พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party

พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party พรรครวมไทยสร้างชาติ
United Thai Nation Party

02/09/2026

“นราพัฒน์” ชี้! รัฐธรรมนูญไม่ใช่เครื่องมือชิงอำนาจ แนะออกแบบให้ทันยุคสมัย เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ร่วมกำหนดอนาคตประเทศ
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในการอบรมหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) รุ่นที่ 3 หัวข้อ “รัฐธรรมนูญ 2570 จะปฏิรูปอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ยอมรับ” โดยระบุว่า การจัดทำหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำเพื่อประชาชน และต้องเป็นกติกาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญมักถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการเมือง หรือการวางเงื่อนไขให้บางฝ่ายได้เปรียบและบางฝ่ายเสียเปรียบ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับกติกาสูงสุดของประเทศ
“คำถามสำคัญคือ เราร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่ออะไร รัฐธรรมนูญต้องเริ่มจากประชาชน เป็นกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ แม้จำเป็นต้องแก้ไข แต่ก็ไม่ควรรื้อหรือเขียนใหม่กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายนราพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมองว่า ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขทั้งฉบับหรือรายมาตรา รัฐธรรมนูญควรออกแบบให้รองรับความเปลี่ยนแปลงของประเทศในแต่ละยุคสมัยได้ ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรม แต่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อาจจัดทำขึ้น นายนราพัฒน์ เสนอให้ใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางเปิดให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เข้ามาเรียนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ หลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกฎหมายที่มีผลต่อการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ ข้อเสนอจากคนรุ่นใหม่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง หากเรื่องใดทำไม่ได้หรือมีข้อจำกัด ควรบอกเหตุผลกลับไปให้ชัด เพื่อให้ผู้เสนอเข้าใจ การมีส่วนร่วมจึงจะเป็นการร่วมกำหนดอนาคตประเทศอย่างแท้จริง
#นราพัฒน์แก้วทอง
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#สู้ให้ทุกปัญหาพึ่งพาได้ทุกเรื่อง
#แก้รัฐธรรมนูญ

02/09/2026

ใครไม่ทำ “พีระพันธุ์” ทำเอง ❗️รทสช. เตรียมเสนอร่างกฎหมายแก้ไข “พ.ร.บ.อาวุธปืน” ต่อสภาฯ อุดช่องโหว่-ควบคุมสิ่งเทียมอาวุธปืน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้กำลังร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ. 2490 โดยมอบหมายให้ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค เป็นผู้เสนอต่อสภาฯ
โดยเพิ่มเนื้อหาควบคุมสิ่งเทียมอาวุธปืนที่มีเพียงแค่ 3 มาตรา แต่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุสลดหลายครั้งในสังคม อาทิเช่น เหตุกราดยิงที่พารากอนที่เยาวชนผู้ก่อเหตุใช้ปืนบีบีกัน รวมไปถึงกำหนดความรับผิดชอบของผู้ขออนุญาตมีอาวุธปืนให้ชัดเจน เพื่อลดช่องโหว่ทางดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต
#พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค #พรรครวมไทยสร้างชาติ #รวมไทยสร้างชาติ #พรบอาวุธปืน #ปืน #กระทรวงมหาดไทย #มหาดไทย #สภาผู้แทนราษฎร #แก้กฎหมาย #กฎหมาย #กฎหมายปืน

“พีระพันธุ์” ลุยอุดช่องโหว่กฎหมาย 2 ปมใหญ่! คุมเข้ม ‘สิ่งเทียมอาวุธปืน’ -ไม่ผ่อนปรนโทษประหาร ย้ำ รทสช. ‘ทำสิ่งที่ต้องทำ’...
01/09/2026

“พีระพันธุ์” ลุยอุดช่องโหว่กฎหมาย 2 ปมใหญ่! คุมเข้ม ‘สิ่งเทียมอาวุธปืน’ -ไม่ผ่อนปรนโทษประหาร ย้ำ รทสช. ‘ทำสิ่งที่ต้องทำ’ เพื่อประชาชน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเตรียมเสนอร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เพื่ออุดช่องโหว่กฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสังคม ทั้งเรื่องอาวุธปืนและการรับโทษของผู้ต้องโทษประหารชีวิต โดยตนเป็นผู้ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ
ฉบับแรก เป็นการแก้ไข พ.ร.บ. อาวุธปืน ซึ่งใกล้เสร็จแล้ว โดยจะให้นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้ยื่นร่างต่อสภาฯ เน้นเพิ่มความรับผิดชอบ พร้อมกำหนดมาตรการควบคุม กำกับ และดูแลการมีและใช้อาวุธปืนให้รัดกุมมากขึ้น
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญคือ “สิ่งเทียมอาวุธปืน” โดยเฉพาะปืนบีบีกันที่มีลักษณะคล้ายอาวุธปืนจริง และสามารถนำไปดัดแปลงเป็นปืนจริงได้ แต่กฎหมายปัจจุบันยังไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน ทั้งการครอบครอง การพกพา และความรับผิดกรณีนำไปดัดแปลง
นอกจากนี้ ต้องกำหนดความรับผิดชอบของผู้ขออนุญาตมีอาวุธปืนให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ขออนุญาตเพื่อรักษาทรัพย์สินของตนเอง ต้องมีมาตรการกำกับทั้งการใช้และการเก็บรักษา รวมถึงปรับหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต เพื่อลดช่องว่างและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
ส่วนกฎหมายฉบับที่ 2 มุ่งแก้ปัญหาการรับโทษของผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกพิพากษาถึงที่สุดให้ประหารชีวิต ซึ่งเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การบังคับตามคำพิพากษาก็ต้องประหารชีวิตทันที พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางลดโทษผู้ต้องโทษประหารชีวิตของรัฐบาล ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาหลักเกณฑ์ให้ผู้ต้องขังจำคุกมาแล้ว 25 ปี จึงจะได้รับการพิจารณาลดโทษ โดยมองว่าเป็นการขัดกับคำพิพากษาถึงที่สุดที่กำหนดโทษประหารชีวิต
อย่างไรก็ตาม การปรับแก้กฎหมายฉบับนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของหลายฝ่าย ทั้งศาลและราชทัณฑ์ จึงต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องด้วย
ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ย้ำแนวทางการทำงานของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า “อะไรต้องทำก็ทำ ไม่ได้ทำเพื่อหวังคำชมหรือกลัวคำวิจารณ์” พร้อมยืนยันว่าจะทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคที่ทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป
#พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#อาวุธปืน
#ประหารชีวิต

📣 35 ปี เสียงแรงงาน (ไม่) สูญหาย จาก ‘ทนง’ ถึง ‘อดิศร โพธิ์อ่าน’ บนเส้นทางต่อสู้เพื่อคนทำงาน30 สิงหาคม 2569 เนื่องในวันผ...
30/08/2026

📣 35 ปี เสียงแรงงาน (ไม่) สูญหาย จาก ‘ทนง’ ถึง ‘อดิศร โพธิ์อ่าน’ บนเส้นทางต่อสู้เพื่อคนทำงาน
30 สิงหาคม 2569 เนื่องในวันผู้สูญหายสากล พรรครวมไทยสร้างชาติชวนร่วมย้อนความทรงจำการต่อสู้ของขบวนการแรงงานไทย ผ่านเรื่องราวของ “ทนง โพธิ์อ่าน” วีรบุรุษแรงงานที่สูญหาย และการสืบทอดอุดมการณ์โดย “อดิศร โพธิ์อ่าน” ลูกชายผู้เดินหน้าขับเคลื่อนสิทธิและสวัสดิการของพี่น้องผู้ใช้แรงงานในปัจจุบัน
📌 “ทนง โพธิ์อ่าน” หมูไม่กลัวน้ำร้อน ท้าชนนายทุนและรัฐที่ไม่เป็นธรรม
ทนง เดินหน้าเต็มสูบในฐานะผู้นำองค์กรแรงงานระดับประเทศและสากล โดยดำรงตำแหน่งอดีตประธานสภาองค์การลูกจ้าง สภาแรงงานแห่งประเทศไทย (สรส.), อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในสัดส่วนแรงงาน และดำรงตำแหน่งรองประธานสมาพันธ์แรงงานเสรีระหว่างประเทศ ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (ICFTU-APRO)
นอกจากนี้ ทนง ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิด “พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2534”(ฉบับแรกของประเทศไทย) ที่ประกาศใช้ในวันที่ 2 กันยายน 2534 รวมถึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงออกมาคัดค้านการยุบสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจในยุคคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) พ.ศ. 2534 อย่างเปิดเผยและไม่เกรงกลัวอำนาจที่ไม่เป็นธรรม
ร่องรอยสุดท้ายของทนง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2534 เขาได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ โดยพบเพียงรถยนต์ส่วนตัวจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าสหภาพขนส่งสินค้าขาออกที่เขาเป็นประธาน และไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนที่เขาจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนำเสนอเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานในไทย
📌 ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น: DNA “พ่อ” สานต่อด้วย “อดิศร โพธิ์อ่าน”
แม้ตัวของทนงจะสูญหาย แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ถูกส่งต่อถึง “อดิศร โพธิ์อ่าน” ลูกชายของทนง โพธิ์อ่าน อดีตผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานกลาง (ฝ่ายลูกจ้าง) ที่ปัจจุบันเข้ามารับบทบาทรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนประเด็นแรงงานและสวัสดิการสังคมในระดับนโยบาย
โดยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ.ซ้อมทรมาน-อุ้มหาย) เพื่อสร้างมาตรฐานทางกฎหมาย ป้องกันไม่ให้เกิดการบังคับสูญหายซ้ำรอยผู้เป็นพ่อและเหยื่อรายอื่นๆ ในสังคม
รวมถึงรื้อฟื้นเครือข่ายดูแลสวัสดิการผู้ใช้แรงงาน ผ่านมูลนิธิทนง โพธิ์อ่าน เพื่อรวบรวมขุนพลสหภาพแรงงานที่กระจายหลายกลุ่มให้รวมเป็นหนึ่งเดียวดังเช่นแนวทางที่พ่อทำ พร้อมขับเคลื่อนการปรับปรุงระบบประกันสังคม เพื่อให้คุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง
ภายใต้การทำงานในพรรครวมไทยสร้างชาติ อดิศรยังสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า และแก๊ส ตามแนวทางของพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกฯ-รมว.พลังงาน เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย
แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 35 ปี แต่เรื่องราวของ "ทนง โพธิ์อ่าน" จะไม่สูญหายไปกับกาลเวลา และกำลังถูกสานต่ออย่างมั่นคงโดย “อดิศร โพธิ์อ่าน” กำลังหลักสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อให้เสียงของแรงงานไทยยังคงดังกังวานและได้รับความเป็นธรรมในสังคมต่อไป
#วันผู้สูญหายสากล
#ทนงโพธิ์อ่าน
#อดิศรโพธิ์อ่าน
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#ประกันสังคม

“ชัชวาลล์” เปิดเวทีแก้หนี้นอกระบบ แนะประชาชน “รู้กฎหมาย-รู้สิทธิ” บริหารหนี้ รับมือทวงหนี้โหด!นายชัชวาลล์ คงอุดม ในฐานะก...
29/08/2026

“ชัชวาลล์” เปิดเวทีแก้หนี้นอกระบบ แนะประชาชน “รู้กฎหมาย-รู้สิทธิ” บริหารหนี้ รับมือทวงหนี้โหด!
นายชัชวาลล์ คงอุดม ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “การสร้างความรู้ด้านกฎหมายและการบริหารจัดการหนี้ เพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน” ที่โรงเรียนวัดบางโพโอมาวาส เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ โดยชี้ว่า ปัญหาหนี้นอกระบบส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอ เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ และขาดความรู้ด้านกฎหมายและการบริหารจัดการเงิน
นายชัชวาลล์ ระบุว่า หนี้นอกระบบแตกต่างจากหนี้ในระบบ เนื่องจากลูกหนี้บางรายต้องเผชิญกับดอกเบี้ยสูง เงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการติดตามทวงหนี้ที่เกินขอบเขตของกฎหมาย จนกระทบต่อการดำเนินชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัว “บางรายกู้เงินเพียง 4,000 บาท แต่ได้รับเงินจริง 3,600 บาท ก่อนต้องส่งดอกเบี้ยวันละ 200 บาท เมื่อหมุนเงินไม่ไหวก็เกิดปัญหา และบางรายถึงขั้นถูกเจ้าหนี้ยกพวกมาทวงหนี้ พังบ้าน และนำทรัพย์สินออกไป”
โดยย้ำว่า ประชาชนต้องรู้สิทธิของตัวเอง โดยเฉพาะกรณีถูกข่มขู่ บุกรุก หรือยึดทรัพย์สิน เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่สามารถยึดทรัพย์หรือดำเนินการใด ๆ โดยพลการได้ หากมีการทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรงหรือทำเกินกว่าเหตุ สามารถแจ้งความและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
พร้อมกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการรู้กฎหมายตั้งแต่ก่อนปัญหาหนี้เข้าสู่กระบวนการศาล เพราะหากลูกหนี้ไม่เข้าใจกระบวนการ ไม่ไปตามนัด หรือปล่อยให้คดีเดินหน้าโดยไม่รู้สิทธิของตัวเอง อาจนำไปสู่การยึดทรัพย์และขายทอดตลาด จนยากต่อการแก้ไขในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต้องดำเนินการควบคู่กัน ทั้งการให้ความรู้ด้านกฎหมาย การสร้างวินัยทางการเงิน และการเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้ก้อนเล็กลุกลามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่
ทั้งนี้ นายชัชวาลล์ หวังว่า การสัมมนาครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจกฎหมาย รู้สิทธิของตัวเอง และมีความรู้ในการบริหารจัดการหนี้ สามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนทางการเงิน รวมถึงถ่ายทอดต่อให้ครอบครัวและคนรอบข้าง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางกฎหมายและการเงิน ลดความเสี่ยงจากหนี้นอกระบบ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน
#ชัชวาลล์คงอุดม
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#สู้ให้ทุกปัญหาพึ่งพาได้ทุกเรื่อง
#สภาผู้แทนราษฎร

📣 สิ้นสุดการรอคอย! รวมไทยสร้างชาติ เปิดตัว LINE Official Account ไม่ว่าจะสมัครสมาชิกพรรค อัปเดตข่าวสารก่อนใคร ร้องเรียนท...
29/08/2026

📣 สิ้นสุดการรอคอย! รวมไทยสร้างชาติ เปิดตัว LINE Official Account
ไม่ว่าจะสมัครสมาชิกพรรค อัปเดตข่าวสารก่อนใคร ร้องเรียนทุกปัญหา หรืออยากสนับสนุนพรรค ทั้งหมดนี้ทำได้ง่ายๆ ใน 3 ช่องทาง
1️⃣ สแกน QR Code ในภาพ
2️⃣ ค้นหา ID : (อย่าลืมใส่ @ นำหน้า)
3️⃣ คลิกลิงก์ https://lin.ee/5czJsA3
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายทะเบียนสมาชิกพรรค โทร. 092-490-3354 ตลอด 24 ชั่วโมง
💪🏻แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ สู้ให้ทุกปัญหาพึ่งพาได้ทุกเรื่อง!
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#สู้ให้ทุกปัญหาพึ่งพาได้ทุกเรื่อง

28/08/2026

“ยิวจะเข้ามายึดพื้นที่ในไทยแล้วตั้งรัฐซ้อนรัฐ สิ่งนี้อันตรายที่สุด ปัญหาที่เกิดตอนนี้คือมีออฟฟิศรับต่อวีซ่าให้ยิว นี่คือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงความมั่นคงชาติ”
นายภูเบศ โพธิ์โซ๊ะ คณะทำงานด้านการศึกษาและสังคม พรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตที่ปรึกษาคณะอนุ กมธ.การป้องกันประเทศฯ มองปรากฏการณ์การขยายตัวของชุมชนยิวในไทยที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีจากหลักพันสู่ตัวเลขหลักหมื่นในรอบปีที่ผ่านมา
ด้วยพฤติกรรมที่ค่อยๆ แทรกซึมผ่านการกว้านซื้อที่ดิน ยึดครองอาชีพท้องถิ่น และการสร้างชุมชนปิดที่ไม่แยแสต่อกฎหมายไทย ทำให้นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “วัฒนธรรมที่แตกต่าง” แต่กลายเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนในพื้นที่โดยตรง
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐต้องลุกขึ้นมาบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จัดการระบบนอมินี ตรวจสอบสำนักงานวีซ่าสุ่มเสี่ยง และกอบกู้ความมั่นคงของชาติกลับคืนมา ก่อนที่คำว่า “รัฐซ้อนรัฐ” จะกลายเป็นความจริงที่สายเกินแก้
#ภูเบศโพธิ์โซ๊ะ #พรรครวมไทยสร้างชาติ #รวมไทยสร้างชาติ #ยิว #นักท่องเที่ยว #อิสราเอล #เกาะพงัน #ปาย #ยิวในไทย

27/08/2026

วินาที “ดร.อรรถวิชช์” งัดผลตรวจมาตรฐานเหล็ก ถึงผู้ว่าฯ สตง.
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งคำถามกลางสภาฯ ถึงผู้ว่าฯ สตง. เหตุใดจึงปฏิเสธขอผลตรวจเหล็กตึก สตง. ถล่ม โดยอ้างว่า “ไม่ใช่เอกสารการเงิน” ทั้งที่เป็นโครงการของ สตง. และใช้งบแผ่นดินกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี
ยิ่งน่าสงสัยเมื่อผลตรวจเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรม 2 ครั้งพบว่า เหล็ก EF ผ่าน แต่เหล็ก IF ไม่ผ่านมาตรฐาน ข้อมูลอยู่ตรงหน้า เอกสารก็พร้อมส่งให้ แต่ สตง. กลับเลือกบอกว่า “ตรวจไม่ได้”
คำถามจึงชัดเจนว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเงินแผ่นดิน จะตรวจทุกเรื่องที่ส่อเค้าทุจริตคอร์รัปชัน หรือจะเลือกตรวจเฉพาะเรื่องเท่านั้น?
#อรรถวิชช์สุวรรณภักดี
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#สภาผู้แทนราษฎร
#ตึกสตง
#ตึกสตงถล่ม

ยื่นถึงมือ สตง. ‼️ “อรรถวิชช์” งัดผลตรวจเหล็กตกมาตรฐานหน้าบัลลังก์สภาฯ จี้ตรวจสอบโปร่งใส ซัด! ใช้งบปีละกว่า 3 พันล้าน แต...
27/08/2026

ยื่นถึงมือ สตง. ‼️ “อรรถวิชช์” งัดผลตรวจเหล็กตกมาตรฐานหน้าบัลลังก์สภาฯ จี้ตรวจสอบโปร่งใส ซัด! ใช้งบปีละกว่า 3 พันล้าน แต่ปฏิเสธตรวจเอกสารเพราะไม่ใช่เอกสารการเงิน
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในที่ประชุมสภาฯ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปีของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมเรียกร้องให้ สตง.ตรวจสอบความคุ้มค่าโครงการก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่มเมื่อเดือน มี.ค. 2568 หลังคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ได้ทำหนังสือถึง สตง. เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ขอผลตรวจเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งส่งตรวจโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (สลท.) แต่ได้รับคำตอบจากนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินว่า “ไม่ใช่เอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบการเงิน จึงไม่มีอำนาจขอเอกสารดังกล่าว”
ขณะที่ผลการตรวจเหล็กจากการเก็บตัวอย่าง 2 ครั้ง พบว่า เหล็ก EF ผ่านมาตรฐาน แต่เหล็ก IF ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่ง ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า “ไม่ได้หมายความว่าเหล็ก IF ทุกเส้นไม่ได้มาตรฐาน แต่กรณีที่ใช้ในโครงการ สตง. มีผลตรวจจากหน่วยงานรัฐแล้วว่าไม่ผ่านมาตรฐาน”
อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหล็กเป็นสาเหตุของอาคารถล่มหรือไม่ แต่เมื่อมีผลตรวจจากหน่วยงานรัฐระบุว่าเหล็กไม่ผ่านมาตรฐาน สตง.ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบต่อ และพิจารณาเรียกร้องความเสียหายจากคู่สัญญา เนื่องจากเงื่อนไขการจัดซื้อกำหนดให้เหล็กต้องมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หากตรวจสอบภายหลังแล้วพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน ย่อมเป็นประเด็นที่ สตง.ต้องดำเนินการ
ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงกรณีตึก สตง.ถล่มเมื่อปี 2568 ว่า สตง.ได้ทำหนังสือขอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างตึกดังกล่าวแล้ว แต่ได้รับการชี้แจงว่า เอกสารอยู่ในสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงไม่สามารถมอบให้บุคคลอื่นได้ ส่งผลให้ สตง.ไม่มีข้อมูลดังกล่าว และไม่สามารถส่งเอกสารตามที่คณะกรรมาธิการฯ ร้องขอได้ โดยพร้อมยินดีรับมอบเอกสารผลการตรวจสอบเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรมที่ ดร.อรรถวิชช์ นำมาให้ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบของ สตง.ต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ดร.อรรถวิชช์ ได้เดินไปยังหน้าบัลลังก์ในห้องประชุมสภาฯ เพื่อยื่นเอกสารผลการตรวจสอบเหล็กจากสถานที่เกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ซึ่งเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568 ถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อประกอบการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องโปร่งใสในการดำเนินการของ สตง.
#อรรถวิชช์สุวรรณภักดี
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#สภาผู้แทนราษฎร
#ตึกสตงถล่ม

27/08/2026

❗️เงินกู้ต้องไม่เสียเปล่า! “อรรถวิชช์” เสนอ 3 ร่างกฎหมาย รองรับงบประมาณเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีราย และรองหัวหน้าพรรค อภิปรายในที่ประชุมสภาฯ เสนอร่างกฎมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ได้แก่ พ.ร.บ.ส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตติดโซลาร์รูฟท็อปให้แก่พี่น้องประชาชน
รวมทั้ง ร่าง พ.ร.บ.การจัดการกากอุตสาหกรรม ที่เป็นฉบับแรกในประเทศไทย เพื่อควบคุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ และร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศไทย
#อรรถวิชช์สุวรรณภักดี
#พรรครวมไทยสร้างชาติ
#รวมไทยสร้างชาติ
#สภาผู้แทนราษฎร
#พรกกู้เงิน

ที่อยู่

35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Partyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party:

ทางลัด

แชร์