การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division

การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์งานในภารกิจของส่วนวิเทศสัมพันธ์ กรมการปกครอง

27/08/2026
วช.(สวท.) เข้าร่วมสนับสนุนการเยือนพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ของนาง Hai Kyung Jun ผู้อำนวยการระ...
27/08/2026

วช.(สวท.) เข้าร่วมสนับสนุนการเยือนพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ของนาง Hai Kyung Jun ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคสำหรับเอเซียและแปซิฟิคของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

🗓️วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569
⏰เวลา 06.30 น. - 14.00 น.

🏢ณ พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

💎สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ร่วมกับสำนักบริหารการทะเบียน สำนักงานกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง

📌ภายใต้การอำนวยการของ นายนพรัตน์ ศรีพรหม ผอ.วช. มอบหมายให้ สวท. เข้าร่วมสนับสนุนภารกิจการเยือนพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหินของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) โดยมี นายหฤฑีฐ์ ศรีเอียด นายอำเภอสวนผึ้ง และนาง Hai Kyung Jun ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคสำหรับเอเซียและแปซิฟิคของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กล่าวเปิดงาน

🎉การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนโยบายในการอนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาออกไปทำงานนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราว ส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิด้านหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งมีการจัดทำบัตรประจำตัวให้แก่ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิและบริการขั้นพื้นฐานของภาครัฐ

👉🏻ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวมีความสอดคล้องกับภารกิจของ ปค. ในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยให้แก่ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568
เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิและบริการขั้นพื้นฐาน ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานในการอนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาออกไปทำงานนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราว และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิด้านหลักประกันสุขภาพอย่างเหมาะสม

------------------
ส่วนวิเทศสัมพันธ์
กองวิชาการและแผนงาน
กรมการปกครอง

25/08/2026

🎓✨กรมการปกครอง เปิดรับสมัครทุนรัฐบาล (ทุน ก.พ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

🚀 โอกาสดี ๆ สำหรับบุคลากรภาครัฐที่อยากพัฒนาศักยภาพสู่ระดับโลก

🗓️ เปิดรับสมัครระหว่างวันที่
21 สิงหาคม 2569 - 23 เมษายน 2570

🧑🏻‍💼คุณสมบัติเบื้องต้น
1. ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการ ในสังกัดกรมการปกครอง
2. อายุราชการไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันประกาศรับสมัคร (20 ม.ค. 69)
3. อายุไม่เกิน 40 ปี
4. ไม่เคยได้รับวุฒิ ป.โท ในสาขาเดียวกับที่จะไปศึกษา

📍ทุนระดับปริญญาโท จำนวน 8 ทุน

📥 จัดส่งเอกสารการสมัครด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ให้ กจ. (สวผ.) โดยถือวันประทับตรารับหนังสือของ กจ. เป็นสำคัญ

🔗 Link Google Drive รายละเอียดเพิ่มเติม: https://drive.google.com/drive/mobile/folders/1scILlQokWE6i2S_O5wPAE9g2dZhEmIHx?usp=sharing

👨🏻‍💻 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
กองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง
โทร: 063-904-7936
E-mail: [email protected]
Facebook: DOPA HRD Society
________________

"BEYOND YOUR LIMITS"
กองการเจ้าหน้าที่

#กรมการปกครอง

25/08/2026
🌍Global Diplomatic Hub 🌎📍โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง🇦🇺นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัย...
19/08/2026

🌍Global Diplomatic Hub 🌎
📍โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

🇦🇺นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ ชูไทยไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก ในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International Order through Regional and Minilateral Cooperation” ณ สถาบัน Lowy (Lowy Institute) นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย

📌เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International Order through Regional and MinilateralCooperation” ณ สถาบัน Lowy Institute นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยนำเสนอมุมมองของไทยต่อสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเสนอแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทย โดยเน้นว่าไทยไม่จำเป็นต้องเลือกข้างหรือเลือกค่าย แต่ควรรักษาความสามารถในการกำหนดทางเลือกและผลประโยชน์ของประเทศท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก
นายกรัฐมนตรีเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ได้แก่

1️⃣การเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค (Regionalism) เพื่อให้ภูมิภาคสามารถรับมือกับความท้าทายร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไทยยังคงให้อาเซียนเป็น “หลักยึดทางยุทธศาสตร์” ที่สำคัญ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเมียนมาร์ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน (Five-Point Consensus) ควบคู่กับแนวทางการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมและเป็นขั้นเป็นตอน (calibrated re-engagement) เพื่อรักษาช่องทางการหารือและส่งเสริมให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม และสำหรับความสัมพันธ์กับกัมพูชา นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยยังคงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาและกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน

2️⃣การรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) ผ่านการขยายความร่วมมือกับประเทศและหุ้นส่วนที่หลากหลาย เพื่อรักษาความสามารถของไทยในการตัดสินใจและกำหนดทางเลือกของตนเอง โดยพิจารณาแต่ละประเด็นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ไทยและออสเตรเลียยังสามารถพัฒนาความร่วมมือในประเด็นเฉพาะรูปแบบ Minilateral Cooperation เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความคล่องตัวและเป็นรูปธรรม เช่น การต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสองประเทศ

3️⃣การสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่น (Resilience) ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือและการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ควบคู่กับการรักษาความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของภูมิภาค สำหรับความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลีย ทั้งสองประเทศมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ตั้งแต่ปี 2548 และมีแนวทางยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่ “หุ้นส่วนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” (Resilient Partnership) โดยเชื่อมโยงจุดแข็งของทั้งสองประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลียมีศักยภาพด้านแร่ธาตุสำคัญ พลังงาน การศึกษา เทคโนโลยี และเงินทุน ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านการผลิตขั้นสูง อุตสาหกรรมอาหาร การเชื่อมโยงในภูมิภาค รวมถึงอุตสาหกรรมสีเขียวและดิจิทัล เพื่อร่วมกันรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต

♦️นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลีย ซึ่งกำลังจะครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 และเห็นว่าความร่วมมือควรพัฒนาไปไกลกว่าความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี เพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์แก่ภูมิภาค โดยเฉพาะการรักษาสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เปิดกว้าง มีเสถียรภาพ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎกติกา

✏️ทั้งนี้ กรมการปกครองจะนำแนวทางการดำเนินนโยบาย “ไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก” ไปปรับใช้ในการ บริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการนำนโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ และการดูแลประชาชนในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึงการเสริมสร้าง Resilience และความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Facebook:

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง🇹🇭🇦🇺นายกรัฐมนตรีเดินทางเย...
18/08/2026

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

🇹🇭🇦🇺นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ พร้อมขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลีย

📌นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี (Mr. Anthony Albanese, Prime Minister of Australia) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย

💎โดยการเยือนครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างรอบด้าน อีกทั้ง การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นในช่วงสำคัญก่อนที่ประเทศไทยและออสเตรเลียจะครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2570

🗓️ในวันนี้ 18 สิงหาคม 2569 : นายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญในนครซิดนีย์ ดังนี้

🌤️ช่วงเช้า
- นายกรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมคารวะผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ณ Government House จากนั้นได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International Order through Regional and Minilateral Cooperation” ณ Lowy Institute นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านนโยบายระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญของออสเตรเลีย โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ของไทยต่อความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลีย ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก
- นายกรัฐมนตรีพบปะชุมชนไทยและเยี่ยมชมย่าน Thai Town เพื่อรับฟังความคิดเห็นและพบปะพี่น้องชาวไทยในออสเตรเลีย ก่อนพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Canva Pty Ltd. บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย พร้อมเยี่ยมชมสำนักงาน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

🌅ช่วงบ่าย
- นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมกิจกรรมพบหารือกับภาคธุรกิจ (Networking Reception) ณ โรงแรม Crown Sydney เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างภาคเอกชนไทยกับออสเตรเลีย และเดินทางต่อไปยังกรุงแคนเบอร์รา

🇹🇭บทสรุป🇦🇺
การเยือนออสเตรเลียครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียในทุกมิติ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแปลงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไปสู่ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง พลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการสร้างประโยชน์และโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌍 รู้จัก UNSC และบทบาทครั้งสำคัญของ "เดนมาร์ก" บนเวทีความมั่นคงโลก📍UNSC หรือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1 ใน 6 อง...
17/08/2026

🌍 รู้จัก UNSC และบทบาทครั้งสำคัญของ "เดนมาร์ก" บนเวทีความมั่นคงโลก

📍UNSC หรือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1 ใน 6 องค์กรหลักของ UN ที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและสันติภาพระหว่างประเทศ มีอำนาจสูงสุดในการออกมติที่ทุกประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตาม รวมถึงมีอำนาจกำหนดมาตรการคว่ำบาตร หรือแม้กระทั่งอนุมัติการใช้กำลังทหารเพื่อระงับข้อพิพาท

📍"เดนมาร์ก" ก้าวขึ้นสู่เวทีแกนนำ
ในวาระปี 2025–2026 นี้ เดนมาร์ก ได้รับความไว้วางใจให้เข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของ UNSC เป็นครั้งที่ 5 ภายใต้โควตาหมุนเวียนของกลุ่มประเทศนอร์ดิก และ ในเดือนสิงหาคม 2026 นี้ เดนมาร์กกำลังทำหน้าที่เป็น "ประธานหมุนเวียนของ UNSC" (Presidency) ซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการตั้งวาระการประชุมเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์โลกที่กำลังร้อนระอุ ทั้งในยูเครน กาซา ซูดาน และปัญหาความอดอยากที่เกิดจากสงคราม

📍4 จุดยืนและหลักการสำคัญของเดนมาร์กบนเวทีโลกปัจจุบัน
1️⃣ ยืนหยัดเพื่อกฎหมายระหว่างประเทศ (International Law) มุ่งมั่นปกป้องกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ปกป้องพลเรือนในพื้นที่สงคราม พร้อมผลักดันให้ UNSC มีความโปร่งใสและเป็นตัวแทนของคนทั้งโลก
2️⃣ รับมือภัยความมั่นคงยุคใหม่ (Adapting to New Realities) ปรับปรุงระบบการจัดการวิกฤตและการรักษาสันติภาพของ UN ให้เท่าทันรูปแบบความขัดแย้งที่ซับซ้อนขึ้นในปัจจุบัน
3️⃣ ความมั่นคงและสภาพภูมิอากาศ (Climate, Peace and Security - CPS) เดนมาร์กเป็นแกนนำแถวหน้าในการผลักดันให้โลกตระหนักว่า "ภาวะโลกร้อน" คือภัยความมั่นคงที่ซ้ำเติมความขัดแย้งและอุปสรรคในการรักษาสันติภาพ
4️⃣ พลังสตรี ความสงบสุข และความมั่นคง (Women, Peace and Security - WPS) ผลักดันและส่งเสริมบทบาท สิทธิ และสตรีให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันความขัดแย้งและกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม

#เดนมาร์ก #สหประชาชาติ #ความมั่นคงโลก

📖 Weekly Global News 8-14 Aug 2026📍1. พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (หมายเลข 13) พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (หมายเลข 13) ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทร...
14/08/2026

📖 Weekly Global News 8-14 Aug 2026

📍1. พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (หมายเลข 13)
พายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (หมายเลข 13) ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูง ได้พัดถล่มภูมิภาคโอกินาวะและคาโงชิมะของญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 7–8 สิงหาคม ด้วยความเร็วลมกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเกิดฝนตกหนัก คลื่นสูง กระทบการเดินทาง และทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ก่อนจะเคลื่อนตัวพัดขึ้นฝั่งมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในวันที่ 9 สิงหาคม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักสะสมกว่า 600 มิลลิเมตร น้ำท่วมฉับพลัน และลมกระโชกแรงในหลายเมืองรวมถึงเซี่ยงไฮ้ จนทางการจีนต้องสั่งอพยพประชาชนกว่า 1 ล้านคน ยกเลิกเที่ยวบิน และระงับการขนส่งสาธารณะ ก่อนที่พายุจะค่อยๆ อ่อนกำลังและสลายตัวไปในวันที่ 12 สิงหาคม
ที่มา: THE GUARDIAN

📍2. วิกฤตการณ์ในพม่าและการช่วยเหลือจากยุโรป
(รายงานเมื่อวันที่13 สิงหาคม) - สหภาพยุโรป (EU) ได้เพิ่มงบประมาณความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พม่าอีก 10.5 ล้านยูโร ส่งผลให้ยอดรวมในปี 2569 อยู่ที่ 49.1 ล้านยูโร ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในพม่ายังคงรุนแรง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตสะสมแล้วกว่า 100,000 ราย นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564
ที่มา: เว็บไซต์สหภาพยุโรป

📍3. ข้อพิพาททางทะเลไทย-กัมพูชา (UNCLOS)
ในวันที่ 14 สิงหาคม มีการกำหนดคัดเลือกประธานคณะประนอม (Compulsory Conciliation) 1 คน จากบัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติประมาณ 10 คน ซึ่งฝ่ายไทยได้พิจารณาคัดเลือกเหลือ 6 รายชื่อและส่งกลับไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อเริ่มกระบวนการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 โดยคาดว่าจะมีการประชุมนัดแรกในเดือนกันยายนนี้ กำหนดการประชุมครั้งแรก คาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2569
ที่มา: THAIPBS

รู้หรือไม่ 💡
• วันที่ 8 สิงหาคม เป็น วันอาเซียน (ASEAN DAY) วันรำลึกการปฏิญญาก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2510
• วันที่ 9 สิงหาคม เป็น วันชาติสิงคโปร์ (SINGAPORE NATIONAL DAY) เฉลิมฉลองการประกาศเอกราชและแยกตัวออกจากมาเลเซียในปี 1965
• วันที่ 10 สิงหาคม เป็น วันชาติเอกวาดอร์ (ECUADOR INDEPENDENCE DAY) รำลึกการประกาศเอกราชครั้งแรกจากสเปนในปี 1809
• วันที่ 14 สิงหาคม เป็น วันชาติปากีสถาน (PAKISTAN INDEPENDENCE DAY / YOUM-E-AZADI) เฉลิมฉลองการประกาศเอกราชแยกตัวจากอังกฤษในปี 1947

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง💎ผู้นำหมู่บ้านในประเทศไทย...
11/08/2026

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

💎ผู้นำหมู่บ้านในประเทศไทยและผู้นำหมู่บ้านในต่างประเทศ

📍ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของประเทศไทย🇹🇭
ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีหน้าที่และอำนาจตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พระพุทธศักราช 2457 ตลอดจนกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจ
- โดยผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกโดยราษฎรและถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับบัญชาและกำกับดูแลของกรมการปกครอง ซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐ
- ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่เป็นหัวหน้าราษฎรในเขตหมู่บ้านนั้น โดยที่หลายหมู่บ้านรวมกันเป็นเขตปกครองระดับตำบล
- กำนันมีอำนาจหน้าที่ปกครองราษฎรในเขตตำบลนั้น และผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่และอำนาจปกครองบรรดาราษฎรที่อยู่ในเขตหมู่บ้านและทำหน้าที่ช่วยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นหัวหน้าราษฎรในหมู่บ้านของตน
ทั้งนี้ ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของประเทศไทยจะมีลักษณะเฉพาะที่ไม่พบในประเทศอื่นๆ กล่าวคือ ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของประเทศไทยมีอำนาจตามกฎหมายโดยมีหน้าที่หลักในการรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชนในระดับหมู่บ้าน

📌ตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านในต่างประเทศ
ในต่างประเทศถึงแม้จะไม่มีตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านโดยตรง แต่มีการแต่งตั้งบุคคลที่มีตำแหน่งที่คล้ายกับผู้ใหญ่บ้านของไทย อันสามารถนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของไทยได้

ตัวอย่างเช่น

🇯🇵ประเทศญี่ปุ่น 🇯🇵
- ลักษณะการปกครอง : ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีรูปแบบการปกครองแบบรัฐเดี่ยวภายใต้ระบอบประชาธิปไตย โดยมีองค์จักรพรรดิเป็นผู้นำในทางพิธีการและมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ทั้งนี้ องค์จักรพรรดิถือเป็นสถาบันเชิงสัญลักษณ์ของประเทศ
- โครงสร้างการบริหารราชการ : มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ มีการจัดโครงสร้าง บริหารราชการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การบริหารราชการส่วนกลาง จะเป็นไปตามกฎหมายจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน คือ National Government Organization Act อันเป็นการจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบไปด้วยกระทรวงและสำนักงานที่ทำหน้าที่ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนกลาง ในขณะที่การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ จังหวัด และเทศบาล
- การปกครองระดับหมู่บ้าน : การบริหารปกครองหมู่บ้านจะเป็นตำแหน่ง “ชอนโจ” หรือผู้บริหารหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ดูแลการต่างๆ ในระดับหมู่บ้าน โดยตามกฎหมายจะมีสถานะเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น ปรากฏในกฎหมายว่าด้วยความเป็นอิสระของท้องถิ่น คือ Local Autonomy Act ที่ได้กำหนดให้มีรูปแบบการปกครองท้องถิ่น จำนวน 2 รูปแบบ คือ การปกครองท้องถิ่นทั่วไป ประกอบด้วย จังหวัด เมือง และหมู่บ้าน และการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ประกอบด้วย เขตพิเศษ สหภาพท้องถิ่น และเขตทรัพย์สิน ทั้งนี้ รูปแบบการปกครองท้องถิ่นทั่วไปในเขตปกครองจังหวัด ประกอบด้วย เมือง (City) เมืองเล็ก (Town) และหมู่บ้าน (Village)

🇮🇩สาธารณรัฐอินโดนีเซีย🇮🇩
- ลักษณะการปกครอง : สาธารณรัฐอินโดนีเซียมีการปกครองรูปแบบรัฐเดี่ยวในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและยังเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ สภาที่ปรึกษาประชาชน ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไป และสมาชิกของสภาผู้แทนระดับภูมิภาค
- โครงสร้างการบริหารราชการ : แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การบริหารส่วนกลาง และการบริหารส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การบริหารส่วนกลางของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย จัดระบบบริหารราชการในรูปแบบกระทรวง และการบริหารส่วนท้องถิ่นของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย แยกออกเป็น การบริหารระดับจังหวัด โดยแบ่งเป็นการบริหารระดับอำเภอและเมือง ซึ่งยังมีการแบ่งในระดับชั้นการบริหารระดับตำบล และการบริหารระดับหมู่บ้าน
- การปกครองระดับหมู่บ้าน : เป็นหน่วยการปกครองที่เล็กที่สุดมีผู้ใหญ่บ้าน (Kepala Desa) เป็นผู้นําหมู่บ้านทำงานร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งต่างก็มาจากการเลือกตั้ง ในด้านการบริหารต้องรายงานต่อนายอำเภอ ทั้งนี้ ผู้นำหมู่บ้านมีหน้าที่ในการดำเนินการปกครองหมู่บ้าน การพัฒนาหมู่บ้าน การพัฒนาชุมชนหมู่บ้าน และการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนหมู่บ้าน ตลอดจนหน้าที่ในทางปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน

🎊เปรียบเทียบการปกครองระดับหมู่บ้านระหว่างประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ต่างมีการปกครองในระดับหมู่บ้าน และในแต่ละหมู่บ้านจะมีผู้นำระดับหมู่บ้านที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องต่างๆ ในหมู่บ้านเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำหมู่บ้านของทั้งสามประเทศมีรูปแบบ สถานะทางกฎหมาย หน้าที่และอำนาจ ที่แตกต่างกันในหลายประการ

👉🏻บทสรุป
ผู้ใหญ่บ้านของประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอยู่ภายใต้ระบบบังคับบัญชา ผู้นำหมู่บ้านของประเทศญี่ปุ่นมีสถานะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นมีความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง และผู้นำหมู่บ้านของสาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นผู้นำชุมชนที่มีอำนาจบริหารหมู่บ้านโดยอิสระภายใต้รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌍Global Diplomatic Hub🌎📍โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง☁️นโยบาย Cloud First กับ...
11/08/2026

🌍Global Diplomatic Hub🌎
📍โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

☁️นโยบาย Cloud First กับการยกระดับงานบริการภาครัฐ

💡ความหมายและแนวความคิด
- Cloud First (นโยบายคลาวด์เป็นหลัก) คือ แนวทางเชิงกลยุทธ์ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บริการ Cloud เป็นทางเลือกแรก (First Priority) ในการดำเนินโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจะพิจารณาใช้คลาวด์ก่อนที่จะหันไปใช้การสร้างศูนย์ข้อมูลแบบติดตั้งในพื้นที่ของหน่วยงานเอง (On-Premise)
- เปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการไอทีของภาครัฐโดยสิ้นเชิงจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ (Silo-based) ไปสู่การใช้ทรัพยากรร่วมกันในลักษณะบริการแบบรวมศูนย์ (Shared Services)

📄ความเป็นมา
- นโยบาย Cloud First เริ่มต้นอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) ภายใต้การนำของ Vivek Kundra ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (CIO) คนแรกของรัฐบาลกลางโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความซ้ำซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานไอที เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน

🌏การดำเนินนโยบาย Cloud First ของต่างประเทศ

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา : เริ่มโดยหน่วยงาน Office of Management and Budget (OMB) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการและกำกับดูแลงบประมาณและประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปรับปรุงความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ผ่านการนำเทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้งานในหน่วยงานของรัฐ การดำเนินนโยบายดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ สามารถลดจำนวนศูนย์ข้อมูล (Data Center) แยกส่วนลงได้มากกว่า 4,000 แห่ง และทำให้งบประมาณด้านไอทีลดลงอย่างชัดเจน

🇸🇬 สิงคโปร์: มีการประกาศใช้นโยบายภายใต้การนำของ GovTech (Government Technology Agency of Singapore) จัดระดับชั้นคลาวด์ตามระดับความเสี่ยงของข้อมูลเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) Government Private Cloud (G-Cloud) ระบบคลาวด์ส่วนตัวของรัฐบาลที่แยกตัวเป็นเอกเทศ สำหรับระบบที่มีความสำคัญระดับชาติสูง เช่น ระบบระบุตัวตนประชากร (SingPass) และข้อมูลด้านความมั่นคง 2) Government on Commercial Cloud (GCC) เป็นโมเดลที่นำระบบโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (เช่น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud) มาครอบด้วยมาตรการความปลอดภัยของรัฐบาลเอง 3) GCC Plus (GCC+) รองรับข้อมูลระดับความลับ เช่น ข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาล หรือพยานหลักฐานทางกฎหมาย โดยยังได้ประโยชน์จากความเร็วและนวัตกรรมของบริษัทระดับโลก แต่ล็อกให้จัดเก็บข้อมูลและถอดรหัสอยู่ภายในอาณาเขตทางกายภาพของสิงคโปร์เท่านั้น

🇫🇷 ฝรั่งเศส: ขับเคลื่อนภายใต้หลักการ "Cloud au Centre" ที่เน้นปฏิรูปภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) และเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ของประเทศ โดยมีการจัดระดับคลาวด์ของรัฐบาล ซึ่งแบ่งตามความปลอดภัยและประเภทข้อมูล 3 ระดับ ได้แก่ 1) คลาวด์ภายใน (Cloud Interne) พัฒนาและดูแลโดยกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ใช้สำหรับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงมาก เช่น ข้อมูลความมั่นคง และข้อมูลทางทะเบียนราษฎร 2) คลาวด์เฉพาะกลุ่ม (Cloud Dédié) เป็นคลาวด์ที่สร้างขึ้นโดยความร่วมมือกับผู้ให้บริการระดับโลก (เช่น Microsoft, Google) แต่ต้องตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายในประเทศฝรั่งเศส 3) คลาวด์ภายนอก (Cloud Externe) สำหรับข้อมูลทั่วไปของรัฐที่ไม่มีความเสี่ยง สามารถใช้บริการคลาวด์สาธารณะทั่วไปได้เพื่อความประหยัดและยืดหยุ่น

🇹🇭 การขับเคลื่อนนโยบาย Cloud First ของประเทศไทย
1. ยุคเริ่มต้นและการวางรากฐาน (พ.ศ. 2555 - 2562)
- พ.ศ. 2555: เริ่มดำเนินโครงการ Government Cloud (G-Cloud) โดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (ในขณะนั้น) เพื่อเริ่มให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แก่หน่วยงานรัฐ
- พฤษภาคม 2562: เปิดตัวโครงการ Thailand Government Data Center and Cloud (GDCC) หรือระบบคลาวด์กลางภาครัฐ เพื่อบูรณาการทรัพยากรไอทีและลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน

2. การกำหนดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ (พ.ศ. 2566)
- กันยายน - พฤศจิกายน 2566: แถลงนโยบาย "Go Cloud First" ต่อรัฐสภา และ ครม. มีมติเห็นชอบนโยบาย
- ธันวาคม 2566: คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบแนวทาง 4 องค์ประกอบ (การจัดการ Demand, Supply, ระบบบริหารจัดการ และนิเวศการจัดซื้อจัดจ้าง) พร้อมแต่งตั้ง คณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy)

3. การขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติและกำหนดมาตรฐาน (พ.ศ. 2567 - 2568)
- ตุลาคม 2567: คณะกรรมการเฉพาะด้านฯ กำหนด กรอบแนวทางบริหารจัดการ เช่น การให้ความสำคัญกับ Public Cloud เป็นอันดับแรก, การออกแบบระบบแบบ Cloud Native, และการใช้โมเดลงบประมาณแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go)
- มิถุนายน 2568: เปิดตัว "GDCC Open Data" ซึ่งเป็นคลาวด์ภาครัฐยุคใหม่ที่เน้นการบูรณาการความร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

4. สถานะปัจจุบัน (พ.ศ. 2568 - ถึงปัจจุบัน)
- 26 สิงหาคม 2568: ครม. มีมติเห็นชอบให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐชะลอการดำเนินการในการจัดซื้อจัดจ้างหรือเช่าใช้บริการระบบคลาวด์ เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (National Cloud) ของประเทศไทย
- 11 พฤศจิกายน 2568: ครม. มีมติเห็นชอบให้ยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เรื่องการชะลอการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ (Cloud) โดยให้หน่วยงานที่มีงบประมาณอยู่แล้วสามารถดำเนินโครงการต่อได้ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการบริการประชาชน รักษาความต่อเนื่องในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล และป้องกันไม่ให้ระบบงานสำคัญที่โอนย้ายไปอยู่บนคลาวด์แล้วต้องสะดุดหยุดลงจากคำสั่งชะลอเดิม

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”

ที่อยู่

ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Divisionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division:

ทางลัด

แชร์