Speed max (สปีดแม๊กซ์)

Speed max (สปีดแม๊กซ์) ขอขอบคุณที่ไว้วางใจ Speed Max ครับ ขอบคุณ? งานบริการคืองานของเรา เชิญครับ

22/05/2026

คิดว่าบทละครที่ดีต้องมีทุนจริงไหม?
เมื่อพูดถึงการสร้างสรรค์บทละครที่ดี หลายคนอาจนึกถึงแค่ว่าบทที่ดีนั้นต้องเกิดจากพรสวรรค์หรือแรงบันดาลใจของนักเขียนเพียงอย่างเดียว ทว่าความเป็นจริงในโลกของอุตสาหกรรมบันเทิง ‘ทุน’ กลับเป็นโครงสร้างพื้นฐานและเป็นสิ่งขับเคลื่อนที่ส่งผลต่อคุณภาพผลงาน และคุณภาพชีวิตของทีมงานเบื้องหลังทุกคน
แม้บทละครที่ดีจะไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนสูงหรือละครที่ใช้ทุนในการผลิตสูงจะการันตีว่าจะเป็นบทที่ดีเสมอไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากเราต้องการให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีความหลากหลายของแนวละคร คุณภาพชีวิตที่ดีของคนทำงานซึ่งได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณที่เพียงพอ เป็นตัวแปรสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีคุณภาพและยกระดับมาตรฐานละครไทยอย่างแท้จริง
แล้วงบประมาณในการผลิตที่สูงขึ้นจะทำให้ละครมีคุณภาพและความหลากหลายได้อย่างไร? Thairath Plus ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ‘ครูเด่น’ ภาณุวัฒน์ อินทวัฒน์ ผู้กำกับ ผู้เขียนบท แอ็คติ้งโค้ช อาจารย์พิเศษสาขาวิชาศิลปะการละคร และเป็นที่รู้จักในบทบาทผู้กำกับซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด’ และ ‘ภพเธอ’ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะคนทำงานเบื้องหลัง
▪️ เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีของนักเขียนบท ส่งผลให้บทมีแนวโน้มที่จะ ‘ดี’ ได้
ในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย เรามักได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณภาพของบทละครและความจำเจของแนวละครอยู่บ่อยครั้งที่ผลิตออกมาคล้ายกันและไม่มีความหลากหลาย แต่ในฐานะคนทำงานเบื้องหลังอย่าง ‘ครูเด่น’ กลับมองว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของคนทำงาน แต่อยู่ที่เงินทุนที่เป็นตัวกำหนดตั้งแต่คุณภาพชีวิตของคนเขียนบทไปจนถึงขีดจำกัดในการเล่าเรื่อง
‘ถ้าถามว่าบทที่ดีต้องใช้ทุนไหม จริงๆ บทที่ดีอาจจะไม่มีทุนเลยก็ได้นะ สมมติเราทำหนังสั้น 10-15 นาที ถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์ เขียนบทเอง ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ แต่ก็สามารถทำออกมาให้เป็นบทที่ดี เข้มข้น มีที่มาที่ไป และกินใจคนดูได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณภาพชีวิตของนักเขียนบทที่ดี 'ต้องมีเงิน' และคุณภาพชีวิตที่ดีนี่แหละ ที่จะนำไปสู่บทที่มีแนวโน้มว่าจะดีได้’
‘อย่าลืมว่าเราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยี เราต้องใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์บท เราต้องจ่ายค่าไฟ ใช้อินเทอร์เน็ต และยิ่งถ้าบทเรื่องนั้นต้องรีเสิร์ชข้อมูล ทั้งหมดนี้มันต้องใช้เงินอยู่ดีนะ’
▪️ เมื่อทุนที่มีต้องแข่งกับ ‘เวลา’
ในทางเศรษฐศาสตร์มีทฤษฎีที่เรียกว่า Scarcity Mindset หรือสภาวะสมองขาดแคลน ซึ่งอธิบายว่าเมื่อมนุษย์ต้องเผชิญกับความกังวลโดยเฉพาะปัญหาทางการเงิน สมองจะถูกใช้ไปกับการคิดหาวิธีเอาตัวรอดในเรื่องนั้นแทนที่จะคิดเรื่องที่ใหญ่กว่าหรือสิ่งที่ควรจะโฟกัสจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำทฤษฎีนี้มาวิเคราะห์กับบริบทที่เกิดขึ้น ทำให้เข้าใจได้ว่าความสามารถในการคิดวิเคราะห์เชิงลึกและความความคิดสร้างสรรค์ที่ลดลง อาจเกิดจากสภาวะขาดแคลนทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสามารถพบได้จริงของนักเขียนบทในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยรวมถึงคนทำงานเบื้องหลังหลายๆ คน เมื่อทุนที่ใช้ในการผลิตละครมีจำกัด วิธีการทำงานของคนเขียนบทก็ถูกจำกัดตามไปด้วย
ครูเด่นเล่าถึงประสบการณ์ตรงในอดีตเพื่อสะท้อนภาพรวมของอาชีพนี้ว่า ตัวเขาเองเคยเป็นนักเขียนบทที่ได้ค่าจ้างเพียงตอนละไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่กลับต้องส่งงานภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 อาทิตย์ เมื่อค่าตอบแทนต่ำเกินไป นักเขียนจึงไม่สามารถเลี้ยงชีพด้วยงานเดียวได้ จำเป็นต้องรับงานอื่นควบคู่ไปด้วย ส่งผลให้ระยะเวลาในการตรวจสอบงานลดลงและคุณภาพของบทอาจลดลงตาม
นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการสืบค้นข้อมูล และหาข้อเท็จจริงโดยเฉพาะในละครฟอร์มยักษ์ที่มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ ครูเด่นได้ยกตัวอย่างซีรีส์ที่กำกับและกำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ อย่างเรื่อง ‘ภพเธอ’ ที่ต้องเล่าเรื่องราวในสมัยอยุธยาและต้องอิงเนื้อหาประวัติศาสตร์ให้ได้มากที่สุด หรือตัวอย่างในซีรีส์ที่มีกระแสโด่งดังอย่างเรื่อง ‘เขมจิราต้องรอด’ บางตอนที่ตัวละครต้องเดินทางไปภาคอีสาน การลงพื้นที่ไปเห็นภาพ ไปหาข้อมูลเพื่อให้เข้าใจพื้นที่จริง ทั้งหมดนี้ล้วนมีค่าใช้จ่าย หากไม่ได้รับทุนสนับสนุนที่เพียงพอ นักเขียนก็ไม่สามารถทำได้ตามที่ตั้งใจไว้
‘เงินอย่างเดียวอาจไม่ได้แก้ปัญหาให้บทดีขึ้นทั้งหมด แต่มันมีส่วนอย่างมาก เพราะบทที่จะดีขึ้นได้ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม ถ้าอาชีพนักเขียนบทอยู่ไม่รอด คุณภาพงานที่มีมันก็ลดลง’
▪️ ทุนคือตัวกำหนด ‘ความหลากหลาย’ ของแนวละคร
ในทฤษฎี Componential Theory of Creativity ของ Teresa Amabile อธิบายว่า ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากการทำงานร่วมกันทั้งปัจจัยภายในที่เกิดจากตัวบุคคลจากนักเขียนบทหรือคนทำงานเบื้องหลัง รวมถึงบริบทภายนอกอย่างสภาพแวดล้อมและทุน ก็มีผลต่อกระบวนการความคิดสร้างสรรค์และการผลิตผลงาน ดังนั้น ข้อจำกัดเรื่องทุนอาจสร้างผลกระทบต่อความหลากหลายของแนวเรื่องและบีบกรอบจินตนาการของผู้สร้างละครเช่นกัน
ครูเด่นยืนยันว่าทุนมีผลอย่างยิ่งต่อการขยายและเพิ่มความหลากหลายของแนวละคร ‘เราจะมีหนังไซไฟ (Sci-Fi) ได้ยังไงถ้าเงินเราไม่ถึง? เราจะทำคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG) ให้สมจริงและน่าเชื่อถือได้อย่างไรในเมื่อมันต้องใช้ทั้งเวลาและเงิน’
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนครูเด่นได้ยกตัวอย่างในซีรีส์เขมจิราต้องรอด อย่างในฉากผีมีการปรากฏตัวแค่วินาทีเดียว แต่ในความเป็นจริงต้องใช้เวลาถ่ายทำเป็นชั่วโมง เพราะต้องถ่ายเฟรมเปล่า ถ่ายนักแสดงมนุษย์ ถ่ายนักแสดงผี เพื่อเอามารวมกัน ตลอดจนทีมแต่งหน้าเอฟเฟกต์ที่ยังต้องแต่งหน้าผีล่วงหน้าถึง 3 ชั่วโมง และต้องใช้ทีมงานหลายคนเพื่อสนับสนุนฉากนี้ที่ใช้แค่ไม่กี่นาทีในละครเท่านั้น
หรือในฉากที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกช่วย ครูเด่นเล่าว่า ‘ถ้าเรามีเงินจ้างนักแสดงสมทบได้ 30 คน แล้วทำ CG เพิ่มเป็น 100 คนจะทำให้ฉากนั้นทรงพลังและน่าเชื่อถือ ในทางกลับกันถ้าเงินเราน้อย เราจะจ้างนักแสดงสมทบได้แค่ 5 ถึง 6 คน จะทำให้ฉากนั้นหมดความน่าสะพรึงกลัว คุณภาพและโปรดักชันมันต้องมาพร้อมกับเงิน’
เมื่อเทียบกับละครแนวเดิมๆ ที่ไม่ซับซ้อน ไม่อิงประวัติศาสตร์ รักสามเศร้า หรือละครที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่หรือย้ายโลเคชันไปไหน ทุนที่ใช้และวิธีการเล่าเรื่องจึงต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน
▪️ กรณีศึกษา ‘สัปเหร่อ’ กับความสำเร็จที่ถูกนิยามว่าหนังทุนต่ำก็ทำเงินได้?
แน่นอนว่าละครที่มีต้นทุนต่ำก็สามารถมีบทที่ดีและทำเงินได้เช่นกัน อย่างปรากฏการณ์ของภาพยนตร์เรื่อง ‘สัปเหร่อ 1’ ที่กวาดรายได้ทั่วประเทศไปกว่า 700 ล้านบาท หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากจากความแข็งแรงของแก่นเรื่องและความสามารถในการดึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นออกมาได้อย่างจริงใจ
แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ทีมสร้างกลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางงบประมาณที่ทำให้โปรดักชันหลายส่วนไม่สามารถไปถึงจุดที่ทีมงานตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกได้ จนเกือบไม่ได้ออกฉายเนื่องจากเสี่ยงขาดทุน จนทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อมาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากภาพยนตร์ที่มีบทเข้มข้นเช่นนี้ได้รับการสนับสนุนทุนสร้างที่เพียงพอ?
จินตนาการของผู้กำกับและนักเขียนบทอาจจะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น มีการใช้เทคนิคพิเศษหรือคอมพิวเตอร์กราฟิกมากขึ้น โปรดักชันที่ใหญ่มากขึ้น สมจริงมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ภาพยนตร์สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นเรื่องนี้สามารถส่งออกไปตีตลาดต่างประเทศได้อย่างภาคภูมิใจ
รวมถึงเงินทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งหมายถึงคุณภาพชีวิตเบื้องหลังที่ดีขึ้น คิวถ่ายทำที่ไม่บีบรัดและเร่งรีบทีมงาน ตั้งแต่ช่างไฟ ฝ่ายศิลป์ ไปจนถึงทีมสวัสดิการ จะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมและมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ
ความสำเร็จของสัปเหร่อจึงไม่อาจนิยามให้เป็นหนังทุนต่ำก็สามารถทำเงินได้ แต่ควรเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าขนาดภาพยนต์ที่มีทุนจำกัดยังสามารถทำบทที่ดีได้ขนาดนี้ หากพวกเขาได้รับการสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอและมีสวัสดิการที่ดีรองรับ ภาพยนตร์เรื่องนี้รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับทุนที่มีจำกัด จะไปได้ไกลและเกิดคุณค่ามากขนาดไหน
▪️ ‘ทุน’ กับคุณภาพชีวิตของคนเบื้องหลัง
เพราะประเด็นที่วิกฤตที่สุดในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยคือเรื่องของสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของทีมงานทุกคน กองถ่ายที่ทุนน้อยจะพยายามลดจำนวนคิวถ่ายทำลง นั่นหมายความว่า ทีมงานและนักแสดงต้องถ่ายทำหลายฉากในวันเดียวกัน โดยอาจถ่ายยาวไปตั้งแต่เย็นจนถึงเช้า เพราะวัฒนธรรมกองถ่ายถูกมองว่าการจ่ายค่าล่วงเวลาคุ้มค่ากว่าการเปิดคิวใหม่
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าแรงที่ต่ำเกินไปยังทำให้ทีมเบื้องหลังหรือคนทำงานกองถ่ายอื่นๆ ต้องรับงานซ้อนพร้อมกันหลายที่ หลายคนเลิกกองตอน 6 โมงเช้าและต้องไปเข้ากองใหม่ในเวลาเดียวกันโดยที่ยังไม่ได้พักผ่อนเลย
‘เราเห็นมากมายที่คนกองถ่ายต้องเสียชีวิตจากการทำงานหนัก สิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวพันกันหมด ไม่ใช่เรื่องที่เอาไว้พูดเท่ๆ ว่าชีวิตฉันจะดีขึ้นถ้าได้เงินเยอะ แต่มันคือ เรื่องจริงที่ฉันจะมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นถ้าเงินมันเยอะขึ้นจริงๆ'
ครูเด่นยังกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจและให้คิดตามว่า
‘ถ้าวันหนึ่งระบบทุนในอุตสาหกรรมนี้ดีขึ้น จนช่างไฟไม่ต้องวิ่งรอกทำงานเดือนละ 3 เรื่อง แต่ทำแค่เรื่องเดียวแล้วสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ คุณภาพชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้น งานที่ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และท้ายที่สุด คนดูก็จะได้เห็นสิ่งที่ดีขึ้นและมีความหลากหลายขึ้นอย่างแน่นอน’
อย่างไรก็ตาม เมื่อไหร่ที่ระบบทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยเป็นธรรม สนับสนุนคนทำงานอย่างเต็มที่ และเห็นความสำคัญของคนทุกฝ่าย ตั้งแต่นักเขียน ทีมช่างไฟ ทีมงานเสียง ไปจนถึงงานโปรดักชัน สิ่งที่จะตามมาจะไม่ใช่แค่เราจะได้ดูละครที่ดีเพิ่มขึ้นแค่ไม่กี่เรื่อง แต่มันคือการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานของวงการบันเทิงไทยทั้งระบบและช่วยพังทลายกรอบเดิมๆ เปิดทางให้แนวละครใหม่ๆ หลากหลายรูปแบบได้มีโอกาสเกิดขึ้นในวงการ
ท้ายที่สุด คำถามที่ว่าบทละครที่ดีต้องมีทุนจริงไหม? อาจตอบได้ว่าบทที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเสมอไป แต่การที่มีทุนจะยิ่งทำให้คุณภาพชีวิตของคนทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงและมาตรฐานงานโปรดักชันสูงขึ้น ซึ่งความพร้อมในทุกมิตินี้จะสะท้อนกลับมาเป็นคุณภาพของผลงาน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงให้เติบโตอย่างยั่งยืน
#ไทยรัฐพลัส #วงการบันเทิงไทย #ซีรีส์ไทย #คนเบื้องหลัง #คุณภาพชีวิตกองถ่าย #สวัสดิการคนทำงาน #แรงงานสร้างสรรค์ #ทุนสร้างภาพยนตร์ #คนเขียนบท

20/05/2026

จากกรณีที่กรมประมงเปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Thailand FishAI’ ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาให้เป็น ‘ห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่’ โดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาช่วยระบุและจำแนกชนิดปลา รวมถึงรวบรวมข้อมูลสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูล สังเกตการณ์ บันทึก และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบในลักษณะของการเป็น ‘วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง’ (Citizen Science) เพื่อเพิ่มฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ
ทว่าจากการใช้งานจริงและงบประมาณที่ใช้ไป กลับดูสวนทางกับประสิทธิภาพที่ควรจะได้รับ จนทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงแนวคิดการนำเอาเทคโนโลยีและการใช้เอไอ เข้ามามีบทบาทและเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ว่ามีประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่?
Thairath Plus ชวนสำรวจตัวอย่างงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ให้เอไอ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดทำฐานข้อมูลและแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าได้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากการนำเทคโนโลยีและเอไอมาใช้ แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของบุคคล การตรวจสอบ งบประมาณ และกลไกการบริหารจัดการของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
▪️ สามารถใช้วิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศ
ในการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda ซึ่งเป็นข้อมูลที่อธิบายถึงลักษณะพื้นที่หรือตำแหน่งที่ตั้งบนโลก โดยการนำเอาข้อมูลทางภูมิศาสตร์มาเชื่อมโยงกับคุณลักษณะอื่นๆ เพื่อจัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้น การให้เอไอเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการข้อมูล จะช่วยให้เกิดการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น อาทิ
1. การวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียม ซึ่งเอไอจะเข้ามามีบทบาทในส่วนของเทคนิค Deep Learning และ Convolutional Neural Networks (CNN) โดยจะช่วยวิเคราะห์และแยกแยะประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น ป่าไม้ เมือง น้ำ เกษตรกรรม และช่วยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน สนับสนุนงานในด้านการติดตามการบุกรุกพื้นที่ป่า การขยายตัวเมือง และการบริหารจัดการน้ำ สามารถประมวลผลข้อมูลภาพได้รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้
2. การประเมินผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยการใช้ระบบเอไอที่เรียนรู้จากข้อมูล (Machine Learning) โดยการเรียนรู้ข้อมูลในอดีตเพื่อวิเคราะห์ คาดการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือไฟป่า และสามารถทำนายพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้าได้ ตัวอย่างโครงการ UNOSAT ในบังคลาเทศ ก็มีการใช้เอไอวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1 ติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบน้ำท่วมในปี 2020 เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
3. การพยากรณ์และติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเอไอ จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำทะเล เพื่อวางแผนมาตรการในการจัดการและลดระดับผลกระทบอย่างโครงการ Climate TRACE มีการใช้เอไอ รวบรวมข้อมูลจากดาวเทียมและเซ็นเซอร์ภาคพื้นดิน เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกแบบเรียลไทม์
4. การวางแผนเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ใช้เอไอในการสนับสนุนการวางแผนเมืองอัจฉริยะ ด้วยการวิเคราะห์และจัดระเบียบข้อมูลจากแผนที่ 3 มิติ ได้แก่ ข้อมูลการจราจร และประชากร เพื่อลดปัญหาการจราจรและการบริหารทรัพยากรของเมืองได้อย่างประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสิงคโปร์มีโครงการ Virtual Singapore สร้างแพลตฟอร์มเมือง 3 มิติ เพื่อวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง
5. การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เอไอจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำ คำนวณการกักเก็บปริมาณคาร์บอนในดินและป่าไม้ รวมถึงการติดตามการทำประมงอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม อย่างการใช้ Google Earth Engineในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของป่าไม้ทั่วโลก ซึ่งช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรอนุรักษ์ทั่วประเทศสามารถวางแผนการจัดการและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติได้
▪️ ใช้เป็นแหล่งฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่
นอกจากงานด้านข้อมูลภูมิสารสนเทศ การใช้เทคโนโลยีและเอไอยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการช่วยจำแนกชนิด ระบุชนิด วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายและเสียง รวมถึงเชื่อมโยงฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่างแอปพลิเคชันที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและเป็นที่นิยมทั้งในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ และประชาชนทั่วไปอย่าง eBird และ Merlin Bird ID ที่เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของนกทั่วโลกกว่า 10,000 ชนิดและมีความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูลสูง โดยทั้งสองแอปพลิเคชันถูกพัฒนาโดย Cornell Lab of Ornithology และสามารถใช้งานร่วมกันและเชื่อมต่อบัญชีเดียวกันได้
ตัวอย่างการใช้งานสำหรับ eBird ไว้ใช้สำหรับจดบันทึกและรายงานข้อมูลนกที่พบเห็นได้ ส่วน Merlin Bird ID เป็นเครื่องมือที่ช่วยระบุและจำแนกชนิดนกจากเสียง รูปร่าง หรือพฤติกรรม และเมื่อเราระบุชนิดได้แล้ว เราสามารถส่งข้อมูลการพบนกชนิดนั้นไปบันทึกเป็นรายการ (Checklist) ใน eBird ต่อไปได้ทันที เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลระดับโลก นำไปใช้ในการศึกษาและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพต่อไปได้
รวมถึงแอปพลิเคชัน iNaturalist ที่พัฒนาโดย National Geographic และ California Academy of Sciences ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืช สัตว์ เชื้อรา และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพียงแค่เราถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตที่พบเจอเข้าสู่ระบบเอไอจะทำการจำแนกและระบุชนิดจากเสียง รูปร่าง และพฤติกรรม โดยสามารถให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองอื่นๆ ช่วยตรวจสอบและระบุชนิดที่มีความผิดพลาดเพิ่มเติมได้
รวมถึงมีการบันทึกตำแหน่งและวันเวลาที่พบ เพื่อติดตาม และรวบรวมเป็นฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปใช้ได้จริง ทั้งการวิเคราะห์ ประเมินสถานะสิ่งมีชีวิต และวางแผนการอนุรักษ์ระดับพื้นที่และประเทศได้
▪️ แก้ปัญหาช้างป่าและความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและเอไอยังถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่และความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า รวมถึงการจัดการสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยการใช้โดรนติดกล้องตรวจจับความร้อน ทำการตรวจจับคลื่นความร้อนและวิเคราะห์ว่าสิ่งมีชีวิตที่ตรวจจับได้เป็นช้างป่าหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน แม้จะอยู่ในพื้นที่ป่ารกทึบ หรือในช่วงเวลากลางคืน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทราบพิกัดและจำนวนช้างป่าได้อย่างรวดเร็ว เพื่อวางแผนผลักดันช้างป่าที่ออกนอกพื้นที่กลับคืนสู่ป่า ก่อนที่ช้างป่าจะเข้าถึงพื้นที่ชุมชนหรือเข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตร
ซึ่งระบบนี้สามารถช่วยแบ่งเบาภาระงานและลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าและชาวบ้านอาสาสมัครในการผลักดันและเข้าหาช้างป่าในระยะประชิด รวมถึงยังเอื้ออำนวยต่อนักวิจัย นักอนุรักษ์ และองค์กรที่ทำหน้าที่ด้านการปกป้องและติดตามประชากรสัตว์ป่าในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่มีปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ เช่น ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ก็ได้นำโดรนประเภทนี้มาใช้เป็นอุปกรณ์หลักในการลาดตระเวนและทำงานร่วมกับชุดเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่
รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera Trap) และใช้เอไอพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะช่วยผลักดันช้างป่าให้กลับเข้าป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ปี 2562 ยังพบว่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี สามารถยืนยันหลักฐานการเพิ่มขึ้นของประชากรช้างป่าจากจำนวน 237 ตัว เป็น 400 ตัวด้วยโดรนติดกล้องตรวจจับความร้อนอีกด้วย
นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแนวทางในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าโดยหลีกเลี่ยงความรุนแรง อีกทั้งยังสามารถติดตามความปลอดภัยของช้างป่าได้ตลอดเวลา และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างสันติวิธี
จะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีและเอไอมาใช้นั้นไม่ได้จำกัดประโยชน์ไว้แค่ในอุตสาหกรรมไอทีเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาปรับใช้กับงานด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและจัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สามารถช่วยในการวางแผนและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้ในอนาคต
ดังนั้น คำถามที่เราต้องตั้งคำถามต่อไปอาจไม่ใช่การนำเอไอมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการจะมีประโยชน์หรือไม่? แต่คือการพัฒนาระบบ การจัดสรรงบประมาณ และกลไกการจัดการของภาครัฐ คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพมากพอที่จะลงทุนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง
#ไทยรัฐพลัส #เอไอ #สิ่งแวดล้อม #การจัดการพื้นที่ #ช้างป่า #เทคโนโลยี

ที่อยู่

1703/2 ปากซอย ป. บัวสาย2 ถนนเอกชัย เขต บางบอน เเขวง บางบอน กรุงเทพ
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 19:00
อังคาร 08:00 - 19:00
พุธ 08:00 - 19:00
พฤหัสบดี 08:00 - 19:00
ศุกร์ 08:00 - 19:00
เสาร์ 08:00 - 19:00
อาทิตย์ 08:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

0814203205

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Speed max (สปีดแม๊กซ์)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Speed max (สปีดแม๊กซ์):

ทางลัด

แชร์