กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม - Ministry of Industry, Thailand
(253)

“วราวุธ” ปลุก SME ใต้ ดัน “ของดีท้องถิ่น” สู่ตลาดโลก ตั้งเป้าศูนย์ DIPROM 11 เป็นฮับธุรกิจ เติมเทคโนโลยี-เงินทุน เปลี่ยน...
30/08/2026

“วราวุธ” ปลุก SME ใต้ ดัน “ของดีท้องถิ่น” สู่ตลาดโลก ตั้งเป้าศูนย์ DIPROM 11 เป็นฮับธุรกิจ เติมเทคโนโลยี-เงินทุน เปลี่ยนอัตลักษณ์ภาคใต้ อัพมูลค่า

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 จ.สงขลา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 จังหวัดสงขลา ภายใต้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อติดตามการทำงานและรับฟังปัญหาผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับศูนย์เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และรายย่อย ตั้งแต่การพัฒนาสินค้าจนถึงการเชื่อมโยงตลาด

นายวราวุธ กล่าวว่า โจทย์เอสเอ็มอีวันนี้ไม่ใช่แค่ “ผลิตให้ได้” แต่ต้อง “ผลิตให้เป็น เพิ่มมูลค่า และขายได้” ท่ามกลางการแข่งขันและกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนเร็ว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงพร้อมเติมองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือ เงินทุน และช่องทางตลาด เพื่อเปลี่ยนข้อจำกัดของผู้ประกอบการให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 จะสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้ง เครื่องจักรสำหรับแปรรูปสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ต่างๆ การให้คำปรึกษาด้านการผลิตและเพิ่มมูลค่า ความรู้ด้านเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการแนะนำและประสานแหล่งเงินทุน ช่วยให้เอสเอ็มอี และไมโคร เอสเอ็มอีเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจ

โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายให้มุ่งให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 เป็น “ฮับสร้างโอกาสทางธุรกิจของภาคใต้” เชื่อมศักยภาพท้องถิ่นกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และตลาดสากล เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง

พร้อมกันนี้ จะเร่งติดอาวุธผู้ประกอบการรับมือ กำแพงภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้า โดยเสริมความรู้ด้านกติกาตลาดโลก เพื่อให้สามารถปรับสินค้า กระบวนการผลิต และมาตรฐานให้ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมาย และขยายโอกาสสู่การส่งออก ต่อยอดต้นทุนเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างที่มีอยู่ในระดับสูง ทั้งวัตถุดิบเกษตรและประมง อาหารและอุตสาหกรรมแปรรูป ภูมิปัญญา

“นอกจากจุดแข็งด้านต้นทุนเศรษฐกิจแล้ว ยังมีโอกาสจากการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน เราจึงต้องนำวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาต่อยอดเป็นสินค้าและธุรกิจที่มีมูลค่าและแข่งขันได้ โดยเฉพาะการดึง ‘จิตวิญญาณแห่งความเป็นภาคใต้’ มาเป็นจุดขาย ผสานเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต สร้างความแตกต่างและลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคา”

นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องการให้ศูนย์เป็นมากกว่าสถานที่ราชการ แต่เป็นเพื่อนคู่คิดของเอสเอ็มอี และไมโครเอสเอ็มอี เมื่อมีปัญหาเข้ามาหาคำตอบได้ มีไอเดียใหม่เข้ามาทดลองได้ และเมื่อสินค้ามีศักยภาพสามารถเข้ามาหาโอกาสต่อยอดและเชื่อมโยงตลาดได้ ที่สำคัญการส่งเสริมผู้ประกอบการต้องไม่จบแค่การถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องเปลี่ยนความรู้ให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนโอกาสให้เป็นรายได้ ของผู้ประกอบการ

“ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” เปิดเตา ปรุงรส ส่งต่อเมนูอาหาร จากวัตถุดิบที่ได้รับการสนับสนุน ถึงมือผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ และอ...
29/08/2026

“ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” เปิดเตา ปรุงรส ส่งต่อเมนูอาหาร จากวัตถุดิบที่ได้รับการสนับสนุน ถึงมือผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมส่งทีมลงพื้นที่ Big Cleaning ทำความสะอาดพื้นที่

กรุงเทพฯ 29 สิงหาคม 2569 – ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก ร่วมลงครัวประกอบอาหารจากวัตถุดิบที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ณ เทศบาลเมืองปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมจัดเตรียมอาหารกล่องและส่งมอบให้แก่ผู้นำชุมชนที่เดินทางมารับมอบ ณ โรงครัว และศูนย์รับมอบในพื้นที่ที่หน่วยงานราชการในพื้นที่จัดเตรีนมไว้ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึง รวมถึงส่งมอบให้ทหารและเจ้าหน้าที่อาสาในพื้นที่

ทั้งนี้ ได้ส่งทีมลงพื้นที่ Big Cleaning ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัวในพื้นที่จังหวัดน่าน รวมถึงร่วมฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการทำความสะอาดสถานประกอบการให้สามารถกลับมาฟิ้นตัวได้โดยเร็วที่สุด

รองปลัดฯ ภาสกร หารือหอการค้าไทย-รัสเซีย ดันความร่วมมืออุตสาหกรรมเหล็ก-ป้องกันประเทศ เตรียมจับมือ Russian-Thai Investment...
29/08/2026

รองปลัดฯ ภาสกร หารือหอการค้าไทย-รัสเซีย ดันความร่วมมืออุตสาหกรรมเหล็ก-ป้องกันประเทศ เตรียมจับมือ Russian-Thai Investment Forum ครั้งที่ 2

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการฯ ในโอกาสที่นำนักธุรกิจ Mr. Ivan Demchenko ประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย และ Mr. Yuri Prishchepov สมาชิกสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย เข้าพบหารือ โดยมี นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม นายนรุณ สุขสมาน รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับการพบปะกันครั้งนี้ สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและรัสเซีย โดยฝ่ายรัสเซียได้แนะนำ Novastal-M Holding ผู้ผลิตเหล็กทรงยาวรายใหญ่ที่มีเครือข่ายส่งออกครอบคลุมทั่วโลก ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ละตินอเมริกา และแอฟริกา ซึ่งขณะนี้กำลังขยายกำลังการผลิตด้วยการสร้างโรงงานใหม่ถึง 2 แห่ง และมองเห็นศักยภาพของตลาดไทยในฐานะประเทศที่มีการบริโภคเหล็กสูง จึงต้องการกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีเหล็กเสริมคอนกรีตที่สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหว ซึ่งบริษัทฯ มีฐานคลังสินค้าในไทยมานานกว่า 10 ปี

รองปลัดฯ ภาสกร กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กไทย ทั้งสถานการณ์การนำเข้าจากต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง และอัตราการใช้กำลังการผลิตในประเทศที่ยังไม่ถึงร้อยละ 30 พร้อมชี้แจงมาตรการดูแลอุตสาหกรรมภายในประเทศ และความคืบหน้าการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กำลังเร่งดำเนินการ

ที่น่าจับตาคือ ทั้งสองฝ่ายได้ขยายบทสนทนาไปไกลกว่าเรื่องเหล็ก โดยรองปลัดฯ ภาสกร แสดงความสนใจต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่รัสเซียมีความเชี่ยวชาญระดับโลก อย่าง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ เครื่องมือแพทย์ ขณะที่ฝ่ายรัสเซียตอบรับด้วยความยินดี พร้อมเชิญชวนคณะไทยเดินทางเยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซียโดยตรง เพื่อต่อยอดโอกาสความร่วมมือในอนาคต นอกจากนี้ ฝ่ายรัสเซียยังได้เชิญไทยร่วมงาน Russian-Thai Investment Forum ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ เวทีสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยและรัสเซียได้จับคู่ธุรกิจในสาขาก่อสร้างและระบบราง ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลง FTA ไทย-EAEU ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยขยายมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพต่อไป

“วราวุธ” เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสา "อุตสาหกรรมรวมใจ เราทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล" ณ พุทธมณฑล จ.นครปฐมวันที่ 29 สิงหาคม 2...
29/08/2026

“วราวุธ” เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสา "อุตสาหกรรมรวมใจ เราทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล" ณ พุทธมณฑล จ.นครปฐม

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดนครปฐม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา "อุตสาหกรรมรวมใจ เราทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล" เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 รวมถึงเนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมี นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวต้อนรับ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นายศุภโชค ศรีสุขจร สส.จังหวัดนครปฐม เขตที่ 1 พรรคภูมิใจไทย นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม เขตที่ 3 พรรคภูมิใจไทย พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม เขตที่ 4 พรรคภูมิใจไทย นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม เขตที่ 5 พรรคภูมิใจไทย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีหน่วยงานสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

โดยในช่วงต้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และประชาชนจิตอาสา ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเครื่องราชสักการะ เครื่องทองน้อย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นจึงถวายพานกรวยสักการะ เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราชฯ และกล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และนำผู้เข้าร่วมพิธีปฏิญาณตน "เราทำความดี ด้วยหัวใจ"

นายวราวุธ กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน และประชาชนที่มาพร้อมกันในวันนี้ ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยประกอบพระราชกรณียกิจนานับประการ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกภูมิภาค

ตลอดระยะเวลาแห่งการทรงงาน พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระวิริยะอุตสาหะ และพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะราษฎรในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาส ทรงส่งเสริมการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ทรงอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปหัตถกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทยให้ดำรงคงสืบไป

พระราชกรณียกิจทั้งปวงล้วนสะท้อนถึงพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงยั่งยืนของประเทศชาติ ก่อให้เกิดคุณูปการอย่างกว้างขวาง และเป็นแบบอย่างแห่งการเสียสละ การอุทิศตน และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมที่ปวงชนชาวไทยจะน้อมรำลึกและสืบสานต่อไป

ในโอกาสนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมนำพระราชปณิธานและคุณงามความดีที่พระองค์ทรงบำเพ็ญไว้ เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่และการทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสืบสานความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชน ดูแลชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และจะขอจดจำพระราชกรณียกิจ พระราชปณิธาน และคุณงามความดีของพระองค์ไว้ในดวงใจ พร้อมน้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการทำความดีและการอุทิศตนเพื่อส่วนรวมสืบไป

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินกิจกรรมจิตอาสา พร้อมนำผู้บริหารและจิตอาสาร่วมปฏิบัติภารกิจใน 3 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่
1. การสนับสนุนสิ่งอุปโภคบริโภค ให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมพระพุทธศาสนาและสาธารณประโยชน์
2. การพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดและบำรุงรักษาพื้นที่ โดยร่วมกันล้างเครื่องปรับอากาศบริเวณอาคารรับรอง พร้อมทั้งตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ และกวาดปรับภูมิทัศน์โดยรอบอาคารปฏิบัติธรรมโพธิญาณมหาวิชชาลัย
3. การเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร ได้พบปะพูดคุย ให้กำลังใจ และมอบอาหารกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และภาคีเครือข่ายที่มาร่วมปฏิบัติหน้าที่

นายวราวุธ กล่าวว่า กิจกรรมที่เราทำกันในวันนี้เป็นกิจกรรมตัวอย่าง เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้เน้นแค่เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม แต่ยังต้องคำนึงถึงพี่น้องประชาชน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกันด้วย ผมและชาวกระทรวงอุตสาหกรรมได้มาทำกิจกรรมจิตอาสา ไม่ได้มาทำเพียงไฟไหม้ฟาง แต่การดูแลสิ่งแวดล้อม รักษาความสะอาด บำเพ็ญตนให้กับผู้อื่นล้วนแต่เป็นงานที่ทำเพื่อประชาชนที่พวกเรายึดถือตลอดมา การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย พวกเราชาวกระทรวงอุตสาหกรรมยึดมั่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

การทำความสะอาดและทำกิจกรรมในวันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน ต้องเริ่มกันในทุกวัน ไม่ใช่ทำเฉพาะวันสำคัญเท่านั้น การไม่ทิ้งขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาด ก็ล้วนแต่ทำให้สังคมดีขึ้น กิจกรรมในวันนี้มีทั้งภาคเอกชน เครือข่ายจิตอาสา ต่างมาช่วยกัน จึงขอให้กิจกรรมในวันนี้เป็นกิจกรรมที่สืบสานความดี สร้างประโยชน์ให้กับสังคม และทำกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กิจกรรมจิตอาสาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของบุคลากรกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานทุกภาคส่วนในการร่วมทำความดีเพื่อสังคม

“ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ผนึกกำลัง ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน่าน ระดมอาหาร–น้ำดื่ม–สิ่งของจำเป็น-ช่างเทคนิค เร่งส่งถึ...
28/08/2026

“ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ผนึกกำลัง ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน่าน ระดมอาหาร–น้ำดื่ม–สิ่งของจำเป็น-ช่างเทคนิค เร่งส่งถึงพื้นที่

กรุงเทพฯ 28 สิงหาคม 2569 –“ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ระดมความช่วยเหลือจากเครือข่ายในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งต่อผู้ประสบภัยจังหวัดน่าน โดยศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ ภาคเหนือตอนล่าง ณ DIPROM CENTER 2 จังหวัดพิษณุโลก ได้รับบริจาคไก่ปรุงสุกพร้อมรับประทาน จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งสนับสนุนจาก บริษัท สหฟาร์ม กรุ้ป จำกัด รวม 500 กิโลกรัม และได้รับบริจาคน้ำดื่มจาก บริษัท ทีแอนด์จี คอนซัลแทนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก รวมถึงได้รับการสนับสนุนเงินจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 (DIPROM CENTER 3) จังหวัดพิจิตร

ขณะเดียวกัน ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ (เหนือบน) DIPROM MICE Center จ.ลำปาง ได้รับการสนับสนุนน้ำดื่ม จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งได้นำสิ่งของบริจาคจาก ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ DIPROM MICE Center นำไปส่งต่อยังจังหวัดน่าน นอกจากนี้ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 จ.พิษณุโลก ยังร่วมสนับสนุนการขนส่งไก่ปรุงสุกไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน พร้อมทั้งกล่องบรรจุอาหารและช้อนส้อม เพื่อกระจายไปยังมูลนิธิเพชรเกษม ซึ่งเป็นโรงครัวปรุงอาหารแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนสิ่งของอุปโภคบริโภคจากภาคเอกชนในส่วนกลาง ร่วมส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ

ทั้งนี้ “ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ยังมีแผนการดำเนินการส่งทีมวิศวกรและช่างเทคนิคจากส่วนกลางลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จ. น่าน ครับ โดยมีกำหนดการระหว่างวันที่ 2 – 6 ก.ย. 69 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อเร่งฟื้นฟูสถานประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนพลังความร่วมมือของเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคเอกชน ที่ร่วมแรงร่วมใจระดมทรัพยากรและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อความห่วงใยไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

ปลัดฯ ณัฐพล เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาร...
28/08/2026

ปลัดฯ ณัฐพล เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ภายในพิธี ประธานในพิธีได้จุดธูปบูชาสักการะพระรัตนตรัย จากนั้นถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจุดธูปทองน้อยถวายราชสักการะ และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ในลำดับต่อมา พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ได้ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ โดยประธานและผู้เข้าร่วมพิธีร่วมสมาทานศีล เจริญจิตตภาวนา และน้อมจิตอธิษฐานถวายพระราชกุศลด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

“วราวุธ” นั่งหัวโต๊ะประชุมอนุกก.ป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง กลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน สั่ง เช็กเครื่องจักร-เครื่องมือให้พร...
28/08/2026

“วราวุธ” นั่งหัวโต๊ะประชุมอนุกก.ป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง กลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน สั่ง เช็กเครื่องจักร-เครื่องมือให้พร้อม กำชับ ทุกจว. ทำงานร่วมกันใกล้ชิด ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ยึดความปลอดภัย-ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เร่งนำผลประชุมเสนอนายกฯ-ครม.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ชลประทาน ปภ. สนทช. ผู้ว่าราชการจังหวัดลุ่มน้ำท่าจีน นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม และรวมถึงที่ประชุมผ่านทางระบบออนไลน์

โดยที่ประชุมได้มีมติรับทราบคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ที่ 01/2569 เรื่อง การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งตามกลุ่มลุ่มลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคกลางจากนั้นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้รายงานสถานการณ์ คาดการณ์ และการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำท่าจีน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569, การจัดทำแผนที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้ง, การจัดทำแนวทางในการป้องกันและบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้ง ตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 เพื่อการป้องกันและแก้ไขก่อนเกิดอุทกภัยและภัยแล้ง, การจัดทำแนวทางในการป้องกันและบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งเพื่อการให้การจัดการในภาวะฉุกเฉินมีประสิทธิภาพตามกรอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570, การจัดทำแผนปฏิบัติงานป้องกันและเตรียมความพร้อมจากอุทกภัยและภัยแล้ง ใน จ.ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร

โดยนายวราวุธ ได้มีข้อสั่งการว่า เพื่อให้การบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งเป็นไปอย่างบูรณากาการ ครอบคลุมทุกขั้นตอนและสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ การประชุมในวันนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการติดตามสถานการณ์คาดการณ์ และการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งในลุ่มน้ำท่าจีน รวมถึงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 ทั้งการจัดทำแผนที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้ง แนวทางการป้องกันและบริหารจัดการตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 การจัดการในภาวะฉุกเฉิน และการจัดทำแผนปฏิบัติงานของจังหวัด เพื่อให้ทุกหน่วยงาน
สามารถเตรียมความพร้อมและดำเนินการได้อย่างเป็นเอกภาพ ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดเหตุ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ โดยใช้ข้อมูลและการคาดการณ์ที่เป็นปัจจุบันเป็นฐานในการตัดสินใจ เชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ ให้สามารถสั่งการ แจ้งเตือน และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

นายวราวุธ กล่าวว่า 1. ให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เร่งจัดทำและปรับปรุงแผนที่เสี่ยงอุทกภัยและภัยแล้ง โดยวิเคราะห์และขี้เป้าพื้นที่เสี่ยงให้ชัดเจน เพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ใช้ประกอบการเฝ้าระวัง วางแผนป้องกัน เตรียมทรัพยากร และกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุด 2. ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย จัดทำ Checklist การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ใช้ในการกำกับและติดตามการดำเนินงานก่อนเกิดภัย อาทิ การตรวจสอบประตูระบายน้ำและแนวป้องกันตลิ่ง การเตรียมเครื่องสูบน้ำ การขุดลอกดูดดูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การเตรียมพื้นที่รับน้ำ และการบริหารจัดการปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ รวมทั้งจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุม ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย ซึ่งอยากเน้นย้ำให้ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหมือนกรณี อ.ปัว จ.น่าน อยากให้เตรียมถุงฉุกเฉิน (Go Bag) เอาไว้ ซึ่งแต่ละคนควรมีเอาไว้ โดยภายในบรรจุสิ่งของจำเป็น

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า 3. ให้จังหวัด เตรียมความพร้อม ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ให้สามารถเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการและสั่งการหน่วยงานทุกภาคส่วน เมื่อเกิดสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือน การอพยพ และการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมจัดเตรียมพื้นที่พักพิงและสิ่งจำเป็นให้เพียงพอและพร้อมใช้งานทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ โดยมีการประสานงานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 4. ให้กรมชลประทาน วางแผนและบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับ ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับกรณีเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานกับเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ว่า ปริมาณน้ำมีเท่าไหร่

นายวราวุธ ระบุว่า 5. ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบในพื้นที่ตัวเอง เช่น ประตูระบายน้ำ เขื่อน อาคารสูบน้ำ ให้อยู่ในสภาพมั่นคง ปลอดภัย พร้อมใช้ ตรงไหนเสียและชำรุดขอให้แก้ไขปรับปรุง รวมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดภาระของท้องถิ่นได้ รถจักรสำหรับกำจัดวัชพืชสำหรับระบายน้ำออกจากทุ่งรับน้ำ รวมถึงการสนับสนุนและช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างทันท่วงที เนื่องจากหลังจากน้ำลดแล้วจะมีเรื่องการซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่เสียหาย ซึ่งกว่าจะได้งบประมาณซ่อมแซมต้องรอข้ามปี 6. ขอให้ สทนช. ร่วมกับกรมชลประทานจัดทำฉากทัศน์สถานการณ์น้ำ เพื่อให้รู้สถานการณ์น้ำ เพื่อให้แต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่สามารถรับทราบสถานการณ์เพื่อจะเตรียมความพร้อมรับมือล่วงหน้า

“การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด การใช้ชุดข้อมูลเดียวกัน ทั้งตัวเลขและปริมาณน้ำ ซึ่งจะทำให้งานเรามีประสิทธิภาพ จึงขอให้ประสานกันและใช้ข้อมูลอย่างถูกต้องในการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจ ยึดความปลอดภัยและประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และขอให้เร่งขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ให้เกิดผล เพราะลุ่มน้ำท่าจีน ที่ผ่านมาไม่ประสบภัยน้ำท่วมก็เจอภัยแล้ง ซึ่งปีนี้ค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่ท่วมเท่าใด แต่แล้งมาแน่นอน จึงขอเป็นกำลังใจ และขอบคุณ สทนช. และกรมชลประทาน ซึ่งได้รับคำชมจาก สจ.ในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงขอเป็นกำลังใจ โดยตนจะรายงานผลการประชุมครั้งนี้ให้นายกฯรับทราบในการประชุม ครม.”นายวราวุธ ระบุ

จากนั้นนายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า สืบเนื่องจากทางรัฐบาลโดยนายกฯมีความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในแต่ละลุ่มน้ำ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ตนในฐานะประธานอนุคณะกรรมการฯ ซึ่งจะครอบคลุมจังหวัดลุ่มน้ำท่าจีน ตั้งแต่ต้นน้ำคือ จ.ชัยนาท ไล่ลงมา สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ซึ่งต้องขอบคุณ สทนช. กรมชลประทาน ปภ. ผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน ที่ได้ให้แนวทางว่า แต่ละจังหวัดมีการเตรียมพร้อม และข้อเสนอแนะอย่างไร ในส่วนทาง สทนช.มีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์น้ำประเทศไทยในปี 69-70 จะเป็นอย่างไร ปริมาณฝนในแต่ละลุ่มน้ำจะเป็นอย่างไร โดยการประชุมครั้งนี้ ได้มีการเชิญ สส.และสจ.ในพื้นที่ ที่เป็นบุคคลที่อยู่หน้างานมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการระดมความคิดเห็น การบูรณาการความรู้และแนวทางของแต่ละฝ่าย ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยผลการประชุมครั้งนี้จะมีการสรุปและนำเสนอนายกฯ ในที่ประชุม ครม.ต่อไป

กระทรวงอุตสาหกรรมรับมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นางดวงดาว ขาวเจริญ ร...
28/08/2026

กระทรวงอุตสาหกรรมรับมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายสุรพล ปลื้มใจ และนายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้ารับมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค และของใช้ที่จำเป็น เพื่อรวบรวมและส่งต่อไปยังศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ จังหวัดลำปาง สำหรับนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้กับผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่จังหวัดน่าน ณ จุดรับบริจาคอุตสาหกรรมรวมใจ ห้องนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

โดยได้รับการสนับสนุน จากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้
1. สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ร่วมบริจาค น้ำดื่ม จำนวน 100 แพ็ค
2. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี นำโดย นางสาวสุวรรณี ลิ้มจิตสมบูรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี ร่วมบริจาค น้ำปลา ซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม น้ำดื่ม เส้นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่สำเร็จรูป ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ทิชชู่เปียก ยาพาราเซตามอล ยากันยุง นมกล่อง สบู่ ผงซัดฟอก ผ้าอนามัย พลาสเตอร์ปิดแผล ปลากระป๋อง และขนมทานเล่น

“ปลัดณัฐพล” เปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 ฉลอง 28 ปี สถาบันไฟฟ้าฯ เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน รองรับ AI–Semiconductor-Data C...
28/08/2026

“ปลัดณัฐพล” เปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 ฉลอง 28 ปี สถาบันไฟฟ้าฯ เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน รองรับ AI–Semiconductor-Data Center

จังหวัดสมุทรปราการ – 28 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 28 ปี สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวรายงานและนำเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดสอบ ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐาน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

ในการนี้ มีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายภาสกร ชัยรัตน์ นายสุนทร แก้วสว่าง รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นางพงษ์ศิริ วรรณศรี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นสถาบันเครือข่ายในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง จากจุดเริ่มต้นในการให้บริการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ปัจจุบันสถาบันฯ ได้พัฒนาศักยภาพและขยายขอบข่ายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการทดสอบ การสอบเทียบ การตรวจโรงงาน และการรับรองผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการรับรองขีดความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

“การครบรอบ 28 ปีของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และการเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความพร้อมในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ให้เติบโตบนฐานของเทคโนโลยี นวัตกรรม ในการช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงและอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โฟโตนิกส์ Data Center และ Cybersecurity เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นสาขาอุตสาหกรรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน“ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

สำหรับการเปิด “อาคารปฏิบัติการทดสอบ 8” อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบและมาตรฐานของประเทศไทย เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต อาทิ สายเคเบิลเส้นใยนำแสง การทดสอบ Short Circuit สวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์ไฟฟ้า สารทำความเย็นและวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล ตลอดจนผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด ซึ่งหลายผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มที่จะถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับในอนาคต เพื่อก้าวให้ทันต่อความต้องการของตลาดโลกดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว

“ผู้ตรวจฯ เศรษฐรัชต์” ลุยอีสานตอนบน! ตรวจราชการ 3 จังหวัด ขับเคลื่อน ONE MIND เยี่ยมเหมือง–โรงไฟฟ้าขยะ-โรงงานแปรรูปไม้–ว...
28/08/2026

“ผู้ตรวจฯ เศรษฐรัชต์” ลุยอีสานตอนบน! ตรวจราชการ 3 จังหวัด ขับเคลื่อน ONE MIND เยี่ยมเหมือง–โรงไฟฟ้าขยะ-โรงงานแปรรูปไม้–วิสาหกิจชุมชน สู่การเติบโตยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24–27 สิงหาคม 2569 นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการกรณีปกติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 และตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการเหมืองแร่ดีคู่ชุมชน ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ

ในการนี้ นายฐิติณัฏฐ์ มุณีรัตน์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี นายกิติพงษ์ ชลิทธิกุล อุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย และนางสาวสุภาภรณ์ วิไลเรืองสุวรรณ อุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

ผู้ตรวจฯ เศรษฐรัชต์ ได้เน้นย้ำให้ขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงอุตสาหกรรมตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งนโยบาย ONE MIND เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน มุ่งยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

จากนั้น ผู้ตรวจฯ เศรษฐรัชต์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่อีสานตอนบน ประกอบด้วย

1. เหมืองแร่โพแทช บริษัท เอเซียแปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ณ ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามการดำเนินงานตามแนวทางโครงการเหมืองแร่ดีคู่ชุมชน และการดำเนินกิจการที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบ

2. โรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะชุมชน บริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ณ ตำบลโพนสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยติดตามการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะและการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการผลิตพลังงาน

3. โรงงานแปรรูปไม้ บริษัท พรเจริญ พาราวู้ด จำกัด ณ ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานและให้คำแนะนำในการพัฒนากระบวนการผลิตและการประกอบกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ

4. วิสาหกิจชุมชนนาคกี้เพื่อสังคม ณ ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์งานศิลปะประดิษฐ์ที่โดดเด่น อาทิ กระปุกออมสินรูปพญานาคน้อย โดยวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.เอส จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานและผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ภายใต้นโยบาย ONE MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม

ที่อยู่

กระทรวงอุตสาหกรรม 75/6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงอุตสาหกรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กระทรวงอุตสาหกรรม:

ทางลัด

แชร์