กอผือรื้อเผด็จการ

กอผือรื้อเผด็จการ เลือดใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลง​

แถลงการณ์หลักการและจุดยืนของนักกิจกรรม และ นักพัฒนาเอกชนภาคใต้ต่อการทำงานกับชุมชน รัฐ และเอกชน59 เครือข่ายจากกรณีที่มีกา...
10/06/2025

แถลงการณ์หลักการและจุดยืนของนักกิจกรรม และ นักพัฒนาเอกชนภาคใต้
ต่อการทำงานกับชุมชน รัฐ และเอกชน
59 เครือข่าย

จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึง นักพัฒนาเอกชน หรือ NGO เข้าร่วมกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จนเกิดการตั้งคำถามจากสังคมว่าเป็นการร่วมฟอกเขียวให้กับกลุ่มทุนที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และละเมิดสิทธิชุมชนหรือไม่นั้น
ในนามนักกิจกรรม นักพัฒนาเอกชนรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ และองค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอิสระต่อกันแต่มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ ความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรม ธำรงไว้ซึ่งหลักสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน ส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทยให้เข้มแข็ง และปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของภาคใต้ไว้ เราขอยืนยันหลักการและจุดยืนสำคัญต่อการทำงานร่วมกับชุมชน รัฐ และเอกชน ดังนี้
1. พวกเราไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนการทำงานร่วมกับกลุ่มทุน หรือ เอกชนที่ประกอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน รวมถึงเป็นต้นเหตุในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกดขี่และชุมชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นหน้าที่ของพวกเราทั้งหลาย ด้วยความเชื่อมั่นว่า การยืนหยัดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ จะสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรมได้
2. พวกเราขอยืนยันว่าวิธีการที่ใช้ในการขับเคลื่อนต่อสู้เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นมีความสำคัญเทียบเท่ากับเป้าหมาย เพราะหากวิธีการที่ใช้ไปทำลายหรือลดทอนคุณค่าในเชิงหลักการของสิทธิชุมชน และสิทธิมนุษยชน อันเป็นรากฐานสำคัญที่บ่งชี้คุณภาพของระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย เช่นนั้นแล้วสิทธิความเป็นเจ้าของในทรัพยากรฯของชุมชนที่เราเรียกหาย่อมไร้ความหมาย ที่สำคัญเราไม่เชื่อว่าการต่อสู้เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงวิธีการนั้น ปลายทางจะได้ผลลัพธ์ที่ยังประโยชน์แก่ชุมชน และทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
3. การจะสร้างสังคมที่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้นั้น วัฒนธรรมการวิพากษ์ตั้งคำถามถึงการกระทำใดๆที่มีผลต่อสาธารณะ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องลงหลักปักฐานให้ได้ในหมู่ชนที่รุกขึ้นมาขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม พวกเราจึงสนับสนุนให้เกิดการตั้งคำถาม การวิพากษ์วิจารณ์ และตรวจสอบกันเองอย่างตรงไปตรงมา ด้วยเหตุผลว่า พวกเราทุกคนนั้นต่างทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะและการเคลื่อนไหวต่างๆ ล้วนส่งผลต่อสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การตั้งคำถาม การวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบกันและกันโดยปราศจากอคตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด
ทั้งนี้ภายใต้สถานกาณ์ที่โครงการพัฒนาของรัฐกำลังเร่งเร้า ประกอบกับการรุกคืบของทุนที่กำลังเบียดขับสิทธิชุมชนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เราขอยืนยันว่า การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ มิใช่ การบ่อนทำลายกันและกัน แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็ง และความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในสังคม
ทั้งหมดนี้คือเจตนารมณ์ของพวกเราที่จะยืนยันต่อสังคม และพวกเราเห็นว่าการตั้งคำถามจากสังคมในครั้งนี้ถือเป็นวาระโอกาสที่ดีในการทำให้ พวกเราได้ทบทวนตัวเอง และสร้างความชัดเจนในหลักการ จุดยืน ท่ามกลางวิกฤติที่การละเมิดสิทธิมนุษยชน การทำลายสิ่งแวดล้อมและการบั่นทอนคุณภาพประชาธิปไตยของไทยนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น

ด้วยความเชื่อมั่น
ประกาศไว้ 10 มิถุนายน 2568

รายชื่อนักกิจกรรม นักพัฒนาเอกชนภาคใต้ เเละองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเเละสิ่งเเวดล้อม 59 เครือข่ายที่ร่วมประกาศแถลงการณ์ฉบับ
1. นายอภิศักดิ์ ทัศนี
2. กลุ่ม Beach for life Thailand
3. นายอารัช ขวัญเจริญ
4. นายคอนดุล ปาลาเร่
5. นายอธิวัฒน์ เส้งคุ่ย
6. นางสาวอุลัยรัตน์ ชูด้วง
7. นายมุสตากีน ยานยา
8. นายนราวิชญ์ กิตติพงศ์ธนกิจ
9. กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านกรูด ประจวบคีรีขันธ์
10. นายวรกานต์ กันธะพรม
11. นายบัลลาน ราเหม
12. นางสาวพาซียะ ซีเเต
13. นายมูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา
14. นายธีระเทพ จิตหลัง
15. นางสาวกรรณิการ์ แพแก้ว
16. กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชนภาคใต้
17. เครือข่ายติดตามเฝ้าระวังโครงการพัฒนาปาตานี
18. เครือข่ายนักศึกษา-เยาวชนเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม JEEP
19. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อการพัฒนา ( Rumah Muda )
20. สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน(APP)
21. สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR)
22. องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP)
23. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจาก กฎหมายพิเศษ jasad
24. Act Lab
25. สภานักศึกษา ม.อ.ปัตตานี
26. สมาคมประมงพื้นบ้านชายแดนใต้
27. อารีฟีน โสะ
28. ชูเวช เดชดิษฐรักษ์
29. สินา วิทยวิโรจน์
30. สุกรี มามะ
31. จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา
32. พรชิตา ฟ้าประทานไพร
33. ณพกิตติ์ มะโนชัย
34. 8.ซอฮาบูดิน เลาะยะพา
35. แวดาโอะ เจะเตะ
36. ยูนัยดี ยะลาแป
37. มูฮำหมัด นาแว
38. มะรอนิง สาและ
39. ซายูตี วานิสาและ
40. สุไลมาน เจ๊ะแม
41. เอมเบอรีน สะแม
42. มะนูซี แมะเตะ
43. รุสดาน มะรอแม
44. นุรดิน มากอเนาะ
45. สารูดี ดามะ
46. สายูตี ดามะ
47. ตารมีซี แวแฮ
48. นายฟุรกอน มะลี
49. อนัส หะยีสะมะแอ
50. นูรดีน สาและ
51. มูฮำหมัด นาแว
52. มูฮัมหมัดซุรียี มะซู
53. นุรฟซีลา กูทา
54. อัดนันต์ สะแม
55. ซูกิฟลี มามะ
56. โซเฟียล โดรอเซะ
57. ฮากิม พงติกอ
58. อับดุลเลาะห์ อาแว

วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ณ บ้านเจริญสุข ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานีผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเจริญสุ...
28/08/2024

วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ณ บ้านเจริญสุข ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเจริญสุข ต.คำบง เพื่อให้มาทำข่าวในประเด็นแบริเออหรือเกาะกลางถนนในเขตหมู่บ้านชุมชนเทศบาลตำบลคำบง ตั้งแต่บ้านเจริญสุข บ้านคำบง บ้านดงหมู รวมไปถึงบ้านหนองกุง - วังแสง ซึ่งอยู่ในเขตของตำบลหายโศก ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนต่อผู้ใช้รถใช้ถนนรวมถึงประชาชนในพื้นที่ในเขตการก่อสร้างแบริเออนั้น ต่างก็ข้ามไปมาอย่างยากลำบาก ทั้งนี้สืบเนื่องจากสาเหตุที่แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 7 (ขอนแก่น)ได้มีการสร้างเกาะกลางถนนภายในชุมชน ความยาวระยะทางทั้งหมดของทั้งสองโครงการ เกือบ 6 กิโลเมตร งบประมาณการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 41,012,516 บาท พอหลังจากสร้างมาแล้วกว่า 80% นั้นได้ทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้รถใช้ถนนรวมถึงเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง

น.ส.อรณิชา อุทัย อายุ 42 ชาวบ้านเจริญสุข ม.2 ต.คำบง ผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่กล่าวว่า "ตอนแรกเราก็ยังไม่รับรู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ที่มาทำจะสร้างเกาะกลางถนนแบบไหน ลักษณะไหน ซึ่งพอเราถามเค้าไป คนที่มาทำก็บอกว่าทำเป็นแบริเออว่างั้น แต่เราก็ยังมองภาพไม่ออกคิดว่าเป็นแบริเออที่ไม่สูงมาก แต่พอทำมาเสร็จแล้วมันกลับสูงมากถ้าคนตัวเล็ก ๆ หรือเด็ก ๆ ไม่สามารถข้ามได้เลย ซึ่งหากคนที่จะข้ามได้ก็ต้องเป็นคนที่แข็งแรงเท่านั้น คนแก่สูงอายุนี่ข้ามไม่ได้เลย อีกทั้งตัวแบริเออก็มีขนาดความยาวมาก ซึ่งยาวจากหมู่บ้านนึงจนสุดหมู่บ้านหนึ่งเลย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันมีบ้านเรือนคน แล้วคนในพื้นที่ก็จะต้องข้ามไปมา โดยทางตัวเราเองก็มีข้อเรียกร้องไม่มากก็คือหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถรื้อแผงแบริเออออกไปทั้งหมดได้ อย่างน้อยก็ขอให้มีการเปิดช่องพอให้คนในพื้นที่สัญจรไปมาได้สะดวกกว่าที่เป็นอยู่นี้ในปัจจุบัน"

นายณัฐพงษ์ อายุ 31 ปี ชาวบ้านเจริญสุข ม.2 ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบอีกคนได้กล่าวว่า "ส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบตอนจะไปส่งลูก ๆ ไปโรงเรียนโดยมีลูกอยู่ชั้น ป.3 กับ ป.6 ซึ่งผมลำบากตรงที่รถรับส่งที่มารอรับลูกจะไปส่งที่โรงเรียนในอำเภอและเป็นรถหกล้อโดยสารซึ่งหากจะให้รถรับส่งวนกลับมารับก็จะเป็นระยะทางที่ไกล ดังนั้นผมเองก็ต้องได้อุ้มลูกข้ามแผงกั้นเพื่อให้เดินไปอีกฝั่ง หรือว่าวันไหนจำเป็นต้องเอารถขับไปส่งลูกให้รอรถรับส่งก็จำเป็นที่จะต้องขับอ้อมจากแยกไกล ๆ ซึ่งก็ใช้เวลากว่าจะกลับมาเปิดร้านได้ อันนี้ก็คือผลกระทบที่ผมได้รับมา จากปกติเคยเดินพาลูกข้ามไปส่งที่หน้าบ้านแต่ตอนนี้ก็ต้องได้เสียเงินเติมน้ำมันรถเพิ่มอีกและกลายเป็นภาระเพิ่มมายังเรา"

ด้านนายธวัชชัย ทองทิพย์ นายกเทศบาลตำบลคำบง ได้กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาว่า "ตอนนี้ทางเทศบาลเราต่างก็ได้รับเรื่องร้องเรียนและรวบรวมปัญหายื่นหนังสือส่งเรื่องไปให้ยังหน่วยงานที่มาทำเกาะกลางถนนและแบริเออแล้ว ซึ่งแน่นอนก็ไม่ใช่แค่เทศบาลตำบลคำบงที่ส่งเรื่องไปแต่ยังมีสภ.อำเภอบ้านผือที่มีข้อมูลจากการเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่กำลังสร้างเกาะกลางถนนกว่า 12 คดี และหัวหน้ารพ.สต.ตำบลคำบงเองก็ยื่นเรื่องไปเช่นกัน โดยเรื่องหลัก ๆ ที่ส่งไปให้เพื่อแก้ไขก็จะมีอยู่ทั้งหมด 4 ข้อคือ
1.ขอให้มีการทำจุดเปิดของแผงแบริเอออยู่ 4 จุดใหญ่ ๆ คือ จุดประตูโขงทางเข้าวัดบ้านคำบง ,จุดกึ่งกลางตลาดสดในหมู่บ้านคำบงและขอให้เอาแบริเออออกให้เหลือแค่เกาะกลางถนนที่ไม่สูง ,จุดแยกทางเข้าบ้านนาล้อม ,และจุดทางม้าลายหน้าโรงเรียนบ้านดงหมูชัยเจริญ
2.อยากให้มีการเพิ่มเสาไฟฟ้าตรงเส้นทางนอกหมู่บ้านที่ยังมืดอยู่ตามเส้นทางหลัก
3.ทางโรงงานน้ำตาลได้ขอมีการเสริมไหล่ทางตรงแยกทางเข้าโรงงานเพื่อให้สะดวกแก่รถบรรทุกอ้อยหนัก ในช่วงเปิดฤดูกาลรับซื้ออ้อยในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม
4. และให้เพิ่มจุดยูเทิร์นรถจากที่เคยอยู่ในระยะ 1 กิโลเมตร ลดเหลือ 500 - 700 เมตรเฉพาะในเขตหมู่บ้าน
โดยทั้งนี้คาดว่าจะมีการแก้ไขในช่วงปลายปีหลังจากมีการส่งมอบงานแล้วเสร็จซึ่งหน้าจะมีการเร่งด่วนให้หลังจากเก็บงานเสร็จภายในไม่เกินเดือนหน้า" นายธวัชชัยกล่าว

#กอผือสื่อสัมพันธ์
#แบริเออกลางถนน

ถนนเส้นเชื่อมดงหมู-โนนดู่​ ทะลุถึงตำบลโนนทอง หลังจากปรับปรุงได้ไม่นานถนนก็กลับมาสภาพเดิมอีกแล้ว ทางเราเพจกอผือเองจึงอยาก...
11/08/2024

ถนนเส้นเชื่อมดงหมู-โนนดู่​ ทะลุถึงตำบลโนนทอง หลังจากปรับปรุงได้ไม่นานถนนก็กลับมาสภาพเดิมอีกแล้ว ทางเราเพจกอผือเองจึงอยากขอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง​ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เปลี่ยนจากซ่อมแซมเป็นทำใหม่เลยจะดียิ่ง เพื่อการใช้รถใช้ถนนจะได้ไม่ลำบากรวมทั้งเป็นหนึ่งในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานเพื่อประโยชน์ในการใช้รถใช้ถนนให้แก่คนในพื้นที่

#ถนนอุดรต้องไม่มีหลุม

07/08/2024

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ "เอกฉันท์" สั่งยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีนัดฟังคำวินิจฉัย คดียุบพรรคก้าวไกล สืบเนื่องจากถูกร้องว่ากระทำการล้มล้างการปกครองฯ และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 (พ.ร.ป. พรรคการเมืองฯ) มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2)
โดยมูลเหตุของคดีสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งระบบ รวมความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามมาตรา 112 การหาเสียง ตลอดจนพฤติการณ์และการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 112 นั้น เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 49 และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสอง เลิกการกระทำ เลิกการแสดงความความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิก มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไข มาตรา 112 ด้วยวิธีการที่ไม่ใช่วิธีการทางกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2564 – 31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง โดยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง และห้ามมิให้ผู้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ได้จดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือมีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองอีก ภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่พรรคถูกยุบ ตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ มาตรา 94 วรรคสอง
เวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์พิจารณา โดยมอบหมายให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญห้าราย ได้แก่ อุดม สิทธิวิรัชธรรม จิรนิติ หะวานนท์ วิรุฬห์ แสงเทียน นภดล เทพพิทักษ์ และปัญญา อุดชาชน อ่านคำวินิจฉัย ใจความว่า
ประเด็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดียุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่ามีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้ แม้รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 210 กำหนดอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญไว้ว่า (1) พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย (2) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (3) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ในมาตรา 210 วรรคท้าย ระบุให้นำความตามมาตรา 188 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งในมาตรา 188 วรรคหนึ่ง ระบุว่า การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เจตนารมณ์ในการคุ้มครองและปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด ย่อมแสดงออกโดยการรับรองสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญให้กับประชาชนและให้อำนาจศาลสั่งยุบพรรคการเมืองได้หากมีข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลหรือพรรคการเมืองจะใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองฯ
แม้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 จะไม่ได้ระบุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมืองได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมาย เช่น ในพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ มาตรา 92 ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำวินิจฉัยและสั่งยุบพรรคการเมืองได้
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น
เมื่อข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 รับฟังได้ว่า พรรคก้าวไกลผู้ถูกร้องกระทำการล้มล้างการปกครองฯ ย่อมเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ด้วย เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า คำว่าเป็นปฏิปักษ์ ไม่จำเป็นต้องรุนแรงถึงขนาดล้มล้างทำลายให้สิ้นไป ทั้งยังไม่จำเป็นต้องถึงขนาดตั้งตนให้เป็นศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เพียงแค่เป็นการกระทำที่มีลักษณะขัดขวาง สกัดกั้นไม่ให้เจริญก้าวหน้า หรือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย หรือทำให้อ่อนแอลง ก็เข้าลักษณะการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์แล้ว
การนำสถาบันพระมหากษัตริย์ไปใช้เพื่อความได้เปรียบและมุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง จึงเป็นการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2567 ว่าการใช้นบายการแก้ไขมาตรา 112 เป็นการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาขน ผู้ถูกร้องมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือทำให้อ่อนแอลง การกระทำของผู้ถูกร้อง จึงเข้าลักษณะเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การยุบพรรคการเมืองจึงต้องเคร่งครัด ระมัดระวัง ให้ได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ ความรุนแรงของพรรคการเมือง ผู้ถูกร้องมีการกระทำอันฝ่าฝืนต่อฝืนพ.ร.ป. พรรคการเมืองฯ มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2) กฎหมายดังกล่าวต้องใช้กับพรรคการเมืองทุกพรรคไม่ว่าพรรคการเมืองนั้นจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม แต่ทุกพรรคการเมืองต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายฉบับเดียวกัน อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน อันเป็นพฤติการณ์และข้อกฎหมายที่ได้สัดส่วนและจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม เพื่อหยุดยั้งการทำลายพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จึงเป็นเด็ดขาดและมีผลผูกพันตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 211 วรรคสี่ ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตามที่กฎหมายบัญญัติให้กระทำโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แม้นักวิชาการสาขาต่างๆ นักการเมือง หรือนักการทูตต่างประเทศ ต่างก็มีรัฐธรรมนูญ กฎหมายภายในประเทศ ข้อกำหนดที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ การแสดงความคิดใดๆ ย่อมต้องมีมารยาททางการทูตและการต่างประเทศที่พึงปฏิบัติต่อกัน
กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกร้องกระทำการตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2) อันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง โดยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2564 – 31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง โดยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง และห้ามมิให้ผู้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ได้จดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือมีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองอีก ภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่พรรคถูกยุบ ตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ มาตรา 94 วรรคสอง

ถึงยุบพรรคไปแต่อุดมการณ์ในหัวใจยังก้าวไปไม่หยุดนิ่ง
07/08/2024

ถึงยุบพรรคไปแต่อุดมการณ์ในหัวใจยังก้าวไปไม่หยุดนิ่ง

[ ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค #ก้าวไกล - ตัดสิทธิ์ 10 ปี 11 กรรมการบริหาร ]
วันนี้ (7 สิงหาคม 2567) เวลา 15.00-16.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดี กกต. ร้องศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2)
โดยศาลอ่านคำวินิจฉัยมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่ง #ยุบพรรคก้าวไกล และสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ทั้งชุดที่ 1 และ 2 ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2564 จนถึง 31 มกราคม 2567 รวมทั้งสิ้น 11 คน เป็นเวลา 10 ปี ได้แก่
( 1 ) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ
( 2 ) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตเลขาธิการพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ
( 3 ) ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรค
( 4 ) ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค
( 5 ) ปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตกรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคเหนือ
( 6 ) สมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคใต้
( 7 ) อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคกลาง
( 8 ) อภิชาต ศิริสุนทร กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
( 9 ) เบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคตะวันออก ส.ส.บัญชีรายชื่อ
( 10 ) สุเทพ อู่อ้น กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนปีกแรงงาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
( 11 ) อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคเหนือ
แต่เราไปต่อ! วันนี้เวลาประมาณ 18.00 น. โปรดติดตามแถลงการณ์จากพวกเรา #ก้าวไกลไปต่อ

วันที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลา 08.00 น ณ หอประชุมโรงเรียนยางคำพิทยา ต.ผาสุก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี กรรมาธิการที่ดินทรัพยาก...
28/06/2024

วันที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลา 08.00 น ณ หอประชุมโรงเรียนยางคำพิทยา ต.ผาสุก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี กรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้มาลงรับฟังปัญหาและรับเรื่องร้องเรียนในประเด็นผลกระทบป่าสงวนแห่งชาติภูผาเหล็กทับซ้อนที่ดินทำกินชาวบ้าน

การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้มาในชื่อของโครงการสัมนาเรื่อง"การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชน" โดยมีนายอภิชาติ ศิริสุนทร กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการมารับฟังปัญหาและเรื่องร้องเรียน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานราชการอยู่ 5 หน่วยงานคือ
1. นายดุสิต ตาบ้านดู่ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้บ้านดุงสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี)
2. ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี)
3. นายกิตติชัย คะอังกุล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการแทนผู้อำนวยการอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก
4. พันจ่าเอกวันชัย พรมมาโอน ปลัดอำเภอแทนนายอำภอวังสามหมอ
5. นายสนธิ สีดากูด นายกเทศบาลผาสุก
และประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 300 คน

กรณีที่มาสืบเนื่องด้วย เมื่อปีพ.ศ. 2543 ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าแผ้วถางป่า เพื่อครอบครองที่ดินทำกินในพื้นที่ในเขตบ้าน สมสวัสดิ์ อ.วังสามหมอ “ภูผาเหล็ก” และได้มีการทำกินมาโดยตลอดและสืบทอดกันมา โดยมีเอกสารประกอบคือใบ ภบท.5 เป็นเอกสารยืนยันการเสียภาษี ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวน แต่ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งว่าให้ออกและไม่ให้ทำกินมาโดยตลอด แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและชาวบ้านจึงเข้าแผ้วถางเพื่อปลูกต้นยางเป็นส่วนใหญ่และได้ทำเรื่อย ๆ ตลอดมา ซึ่งต่อมาทางจังหวัดอุดรธานี ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ป่าอนุรักษ์บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบะยาว ป่าหัวนาคำ ป่านายูง ป่าหนองกุงทับม้า ป่าหนองหญ้าไซ ในท้องที่ตำบลผาสุก อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี พื้นที่รวม 10,315 ไร่ (16.5 ตารางกิโลเมตร)

ต่อมาเมื่อ วันที่ 23 ธันวาคม 2552 ได้มีการประกาศเป็น “อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก” และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการให้ประชาชนในพื้นที่ออกจากเขตพื้นที่นั้น ๆ และได้มีการตัดต้นยางพารา ของประชาชนบางส่วน โดยอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง ชาวบ้านจึงยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเพื่อร้องเรียนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้มีการนัดหมายให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ นายกเทศมนตรีตำบลผาสุก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ปลัดเทศบาล โดยมีการทำเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันทางวาจาไม่มีการบันทึกเป็นรายรักษ์อักษรมีข้อสรุปว่าให้พี่น้องทำกินได้ต่อไป แต่ห้ามมีการแผ้วถางเพิ่ม

จากนั้นเมื่อปี 2554 ทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้มีการนัดหมายให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ นายกเทศมนตรีตำบลผาสุก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ปลัดเทศบาล เป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันทางวาจาไม่มีการบันทึกเป็นรายรักษ์อักษรมีข้อสรุปว่า ให้พี่น้องทำกินได้ต่อไป แต่ห้ามมีการแผ่วถางเพิ่ม

และในช่วงดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่จาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่10 (อด.10)ได้เข้ามาแจ้งกับพี่น้องประชาชนว่า ให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวและให้เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างออกจากพื้นที่ดังกล่าว และได้มีกระแสการข่มขู่ คุกคาม ขับไล่ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ทำให้เกิดความหวาดระแวง เพราะถ้าไม่ตัดยางก็ไม่มีเงินใช้จ่ายภายในครัวเรือน ทำให้เกิดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงได้กลายเป็นสาเหตุของการยื่นหนังสือมาเพื่อให้ กรรมธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง

นายบัวยม สมพร ชาวบ้านสมสวัสดิ์ ต.ผาสุก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ตัวแทนชาวบ้านที่มายื่นร้องเรียน ได้กล่าวแสดงความรู้สึกว่า"วันนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะว่ายังไม่ได้รับคำตอบจากอุทยานว่าต้องคุยกันแบบไหนหรือยื่นเรื่องแบบไหน เนื่องจากพื้นที่สีแดงของผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการบุกรุกเขตอุทยานก็ยังต้องใช้ชีวิตและทำมาหากินต่อไปเพราะว่าเราทำมาตั้งแต่พ่อแต่แม่ เมื่อที่ดินจะมาถูกยึดทั้งที่ยางของผมปลูกมาได้20กว่าปีแล้ว เรื่องมันก็เลยยังไม่ยอมยุติซึ่งผมเองก็จะยังเดินหน้าต่อไป"

"สำหรับการต่อสู้ในอนาคตก็ต้องไปตามขั้นตอน โดยเราก็จะต่อสู้ในนามกลุ่มสมัชชาคนจน แล้วก็จะไปร้องเรียนยังอุทยาน ไปร้องเรียนที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานีหาผู้ว่าฯ ออกจากผู้ว่าฯก็จะไปยังรัฐสภา"นายบัวยมกล่าว

ด้าน นายอภิชาติ ศิริสุนทร กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวถึงภาพรวมในการรับฟังปัญหาว่า "ปัญหาภาพรวมในวันนี้ก็จะมาหนักอยู่ที่ความขัดแย้งระหว่างอุทยานกับประชาชนซึ่งยังไม่เข้าใจแนวเขตอะไรที่ชัดเจน เวลาที่เค้าไม่เข้าใจแนวเขตอะไรหรือว่าสงสัยในเรื่องสิทธิ์ของตัวเองอยู่ก็คงต้องตรวจสอบกันเป็นราย ๆ ไป ซึ่งเราก็เสนอแนะให้หัวหน้าอุทยานกับผู้นำร่วมกับชาวบ้านที่มีปัญหาไปตรวจสอบเรื่องการใช้สิทธิ์"
นายอภิชาติกล่าวเสริมว่า"กรรมาธิการเองก็จะเอาข้อเสนอของพี่น้องและของอุทยานไปสรุป พอสรุปเสร็จก็จะส่งต่อไปยังกระทรวงทรัพยากร ส่วนประชุมก็คงจะให้อุทยานแห่งชาติคิดไว้พิจารณาแก้ไขตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด ซึ่งก็หมายถึงการตรวจสอบให้ไม่กระทบสิทธิ์พี่น้องประชาชน"

ซึ่งชาวบ้านจำนวน300คนที่มายื่นหนังสือมีข้อเสนอได้ดังนี้

1. กรณีการชี้แนวเขตอุทยานรุกล้ำทับที่ดินทำกินของราษฎร ให้มีการเพิกถอนแนวเขตอุทยานที่ทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของราษฎร

2. ให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้งสามฝ่าย และ ให้สิทธิกับประชาชนในการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ในการใช้ประโยชน์และจัดการทรัพยากรโดยประชาชน

3. ให้ดำเนินการเปิดประชุมคณะกรรมการชุดดั้งกล่าว เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และสำรวจพื้นที่ร่วมกันกับประชาชน

4. ให้ประชาชนเข้าพื้นที่เก็บผลผลิตทุกแปลงที่ได้รับลกระทบ อย่างปกติสุขจนกว่าจะมีกระบวนการแก้ไขปัญหาจะสิ้นสุด

#กอผือสื่อข่าว #อุทยานภูผาเหล็ก #ที่ดินทับซ้อนวังสามหมอ

วันที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 14.00 น. ณ ทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ได้มีการจัดงานขบวนเฉลิมฉลองเพศเท่าเทียมหรืองานไ...
15/06/2024

วันที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 14.00 น. ณ ทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ได้มีการจัดงานขบวนเฉลิมฉลองเพศเท่าเทียมหรืองานไพรด์อุดร ซึ่งเริ่มเดินตั้งแต่หน้ามหาลัยราชภัฎอุดรธานี ผ่าน 5 แยกน้ำพุ ก่อนจะไปสิ้นสุดที่หน้าเวทีลานกิจกรรมบ้านเชียง ศูนย์การค้าเซนทร้ลอุดรธานี

ทั้งนี้งานไพรด์อุดรจัดต่อเนื่องมาแล้วเป็นปีที่ 3 โดยมีคณะผู้จัดงานจากหลากหลายหน่วยงานและฝ่ายภาคประชาสังคม อาทิเช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กลุ่มเวสสุวัณ โรงพยาบาลอุดรธานี สสส.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 8 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี (สคร.8 อุดรธานี)สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กลุ่มกอผือรื้อเผด็จการ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และศูนย์การค้าเซนทรัลอุดรธานีเป็นต้น

โดยขบวนจะเริ่มเดินเฉลิมฉลองตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งบรรยากาศภายในงานขบวนเต็มไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริง รวมทั้งมีบูธจากหน่วยงานและอาสาสมัครเยาวชนต่างคอยทาสีรุ้งตามร่างกายให้แก่ผู้เข้าร่วมที่สนใจ และมีการทำกิจกรรมระหว่างเดินขบวนและชูป้ายสัญลักษณ์ที่มีข้อความเกี่ยวกับเพศเท่าเทียม

ซึ่งในเวลา 17.00 น. ณ ลานศูนย์การค้าเซนทรัลอุดรธานี ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้เป็นประธานพิธีกล่าวเปิดงานไพรด์อุดรอย่างเป็นทางการและได้มอบใบเกียรติบัตรให้แก่คณะผู้จัดงานไพรด์อุดรธานี

โดยเวลา 17.30 น. ได้มีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อกิจกรรมเสวนา หัวข้อ พรบ.สมรสเท่าเทียม, กฎหมาย รับรองเพศสภาพ, พรบ.ป้องกันและปราบปรามการ ค้าประเวณี พ.ศ.2539, พรบ.ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล

และเวลา 18.00 น.การแสดงคอนเสิร์ตของ LGBTQIAN+ การประกวด PRIDE COSTUME CONTEST 2024

ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ สส.พรรคก้าวไกล จังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมขบวนงานไพรด์อุดรวันนี้ว่า ''ต้องบอกว่าหากเทียบกับปีก่อนปีนี้ถือว่าดีกว่าปีก่อนมาก ๆ เนื่องจากผมเคยตั้งข้อสังเกตไปว่าอยากให้ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมมากกว่านี้ อยากให้ภาคเอกชนร่วมมากขึ้น และก็สถานที่ปีที่แล้วก็จัดที่หนองประจักษ์ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ให้ความร่วมมืออย่างเรื่องดูแลความปลอดภัยดูแลสุขภาพ หากประชาชนคนไหนเป็นลมก็จะมีหน่วยงานมาดูแลให้ ซึ่งครั้งนี้สถานที่ให้ความร่วมมือมาจัดร่วมของภาคเอกชนซึ่งปีนี้ก็คือทางเซนทรัลอุดรธานี ก็ต้องบอกว่าขอบคุณที่ให้ใช้สถานที่ รวมถึงอุปกรณ์กิจกรรมต่าง ๆ ก็เห็นว่าภาคเอกชนใส่ใจและให้เกียรติมากขึ้นเท่าเทียมมากขึ้น"

โดย ณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมในจังหวัดอุดรว่า "แน่นอนเรื่องกฎหมายก็ต้องขอแสดงความยินดีล่วงหน้าถึงชาวอุดรจากอาจารย์ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกลเรา และวันนี้เองก็ได้ส่งข่าวมาแสดงความยินดีบอกว่า พรบ.สมรสเท่าเทียมซึ่งไม่เท่ากับพรบ.คู่ชีวิตใกล้จะผ่านแล้ว นอกจากเรื่องกฎหมายที่ผ่านออกมาที่มีการบังคับใช้เองมันก็ยังมีทัศนคติและอคติในสังคม ซึ่งจุดนี้ถึงจะมีกฎหมายคุ้มครองดูแลแต่ว่าบรรยากาศในงานหรือว่าพื้นที่ร่วมงานเดียวกันถ้าหากเราลดอคติได้อนาคตมันก็จะเป็นสังคมในอุดมคติที่น่าอยู่มากครับ"

นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมงานไพรด์อุดรครั้งนี้ว่า "ผมเองโดยส่วนตัวก็รู้สึกประทับใจในการแสดงออกถึงความมั่นใจในตนเอง และก็การดูแลสุขภาพที่ดีซึ่งก็แปลว่าเทศกาล pride month เองก็จำเป็นจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วย ในฐานะที่เราอยู่กรมควบคุมโรคเราก็จำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน ทางกรมควบคุมเองก็ยินดีสนับสนุนในทุกมิติที่จะทำให้กิจกรรมของงานผ่านพ้นไปด้วยดี และแน่นอนว่าเราไม่ได้มาแค่กรมควบคุมโรคแต่เรามาร่วมกันในหลาย ๆ หน่วยงานของภาครัฐ"

นิติ กล่าวเสริมอีกว่า "ในเรื่องของการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศทางกระทรวงสาธารณสุขเราให้ความสำคัญอยู่แล้ว ในเรื่องที่ว่าทุกคนมีสิทธิเสมอและเท่าเทียมกันในทุกวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในส่วนของกระทรวงสาธาณสุข ซึ่งนโยบายเราเองก็สนับสนุนในส่วนของการทำเรื่องป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและมีกองงานที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และนโยบายที่สำคัญคือการยุติปัญหาเอชไอวีในปี 2030 หรือปี 2573 ครับ "

ชัชพงษ์ ชาสีโห จากมูลนิธิเอ็มเฟรนด์หนึ่งในคณะผู้จัดงานไพรด์อุดรธานี ได้เล่าถึงบรรยากาศงานครั้งนี้ว่า"วันนี้ยิ่งใหญ่อลังการมาก ในนามของทีมผู้จัดก็อาจจะเกิดปัญหานิดหน่อยก่อนเดินขบวน ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่สามแล้วแต่คณะทำงานเราทุกคนก็พยายามทำออกมาให้เต็มที่ รวมถึงปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานหลายองค์กร เราก็ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรต่าง ๆ และได้รับการสนับสนุนสถานที่จากเซนทรัลอุดรธานีด้วยอันนี้ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวันนี้ทุกคนเหนื่อยแต่ก็สนุกกับงานนี้มากครับ"

#งานไพรด์อุดรธานี2024 #กอผือสื่อข่าว #เพศเท่ากันเราเท่าเทียม

วันที่ 9 มิ.ย.2567 เวลา 08.10 ณ หอประชุมบริบาลภูมเขตต์ ศูนย์ราชการอำเภอบ้านผือ เริ่มต้นการรายงานตัวและลงทะเบียนผู้สมัครส...
09/06/2024

วันที่ 9 มิ.ย.2567 เวลา 08.10 ณ หอประชุมบริบาลภูมเขตต์ ศูนย์ราชการอำเภอบ้านผือ เริ่มต้นการรายงานตัวและลงทะเบียนผู้สมัครสว.ซึ่งคนลงสมัคร สว.ในอ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มีทั้งหมด 9 คน 5 กลุ่มอาชีพ ซึ่งผู้เข้าร่วมสังเกตุการณ์การคัดเลือกในตอนนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือสกร.ทั้งหมด 8 คน และมีประชาชนเข้าร่วมซึ่งก็คือผมแค่คน 1 ในขณะที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการสังเกตการณ์

บรรยากาศภายในหอประชุม จะมีเจ้าหน้าที่กกต.ในการคัดเลือกสว.ประมาณ 30 กว่าคน มีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดกล้องจับภาพวงจรปิดภายในหอประชุม 4 จุดรอบโถงหอประชุม

09.00 น.มีการชี้แจงรายละเอียดวิธีการเลือกและลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครสว.

ในการคัดเลือกรอบแรกภายในกลุ่มจะมีอยู่กลุ่มอาชีพที่ผ่านเข้ารอบไปสู่การเลือกไขว้อยู่ 4 อาชีพ คือกลุ่มอาชีพที่3,5,14,17,20 ยกเว้นกลุ่มที่ 3 ที่จะต้องคัดเลือกกันเองก่อนเนื่องจากมีผู้สมัคร 4 คน

10.00 น.มีการเลือกรอบแรกเรียบร้อยแล้ว กำลังจะประกาศผล โดยจะต้องรอการปริ้นเอกสารจากฐานข้อมูลระบบการลงคะแนน

ซึ่งหากผู้สมัครเข้าห้องน้ำจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามร่วมด้วย

10.23 น. เจ้าหน้าจะมีการตรวจสอบหีบเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งรอบที่สอง ซึ่งจะมีการปิดหีบและใส่สายรัดหีบตามระเบียบขั้นตอน

10.25 น.ได้มีการลงคะแนนเลือกตั้งรอบสองซึ่งกำลังมีการดำเนินการ

10.40 น. การเลือกตั้งรอบสองได้เสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดหีบเลือกตั้งแล้วเป็นที่เรียบร้อย

10.42 น. มีการจัดสถานที่โดยมีการยกกระดานมาตั้งไว้เพื่อใช้ไว้สำหรับการเขียนบันทึกคะแนนตอนขานคะแนนเลือกตั้ง

10.51 น. เจ้าหน้าที่เตรียมตัวประกาศผลคะแนนเลือกตั้งและตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย

10.55 น. มีการเปลี่ยนแปลงการขีดคะแนนเลือกตั้งใหม่คือให้เจ้าหน้าที่ประจำกลุ่มขีดคะแนนเลือกตั้งแทนที่จะมีคนเดียวเป็นกลุ่มละคนขีดคะแนนของกลุ่มใครกลุ่มมัน

10.57 น. เริ่มต้นการนับคะแนน

11.05 น. การนับคะแนนเสร็จสิ้น รอเจ้าหน้าที่รวบรวมคะแนน
มีผู้สมัครสว.ที่ได้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 7 คน 5 กลุ่มอาชีพ
โดยกลุ่มอาชีพที่ 3 ที่มีผู้สมัคร 4 คน ได้ตกรอบไป 1 คน

#กอผือสื่อข่าว #คัดเลือกสว.

วันที่ 6 มิ.ย. 2567  09:00 น. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานรัฐสภาเข้ารับฟังปัญหาและร่วมประชุมหารือข้อราชการในการแก้ไขป...
06/06/2024

วันที่ 6 มิ.ย. 2567 09:00 น. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานรัฐสภาเข้ารับฟังปัญหาและร่วมประชุมหารือข้อราชการในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนพร้อมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในประเด็น ที่ดินบ้านตาด - หนองไฮ ปัญหาที่ดินนสล.ทับที่ทำกินประชาชนสามพร้าว และปัญหาที่ดินสร้างคอม ณ ห้องพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร ชั้น 3 อาคาร 1 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเวลา 12.00 น. นายปดิพัทธ์ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาว่า ''อันที่จริงปัญหามันค่อนข้างหลากหลายและเกี่ยวกับหลายหน่วยงาน แต่ที่แน่ ๆ จะต้องให้ทางกมธ.ที่เกี่ยวข้องเรียกข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ อย่างเช่นเรื่องของการสร้างศูนย์วิทยาลัยแพทย์โรงพยาบาล แน่นอนว่าผลกระทบประชาชนค่อนข้างเสียเปรียบ ในเรื่องของกฎหมายเพราะว่าทุกอย่างมันอยู่ในที่สาธารณะ ที่ราชพัสดุเป็นต้น แต่ว่าหน่วยงานรัฐจะต้องมีความชัดเจนกว่านี้ และประเด็นเรื่องกองทัพถ้าหากกองทัพไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแน่ ๆ แล้วทางกองทัพจะคืนพื้นที่ให้แก่ป่าไม้มั้ยอย่างไร ผมว่าต้องเป็นเรื่องของครม. แต่ถ้าอย่างเรื่องของการใช้พื้นที่ของราชภัฎหรือว่าการใช้พื้นที่ของประชาชน 500 ไร่ มันก็จะต้องมีการชัดเจนว่าพื้นที่นี้ทำอย่างไรถึงจะส่งผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือหน่วยงานที่ขอใช้พื้นที่ ก็คือเรื่องของสาธารณสุข ซึ่งกมธ.ที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องทำเรื่องชี้แจงและก็จะส่งเรื่องเข้ารัฐสภาต่อไป"

โดยนายเวียงชัย พิมพ์วาปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ตัวแทนประชาชนของประเด็นที่ดินบ้านตาด - หนองไฮที่มาร่วมประชุม ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่มายื่นเรื่องร้องเรียนว่า ''ก็รู้สึกดีเนื่องจากว่ามีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมทบ.24 หรือธนารักษ์ มาร่วมฟังและหารือ เนื่องจากว่ามีการออกมาตรการที่ออกมาจากจากทางภาครัฐนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ล้วนไม่ยอมรับเนื่องจากรู้สึกว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ในที่ดินทำกิน วันนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับพวกเราประชาชนที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ก็คือรองประธานสภามารับฟังปัญหาและเห็นความสำคัญของประเด็นพี่น้องประชาชน จึงหวังว่าจะนำปัญหานี้ไปแก้ไขในรัฐสภาซึ่งจะเป็นผลประโยชน์แก่เราที่จะตกทอดถึงลูกหลานต่อไป"

ด้านนายกิตติ ศรีอ่อนแสง ตัวแทนประชาชนของประเด็นที่ดินแปลงโคกขุมปูนตำบลสามพร้าว กล่าวแสดงความรู้สึกว่า ''เนื่องจากพวกผมได้รับความเดือดร้อนในกรณีพิพาทที่ดิน 500 ไร่ที่ภาครัฐมาขอใช้พื้นที่ วันนี้ก็ได้รับข้อมูลหลาย ๆ อย่าง ที่น่าพอใจ ซึ่งทางหน่วยงานราชการก็หารือและหาทางออกให้แก่ชาวบ้านสามพร้าว และเป็นผลดีอย่างมากเพราะว่าอย่างน้อย ๆ เราก็อุ่นใจที่ได้รับข้อมูลโดยทางหน่วยงานของรัฐก็ทำให้ทราบแนวทางต่าง ๆ ของรัฐว่าจะดำเนินอย่างไร จะช่วยเหลือชาวบ้านสามพร้าวแบบไหน ซึ่งฟังจากการประชุมหารือในวันนี้ก็อุ่นใจในเรื่องที่ว่าจะมีการชะลอเรื่องไว้และยังไม่มีการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ในช่วงนี้"

ซึ่งเวลา 13:00 น. นายปดิพัทธ์ จะต้องเดินทางไปพบผู้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องขยะ อ.โนนสะอาด ในงานถัดไป

#กอผือสื่อข่าว #ประเด็นที่ดินในอุดร #รองรัฐสภารับฟังปัญหาประชาชน

04/06/2024

📌มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับแจ้งจากสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ว่าในวันที่ 4 มิถุนายน 2567 เวลา 11.00 น. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาววันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะเดินทางไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อขอเสนอข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชนให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการในการแสดงความรับผิดรับชอบ กระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบค้นหาความจริง และผลักดันให้เกิดมาตรการชดเชยเยียวยาผู้ถูกละเมิดและครอบครัว สืบเนื่องจากกรณีการบังคับให้ประชาชนคนไทยซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองสูญหาย จำนวน 9 กรณี อาทิ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ไกรเดช ลือเลิศ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ สยาม ธีรวุฒิ เป็นต้น หลังจากรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศให้นักกิจกรรมทางการเมืองไปรายงานตัวต่อคณะรัฐประหารดังกล่าว แต่นักกิจกรรมทางการเมืองได้ลี้ภัยทางหารเมืองไปอยู่ต่างประเทศเพราะเกรงกลัวต่ออิทธิพลของรัฐบาลทหารในขณะนั้น แต่กลับปรากฏว่าผู้ลี้ภัยทางการเมืองกลับถูกจัดการจากเจ้าหน้าที่รัฐไทย โดยการบังคับบุคลให้สูญหายหรืออุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างทารุณโหดร้าย ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ดังกรณีของไกรเดช ลือเลิศ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ ที่ถูกพบว่าเป็นศพลอยมาที่แม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม สภาพศพมีลักษณะถูกคว้านท้อง ยัดแท่งปูน ถูกมัดมือมัดเท้า ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดได้
📝ต่อมาในเวลา 13.00 น. สิตานันจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงพรรคเพื่อไทย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อหารือและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะกรณีอุ้มหาย หลังการรัฐประหารปี 2557 รวมถึงกรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายของสิตานัน ผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยซึ่งถูกบังคับให้สูญหาย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ถือว่ามีประวัติศาสตร์ร่วมกับวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยวันเฉลิมเคยทำงานใกล้ชิดร่วมกับพรรคเพื่อไทยมาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่ประชาชนไว้วางใจผ่านการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ย่อมต้องมีความตระหนักต่อหน้าที่ในฐานะรัฐบาลบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนในประเทศเป็นสำคัญ และเพื่อยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ยุติวัฒนธรรมการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นนี้อย่างจริงจัง
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามการยื่นหนังสือของสิตานันต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นนี้ไปด้วยกัน และเพื่อสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัย เป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งบุคคลใดให้ต้องต้องต่อสู้อย่างโดดเดียวเพียงลำพังต่อไป
#พรบอุ้มหาย #วันเฉลิม

ที่อยู่

หมู่ที่ 5 บ้านนาล้อม
Ban Nikhom Kham B**g
41160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กอผือรื้อเผด็จการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กอผือรื้อเผด็จการ:

แชร์