FoodTech Chula ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆทางด้านการศึกษา

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรม หลักสูตร “การใช้วัตถุเจือปนอาหารในอุตสาหกรรมอาหาร” โดยมี รศ.ดร.อินทาว...
01/09/2026

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรม หลักสูตร “การใช้วัตถุเจือปนอาหารในอุตสาหกรรมอาหาร” โดยมี รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์ เป็นวิทยากร

📣 หลักสูตร “การใช้วัตถุเจือปนอาหารในอุตสาหกรรมอาหาร“ 🤩🤩

🧑🏻‍🔬วัตถุเจือปนอาหารแต่ละประเภท ช่วยปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างไร 👍🏻🥰 ขอเชิญทุกท่านมาเรียนรู้วัตถุเจือปนอาหารประเภทต่างๆ การเลือกใช้และวิธีการใช้วัตถุเจือปนอาหารให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยวัตถุเจือปนอาหาร

🗓️ วันที่ 24-25 กันยายน 2569
⏰ เวลา 09.00 - 16.00 น.
📍 ณ ห้องปิ่นเกล้า ชั้น 3 อาคาร Thai Food Heritage สถาบันอาหาร กรุงเทพฯ
👨🏻‍💻 วิทยากร : รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์ รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยากรประจำสถาบันอาหาร

📌 Download รายละเอียด >> https://www.nfi.or.th/training-list-detail.php?id=674
🏷️ ค่าลงทะเบียนต่อท่าน : บุคคลทั่วไป 5,300 บาท, สมาชิก NFI รับส่วนลดตามสิทธิประโยชน์ (ยังไม่รวม VAT 7%)

📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
👨🏻‍💻 ผู้ประสานงาน : คุณธราธิป แววศรี (เป๋า)
☎️ 0-2422-8688 ต่อ 2207
📧 [email protected]
📲 Line@ : https://bit.ly/393y0Xe

#อบรม #สถาบันอาหาร #วัตถุเจือปนอาหาร #ความปลอดภัยอาหาร #โรงงานอาหาร #การแปรรูปอาหาร

เปิดรับสมัครแล้วหลักสูตร “ผู้ควบคุมการผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรด”Food Proc...
31/08/2026

เปิดรับสมัครแล้ว
หลักสูตร “ผู้ควบคุมการผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรด”
Food Process Control Supervisors รุ่นที่ 4

ตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 420 พ.ศ. 2563

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ - 31 ตุลาคม 2569
จัดอบรมวันที่ 9 -13 พฤศจิกายน 2569

สามารถสมัครได้ตาม QR นี้

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.ขนิษฐา ธนานุวงศ์ และนายศิริวัฒน์ จันทร์ธีรกูร / นางสาวสุกฤตา สุขสำราญ ...
28/08/2026

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.ขนิษฐา ธนานุวงศ์ และนายศิริวัฒน์ จันทร์ธีรกูร / นางสาวสุกฤตา สุขสำราญ นิสิตของภาควิชาฯ ภายใต้ความร่วมมือกับ ศ.ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ
จากภาควิชาชีวเคมี ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากผลงานนวัตกรรมขนมไทยเพื่อสุขภาพ Maison d'Allure ในการแข่งขันระดับชาติ RISE+ Awards 2026 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

28/08/2026
  โดย รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์
24/08/2026

โดย รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์

เชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella spp.) ภัยร้ายที่เรามองไม่เห็น

ตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกากำลังมีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียก่อโรคชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าซาลโมเนลลา หรือ Salmonella ซึ่งการแพร่ระบาดนี้ ทำให้คนเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก จากรายงานพบผู้ป่วยกระจายถึง 32 รัฐ รวมมากกว่า 400 ราย ซึ่งการระบาดนี้ พบว่ามีความสัมพันธ์กับการบริโภคพริกฮาลาปิโน (Jalapeno pepper) ซึ่งเป็นพริกที่มาจากประเทศเม็กซิโก จนต้องมีการเรียกคืนทั้งหมด เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก สำหรับในประเทศไทยเอง ก็มีการระบาดที่มีรายงานล่าสุดไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คือพบว่ามีการปนเปื้อนในน้ำดื่ม ก็ทำให้คนป่วยได้ไปหลายราย วันนี้เลยอยากมาขยายความต่อให้ฟังกันว่า เชื้อแบคทีเรียตัวนี้สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องระวัง และเราควรจะทำตัวอย่างไรดี ถึงจะหลีกเลี่ยงการระบาดได้

เชื้อ Salmonella จัดเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมลบ มีรูปทรงแบบแท่ง สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งที่ที่มีและไม่มีออกซิเจน แบคทีเรียชนิดนี้ไม่สามารถสร้างสปอร์ได้ มักพบอาศัยในลำไส้ของคนและสัตว์ เชื้อ Salmonella มีความสำคัญในด้านความปลอดภัยของอาหารเพราะเชื้อในกลุ่มนี้บางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแบบเฉียบพลัน ซึ่งหากได้รับเชื้อชนิดนี้เข้าไป จะเกิดอาการท้องเสียรุนแรง ปวดท้อง มีไข้ อาเจียน คลื่นไส้ รวมถึงอาการปวดศีรษะได้

ถ้าย้อนกลับไปอ่านเรื่องปนเปื้อนข้าม อาหารเป็นพิษ ที่ผมเขียนไว้ใน Food Science Digest ตอนที่ 7 นั้น การที่เรารับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella เข้าไป จะเกิดอาการป่วยหลังจากที่กินอาหารที่ปนเปื้อนเชื่อเข้าไปประมาณ 12-36 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า เชื้อเข้าไปสร้างสารพิษในร่างกายเรา จะเรียกว่าเป็น Intoxication นั่นเอง อาการที่เกิดขึ้นจะมีความรุนแรงแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเพศ วัย และสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่กลุ่มที่เสี่ยงสูงคือเด็กและผู้สูงอายุ และหากเริ่มป่วยแล้ว จะป่วยยาวนานประมาณ 2-7 วันเลยทีเดียว

การที่ Salmonella พบได้ในลำไส้ ทำให้การปนเปื้อนมักจะเกิดการสัมผัสกับของที่ออกมาจากลำไส้ของสัตว์ หรือมีการปนเปื้อนมูลของสัตว์ เช่นไข่ เนื้อสัตว์ปีก เนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม ผักและผลไม้สด ซึ่งอาจจะปนเปื้อนมาจากสัตว์โดยตรง หรือจากปุ๋ยหรือน้ำที่พาเอาเชื้อมาปนเปื้อนได้ และด้วยเมื่อปนเปื้อนเชื้อชนิดนี้แล้วจะไม่มีอะไรที่เราสังเกตได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสีหรือกลิ่นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนไป จึงทำให้เกิดโอกาสระบาดได้ง่าย

สิ่งที่เราควรต้องระวังเสมอคือ ไม่ควรกินของที่ไม่ผ่านการปรุงสุก โดยเฉพาะของที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนด้วยเชื้อ Salmonella และต้องมั่นใจว่าอาหารปรุงสุกนั้น ไม่เกิดการปนเปื้อนข้ามมาจากแหล่งอื่น ๆ ถ้าจะรับประทานผักหรือผลไม้สด จะต้องล้างให้สะอาดอีกครั้งก่อนรับประทาน และต้องระวังเรื่องภาชนะที่ใช้ร่วมกับระหว่างของดิบและของสุก อย่าใช้สัมผัสของดิบแล้วมาสัมผัสของสุกอีกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามนั่นเองครับ อย่าลืมว่า เชื้อก่อโรคพวกนี้ ปนเปื้อนลงในอาหารได้ ดังนั้นเราควรต้องระวังการรับประทานเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยกันนะครับ

สำหรับวันนี้มาสั้น ๆ แบบด่วน ๆ พอแค่นี้ก่อน คราวหน้าจะเป็นเรื่องอะไร แนะนำได้ ถ้าชอบเรื่องอาหาร กดติดตามและแนะนำได้ว่าอยากรู้เรื่องอะไรนะครับ แล้วจะนำมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ ครับ


  โดย รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์
23/08/2026

โดย รศ.ดร.อินทาวุธ สรรพวรสถิตย์

การฆ่าเชื้อด้วยความร้อน

วันก่อนพูดถึงเรื่องอาหารเป็นพิษไป ซึ่งก็คือการที่มีเชื้อก่อโรคปนเปื้อนและเจริญเติบโตในอาหารจนเมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้วเกิดอาการป่วยจากตัวของเชื้อเองหรือป่วยจากสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้นในอาหารก่อนที่เราจะกินเข้าไป วันนี้เลยว่าจะมาเล่าให้ฟังว่า การฆ่าเชื้อในอาหารที่ทำได้ในบ้าน หรือทำได้ระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้เรากินอาหารอย่างปลอดภัย รวมถึงสามารถเก็บอาหารไว้ได้ยาวนานขึ้น ที่เราควรรู้จักมีอะไรกันบ้าง

น้ำนมเป็นตัวอย่างของอาหารที่เหมาะใช้ในการอธิบายระดับของการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนให้พวกเราได้เข้าใจกัน เนื่องจากน้ำนมที่มาจากแม่วัวนั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโรงงานแปรรูป โดยหลังจากรีดน้ำนมแล้ว จะต้องมีการเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็นทันที เพื่อชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนเข้ามา และการขนส่งก็ต้องขนส่งแบบที่นมยังเย็นอยู่นะครับ เมื่อเข้าสู่โรงงานก็จะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปให้อยู่ในรูปแบบของน้ำนมพาสเจอไรส์ (pasteurize) ยูเอชที (UHT) หรือสเตอริไลส์ (sterilize) ซึ่งทั้งหมดนี้คือระดับของการฆ่าเชื้อเพื่อให้เราดื่มน้ำนมได้อย่างปลอดภัยแม้จะเก็บไว้นานสักระยะหนึ่งก็ตาม

การทำพาสเจอไรส์ (pasteurization) คือกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในน้ำนม ด้วยระดับการให้ความร้อนที่ไม่สูงมาก และใช้เวลาที่เหมาะสม วัตถุประสงค์คือไม่ให้มีเชื้อก่อโรคหลงเหลือในน้ำนม และลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ตั้งต้นลง นั่นหมายความว่าหลังจากฆ่าเชื้อด้วยกระบวนการนี้ จะยังมีเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำนม แต่เป็นเชื้อที่ไม่ทำอันตรายคน น้ำนมที่ผลิตมาแล้วจึงจำเป็นต้องเก็บรักษาด้วยการแช่เย็น ไม่อย่างนั้นนมจะเสีย บูด เน่า หากแช่เย็นก็จะเก็บรักษาไว้ได้ประมาณ 5-7 วัน ซึ่งการทำพาสเจอไรส์นี้สามารถแบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ HTST ซึ่งย่อมาจาก High Temperature, Short Time หรือใช้อุณหภูมิสูง (72 องศาเซลเซียส) ใช้เวลาสั้นเพียง 15 วินาที และ LTLT ซึ่งย่อมาจาก Low Temperature, Long Time หรือใช้อุณหภูมิต่ำ (63 องศาเซลเซียส) ใช้เวลานาน 30 นาที ซึ่ง HTST และ LTLT ให้ผลเหมือนกันคือเชื้อก่อโรคตายหมด แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ลักษณะของน้ำนมที่ถ้าเจอความร้อนสูงเวลาสั้น น้ำนมที่ได้ก็จะยังมีความคล้ายน้ำนมสดอยู่มากกว่านมที่ผ่านการใช้ความร้อนไม่สูงมากแต่นานถึง 30 นาที ก็จะมีกลิ่นน้ำนมต้ม และมีโปรตีนที่เสียสภาพไปบางส่วน ทำให้ในอุตสาหกรรมหากจะผลิตนมพาสเจอไรส์ ก็จะใช้การฆ่าเชื้อแบบ HTST มากกว่า LTLT เมื่อฆ่าเชื้อก็จะนำมาบรรจุในบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นขวดหรือถุง แต่ต้องทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ดี ๆ ก่อนบรรจุ หรือบรรจุขณะยังร้อนอยู่

สำหรับการฆ่าเชื้อแบบยูเอชที หรือย่อมาจากคำว่า Ultra-High Temperature นั้น ชื่อก็จะบอกอยู่ว่าใช้ความร้อนสูงมาก (138-150 องศาเซลเซียส) ซึ่งการฆ่าเชื้อระดับนี้ใช้เวลาสั้นมากเพียง 2-4 วินาที ก็จะทำให้เชื้อที่อยู่ในน้ำนมตายทั้งหมด คราวนี้เวลาจะบรรจุ เลยต้องบรรจุในระบบที่มั่นใจว่าไม่มีเชื้อจุลินทรีย์เลย (ปลอดเชื้อ) เลยทำให้นมประเภทนี้ต้องผลิตและบรรจุอย่างระมัดระวัง โดยบรรจุภัณฑ์จะต้องผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดีในระบบปิดเพื่อให้ไม่มีเชื้อเหลือ แล้วนำมาขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์นั้นในระบบปิด (ปกติจะขึ้นรูปเป็นกล่อง) แล้วบรรจุในระบบที่ปิดนั้น เพื่อมั่นใจว่าไม่มีเชื้อจุลินทรีย์อื่นใดปนเปื้อนเข้ามา ทำให้เมื่อปิดฝากล่องแล้ว ในกล่องจะไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ใด ๆ อยู่เลย ทำให้น้ำนม UHT ที่ยังไม่เปิดกล่องมีอายุการเก็บรักษาที่นานกว่านมพาสเจอไรส์ โดยสามารถเก็บได้แบบที่ไม่ต้องแช่เย็นเป็นเวลาประมาณ 6-12 เดือนเลยทีเดียว แต่หากเจาะกล่องหรือเปิดฝากล่องเมื่อไหร่ แล้วยังดื่มไม่หมด จะต้องเก็บในตู้เย็นต่อ ก็จะเก็บต่อได้อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์เพราะนมที่เปิดฝาแล้วอาจจะมีการปนเปื้อนจากภายนอกไปแล้วนั่นเอง

การฆ่าเชื้อแบบสเตอริไลส์ (sterilization) เป็นการฆ่าเชื้อแบบที่ใช้ความร้อนสูงร่วมกับความดันสูงในการฆ่าเชื้อ ตามปกติจะใช้อุณหภูมิสูงถึง 110-130 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 10-30 นาที ร่วมกับความดันในเครื่องฆ่าเชื้อที่เรียกว่ารีทอร์ท (retort) การฆ่าเชื้อนี้จะทำหลังจากที่เราบรรจุน้ำนมลงบรรจุภัณฑ์แล้วซึ่งอาจจะเป็นกระป๋องหรือขวดก็ได้ การใช้อุณหภูมิและเวลาเท่าไหร่ ขึ้นกับการคำนวณอย่างแม่นยำว่าเวลานานเท่าไหร่ที่จะทำให้อุณหภูมิกิ่งกลางบรรจุภัณฑ์ร้อนถึงอุณหภูมิที่ต้องการ เพื่อให้เชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดรวมถึงสปอร์ของเชื้อจุลินทรีย์ถูกทำลายไป ซึ่งเมื่อผ่านการฆ่าเชื้อระดับนี้ น้ำนมก็จะปลอดเชื้อในภาชนะปิดสนิท นั่นหมายถึงเราสามารถเก็บน้ำนมได้เป็นเวลานานแบบที่ไม่ต้องแช่เย็น อาจจะเก็บได้นานถึง 1-2 ปี แต่น้ำนมที่ได้นั้น เนื่องด้วยการให้ความร้อนสูงเป็นเวลานานกว่า UHT ทำให้น้ำนมมีกลิ่นนมต้ม (cooked flavor) และสีน้ำนมก็จะคล้ำขึ้นจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard’s reaction) ทำให้นมประเภทนี้มีกลิ่นรสเฉพาะตัวมากกว่านมประเภทอื่น ๆ นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการฆ่าเชื้อแต่ละระดับมีประโยชน์แตกต่างกัน ซึ่งการจะเลือกใช้การฆ่าเชื้อแบบไหน ก็ต้องเลือกตามวัตถุประสงค์ของการรับประทาน เช่นถ้าอยากให้สารอาหารที่ทนความร้อนสูงมากไม่ได้ยังคงอยู่ ก็อาจจะต้องเลือกใช้พาสเจอไรส์ แต่ก็จะมีข้อเสียตามมาคือเก็บรักษาได้ไม่นาน และต้องเก็บแบบแช่เย็น แต่ถ้าอยากเก็บไว้รับประทานได้นานแต่ยังคงกลิ่นรสที่ดีคล้ายกับน้ำนมเริ่มต้นมากกว่าก็อาจจะใช้ UHT แต่ถ้าอยากเก็บไว้นานกว่าก็อาจจะต้องใช้สเตอริไลส์นั่นเองครับ


ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรม หลักสูตร “การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของอาหาร” โดยมี ศ.กิตติคุณ ด...
20/08/2026

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรม หลักสูตร “การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของอาหาร” โดยมี ศ.กิตติคุณ ดร.ปราณี อ่านเปรื่อง เป็นวิทยากร

🛎️ หลักสูตร “การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของอาหาร (Sensory Evaluation) (รุ่นที่ 3/2569)”

🌟การวิเคราะห์อาหารด้วยประสาทสัมผัสคืออะไร ใครใช้ ทำไมต้องใช้ และมีประโยชน์อย่างไร? 👍🏻

✅ ค้นหาคำตอบได้ในหลักสูตรนี้ พร้อมทั้งได้ลงมือทำ Workshop จริง เพื่อทดสอบลักษณะทางประสาทสัมผัสของอาหารที่ยังต้องการความละเอียดและแม่นยำของบุคลากร และการคำนวณประเมินผล เพื่อใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

🗓️ วันที่ 10 - 11 กันยายน 2569
⏰ เวลา 09.00 - 16.00 น.
📍 ณ ห้องอมรินทร์ ชั้น 3 อาคาร Thai Food Heritage สถาบันอาหาร กรุงเทพฯ
👩🏻‍🏫วิทยากร : ศ.กิตติคุณ ดร.ปราณี อ่านเปรื่อง (คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

🏷 ค่าลงทะเบียน : บุคคลทั่วไป 6,300 บาท / สมาชิก NFI รับส่วนลดตามสิทธิประโยชน์ (ไม่รวม VAT 7%)
📑 รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัคร Online คลิกที่นี่ > https://www.nfi.or.th/training-list-detail.php?id=708

📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
👨🏻‍💻 ผู้ประสานงาน : คุณธราธิป แววศรี (เป๋า)
☎️ 0-2422-8688 ต่อ 2207
📩 [email protected]
📲 Line@ : https://bit.ly/393y0Xe

📌ถาม-ตอบข้อสงสัยกับอาจารย์ผู้สอนได้โดยตรง
📌เข้าถึงผู้เรียนได้อย่างใกล้ชิด
📌คุยสดหลังไมค์ได้หากมีข้อสงสัย
📌เรียนครบ จบรับ Certificate

#การประเมินคุณภาพ #อบรม #บริการฝึกอบรม #สถาบันอาหาร

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอแสดงความยินดีกับ คุณทสร บุณยะกาญจนเจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ P7 ประจำห้องปฏิบัติการเคมีอาหา...
19/08/2026

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร ขอแสดงความยินดีกับ คุณทสร บุณยะกาญจน
เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ P7 ประจำห้องปฏิบัติการเคมีอาหาร
ในโอกาสที่ได้รับรางวัล
“บุคลากรด้านความปลอดภัยโดดเด่น ประจำปี 2569"
จากศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.)

🎉🎉Sci Chula ร่วมแสดงความยินดีกับ

"นายทสร บุณยะกาญจน"
เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ P7
ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร
🏅
ได้รับรางวัล
“บุคลากรด้านความปลอดภัยโดดเด่น ประจำปี 2569"
จากศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศปอส.)

19/08/2026
18/08/2026

ที่อยู่

254 ถ. พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FoodTech Chulaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง FoodTech Chula:

ทางลัด

แชร์