไปใช้จริงในเชิงนโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และพื้นที่ โดยแต่ละหน่วยบริหารจัดการทุนมีบทบาทที่เชื่อมโยงและเสริมกัน เพื่อให้การลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมสามารถตอบโจทย์ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบจาก Climate Change และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่มุ่งผลักดันให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์จริง และการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน

#บพค #รวพ #กระทรวงอว

บพค. ร่วมการประชุม “การพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย–เยอรมนี”เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2...
31/08/2026

บพค. ร่วมการประชุม “การพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจ ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย–เยอรมนี”

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. และเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมการประชุมหารือในหัวข้อ “Thailand’s Innovation Ecosystem and Opportunities for Thai-German Cooperation” ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) คุณพรพิชา เพชรแก้วกุล ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับ ฯพณฯ นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากหน่วยงานด้านการวิจัย นวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี ระบบนิเวศ Startup และภาคธุรกิจของเยอรมนี ได้แก่ German-Thai Chamber of Commerce (GTCC), Fraunhofer Heinrich Hertz Institute, Science & Startups Berlin, betahausX, AsiaBerlin, Green City Development GmbH / NLND Berlin, RESEARCHPRENEURS, Asia Berlin Forum e.V. (ABF) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย รวมถึงหารือแนวทางขยายความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมนีในด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการเชื่อมโยงเครือข่าย มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย

โอกาสนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้นำเสนอภารกิจและกลไกของ บพค. ในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงในเทคโนโลยีสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง Digital and Computing, Sensor and Electronics, Biotechnology, Clean Energy, Advanced Materials และ Frontier Technologies พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการสร้าง Global Partnership ผ่านการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การร่วมสนับสนุนทุนวิจัยกับหน่วยงานต่างประเทศ และการเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานวิจัยระดับโลก

ในด้านความร่วมมือกับประเทศเยอรมนี ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้นำเสนอถึงการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งการร่วมทุนวิจัย การพัฒนากำลังคน และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ผ่านเครือข่าย Funding Agency ชั้นนำของประเทศเยอรมนี อาทิ DFG, Projektträger Jülich และ DLR-Projektträger (DLR-PT) โดยในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ บพค. จะมีการเปิดรับข้อเสนอโครงการร่วมกับ DLR-PT ภายใต้โปรแกรม Thailand–Germany Joint Call ด้าน พลังงานทดแทนและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในรูปแบบ 2+2 Model ที่เชื่อมมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยกับภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อปูทางสำหรับการต่อยอดทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงผ่านโครงสร้างพื้นฐานวิจัยระดับโลกอย่าง DESY และ GSI/FAIR

มากไปกว่านั้น บพค. ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี เช่น Infineon ในการพัฒนา Secure AIoT Platform ซึ่งสะท้อนการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เยอรมนีจากการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการไปสู่การร่วมลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างกำลังคนที่เชื่อมโยงกับการใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม

ทางด้านคณะผู้แทนจากเยอรมนีได้ให้ความสนใจและร่วมอภิปรายในหลายประเด็นที่เชื่อมโยงบทบาทภารกิจของ บพค. โดยเฉพาะการเชื่อมโยง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กับสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ (SHA) ซึ่ง บพค. ได้ให้ข้อมูลถึงการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงประเด็นการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้ TRIUP Act ที่เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยผู้รับทุนสามารถถือครองสิทธิในผลงานและผลักดันสู่การใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนถึงทิศทางอุตสาหกรรมอวกาศของไทย ซึ่งบทบาทของ บพค. คือการสนับสนุนงานวิจัยต้นน้ำและการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับ NARIT และ GISTDA ตลอดจนช่องทางการเชื่อมโยงภาคเอกชนและสตาร์ทอัปเข้ากับมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนากำลังคนทักษะสูง

การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดโอกาสความร่วมมือไทย–เยอรมนีให้ครอบคลุมมากกว่าการวิจัยร่วม โดยสามารถต่อยอดไปสู่การร่วมสนับสนุนทุน (Co-funding) การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนา Startup และ Research Spin-off รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยให้ บพค. และหน่วยงานพันธมิตรมองเห็นแนวทางการต่อยอดความร่วมมือที่ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่งานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและตลาดสากล พร้อมได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้าน Science and Innovation Diplomacy ระหว่างไทยและเยอรมนีในระยะต่อไป

#บพค #รวพ

กระทรวง อว. โดย บพค. และ สซ. ร่วมส่งมอบนวัตกรรมกรองสารหนูสู่ชุมชนริมแม่น้ำกก ยกระดับน้ำสะอาด ปลอดภัย ใช้ได้จริงเมื่อวันท...
30/08/2026

กระทรวง อว. โดย บพค. และ สซ. ร่วมส่งมอบนวัตกรรมกรองสารหนูสู่ชุมชนริมแม่น้ำกก ยกระดับน้ำสะอาด ปลอดภัย ใช้ได้จริง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมเมืองงิม ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกก พร้อมร่วมส่งมอบผลงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านการบำบัดและลดการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักให้แก่ชุมชนในพื้นที่

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกกเป็นเรื่องเร่งด่วน แม้การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องจัดการตั้งแต่ต้นเหตุ แต่ในระหว่างนี้ประชาชนจำเป็นต้องมีน้ำที่มีคุณภาพสำหรับการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน กระทรวง อว. จึงได้นำวิทยาศาสตร์ วิจัย และเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ผ่านการพัฒนาระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีต้นทุนที่เหมาะสม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

จากโจทย์ปัญหาในพื้นที่ สู่การค้นหาคำตอบด้วยวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา บพค. สนับสนุนทีมนักวิจัย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย “การจัดการลุ่มแม่น้ำกก ที่ปนเปื้อนสารพิษด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ“ ลงพื้นที่ติดตามและศึกษาการปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มแม่น้ำกก เพื่อสร้าง “หลักฐานเชิงประจักษ์” ที่ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า ในน้ำมีสารปนเปื้อนอะไร อยู่ในรูปทางเคมีแบบใด เคลื่อนที่และสะสมในสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมีปัจจัยใดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นฐานสำคัญสำหรับทำความเข้าใจปัญหาอย่างถูกต้อง และนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขที่ตรงจุดและเหมาะสมกับพื้นที่ การศึกษาดังกล่าวดำเนินการตั้งแต่การเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน และตะกอน การวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ไปจนถึงการใช้แสงซินโครตรอนเพื่อศึกษาถึงระดับองค์ประกอบและรูปแบบทางเคมีของสารหนู หรือ Chemical speciation โดยงานวิจัยมีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Environmental Contamination and Toxicology ในปี 2026 ผลการศึกษาช่วยให้เกิดความเข้าใจรายละเอียดของระบบมากกว่าการระบุเพียงว่า “พบสารหนู” โดยข้อมูลจากตัวอย่างน้ำ ดิน ตะกอน และองค์ประกอบโลหะต่าง ๆ สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อศึกษารูปแบบการเคลื่อนที่ การสะสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนในพื้นที่ ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นฐานสำคัญสำหรับการทำความเข้าใจปัญหาและสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สู่การพัฒนาเทคโนโลยี เมื่อเข้าใจลักษณะและพฤติกรรมของสารปนเปื้อนมากขึ้น ขั้นต่อมาคือการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อจัดการปัญหา โดย ดร.สุทธิพงษ์ วรรณไพบูลย์ จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย นำเสนอ “โครงการเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อการบำบัดและลดการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพค. จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยี คือ สามารถพัฒนาระบบกรองและบำบัดน้ำที่ปนเปื้อนสารหนูให้มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับผลิตเป็นน้ำประปาและน้ำดื่มที่ปลอดภัย ควบคู่กับการออกแบบระบบให้มีต้นทุนไม่สูง ใช้งานและบำรุงรักษาได้ในระดับชุมชน และสามารถขยายผลสู่ระบบประปาท้องถิ่นได้จริง จึงมีศักยภาพเป็นต้นแบบเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับนวัตกรรมบำบัดน้ำปนเปื้อนสารหนู กระทรวง อว. โดย บพค. และ สซ. ได้นำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้าสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ ผ่านการส่งมอบระบบบำบัดและลดการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งพัฒนาจากองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและนาโนเทคโนโลยี ใช้กระบวนการกรอง 3 ชั้น ได้แก่ ทราย–แอนทราไซต์ ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) และเรซิน HAIX-Fe ที่มีประสิทธิภาพดักจับสารหนูได้ 100% จุดเด่นคือเรซินสามารถล้างฟื้นฟูและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยมีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 4–5 ปี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบในระยะยาว

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของกระทรวง อว. ในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยมี บพค. เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้และหลักฐานเชิงประจักษ์ ตลอดจนผลักดันให้ผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริง การสนับสนุนทุนวิจัยของ บพค. จึงไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างผลงานวิจัยหรือองค์ความรู้ใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางขององค์ความรู้ให้สามารถเดินทางต่อไปสู่การใช้ประโยชน์ ทั้งในรูปแบบของเทคโนโลยี นโยบาย มาตรฐาน หรือการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน การส่งมอบนวัตกรรมบำบัดและลดการปนเปื้อนสารหนูในครั้งนี้ จึงเป็นอีกตัวอย่างของ Research for Impact ที่แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงตั้งแต่ทุนวิจัย การสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงการนำผลงานกลับคืนสู่เชิงพื้นที่ เพื่อให้วิทยาศาสตร์ไม่เพียงสร้างคำตอบ แต่สามารถเดินทางจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์และเปลี่ยนเป็นคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

#บพค #รวพ #กระทรวงอว

บพค. ร่วมการประชุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐ มุ่งผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของประเทศเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน...
29/08/2026

บพค. ร่วมการประชุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐ มุ่งผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐ ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ Government for Technology Transfer (GOTT) สหราชอาณาจักร ซึ่งจัดโดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานและมอบนโยบาย พร้อมด้วย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด อว. เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของสถาบันวิจัยของรัฐในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม” และประสบการณ์ดำเนินงานของ GOTT UK โดย Dr. Alison Campbell ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOTT ได้สื่อสารให้เห็นภาพการทำงานของ GOTT UK ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีของหน่วยงานวิจัยภาครัฐ (Public Sector Research Organisations: PROs) โดยไม่ได้เข้าไปถือครองทรัพย์สินทางปัญญาแทนหน่วยงาน แต่ทำหน้าที่เสริมศักยภาพในส่วนที่แต่ละองค์กรยังขาด ตั้งแต่การค้นหาและประเมินศักยภาพของสินทรัพย์ทางความรู้ (Knowledge Assets) การสนับสนุนการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) การให้คำปรึกษาด้าน IP และการพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนการสร้างทักษะและเครือข่ายของบุคลากรด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)

การพัฒนากำลังคนด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญของ บพค. เพื่อสนับสนุนศักยภาพของสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญ ประกอบกับการเร่งรัดเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยของภาครัฐไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

#บพค #รวพ #กระทรวงอว #สหราชอาณาจักร

อ้างอิง: เพจ Facebook กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม https://www.facebook.com/share/p/1EnWiVk33Q/

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร...
28/08/2026

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.จิตติ มังคละศิริ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ภายใต้แนวคิด “From Innovation to Income : นวัตกรรม สร้างรายได้” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกระทรวงพาณิชย์ ณ Hall 8 อิมแพค เมืองทองธานี

ภายในงาน บพค. ได้นำเสนอผลงานสุดล้ำที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพค. ซึ่งมีการดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและพร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์ ได้แก่

1. ชุดตรวจวินิจฉัยสารพิษจากราแบบแถบทดสอบ MycoSMART ในอาหาร โดยมี ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ สังกัด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งสามารถตรวจวิเคราะห์สารพิษจากเชื้อราได้ 5 ชนิดพร้อมกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำสูง และได้รับการต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ MYCOBEANS ภายใต้ทุนสหภาพยุโรป (EU MSCA)

2. เซนเซอร์พิมพ์สองมิติสำหรับตรวจวัดสารบ่งชี้มะเร็งชนิดไมโครอาร์เอ็นเอจากเลือดของผู้ป่วยด้วยเทคนิคเคมีไฟฟ้า โดยมี ดร.จันทร์เพ็ญ ครุวรรณ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหัวหน้าโครงการ สามารถต่อยอดสู่ชุดตรวจวินิจฉัยมะเร็งแบบพกพา สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องอ่านขนาดเล็กที่สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ภาคสนาม เช่น โรงพยาบาลขนาดเล็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือหน่วยบริการสุขภาพชุมชน อีกทั้งระบบ IoT ช่วยสนับสนุนการส่งต่อข้อมูลให้แพทย์ติดตามผลการตรวจและการรักษาจากระยะไกลได้

3. เครื่องวินิจฉัยหาตำแหน่งเซลล์มะเร็งด้วยโปรตอน (proton Computed Tomography, pCT) โดยมี รองผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชิโนรัตน์ กอบเดช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งสามารถต่อยอดจากต้นแบบ pCT ไปสู่ระบบสร้างภาพด้วยโปรตอนที่มีความแม่นยำสูงสำหรับงานด้าน ฟิสิกส์การแพทย์และการวางแผนรักษาด้วยโปรตอน รวมถึงพัฒนาเป็นเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ของประเทศในอนาคตได้

บพค. ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยขั้นแนวหน้าและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตลอดจนการผลักดันให้ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งในเชิงวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม และสาธารณประโยชน์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

บพค. เข้าร่วมพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์การวัดและเทคโนโลยี ครั้งที่ 2 (IMSA 2026)เมื่อวันที่ 26 สิงห...
28/08/2026

บพค. เข้าร่วมพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์การวัดและเทคโนโลยี ครั้งที่ 2 (IMSA 2026)

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) พร้อมด้วย ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการ บพค. เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์การวัดและเทคโนโลยี ครั้งที่ 2 (IMSA 2026) ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร จัดขึ้นโดย สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ภายใต้แนวคิด "Measurements for Efficiency, Innovation and Sustainability" หรือ "การวัดเพื่อประสิทธิภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืน" ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาและเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบายจากประเทศไทยและนานาชาติ เพื่อสร้างรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า "ในปัจจุบันความแม่นยำไม่ใช่เพียงคุณสมบัติทางวิชาการ หากเป็นเงื่อนไขของการแข่งขัน ความน่าเชื่อถือ และการสร้างมูลค่าในทุกระดับของระบบเศรษฐกิจ ประเทศใดที่มีระบบการวัดที่เข้มแข็ง ประเทศนั้นย่อมมีฐานรากของอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง มีระบบนวัตกรรมที่เดินหน้าได้จริง และมีความสามารถในการยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างสง่างาม แต่หากขาดมาตรฐานที่แม่นยำและเทียบเคียงได้ในระดับสากล ต่อให้มีแนวคิดที่ดีเพียงใด ก็ยากจะต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประเด็นทั้ง 6 มิติ ที่การประชุมนี้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นวัสดุขั้นสูง พลังงานเทคโนโลยีเซนเซอร์ สิ่งแวดล้อม อาหารและสุขภาพ ตลอดจนปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ล้วนเป็นเทคโนโลยีแนวหน้า หรือ Frontier Technologies ที่จะกำหนดทิศทางของโลกในทศวรรษข้างหน้า และเป็นพื้นที่ที่ประเทศของเราจะต้องเร่งสร้างขีดความสามารถอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเป็นผู้ตาม แต่ต้องก้าวให้ทันและก้าวให้ไกลกว่าเดิม"

ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า "กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นที่จะใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกหลักในการยกระดับศักยภาพของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า และการพัฒนาที่แข่งขันได้ในระดับสากล ในแผนปฏิบัติราชการ พ.ศ.2569 ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้ตั้งเป้าหมายสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาและการผลักดันเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมทางการแพทย์ หรือระบบดิจิทัล แต่สิ่งที่จะทำให้เป้าหมายเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เพียงการมีนโยบายหรือเทคโนโลยีเท่านั้นหากต้องอาศัยระบบคุณภาพที่เข้มแข็ง และมาตรวิทยาที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพราะมาตรวิทยาคือสิ่งที่ทำให้ความรู้กลายเป็นความน่าเชื่อถือ ทำให้นวัตกรรมกลายเป็นผลิตภัณฑ์ และทำให้ศักยภาพของประเทศกลายเป็นความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง"

พล.ต.ท.พรชัย สุธีรคุณ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กล่าวว่า "งาน IMSA 2026 ได้สะท้อนบทบาทสำคัญของมาตรวิทยา ในฐานะรากฐานของความแม่นยำ ความเชื่อมั่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ ที่มีระบบคุณภาพเป็นมาตรฐานสากล โดยเน้นย้ำประเด็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตใน 6 มิติสำคัญ ได้แก่ วัสดุขั้นสูง พลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การสื่อสารและเทคโนโลยีเซนเซอร์ (ทั้งระบบดั้งเดิมและควอนตัม) การจัดการภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อาหารและสุขภาพ ตลอดจนปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับหุ่นยนต์ โดยงานนี้ได้รับความร่วมมือจากสถาบันมาตรวิทยาชั้นนำระดับโลก ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันวิจัย มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อให้ IMSA 2026 เป็นเวทีเชื่อมโยงนักวิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศและสังคมโลก" พล.ต.ท.พรชัย กล่าว

#บพค #รวพ #กระทรวงอว

ที่อยู่

Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621095432

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PMU-B บพค.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง PMU-B บพค.:

ทางลัด

แชร์